ประเด็นเรื่องความไว้วางใจต่อเครื่องจักร โดยเฉพาะเรื่องของรถยนต์ไร้คนขับ กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งเมื่อ David Mindell ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ว่าด้วยวิศวกรรมศาสตร์ที่ MIT ได้แสดงความเห็นไว้ว่า การปล่อยให้รถยนต์มีอิสระในการควบคุมตัวเองได้นั้น เป็นความคิดในสมัยศตวรรษที่ 20
เนื่องจากตัวอาจารย์นั้นไม่เห็นด้วยกับการที่ระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์เป็นตัวควบคุมรถไร้คนขับโดยสมบูรณ์ Mindell บอกว่าไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ใดๆ จะยืนยันได้ว่าระบบไร้คนขับโดยสมบูรณ์จะช่วยให้โชคชะตาของมนุษย์ดีขึ้นจริงๆ (ลดอุบัติเหตุ ความสูญเสีย ฯลฯ)
Mindell ยกตัวอย่างว่า ครั้งหนึ่งมนุษย์เคยมีความคิดว่าเรือดำน้ำที่มีระบบนำทางและขับเคลื่อนอัตโนมัติโดยสมบูรณ์นั้น เคยเป็นถูกมองว่าดีที่สุดในการเดินทางใต้ทะเล แต่ทว่าสุดท้าย มนุษย์ก็ยังคงต้องเข้าควบคุมและนำทางอยู่ดี
หรือแม้แต่กรณีของ NASA ที่เคยมีความคิดว่าระบบอัตโนมัตินั้นจะช่วยแก้ปัญหาความผิดพลาดต่างๆ ของมนุษย์ลงได้ แต่สุดท้ายนักบินอวกาศก็ต้องเข้ามากุมบังเหียนในช่วงสำคัญๆ อยู่ดี ซึ่งความคิดความฝันถึงระบบอัตโนมัติที่สมบูรณ์เหล่านี้ เป็นความคิดในช่วงศตวรรษที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ตัวเขาเองไม่ได้ปฏิเสธระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเสียทีเดียว เนื่องจากระบบพวกนี้ก็พอที่จะช่วยลดภาระของคน ที่เหนื่อยล้าจากการทำงานลงได้ เพียงแต่การควบคุมโดยคอมพิวเตอร์นั้นก็ควรมีลิมิต เพราะระบบเหล่านี้ไม่ได้สมบูรณ์เพอร์เฟ็ค มนุษย์จึงเป็นเสมือนตัวเชื่อมระบบทุกอย่างเข้าด้วยกัน
Mindell ย้ำด้วยว่าเราควรที่จะตีกรอบของคำว่า ความก้าวหน้า เสียใหม่ มันจะต้องไม่ใช่ความก้าวหน้าไปสู่ระบบอัตโนมัติโดยสมบูรณ์ แต่เป็นระบบอัตโนมัติที่เชื่อถือได้ ปลอดภัยและมีการทำงานร่วมกับมนุษย์ หรือกล่าวอีกอย่างคือ ตัวรถจะทำตามที่มนุษย์ต้องการ ยามที่มนุษย์ต้องการให้มันทำเท่านั้น
ที่มา - CNET
on
คนไร้คนขับ ผิดแล้วครับ จริงๆ
Niiskandar Wed, 14/10/2015 - 22:45
คนไร้คนขับ ผิดแล้วครับ
จริงๆ ต้องเป็น คนไร้รถขับ
!@#$
bankzxcv Wed, 14/10/2015 - 22:52
In reply to คนไร้คนขับ ผิดแล้วครับ จริงๆ by Niiskandar
!@#$
คนไร้คนขับ มีแต่คนนั่งไม่มีคน
leeyiankun Wed, 14/10/2015 - 23:16
In reply to คนไร้คนขับ ผิดแล้วครับ จริงๆ by Niiskandar
คนไร้คนขับ
มีแต่คนนั่งไม่มีคนขับ
/me เผ่น
คนโดยปกติยังไงก็ต้อง Monitor
Log Wed, 14/10/2015 - 22:47
คนโดยปกติยังไงก็ต้อง Monitor และแก้ไขปัญหาในช่วงเวลาสำคัญ ๆ อยู่ดี
ตัวรถจะทำตามที่มนุษย์ต้องการ
Zentana Wed, 14/10/2015 - 23:07
ตัวรถจะทำตามที่มนุษย์ต้องการ ยามที่มนุษย์ต้องการให้มันทำเท่านั้น
เห็นด้วยเลย เพราะยังไงระบบคงไม่มีสมบูรณ์แบบแน่ๆ คนก็ต้องควบคุมอยู่ดี
ไม่เห็นด้วยเลย
mk- Wed, 14/10/2015 - 23:40
ไม่เห็นด้วยเลย ยุคนี้สิ่งที่เคยฝันกันในศตวรรษที่ 20 กำลังจะกลายเป็นจริง
ผมอยากได้รถไร้คนขับมาก
jokerxsi Wed, 14/10/2015 - 23:45
ผมอยากได้รถไร้คนขับมาก มันจะปฎิวัติการเดินทางได้เลย
ถ้าเทคโนโลยีทำงานได้สมบรูณ์
นึกดูเวลาเดินทางต่างจังหวัดไกล แทนที่จะออกเดินทางเช้ามืด ก็ออกเดินทางตอนกลางคืนแทนแล้วนอนยาวในรถเช้าก็ถึงจุดหมาย ไม่ต้องเช่าโรงแรม ไม่เสียเวลา กลางคืนรถไม่ติด ไม่ร้อน ไม่ต้องรีบ ไม่เปลืองพลังงาน
บ้านเราทำถนนบ่อยนะครับ
Perl Thu, 15/10/2015 - 00:10
In reply to ผมอยากได้รถไร้คนขับมาก by jokerxsi
บ้านเราทำถนนบ่อยนะครับ สีพื้นถนนก็ลอกบ้าง บางที่ก็ราดยางมะตอยใหม่ ยังไม่ทาสีบ้าง บางที่ก็ขูดผิวถนนเหลือแต่ถนนลูกรังเป็นปีๆ บ้าง
พวกรถอัตโนมัติส่วนใหญ่จะใช้เส้นแบ่งถนนในการรักษารถให้อยู่ในเลนหน่ะครับ
เทคโนโลยีสมบูรณ์ แต่ถนนบ้านเรายังไม่พร้อมครับ :P
สรุปก็คือ ยังใช้ไม่ได้
tom1491 Thu, 15/10/2015 - 00:54
In reply to บ้านเราทำถนนบ่อยนะครับ by Perl
สรุปก็คือ ยังใช้ไม่ได้
ทีมทำรถอัตโนมัติของกูเกิลนี่ข
lew Thu, 15/10/2015 - 01:02
In reply to บ้านเราทำถนนบ่อยนะครับ by Perl
ทีมทำรถอัตโนมัติของกูเกิลนี่ขับเองโดยไม่มีเส้นถนนได้ตั้งแต่สมัยไปแข่ง DARPA Challenge แล้วครับ เพราะมีพื้นที่ที่เป็นทะเลทราย ถนนหายไปช่วงนึงเลย
รถไร้คนขับถ้าจะทำงานได้ดีต้อง
gotobanana Thu, 15/10/2015 - 07:59
In reply to ผมอยากได้รถไร้คนขับมาก by jokerxsi
รถไร้คนขับถ้าจะทำงานได้ดีต้องอยู่ด้วยกันอย่าเอามารวมกับรถที่มีคนคับเพราะไม่งั้น รถไม่สามาถช่วยอะไรคุณได้เลยในช่วงเวลาไม่ขาดฝัน
ที่หัวข้อ คนไร้คนขับ >
obnetarena Thu, 15/10/2015 - 00:11
ที่หัวข้อ
คนไร้คนขับ > รถยนต์ไร้คนขับ
หรือเปล่าครับ
เคสนาซ่านี่ยกตัวอย่างแปลกๆ
lew Thu, 15/10/2015 - 00:35
เคสนาซ่านี่ยกตัวอย่างแปลกๆ นะครับ คอมพิวเตอร์ที่นาซ่าส่งไปไกลๆ (เช่นดาวอังคาร) ได้ประสิทธิภาพยังต่ำมากพลังประมวลผลมีจำกัด จะควบคุมด้วยภาพที่ส่งมายังโลกการสื่อสารก็จำกัดมาก (latency สูงหลายนาที bandwidth ต่ำ)
ช่วงหลังอย่างดวงจันทร์การสำรวจก็แทบไม่ต้องการมนุษย์แล้ว นอกจากในแง่การแสดงความยิ่งใหญ่ของชาติ
ผมคิดว่าเขายกตัวอย่างเรื่องกา
tomomycenter Thu, 15/10/2015 - 07:57
In reply to เคสนาซ่านี่ยกตัวอย่างแปลกๆ by lew
ผมคิดว่าเขายกตัวอย่างเรื่องการบินขึ้น การลงจอด การจอดเทียบท่า อะไรประมาณนี้หรือเปล่า
ผมว่าปัจจัยควบคุมไม่ได้มันเยอ
time3957 Thu, 15/10/2015 - 10:35
In reply to ผมคิดว่าเขายกตัวอย่างเรื่องกา by tomomycenter
ผมว่าปัจจัยควบคุมไม่ได้มันเยอะกว่ารถเยอะนะครับ อย่างรถนี่เก็บข้อมูลกันเป็นปีๆ ข้อมูลช่วยระบบพิจารณามันเยอะกว่า
วิธีคิดของศาสตราจารย์ MIT
kipper Thu, 15/10/2015 - 02:13
วิธีคิดของศาสตราจารย์ MIT ที่ระบุว่าวิธีคิดในการพัฒนารถไร้คนขับของ Google นั้นล้าหลังนั้นล้าหลัง
แนวคิดศตวรรษที่ 20
fantast Thu, 15/10/2015 - 07:53
In reply to วิธีคิดของศาสตราจารย์ MIT by kipper
แนวคิดศตวรรษที่ 20 ที่ว่าคือพยายามทำให้เครื่องจักร(หุ่นยนต์ สมองกล อื่นๆ)เข้ามาทำหน้าที่แทนมนุษย์ แต่แนวคิดในยุคนี้คือการทำให้เครื่องจักรทำงานร่วมกับมนุษย์ ซึ่งถ้ามองแบบนี้แล้วแนวทางการพัฒนาที่กลูเกิ้ลทำจึงล้าหลังครับผม
เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน
โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับในข่าวครับ สมมุติออกแบบให้รถทำงานได้เอง 100% ความหลากหลายในการเกิดเหตุการต่างๆจะเยอะมาก ซึ่งยากและต้องใช้พลังในการพัฒนาเยอะ ในอีกทางหากออกแบบให้รถยนต์ทำงานแทนมนุษย์ได้สัก 70-80% กรณีออกแบบก็จะลดลง การออกแบบจะครอบคลุมมากขึ้น ส่วนที่ถูกควบคุมและตรวจสอบโดยมนุษย์จะถูกพัฒนาขึ้น ซึ่งมันจะสอดคล้องต่อการใช้งานจริงในทางปฏิบัติ เพราะยังไงมนุษย์ยังคงต้องสั่งการรถอัจฉริยะนี่อยู่ดี :)
นึกว่า ศ.
saknarak Thu, 15/10/2015 - 06:14
นึกว่า ศ. จะเสนอวิธีการที่ไม่ล้าหลังซะอีก
+1
PriteHome Thu, 15/10/2015 - 15:33
In reply to นึกว่า ศ. by saknarak
+1
ผมที่ศ.พูดคือ มันไม่มี100%
gingtalk Thu, 15/10/2015 - 06:51
ผมที่ศ.พูดคือ มันไม่มี100% คนไม่มี100 ออโต้ก็ไม่ควร100 ควรจะหาจุดที่บาลานซ์ระหว่างออโต้กับแมนนวล
คิดเหมือนกันครับผม
fantast Thu, 15/10/2015 - 07:53
In reply to ผมที่ศ.พูดคือ มันไม่มี100% by gingtalk
คิดเหมือนกันครับผม
ยกตัวอย่างซักระบบนะครับ เครื่
Log Thu, 15/10/2015 - 08:26
ยกตัวอย่างซักระบบนะครับ
เครื่องบินระบบ Auto pilot ก็ยังทำงานหลักคือบินตรงบินระดับหรือตามที่นักบิน Set ไว้ ถ้าต้องลงจอดหรือมีเหตุการณ์ผิดปกติก็จำเป็นต้องกลับมาควบคุมโดยนักบิน เนื่องจากระบบควบคุมการบินไม่สามารถออกแบบให้ครอบคลุมเหตุการณ์ที่มีควบซับซ้อนได้จากทั้งปัจจัยภายในเช่น Sensor เสียบางตัวหรือทุกตัว เครื่องยนต์หยุดทำงาน สภาพอากาศ หรือปัจจัยภายนอกเช่น ILS หรือ GPS หยุดทำงาน
ฉะนั้นผมมองว่าระบบของรถยนต์ในอนาคตก็ควรจะเป็นเช่นนี้ ให้รถขับได้เองทางไกล โดนคนขับก็ยังคงอยู่หลังพวงมาลัย แล้วถ้ามีเหตุการณ์ผิดปกติระบบ Auto จะยกเลิก รถจะจอดเข้าข้างทางให้อัตโนมัติ ถ้าอยู่ในเมืองหรือจุดที่มีรถเยอะก็แนะนำให้ใช้ระบบ Manual
ตอนนำเครื่องบินขึ้นก็เห็นบังค
OXYGEN2 Thu, 15/10/2015 - 08:29
In reply to ยกตัวอย่างซักระบบนะครับ เครื่ by Log
ตอนนำเครื่องบินขึ้นก็เห็นบังคับมืออยู่เลย เปิด Autopilot ขึ้นได้แล้ว แบบนี้ไม่ถือว่าอัตโนมัติทั้งหมดนะครับ ไม่งั้นจะมีนักบินไปทำไม ให้เครื่องบินบินเองไปเลย
มีนักบินไว้คอยตรวจดูสิ่งผิดปก
GodPapa Thu, 15/10/2015 - 10:01
In reply to ตอนนำเครื่องบินขึ้นก็เห็นบังค by OXYGEN2
มีนักบินไว้คอยตรวจดูสิ่งผิดปกติ
กรณีจำเป็นต้องเข้าควบคุมเครื่อง
สงสัยจะอธิบายงงไป Take Off
Log Thu, 15/10/2015 - 10:10
In reply to ตอนนำเครื่องบินขึ้นก็เห็นบังค by OXYGEN2
สงสัยจะอธิบายงงไป Take Off นี้ต้อง Manual อยู่แล้ว อยู่ในสนามบินหรือกำลังขึ้น/ลง เป็นระบบ Manual ทั้งหมด ระบบ Auto เอาไว้ตอนบินขึ้นไปในอากาศแล้วเท่านั้นเพื่อลดภาระงานนักบิน นักบินก็ไปทำงานเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารกับหอแทน รวมถึงคอย Monitor ระบบต่าง ๆ ว่ายังทำงานดีอยู่ การที่ต้องมีนักบินไว้บนเครื่องเป็นเรื่องของความปลอดภัย และในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่ปกตินักบินก็ต้องเข้าไปแก้ปัญหา
ลองคิดดูง่าย ๆ ว่าจะกล้านั่งเครื่องบินที่ไร้คนขับจริง ๆ กันหรือเปล่าครับ? อย่างน้อย ๆ นักบินก็กลัวตายเหมือนกันเขาก็ต้องพยายามอย่างที่สุดเพื่อรักษาชีวิตทุกคนไว้ ที่จริงอาจจะมากกว่าชีวิตของตัวเองด้วยซ้ำ
ขอแย้งนิดนึงนะครับ ระบบ Auto
nessuchan Thu, 15/10/2015 - 14:06
In reply to สงสัยจะอธิบายงงไป Take Off by Log
ขอแย้งนิดนึงนะครับ ระบบ Auto Takeoff หรือ Landing เครื่องบินพาณิชย์ปัจจุบันก็มีครับ แต่อย่างที่ท่านว่านะครับ ในสภาพปกติแล้วเค้าจะไม่ใช้กันครับ เพราะบางอย่างมันมีเหตุฉุกเฉินอาจจะต้องให้คนเข้าควบคุมแทน เลยใช้นักบินขับแทน
แต่ระบบ Auto Landing นั้น จะใช้ในกรณีที่ทัศนะวิสัยเป็น 0 ครับเช่นหมอกลงจัดมากจนไม่สามารถมองเห็นรันเวย์ได้ และจำเป็นต้องลงจอด เค้าจะใช้ระบบ Auto ในการลงจอดครับเพื่อช่วยนักบินในการลงจอดแทน
แต่เรื่องของ Take off นี่ถ้าทัศนวิสัยเป็น 0 จริง ๆ เค้าเลือกที่จะเลื่อนไฟลต์มากกว่าครับ (แต่ระบบ Auto Take off ก็มีนะ)
อย่าให้เป็น Skynet ก็พอ ฮ่าๆ
TeamKiller Thu, 15/10/2015 - 08:35
อย่าให้เป็น Skynet ก็พอ ฮ่าๆ
คิดว่าต้องสร้างถนนใหม่ที่แยกจ
Dakenfuverymuch Thu, 15/10/2015 - 08:57
คิดว่าต้องสร้างถนนใหม่ที่แยกจากปกติไปเลย เวลาเดินทางไกล
ตอนนี้มนุษย์ขับเองก็ชนกันสนั่
maoIndie Thu, 15/10/2015 - 09:03
ตอนนี้มนุษย์ขับเองก็ชนกันสนั่นอยู่แล้วนี่ ปีนึงตายจากรถกี่คน
ถ้ารถอัตโนมัติมันทำได้ดีกว่าในทางสถิติก็ถือว่าก้าวหน้าแล้วหล่ะ
แนวคิวก็คือแนวคิด
Aoun Thu, 15/10/2015 - 09:18
แนวคิวก็คือแนวคิด ผลิตภัณฑ์ในวันนี้คือแนวคิดในอดีตซึ่งนานแค่ไหนก็ไม่รู้
แต่แนวคิดที่ไปไกลแต่สร้างเป็นรูปธรรมในวันนี้ไม่ได้ ก็ทำเป็นGCไปก่อนครับ อย่าเพิ่งขวาง
ยกตัวอย่าง เครื่องCommonrail ในรถดีเซล มันเป็นแนวคิดมาร่วมๆครึ่งศตวรรษ แต่การใช้แรงดันน้ำมันสูงในยุคนั้นมันยังทำไม่ได้ และช่วงนั้นรถมะกันเน้นเครื่องแรงๆ ไม่สนเรื่องซดน้ำมันเยอะ(น้ำมันยังถูก) แนวคิดแม้นมีการพัฒนา แต่การผลิตก็ถูกพับเก็บไว้ก่อน
รถไร้คนขับ = ultron
xmas Thu, 15/10/2015 - 09:27
รถไร้คนขับ = ultron ระบบอัตโนมัติโดยสมบูรณ์
รถจะทำตามที่มนุษย์ต้องการ= jarvis ระบบอัตโนมัติที่เชื่อถือได้ ปลอดภัยและมีการทำงานร่วมกับมนุษย์
autopilot ต้องพัฒนาต่อจนก้าวไประดับ jarvis รึเปล่าครับ
ส่วนทาง google กำกำลังทำ ai ให้กลายเป็นระดับ ultron
สรุปว่า google เป็นทีมนักวิทยาศาสตร์ของ hydra
ส่วน MIT เป็นทีมนักวิทยาศาสตร์ของ shield
ล้ำ
Log Thu, 15/10/2015 - 10:12
In reply to รถไร้คนขับ = ultron by xmas
ล้ำ
ลึก
nario Fri, 16/10/2015 - 13:52
In reply to รถไร้คนขับ = ultron by xmas
ลึก
พูดถึงศตวรรษที่ 20 แล้ว
kswisit Thu, 15/10/2015 - 09:39
พูดถึงศตวรรษที่ 20 แล้ว ความรู้สึกมันอนาคตมากเลยนะ ตอนเด็กๆ น่ะ
แต่ในข่าวบอกศตวรรษที่ 20 ล้าหลัง งั้นตอนนี้มันศตวรรษที่เท่าไหร่แล้วล่ะ???
21 ครับ -..-'
lingjaidee Thu, 15/10/2015 - 09:58
In reply to พูดถึงศตวรรษที่ 20 แล้ว by kswisit
21 ครับ -..-'
นับยังไงครับ? - -a
kswisit Thu, 15/10/2015 - 10:06
In reply to 21 ครับ -..-' by lingjaidee
นับยังไงครับ? - -a
ถ้าเอาง่ายๆก็ ปี ค.ศ. หาร 100
PikaboyZ Thu, 15/10/2015 - 10:15
In reply to นับยังไงครับ? - -a by kswisit
ถ้าเอาง่ายๆก็ ปี ค.ศ. หาร 100 ปัดเศษขึ้น
ศตวรรษ คือ ทุก 100 ปี ปีนี้ปี 20XX นั่นคือ (20*100) + XX คือเราเลย 20 มาแล้ว อยู่ใน 21 แล้วครับ
สาบานนะว่านี่ง่ายแล้ว? 5555
nario Fri, 16/10/2015 - 13:54
In reply to ถ้าเอาง่ายๆก็ ปี ค.ศ. หาร 100 by PikaboyZ
สาบานนะว่านี่ง่ายแล้ว? 5555
ค.ศ. 1-99 นับเป็นศรรตวัตที่
Niiskandar Thu, 15/10/2015 - 10:17
In reply to นับยังไงครับ? - -a by kswisit
ค.ศ. 1-99 นับเป็นศรรตวัตที่ 1
ค.ศ. 100-199 นับเป็นศรรตวัตที่ 2
ค.ศ. 200-299 นับเป็นศรรตวัตที่ 3
.
.
ค.ศ. 1000-1099 นับเป็นศรรตวัตที่ 11
.
.
ค.ศ. 1900-1999 นับเป็นศรรตวัตที่ 20
ค.ศ. 2000-2099 นับเป็นศรรตวัตที่ 21
สรุปง่ายๆ
kswisit Thu, 15/10/2015 - 14:43
In reply to นับยังไงครับ? - -a by kswisit
สรุปง่ายๆ เอาสองหลักหน้าบวกด้วย 1 นะครับ (:
ผมว่ายุค 20 นั้น คือความฝัน
Fasndee Thu, 15/10/2015 - 10:34
ผมว่ายุค 20 นั้น คือความฝัน ยุคนี้คือใกล้ความจริงไปอีกระดับมากกว่า
ยุคนั้น AI ยังไม่ฉลาดเท่านี้ ความตื่นตัวไม่ว่าจะเรื่องของความรู้ สังคม อุปกรณ์สำหรับ AI เต็มรูปแบบก็ยังไม่พร้อมเท่านี้ เดี๋ยวนี้มี AI ที่ดีขึ้นมาก มีกฎหมายที่ว่าเกี่ยวกับการทำงานอัตโนมัติ หรือพูดถึงเรื่องนี้กันมากขึ้น
ผมคิดมาตั้งแต่เด็กว่า รถมันจะไม่ติดนานขนาดนี้เลย ถ้า 1 ในสาเหตุสำคัญอย่างนึงได้ถูกแก้ไขคือ ไฟแดง แล้วรถคันที่ 2 เป็นต้นไปจะออกตัวช้าไปเรื่อย ๆ เพราะต้องรอสักพักให้คันก่อนหน้าขับห่างออกไปซักเล็กน้อย แต่ถ้าระบบรถอัตโนมัติ ทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติอื่น ๆ พร้อมเพียงกันแล้ว (เมื่อไหร่ไม่รู้) เช่น
รถทุกคันในบริเวณไฟแดงรับรู้ว่ารถคัน รับรู้ว่ารถคันไหนขับเคลื่อนอัตโนมัติ หรือบังคับด้วยคน
ถ้าส่วนใหญ่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ จะเปลี่ยนโหมดการออกตัวตอนไฟเขียวแบบขับเคลื่อนพร้อมกันยกแผงไปเลยเมื่อไฟเขียว (ไม่ต้องรอรถคันหน้าออกตัวไปสักระยะ) ผลคือรถคันที่ 100 จะเคลื่อนตัวพร้อมกับรถคันที่ 1 แถวหน้าไฟแดง ตรงนี้การระบายรถจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นมาก
ระบบนำทางเส้นทางจราจรจะรายงาน ทำงานควบคู่กับรถที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ แจ้งเส้นทางที่เร็วที่สุด ปรับเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติ ระบบนำทางกลางรับรู้ถึงจุดหมายของเส้นทางรถแต่ละคัน และทำให้พยากรณ์ล่วงหน้าได้ว่า การจราจรจะคับคังตอนไหน และใช้ข้อมูลต่าง ๆ มาแนะนำรถแต่ละคันว่าควรทำอย่างไร
จินตาการสำคัญกว่าความรู้
benz3d Thu, 15/10/2015 - 10:42
จินตาการสำคัญกว่าความรู้ ใช้ตรรกะเหตุผลมากเกินไป ไม่อาจจะคิดออกนอกกรอบไปได้
มันถูกออกแบบตามวัตถุประสงค์อย
akira Thu, 15/10/2015 - 10:51
มันถูกออกแบบตามวัตถุประสงค์อยู่แล้วว่าจะต้องไม่มีคนขับ เพราะ Google ต้องการให้เป็นบริการรถสาธารณะเป็นหลักมากกว่า ถ้าต้องการลดต้นทุนรถสาธารณะให้ต่ำที่สุด วิธีง่ายที่สุดก็คือ ลดค่าใช้จ่ายประจำที่มีมูลค่าสูงสุด นั้นก็คือ คนขับนั่นเอง แต่ถ้ามีปัญหาทางกฎหมาย เดี๋ยวก็คงมีพวงมาลัยเล็กๆ กับคันเร่ง และเบรค แบบรถเด็กเล่น วางตรงตำแหน่งเดิมของผู้ขับ ไว้แก้ข้อกฎหมาย
ซึ่งผมว่ากฎหมายที่แก้ไขออกมาน่าจะประมาณนี้ คือ ต้องมีอุปกรณ์ที่ทำให้สามารถเข้าควบคุมได้ แต่ไม่ระบุว่าจะต้องมีผู้ขับประจำ หรือพนักงานประจำรถ (เขียนให้กำกวมหน่อย ให้ไปตีความอีกทีเวลาเกิดอุบัติเหตุจากรถอัตโนมัติ)
ระบบจะสมบูรณ์ได้ คือ
100dej Thu, 15/10/2015 - 11:43
ระบบจะสมบูรณ์ได้ คือ ทุกอย่างต้องอยู่ในระบบ
ผมว่าล้าหลังจริงๆแหละครับ ลอง
bicsturgeon Thu, 15/10/2015 - 13:04
ผมว่าล้าหลังจริงๆแหละครับ
ลองคิดดูนะครับ สมมติว่าเรานั่งอยู่ในรถที่วิ่งเองได้อัตโนมัติ แรกๆเราคงไม่ค่อยไว้ใจไม่สบายใจ ไม่กล้านั่งพิงเบาะสบายๆ ต้องนั่งตัวแข็ง ตัวโก่ง ลุ้นอยู่ตลอดเวลา ยิ่งทดสอบระยะทางไกลๆ ก็จะเมื่อยหลัง ปวดหลัง ล้าหลังจริงๆครับ
// ไปละครับ สวัสดีครับ ฟิ้วว...
ถ้าจะทำจริงๆ
MaxxIE Thu, 15/10/2015 - 13:31
ถ้าจะทำจริงๆ เวลาขับขี่จริงท้องถนนก็ควรมีแต่รถไร้คนขับ
ต้องเลิกให้คนขับรถเองทั้งหมดไปเลย
เหลือแค่ปุ่มฉุกเฉินไว้ ในเหตุการณ์ฉุกเฉินก็พอ