การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เป็นปัญหาที่ไม่ว่านักพัฒนาคนไหนก็คงไม่อยากเจอ สำหรับคนที่พัฒนาแอพบน Windows Phone คงจะได้ใจชื้นขึ้นมาบ้าง เมื่อ Microsoft พยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการเข้ารหัสแอพทั้งหมดบน Windows Phone Dev Center
เรื่องนี้ถูกเปิดเผยจากโพสต์ใน Windows Phone Developer Blog โดย Todd Brix กล่าวว่าแอพทั้งหมด (รวมไปถึงแอพที่ถูกส่งขึ้นไปแล้ว) จะได้รับการเข้ารหัสโดยอัตโนมัติ นักพัฒนาไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติม
ดู Microsoft จะจริงจังกับปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์บน Windows Phone พอสมควร ก่อนหน้าก็มีมาตรการอย่างการทำให้ตัวมือถือ unlock ได้ยากขึ้นและการถอด Marketplace ออกจากโปรแกรม Zune PC ครับ
ที่มา - WPCentral
วันนี้ Facebook ประกาศงานแฮกของตัวเองในชื่อ Facebook Developer World HACK 2012 สำหรับให้นักพัฒนามาแข่งกันสร้าง Facebook app ให้เสร็จภายในวันเดียว (hackathon)
ที่น่าสนใจคืองานครั้งนี้จะตะเวนไปจัดตามหัวเมืองต่างๆ ทั้งสิ้น 12 เมือง โดยเริ่มต้นที่เมืองออสติน ในรัฐเทกซัสวันที่ 23 สิงหาคม และไปจบที่กรุงมอสโคว ประเทศรัสเซียในวันที่ 1 ตุลาคม
รูปแบบของงานจะครอบคลุมการสร้าง Facebook app ด้วยเครื่องมืออย่าง Facebook APIs,Mobile SDKs, Open Graph โดยทีมงานจะเดโมให้ดูพร้อมกับข้อมูลอื่นๆ ก่อนเริ่มทำจริง
ใครที่สนใจลองเข้าไปดูรายละเอียด และลงทะเบียนได้จากเว็บไซต์ของ WOLRD HACK 2012 ครับ
ที่มา - Facebook Developer
ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัว Windows Phone Dev Center มาแทน App Hub เดิม โดยบริษัทกล่าวว่าเว็บท่าสำหรับนักพัฒนาตัวใหม่นี้จะอยู่บน backend ที่ได้รับการปรับปรุงตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา และเป้าหมายของการพัฒนาเว็บท่านี้คือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเป็นหลัก สำหรับการปรับปรุงอื่นที่สำคัญ มีดังนี้
- สนับสนุน PayPal ทั้งในด้านจ่ายเงินสมัครหรือต่ออายุสมาชิกประเภทนักพัฒนา และด้านรับเงินที่ลูกค้าซื้อแอพหรือคอนเทนต์ในแอพ (in-app purchase)
- รองรับการกำหนดราคาที่แตกต่างกันตามแต่ละประเทศหรือภูมิภาคที่นักพัฒนาต้องการวางขายแอพ
- รองรับการแสดงผลการจัดอันดับ (rating) และผลรีวิวแอพตามแต่ละประเทศหรือภูมิภาคที่แอพได้รับการวางจำหน่ายในหน้าจอเดียว
ไมโครซอฟท์ประกาศจัดงานสัมมนาสำหรับนักพัฒนา BUILD 2012 ในวันที่ 30 ต.ค. ถึง 2 พ.ย. นี้
ถ้าเป็นงานสัมมนาธรรมดาคงไม่กลายเป็นข่าวแน่ๆ ครับ เพราะงานนี้มีความหมายพิเศษหลายประการมากสำหรับไมโครซอฟท์ เช่น
- BUILD 2012 จะรวมเนื้อหาด้านการพัฒนาเว็บของงาน MIX ที่เลิกจัดไปแล้วเข้ามาด้วย
- BUILD 2012 จัดขึ้นหลัง Windows 8 ออกรุ่นจริง 26 ต.ค. ซึ่งผิดวิสัยของไมโครซอฟท์ที่มักจัดงานก่อนเปิดตัวผลิตภัณฑ์มาก
- งานนี้เปลี่ยนสถานที่จากศูนย์ประชุมหรือโรงแรมแบบเดิมๆ มาจัดที่สำนักงานใหญ่ของไมโครซอฟท์ที่เรดมอนต์แทน ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกที่ไมโครซอฟท์เปิดบ้านจัดงานใหญ่ระดับนี้ ไมโครซอฟท์ให้เหตุผลว่าต้องการให้นักพัฒนาภายนอกเข้ามาใกล้ชิดกับทีมวิศวกรจริงๆ ในสถานที่จริงมากขึ้น
เทคโนโลยีที่จะถูกพูดถึงในงานได้แก่ Windows 8, Windows Azure, Windows Phone 8, Windows Server 2012 เป็นต้น ซึ่ง Windows 8 จะได้รับการตอบรับจากนักพัฒนาดีแค่ไหนก็ดูได้จากงานนี้ด้วย
และเนื่องจากปีนี้เลข 8 เป็นเลขมงคลของไมโครซอฟท์ งานจะเปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 8 เดือน 8 เวลา 8 โมงเช้า pacific time ครับ
ที่มา - Channel 9
ประเด็นเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์แอพบนแอนดรอยด์กลับมาเป็นที่ถกเถียงอีกครั้ง หลังจากนักพัฒนาแอพบน iOS ชื่อว่า Matt Gemmell ออกมาเขียนลงในบล็อกส่วนตัวหลังจากอ่านข่าวเกมแนวยิงซอมบี้ Dead Trigger ที่ปรับจากราคาจากเดิม 99 เซนต์ เป็นแจกฟรี และเน้นขายของในเกมแทน
Gemmell บอกว่าแอพที่วางขายบนแอนดรอยด์นั้นสุ่มเสี่ยงต่อการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะว่าตัวแอนดรอยด์เองถูกออกแบบมาให้เอื้อต่อการละเมิดลิขสิทธิ์ตั้งแต่แรก เช่นการปล่อยให้สามารถลงแอพจากภายนอกได้ (sideloading) ทำให้สามารถลงแอพเถื่อนได้ โดยที่ไม่ต้องรูทเครื่องเลย (แต่ในอนาคต Play Store จะเข้ารหัสแอพเสียเงิน ตามที่ประกาศไว้ในงาน Google I/O - Blltz)
ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวทำให้แอพที่วางขายบนแอนดรอยด์ถูกบังคับให้ต้องกลายเป็นเกมแจกฟรี แล้วไปหารายได้จากทางอื่นแทน (เช่น โฆษณา หรือขายของในเกมผ่าน in-app purchase)
อย่าลืมว่า Gemmell เป็นนักพัฒนาสาย iOS อาจจะมีอคติปนอยู่ด้วย ใครสนใจรายละเอียดเต็มๆ อ่านได้จากที่มาครับ
ที่มา - Matt Gemmel via The Verge
เคราะห์ซ้ำกรรมซัดของ RIM ในช่วงเวลาอันยากลำบากของบริษัท เพราะผลสำรวจความคิดเห็นของนักพัฒนาแอพมือถือจำนวน 200 คนที่รวบรวมโดยบริษัท Baird Equity Research ระบุว่านักพัฒนากลุ่มนี้สนใจแพลตฟอร์ม BlackBerry และ BlackBerry 10 น้อยลง
วิธีการสำรวจความเห็นของ Baird คือให้นักพัฒนาลงคะแนนว่าแพลตฟอร์มแต่ละรายมี "อนาคต" มากน้อยแค่ไหน โดยคิดคะแนนเต็ม 10 คะแนน ผลคือ BlackBerry ได้คะแนนเฉลี่ยน้อยเพียง 2.8 คะแนน และ BB10 ได้ 3.8 คะแนน ซึ่งลดลงกว่าผลสำรวจเมื่อปีที่แล้วอย่างชัดเจน (ดูกราฟประกอบ)
ส่วนแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งคือ iOS ได้คะแนนเฉลี่ยสูงถึง 9.3 คะแนน ตามด้วย Android 8.7 คะแนน และ Windows 8 ตามมาห่างๆ ที่ 6.3 คะแนน (เพื่อความแฟร์ WP7 ก็ได้คะแนนลดฮวบเช่นกันคือ 4.2 คะแนน เพียงแต่ยังเยอะกว่า BlackBerry)
Gartner ได้เผยบทวิเคราะห์เกี่ยวกับการพัฒนาโปรแกรมบนแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์ว่า Windows 8 จะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคการโปรแกรมบนแพลตฟอร์ม WinRT (Windows Runtime) และเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดของยุคการโปรแกรมบนแพลตฟอร์ม WinNT (Windows NT) โดย WinRT ได้รับการออกแบบมาให้ไมโครซอฟท์มุ่งไปสู่อนาคตที่ได้รับอิทธิพลจากอุปกรณ์แบบพกพาได้ แต่บริษัทก็จะสนับสนุน WinNT ต่อไป เพื่อให้แอพแบบเดสก์ท็อปเดิมที่ได้รับการพัฒนาบนชุด Win32 API สามารถรันต่อไปได้ (เพื่อความสะดวก ต่อไปขอเรียกมันว่าแอพแบบ Win32 ครับ)
Gartner กล่าวว่า Windows 8 เป็นการเริ่มต้นความพยายามของไมโครซอฟท์ที่จะจัดการกับความต้องการของตลาดและคู่แข่ง เนื่องจากมันมีชุด API สำหรับการโปรแกรมตั้งแต่โทรศัพท์ไปถึงเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งนับได้ว่าเป็นการก้าวกระโดดในเชิงเทคโนโลยีที่พวกเราไม่ได้ค่อยได้เห็นกันนัก โดยครั้งแรกของการก้าวกระโดดของไมโครซอฟท์นั้นคือการเปลี่ยนจาก DOS ไปเป็น Windows NT ในปี 1993 และครั้งที่สองคือ Windows NT เป็น Windows XP ในปี 2001
ในงาน Uplinq 2012 developers conference บริษัท Qualcomm ได้เปิดตัว Snapdragon SDK สำหรับแอนดรอยด์ ที่ตอนนี้ยังเป็นแค่รุ่นทดสอบ (preview release) เท่านั้น ส่วนรุ่นเต็มจะตามมาในเร็วๆ นี้
ด้วย Snapdragon SDK นี้จะทำให้ผู้พัฒนาแอพฯ บนแอนดรอยด์สามารถเข้าถึงสถาปัตยกรรมต่างๆ ของชิปได้ ซึ่ง Qualcomm เรียกว่าเป็น "next-generation technology and features"
หลังจาก Chrome Web Store เพิ่มระบบแจ้งบั๊กไปยังนักพัฒนาแอพ เพียงหนึ่งวัน ทางฝั่ง Android ก็ประกาศฟีเจอร์คล้ายๆ กัน (แต่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว) นั่นคือเปิดให้นักพัฒนาแอพสามารถตอบคอมเมนต์ของผู้ใช้ใน Play Store ได้โดยตรง
นักพัฒนาสามารถชี้แจงหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ใช้ที่เขียนรีวิวเข้ามาได้ ซึ่งผู้ใช้คนนั้นจะได้รับอีเมลแจ้งเตือนว่านักพัฒนาเข้ามาตอบแล้ว เพื่อให้ติดต่อกันเองโดยตรงซึ่งอาจส่งผลให้แก้บั๊กได้เร็วขึ้น
เบื้องต้นกูเกิลจะเปิดให้นักพัฒนากลุ่ม Top Developer (ที่มีตราสีฟ้าๆ ต่อท้าย) ใช้งานก่อน และถ้าผลออกมาดีก็จะเปิดให้นักพัฒนาทั้งหมดบน Play Store ใช้งานต่อไป
ที่มา - Android Developers Blog
ระบบจัดจำหน่ายแอพทั้งหลายคงพบกับปัญหาว่า ผู้ใช้งานแอพใช้พื้นที่ของการรีวิวมาแจ้งปัญหาและบั๊ก ทำให้ข้อมูลสับสนปนเประหว่างรีวิวกับแจ้งบั๊ก เรตติ้งลด และบางครั้งการแจ้งบั๊กก็ไปยังไม่ถึงตัวนักพัฒนา
กูเกิลพยายามแก้ปัญหานี้สำหรับ Chrome Web Store โดยแยกส่วนของการรายงานบั๊กออกมาเป็นพิเศษ เพื่อให้ผู้ใช้งาน extension ต่างๆ สามารถแจ้งบั๊กไปยังนักพัฒนาได้ง่ายขึ้น ข้อมูลพวกนี้จะเป็นข้อมูลสาธารณะที่ทุกคนดูได้ด้วย เพื่อลดการแจ้งปัญหาซ้ำซ้อนนั่นเอง
นักพัฒนาสามารถเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ได้จาก Developer Dashboard และควรแจ้ง URL สำหรับรายงานบั๊กให้ผู้ใช้รู้ด้วย (รูปแบบ URL จะเป็น https://chrome.google.com/webstore/support/yourappid)
ต้องรอดูกันต่อไปว่าฟีเจอร์นี้จะตามมาใช้กับ Play Store ด้วยหรือเปล่า
ที่มา - Chromium
อัพเดตเล็กๆ แต่อาจสำคัญสำหรับชาว Android ตอนนี้ Google ได้เปิดให้นักพัฒนาสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ที่มารีวิวในหน้าแอพของตัวเองได้แล้วไม่ว่าจะเป็นรีวิวในด้านบวกหรือลบ โดยในตอนนี้ยังเปิดให้นักพัฒนาที่ได้รับ Top Developer Badge เท่านั้นและจะเปิดให้ใช้อย่างทั่วถึงในอนาคต
ที่มา - AndroidSPIN
คนที่ติดตามวงการ Windows Phone ในบ้านเราคงคุ้นกับชื่อ EGCO Dev Team ที่มีผลงานแอพให้โหลด-ขายใน Windows Phone Marketplace อยู่หลายตัว แถมบางตัวยังเป็นแอพที่ทำร่วมกับองค์กรใหญ่ๆ อย่าง ททท. หรือว่า ช่อง 3 อีกด้วย
ผมตามดูข้อมูลในเว็บแล้วพบว่าเป็นกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดลที่มารวมตัวกัน ตั้งทีมพัฒนาแอพขึ้นด้วยตัวเองเกือบทั้งหมด (ประวัติของทีมงาน) จึงติดต่อขอสัมภาษณ์ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์และแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษากลุ่มอื่นๆ นะครับ
เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าแอพแบบ Metro เท่านั้นที่จะสามารถวางขายบน Windows Store ได้ (ดูรายละเอียดการส่งแอพแบบ Metro ขึ้นสโตร์ได้จากข่าวเก่า) ส่วนแอพแบบเดสก์ท็อปนั้น Windows Store จะทำหน้าที่แสดงข้อมูลเท่านั้น ลูกค้าที่สนใจจะต้องกดลิงก์ Go to developer's website เพื่อไปยังหน้าเว็บแล้วซื้อ-ดาวน์โหลดเอง (ข่าวอ้างอิง) ซึ่งล่าสุดไมโครซอฟท์ก็ได้เผยรายละเอียดการนำข้อมูลแอพแบบเดสก์ท็อปขึ้นไปแสดงบน Windows Store แล้ว โดยนักพัฒนาจะต้องดำเนินการ ดังนี้
- ลงทะเบียนเพื่อขอบัญชีผู้ใช้ Hardware/Desktop Dashboard (ลิงก์เว็บนี้ดูได้จากที่มาของข่าว)
- อัพโหลดผลการทดสอบแอพที่ได้จาก Windows App Certification Kit (โปรแกรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Windows Software Development Kit ใครสนใจศึกษาและดาวน์โหลดชุด SDK ได้จากที่นี่)
- หลังจากไมโครซอฟท์รับรองผลการทดสอบแล้ว ให้นักพัฒนาส่งข้อมูลแอพขึ้นสโตร์ โดยลงชื่อเข้าใช้ Windows Store ด้วยบัญชีผู้ใช้อันเดียวกับข้อที่ 1 จากนั้นกรอกรายละเอียดของแอพ แล้วส่ง (submit) เพื่อขอการรับรองจากสโตร์ (Windows Store Certification)
- เมื่อแอพนั้นผ่านการรับรองแล้วก็จะไปปรากฎบน Windows Store
ความยากลำบากในการพัฒนาแอพลงบนแอนดรอยด์เป็นเรื่องที่ทุกคนทราบกันดี เนื่องด้วยปัญหา fragmentation จากทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ และมีข่าวจากนักพัฒนา บริษัทวิจัย ฯลฯ ออกมายืนยันเรื่องนี้อยู่เป็นระยะๆ
คราวนี้ลองมาฟังความเห็นจาก Max Weiner หัวหน้าฝ่ายทำแอพแอนดรอยด์ของ Pocket (ก่อนหน้านี้ชื่อ Read It Later) ที่เขียนบล็อกเบื้องหลังการทำแอพบนแอนดรอยด์ว่าไม่ได้ลำบากมากนัก และจริงๆ มันค่อนข้างจะน่าสนุกด้วยซ้ำ
นี่อาจเป็นสัญลักษณ์ว่ายุคสมัยอันเรืองรองของโนเกียผ่านพ้นไปแล้ว เพราะงานสัมมนาใหญ่ประจำปี Nokia World ถูกลดขนาดลงเป็นที่เรียบร้อย และเปลี่ยนเป็นงานเล็กๆ แต่จัดหลายครั้งแทน
งานแรกในซีรีส์ Nokia World 2012 จะจัดที่เมืองเฮลซิงกิระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน โดยเป็นงานปิดเฉพาะผู้ได้รับเชิญเท่านั้น และจะประกาศข่าวของงานครั้งต่อๆ ไปในภายหลัง
โนเกียไม่ได้ให้เหตุผลสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ บอกในเชิงเปรียบเปรยแค่ว่า Nokia World จะคล้ายกับงาน SXSW มากขึ้น จากเดิมที่เป็นงานใหญ่เหมือนกับ CES
งาน Nokia World 2011 ถือเป็นงานใหญ่งานสุดท้าย ซึ่งโนเกียใช้เวทีนี้เปิดตัว Lumia และ Asha เมื่อปีที่แล้ว
ที่มา - Nokia Conversations
ไมโครซอฟท์ได้เปิดเผย Visual Studio 11 รุ่น Release Candidate (RC) โดยได้ปรับเปลี่ยนส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI) ตาม feedback กับรุ่น Beta อาทิ
- กรอบหน้าต่างใช้ธีมสไตล์ Metro
- ลดความเข้มของสีเทาที่เป็นสีพื้นของส่วนติดต่อผู้ใช้
- ปรับสีพื้นของแถบสถานะ (status bar) เป็นสีฟ้า แทนที่ของ้ดิมที่เป็นสีเทา
- แถบเมนู (menu bar) ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด
- ไอคอนของปุ่มคำสั่งที่สำคัญ, IntelliSense และไอคอนในกรอบ Solution Explorer มีสีสันแล้ว จากเดิมที่รุ่น Beta นั้นไอคอนจะมีสีเดียวกันหมด เพราะไมโครซอฟท์ต้องการให้ส่วนติดต่อผู้ใช้ไม่แย่งความสนใจเกินหน้าเนื้อหา แต่ก็มีนักพัฒนาโวยวายมากพอสมควร
อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ยังไม่ได้เปิดเผยวันที่จะปล่อย Visual Studio 11 RC แต่อย่างไร แต่ทาง ZDNet คาดว่าไมโครซอฟท์จะปล่อยในวันเดียวกับวันที่ปล่อย Windows 8 เวอร์ชัน Release Preview
ที่มา: The Visual Studio Blog, ZDNet
Nokia ประกาศตามหานักพัฒนามือทองในการแข่งขันทำแอพฯ สำหรับ Windows Phone รายการ Ready.Set(){Code} เพื่อชิง Nokia Lumia 900 และเงินรางวัลสูงสุด 500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 15,000 บาท โดยรายการนี้จะจัด 13 เมืองทั่วสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งโครงการนี้จัดทำเพื่อส่งเสริมนักพัฒนาสาย Windows Phone ให้แสดงฝีมือออกมา (คาดว่างานนี้คนไทยหมดสิทธิ์)
ใครสะดวกไปแข่งก็ตามสบายนะครับ โดยวันเวลาการจัดกิจกรรมดูได้ที่นี่ครับ
ที่มา : The Nokia Blog
หลังจากเพิ่งปล่อย Tizen 1.0 รหัส Larkspur ออกมา ตอนนี้มีภาพของมือถือรัน Tizen ที่คาดว่านักพัฒนาจะได้รับภายในงาน Tizen Developer Conference ซึ่งจัดในวันที่ 7-9 พฤษภาคมนี้ ออกมาแล้ว
ภาพของเครื่องสำหรับนักพัฒนามีหน้าจอสัมผัสขนาด 4.3 ความละเอียดหน้าจอ 1280x720 พิกเซล และใช้ซีพียูความถี่ 1.2GHz ดูอัลคอร์ และมีปุ่ม home อยู่ด้วย
ในส่วนของอินเทอร์เฟซนั้นตามคาดว่าเป็น TouchWiz UI ที่ซัมซุงใช้กับมือถือของตัวเองทุกรุ่น มีแอพพื้นฐานมาให้ครบ ทำงานได้ลื่นไหลพอตัว
สามารถดูภาพตัวเครื่อง และวิดีโอได้ท้ายข่าวครับ
ที่มา - The Handheld Blog via Engadget
ไมโครซอฟท์ออกบัตรเชิญงานสัมมนาสำหรับนักพัฒนาแอพบน Windows Phone วันที่ 20-21 มิถุนายนนี้ที่ซานฟรานซิสโก โดยยังไม่บอกรายละเอียดของงานมากนัก
โฆษกของไมโครซอฟท์บอกว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในอีกไม่ช้า และจะเปิดหน้าเว็บให้เริ่มลงทะเบียนด้วย
ใครที่รอข่าวคราวของ Windows Phone 8 "Apollo" ก็คงต้องลุ้นกัน งานนี้น่าจะมีโอกาสเปิดตัว Apollo เยอะที่สุดในช่วงนี้แล้วครับ
ที่มา - ZDNet
เมื่อวันอังคาร (24 เมษายน) ซอฟต์แวร์พาร์คได้จัดงานแถลงผลสำเร็จของโครงการ MT2 (Mobile Technology for Thailand) โครงการเพื่อผลักดันนักพัฒนาบนมือถือของไทยที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้ง 9 ราย (อ่านรายละเอียดได้จากข่าวเก่า)
ภายในงานได้มีการแถลงแผนการณ์ในอนาคตของโครงการ MT2 ในปีต่อๆ ไป อย่างแรกคือจะมีพันธมิตรเพิ่มขึ้น ล่าสุดเพิ่มเป็น 20 รายแล้ว ซึ่งแต่ละรายจะมีโครงการสำหรับสนับสนุนนักพัฒนาสายมือถือตามความถนัดของตัวเอง ประกอบด้วย









