อาจเรียกได้ว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการเสื่อมความนิยมในการทำเว็บไซต์แบรนด์ดอทคอม หลังจาก Nescafé แบรนด์กาแฟในเครือ Nestlé ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก ประกาศเลิกทำเว็บไซต์ของตัวเอง และหันไปใช้บริการแพลตฟอร์มไมโครบล็อกอย่าง Tumblr แทน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ต่อเนื่องมาจากการรีแบรนด์เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม ซึ่งทาง Michael Chrisment หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Nescafé ออกมาให้ความเห็นว่าการทำเว็บไซต์แบรนด์ดอทคอมแบบเดิมๆ นั้น เป็นภาพสะท้อนของการพูดคุยกับลูกค้าในแบบที่ผ่านมา การเปลี่ยนไปใช้ระบบใหม่จะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และสร้างความสัมพันธ์ได้แนบแน่นกว่าเดิม ทั้งฐานลูกค้าปัจจุบัน และเข้าถึงลูกค้าวัยรุ่นได้ดีขึ้น
นอกจากจะเปลี่ยนไปใช้ Tumblr แล้ว การจัดการเนื้อหาใน Nescafé ก็เปลี่ยนไปใช้ภาพเพื่อชูจุดเด่นของกาแฟมากขึ้น และใช้ภาพประกอบที่ล้อกับโลโกใหม่ที่เพิ่งปรับมา การเปลี่ยนมาใช้ Tumblr ยังทำให้สามารถเข้าถึงความเห็นของผู้ใช้ได้รวดเร็ว และดูเป็นกันเองมากกว่าที่เคย
พร้อมกับการปรับนโยบายครั้งนี้ Chrisment ยังระบุว่าจะนำงบการตลาดที่เคยทุ่มกับสื่อหลัก มาลงทุนกับโซเชียลเน็ตเวิร์คให้มากขึ้นอีกด้วย
ที่มา - The Drum
on
Why not both?
pepporony Fri, 18/09/2015 - 19:22
Why not both?
ถ้าใช้ Tumblr
Elysium Fri, 18/09/2015 - 19:42
In reply to Why not both? by pepporony
ถ้าใช้ Tumblr ก็จะแค่ผลิตคอนเทนท์อย่างเดียว ไม่ต้องดูแลเว็บเอง (ผมเข้าใจตื้นไปหรือเปล่า)
ผมว่าก็ดีนะแบบนั้น
Fzo Fri, 18/09/2015 - 20:14
In reply to ถ้าใช้ Tumblr by Elysium
ผมว่าก็ดีนะแบบนั้น แค่ผลิตและดูแลคอนเทนท์ เรื่องทางเทคนิคต่างๆ ตัดไปได้เลย ( ทุกช่องทางที่เป็น social network )
ทุกวันนี้ไม่กล้าเปิดดู Tumblr
papos Sun, 20/09/2015 - 00:07
In reply to ผมว่าก็ดีนะแบบนั้น by Fzo
ทุกวันนี้ไม่กล้าเปิดดู Tumblr ในที่สาธารณะเลยนะ 555
คือผมคิดว่าเว็บหลักก็ทำแค่ข้อ
pepporony Mon, 21/09/2015 - 06:36
In reply to ถ้าใช้ Tumblr by Elysium
คือผมคิดว่าเว็บหลักก็ทำแค่ข้อมูล official ต่างๆ ซึ่งไม่ได้อัพเดตบ่อยอยู่แล้ว ส่วนพวก marketing ก็ไป social network services ทั้งหลายแหล่
มันน่าจะทำคู่กันไปได้
ผมว่าไม่แปลกหรอก
kiva Fri, 18/09/2015 - 20:15
ผมว่าไม่แปลกหรอก หลังๆผมไม่ค่อยเข้าเว็บดอทคอมเลยมีอะไรก็ติดตามผ่านเฟซบุ๊คไม่ก็ไลน์ มีอะไรก็แจ้งให้เรารู้สนใจก็กดลิงค์ดูเอา แถมเวบดอทคอมก็ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเลย ต้องฝากคำถามไว้กว่าจะตอบก็นาน แต่พอใช้เฟซบุ๊คก็ได้คำตอบรวดเร็วดี
เป็นวิธีคิดที่แปลกมาก
hostingdigg Fri, 18/09/2015 - 21:29
เป็นวิธีคิดที่แปลกมาก เพราะมันไม่ได้มีแนวโน้มการยกเลิกเว็บไซต์เลย มีแต่จะจะใช้พวกแพลทฟอร์มอื่นเป็นตัวเจาะกลุ่มเป้าหมายเพิ่ม แต่นี่จะย้ายไปอยู่เพลทฟอร์มเค้าเลย ผมมั่นใจว่าการตลาดยังไม่มีเทรนนี้..หรือเค้าจะเป็นเทรนเซ็ตเตอร์
นี่ยังไม่นับว่าบน Tumblr เป็นแหล่งรวมภาพหวิวที่เจ๋งที่สุด ดีไม่ดี Search ผิดๆ ถูกๆ ไปเจอของดีเข้าให้ :D
บ้านเราไม่ฮิต
Elysium Fri, 18/09/2015 - 21:34
In reply to เป็นวิธีคิดที่แปลกมาก by hostingdigg
บ้านเราไม่ฮิต แต่เมืองนอกแบรนด์หรือศิลปินใช้ Tumblr เป็นช่องทางสื่อสารกับแฟนๆ ตั้งนานแล้วครับ
เอาไว้ดูคลิปอย่างว่า
runnary Sat, 19/09/2015 - 13:01
In reply to บ้านเราไม่ฮิต by Elysium
เอาไว้ดูคลิปอย่างว่า อย่างเดียวเลยผม
+1 บรรทัดสุดท้าย
TheOrbital Sat, 19/09/2015 - 08:25
In reply to เป็นวิธีคิดที่แปลกมาก by hostingdigg
+1 บรรทัดสุดท้าย ยังคิดอยู่ว่าแหล่งรวมเลยนะที่นั่น
ปล. บางทีก็ไม่ได้ Search ผิดๆถูกๆหรอก ;D
คิดว่ามันก็คล้ายๆ
zipper Sat, 19/09/2015 - 00:27
คิดว่ามันก็คล้ายๆ กับสร้างเพจเฟซบุ๊คละนะ แต่ก่อนเราจะทำอะไรก็สร้างเว็บเอง แต่ว่ามันใช้เวลาและต้องใช้คนที่มีความสามารถทางคอมพิวเตอร์ในการทำหน้าเว็บซักหน้า แต่เพจเราไม่ต้องอะไรมาก สมัครก็เปิดได้แล้วแถมฟีเจอร์ที่จำเป็นก็มีพร้อม คือเราโพสแจ้งข่าวสารได้ ลูกค้าติดต่อกับเราได้โดยการทิ้งข้อความไว้ที่หน้า wall หรือจะ inbox คุยสดๆ ก็ได้
Tumblr ไม่แน่ใจว่าสามารถ chat กันได้หรือเปล่าแต่การไปเขียนคอมเม้นท์ได้ก็สามารถสร้างปฎิสัมพันธ์กับลูกค้าได้เหมือนกัน อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าลูกค้าคิดยังไง
ตอนแรกผมหาตัว "é"
nhongcm77 Sat, 19/09/2015 - 00:38
ตอนแรกผมหาตัว "é" บนคีย์บอร์ดไม่เจอ ที่แท้ก็นะ
alt+0233 ครับ
TheOrbital Sat, 19/09/2015 - 08:29
In reply to ตอนแรกผมหาตัว "é" by nhongcm77
alt+0233 ครับ
เว็บไซต์ของบริษัท
Digitech Sat, 19/09/2015 - 11:38
เว็บไซต์ของบริษัท เป็นความหน้าเชื่อถือ ส่วนใหญ่ก็ทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไป เว็บไซต์ออกแบบตามใจเราได้