หากใครติดตามข่าวเกี่ยวกับรถยนต์ไร้คนขับอยู่เนืองๆ น่าจะพอเห็นภาพรวมความคืบหน้าในแง่ของความพร้อมของผู้พัฒนารถยนต์ไร้คนขับหลายๆ เจ้า โดยมี Waymo ในเครือ Alphabet เป็นหนึ่งในบริษัทที่เรียกได้ว่าเทคโนโลยีน่าจะล้ำหน้าที่สุดแล้ว
อย่างล่าสุด Waymo ได้เริ่มนำไร้คนขับมาทดสอบวิ่งโดยไม่มีคนนั่งหลังพวงมาลัยแล้ว โดยจะเปิดให้ผู้เข้าร่วมโปรแกรม Early Rider ทดสอบเร็วๆ นี้ด้วย และแน่นอนว่าด้วยความพร้อมระดับนี้ Alphabet เองเตรียมหารายได้จากรถยนต์ไร้คนขับแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่า John Krafick ซีอีโอของ Waymo ถูก Sergey Brin ประธานและ Larry Page ซีอีโอ Alphabet บีบเรื่องการหารายได้นี้ด้วย
###โจทย์ใหญ่คือฮาร์ดแวร์###
อย่างไรก็ตามโจทย์ใหญ่ของ Waymo ไม่ใช่เรื่องความพร้อมของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของฮาร์ดแวร์ในที่นี้คือรถยนต์ อย่างการผลิตและการบำรุงดูแลรักษา ซึ่งแรกเริ่ม Waymo (ณ ตอนนั้นยังเป็นฝ่ายพัฒนารถไร้คนขับภายใต้ Google X) ตั้งใจจะพัฒนารถยนต์ขึ้นมาเองตั้งแต่ต้น แต่สุดท้ายก็หันมาจับมือกับ Fiat Chrysler ในการนำรถยนต์มาดันแปลงแทน
ขณะที่ในแง่ของการบำรุงรักษา Waymo ก็จับมือกับ Avis และ AutoNation ให้ช่วยเหลือด้านนี้แทน ขณะที่ความร่วมมือกับ Ford ก็ล่มไปแล้ว ด้วยไม่สามารถหาข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายพอใจได้

ในทางตรงกันข้าม บริษัทรถยนต์ที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีเดียวกันนี้ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกันแต่คนละขั้ว กล่าวคือบริษัทรถยนต์จะเชี่ยวชาญและมี know-how ด้านการผลิตและซัพพอร์ทรถยนต์ที่ Waymo ไม่มี แต่ขณะเดียวก็ขาดในสิ่งที่ Waymo มีคือเทคโนโลยี
ดังนั้นแนวทางของผู้ผลิตรถยนต์หลายๆ เจ้าจึงอาศัยการลงทุนหรือควบรวมบริษัทเทคโนโลยีด้านรถไร้คนขับแทนอย่าง Delphi ที่ซื้อ nuTonomy และ GM ซื้อ Cruise
การควบรวมบริษัทเทคโนโลยีไร้คนขับของบริษัทรถยนต์นี้เองค่อนข้างได้เปรียบ เมื่อวิศวกรทั้งสองฝั่งสามารถทำงานร่วมกันและเข้าถึงองค์ความรู้อีกฝ่ายได้ง่ายมากขึ้น ไม่รวมในแง่ของการบริหารจัดการและดำเนินการต่างๆ ที่จะง่ายยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับ Waymo ที่อาศัยพาร์ทเนอร์ ซึ่งหากมองในระยะยาวแล้วไม่ต่างกับการยืมจมูกคนอื่นหายใจ

###โจทย์รองคือการสร้างฐานลูกค้าบริการ Ride-Hailing###
ผู้เล่นใหญ่ในตลาด Ride-Hailing ในสหรัฐตอนนี้คือ Uber และ Lyft ซึ่งสร้างฐานลูกค้าได้ค่อนข้างแน่นและการบริการค่อนข้างกระจายแล้ว ขณะที่ข้อจำกัดในการให้บริการของ Waymo ในระยะแรก คือรถยนต์จะวิ่งให้บริการได้เฉพาะในพื้นที่ืที่กำหนด ทำให้ไม่สามารถให้บริการผู้โดยสาร/ลูกค้า ไปยังพื้นที่อื่นๆ ทีต้องการได้ ซึ่งค่อนข้างสร้างปัญหาในแง่ของการสร้างฐานลูกค้าในช่วงแรก
ดังนั้นในระยะแรกอาจเป็นไปได้ว่า Waymo อาจจะร่วมมือกับ Lyft (หลัง Alphabet ลงทุนใน Lyft ไปแล้ว ไม่รวมกรณีที่กำลังฟ้องร้องอยู่กับ Uber ด้วย) โดยอาศัยแพลตฟอร์ม Lyft และนำรถไร้คนขับของ Waymo ไปวิ่งร่วมกับคนขับทั่วไป
###สุดท้าย Waymo อาจหาโมเดลธุรกิจอื่นแทน###
ArsTechica มองว่าด้วยข้อได้เปรียบของ Waymo ในแง่ของซอฟต์แวร์ไร้คนขับ ไปจนถึงความสามารถของ Alphabet ในการสร้างแพลตฟอร์มหรือเครือข่ายสำหรับให้บริการรถไร้คนขับ ในท้ายที่สุด Waymo อาจจะหาโมเดลธุรกิจอื่น จากการให้บริการเอง ไปเป็นขายสิทธิ์ในการใช้งานซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ดีไซน์ให้กับผู้ผลิตรถยนต์หรือผู้ให้บริการ Ride-Hailing เจ้าอื่นแทน แต่ที่แน่นอนคือเราจะเห็นบริษัทเทคโนโลยีนำโดย Waymo เข้ามามีบทบาทด้านการคมนาคมและขนส่งในอีก 10-20 ข้างหน้า
ที่มา - ArsTechnica
on



คิดว่าน่าจะใช้โมเดลเดียวกับ
zyzzyva Mon, 13/11/2017 - 00:38
คิดว่าน่าจะใช้โมเดลเดียวกับ Android คือขายซอฟต์แวร์ในราคาที่ถูกมากเพื่อจูงใจผู้ผลิตรถยนต์ แต่พ่วงบริการของ Google ด้วย พวก Map, Search, Assistant ต่างๆนานา ส่วนตัว Waymo เองก็อาจจ้างบริษัทอื่นทำรุ่น 'เน้นโชว์ไม่เน้นขาย' คล้ายๆตระกูล Pixel
อนาคต google จะเอาWaymo
freeriod Mon, 13/11/2017 - 01:11
อนาคต google จะเอา Waymo ไปส่งสินค้า แข่งกะ amazon แล้ว ส่งคนแข่งจะ uber
คือรถยนต์จะวิ่งให้บริการได้เฉ
topty Mon, 13/11/2017 - 07:12
พื้นที่ื => พื้นที่
ที => ที่
อย่างล่าสุด Waymo
panurat2000 Mon, 13/11/2017 - 14:42
In reply to คือรถยนต์จะวิ่งให้บริการได้เฉ by topty
นำไร้คนขับ ?
ต่อไปคงมีโฆษณาขึ้นหน้าจอมอนิเ
akira Mon, 13/11/2017 - 08:59
ต่อไปคงมีโฆษณาขึ้นหน้าจอมอนิเตอร์รถยนต์
ผลิคเองตั้งแต่เนิ่ม
waroonh Mon, 13/11/2017 - 09:08
ผลิคเองตั้งแต่เนิ่ม แบนับหนึ่งใหม่ยากครับ จะให้ดีไปหาซื้อ บ. ผลิตรถยนต์ ที่จะเจ๊ง ซักยี่ห้อหนึ่งก่อนนะครับ
แต่โอกาศมันไม่ได้มีบ่อย ๆ อย่าง Saab, Volvo, MG ชิงเจ๊งไปก่อน
ถ้าโดน google ซื้อไปอาจจะรุ่งก็ได้
อนาคตน่าจะถูกขาย
thanyadol Mon, 13/11/2017 - 10:22
อนาคตน่าจะถูกขาย (หลังจากได้สิทธิบัตรพอแล้ว) ฮาา