Tags:
Node Thumbnail

เมื่อเดือนเมษายน อิหร่านประกาศเตรียมตัดอินเทอร์เน็ต สร้างบริการอินทราเน็ตใช้ในประเทศภายในห้าเดือน ล่าสุดรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงไอซีทีของอิหร่านได้ประกาศเปิดตัวเครือข่ายอย่างเป็นทางการแล้ว

หลังการประกาศไม่กี่ชั่วโมง รัฐบาลอิหร่านได้ทำการปิดการเข้าถึง Google Search และ Gmail ทันที พร้อมทั้งกรองข้อมูลจากบริการทั้งสองอย่างไม่มีกำหนด โดยประเด็นนี้ ISNA คาดว่าเป็นเหตุมาจากวิดีโอ Innocence of Muslims ที่เผยแพร่ใน YouTube ซึ่งสร้างความระส่ำระสายให้กับโลกมุสลิม แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีการยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับจริงหรือไม่

ส่วนเครือข่ายอินทราเน็ตของอิหร่านมีแผนจะเปิดใช้จริงภายในเดือนมีนาคม 2013 นี้ครับ

ที่มา - Reuters

Get latest news from Blognone

Comments

By: NgOrXz
iPhoneAndroidWindows
on 24 September 2012 - 17:38 #479044
NgOrXz's picture

ก็ยิ่งแคบลงไปอีกนะสิ คราวนี้ รัฐบาลจะปลุกปั่นอะไรก็ทำได้สบายๆ เลย น่ากลัวเพิ่มขึ้นไปอีก

By: nest3d
iPhoneAndroid
on 24 September 2012 - 17:40 #479045

ก็ยังใช้ Bing กับ Hotmail ได้อยู่นะ เค้าปิดกั้นแค่ product ของ Google

จากที่ศึกษามาคนประเทศนี้น่ารักมากๆ เป็นประเทศนึงใน list นี่อยากไปเที่ยว
ส่วนเรื่องศาสนามันอ่อนไหว ผมเข้าใจ - -"

By: pittaya
WriterAndroidUbuntuIn Love
on 24 September 2012 - 17:45 #479050
pittaya's picture

บ้านเราควรไปดูงาน เอาเป็นเยี่ยงอย่างครับ


pittaya.com

By: Architec
ContributorWindows PhoneAndroidWindows
on 24 September 2012 - 17:50 #479056 Reply to:479050

ที่เป็นอยู่นี่ชีวิตก็ป๊อบจะตายแล้วครับ

By: incredibles
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
on 24 September 2012 - 18:09 #479078

ทำอะไรก็เรื่องของเค้าเถอะครับ ประเทศนี้มันเป็นเอกเทศอยู่แล้ว ไม่รู้ป่าวนี้โครงการนิวเคลียร์ไปถึงไหนแล้ว

By: viroth
ContributorBlackberryIn Love
on 24 September 2012 - 18:48 #479110
viroth's picture

ผมเห็นด้วยกับเค้านะ เรื่องประเด็นนี้

By: terminus
ContributorJusci's WriterMEconomicsUbuntu
on 25 September 2012 - 01:21 #479316 Reply to:479110

เหรอครับ สมมติถ้าเปลี่ยนเป็นประเทศไทยเปิดอินทราเน็ตของตัวเอง แล้วกั้นช่องทางอินเตอร์เน็ตทั้งหมด คุณจะยังคงเห็นด้วยมั้ย?

religious right คือเรื่องแหกตาของการใช้ intolerance ครับ ศาสนาไม่ควรได้รับสิทธิอะไรเลยจากทางกฏหมายหรือทางสังคม นอกจากสิทธิในการถูกจำกัดให้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ห้ามไม่ให้ใช้เกินกว่านั้น

By: RyoDaii
Windows PhoneAndroidWindows
on 24 September 2012 - 19:30 #479126

สมัยก่อนนี่เป็นประเทศที่เปิดกว้างมากๆ เดี๋ยวนี้ทำไมเป็นแบบนี้ไม่รู้

By: Nics
iPhoneAndroidWindows
on 25 September 2012 - 19:44 #479890 Reply to:479126

สมัยก่อนระบอบกษัตริย์ครับ ค่อนข้างละเลยศาสนา เลยโดยกลุ่มเคร่งศาสนาล้มแล้วตั้งเป็นรัฐอิสลาม

By: schanon
Android
on 24 September 2012 - 20:03 #479147
schanon's picture

ประเทศไทยก็มีคนอยากทำแบบนั้นอยู่ คงจะอิจฉาอิหร่านแย่เลย หึหึ

By: crucifier
iPhoneAndroidUbuntu
on 24 September 2012 - 20:41 #479160

ถ้าคลิปแค่นี้ถึงกับระส่ำระสายก็คงจะ innocence จริงๆ ล่ะ

By: plawanja
Android
on 24 September 2012 - 22:18 #479184 Reply to:479160
plawanja's picture

มันสะสมกันมามั้งครับ ความรู้สึกระหว่างชาวมุสลิมกับชาวคริสต์

clip มันแค่มาเปลี่ยนความโกรธแค้นให้กลายเป็นรูปธรรมขึ้นแค่นั้น

By: crucifier
iPhoneAndroidUbuntu
on 24 September 2012 - 22:32 #479189 Reply to:479160

ก็พอจะเข้าใจที่มานะครับ แต่...โลกจะต้องเดินไปตามเส้นทางแห่งความขัดแย้งแบบนี้จนสูญสลายกันไปข้างจริงๆ เหรอ

By: nant
ContributorWindows PhoneRed HatUbuntu
on 24 September 2012 - 22:45 #479194 Reply to:479189

ครับ

By: HMage
AndroidWindows
on 25 September 2012 - 00:22 #479273 Reply to:479189

โลกเรามีวงจรคล้าย sine curve ที่ amplitude สูงขึ้นเรื่อยๆ แหละครับ

มีขึ้นย่อมมีลง มีคนได้ย่อมมีคนเสีย (ไม่งั้นจะได้มาจากใครล่ะ) และนิสัยมนุษย์ชอบพัฒนาตนเองให้สูงขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าย่อมมีคนต่ำลงเรื่อยๆ เช่นกัน จนสุดท้ายก็ บรึ้ม! กลายเป็นโกโก้ครั้นช์ กันหมดทุกคน

By: terminus
ContributorJusci's WriterMEconomicsUbuntu
on 25 September 2012 - 02:30 #479339 Reply to:479273

อันนั้นอาจจะเป็นมุมมองความรู้สึกของเราซึ่งรับรู้และอยู่กับเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วอายุคน

ผมมีข้อมูลบางอย่างจะให้ดูเกี่ยวกับ trend ของความรุนแรงที่มนุษย์กระทำต่อกัน เป็น trend ที่กินช่วงระยะเวลายาวขึ้นมาสักหน่อย และเป็นการเปรียบเทียบในรูปของเปอร์เซ็นต์ที่ประมาณการณ์หรือบันทึกจากข้อมูลจริง ไม่ใช่จำนวนสุทธิของรายงานความรุนแรงผ่านทางสื่อ

กราฟแรกเป็นร้อยละของจำนวนคนตายในสงครามเทียบกับจำนวนรวมของประชากรท้องถิ่น แท่งกราฟชุดแรกคือยุคก่อนประวัติศาสตร์ ชุดสองคือยุค hunter-gatherer ขุดสามคือยุคที่เริ่มมีเกษตรกรรมและชนเผ่า ขุดที่สี่คือยุคที่มีรัฐ

No Description

จะเห็นว่ายุคสมัยของเรา มีจำนวนคนตายในสงครามเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์น้อยกว่าเผ่าส่วนใหญ่ในยุคอดีต แม้แต่เผ่าที่ "สงบ" ที่สุดในยุคอดีตก็ทำได้ไม่ดีไปกว่ามนุษย์ยุคศตวรรษที่ 20 ขนาดในช่วงสงครามโลกที่มีคนตายหลักล้านหรือสิบล้าน เปอร์เซ็นต์คนที่ตายยังน้อยกว่าสงครามระหว่างเผ่าในยุคชนเผ่ากสิกรรมเสียอีก (อย่าลืมว่าเป็นการเปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์)

กราฟที่สองเป็นร้อยละของจำนวน homicide (การฆาตกรรม) ต่อ ปี ต่อจำนวนรวมของประชากร 100000 คน ของประเทศยุโรปบางประเทศ ระหว่างปี ค.ศ. 1200-2000

No Description

จะเห็นว่ามันลดลงอย่างต่อเนื่อง มีกระตุกขึ้นบ้างในบางช่วงสั้นๆ ถ้าดูเผินๆ มันก็ค่อยๆ ลดลง แต่สังเกตดีๆ ครับ กราฟนี้เป็นกราฟ semilog แกนตั้งเป็น logarithmic scale นั่นคือแต่ละขีดห่างกันสิบเท่า! ขนาดผมที่คิดว่ามาตรฐานจริยธรรมของเรามีแนวโน้มสูงขึ้นมาตลอด ผมยังตกใจเลยเมื่อเห็นกราฟนี้ครั้งแรก เพราะผมไม่นึกว่ามนุษยชาติโดยรวมจะทำได้ดีขนาดนี้ในเวลาไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมา (และหวังว่าเราจะพยายามทำดีต่อไป ไม่ใช่ทำให้มันกลับไปแย่กว่าเก่า)

นอกจากข้อมูลพวกนี้ก็ยังมีหลักฐานอีกหลายอย่างที่ชี้ให้เห็นว่ามาตรฐานของเราดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เอาเป็นว่าถ้าชาวบ้านในยุคศักดินาข้ามเวลามาโผล่ในยุคของเรา เขาจะตกใจมากที่ได้รู้ว่าเราสามารถเดินทางออกจากบ้านไปทำงานทุกวันได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกโจรฆ่าตายและไม่ต้องคอยห่วงว่าพี่สาวน้องสาวที่บ้านจะถูกอัศวินหรือขุนนางจับไปข่มขืน และเขาจะยิ่งตกใจกว่านั้นอีกเมื่อได้เห็นว่าผู้หญิงชาวบ้านธรรมดาก็ออกไปทำงานนอกบ้านเพียงลำพังในสถานที่เดียวกับผู้ชายต่างหมู่บ้านได้โดยไม่โดนข่มขืน

ภาพกราฟพวกนี้ผมตัดเอามาจากหนังสือของ Steven Pinker ชื่อ The Better Angels of Our Nature

By: Architec
ContributorWindows PhoneAndroidWindows
on 25 September 2012 - 11:05 #479483 Reply to:479339

อยู่กลุ่ม Atheist ใน Facebook รึเปล่าครับ? ถ้ายังก็ว่าจะชวนเข้าซะหน่อย

By: terminus
ContributorJusci's WriterMEconomicsUbuntu
on 26 September 2012 - 04:10 #480283 Reply to:479483

ไม่ครับ ผมไม่คิดว่ากลุ่ม atheist อันไหนๆ ของคนไทยเป็นประโยชน์สำหรับผม ปัญหาหลักของคนที่เรียกตัวเองว่าเป็น atheist ในประเทศไทย คือ ไม่สามารถโยงความสัมพันธ์ในการวิเคราะห์ศาสนา Abrahamic มาใช้กับศาสนา Dharmic (เช่น พุทธ) แม้แต่เรื่องผิดปกติที่เห็นได้ชัดเจน เช่น หลักสูตรวิชาพระพุทธศาสนาในโรงเรียน ผมก็ไม่เคยเห็นมี atheist ไทยคนไหนพูดหรือแม้แต่จะนึกถึง

การประกาศเป็น atheist มันดูเหทือนเท่ แต่มันไม่ยากเลยในบริบทไทยที่ศาสนา Abrahamic ไม่ใช่ศาสนาหลัก แทบไม่ต้องเผชิญอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะศาสนาพุทธก็เคลมตัวเองเป็น atheistic หรือ non-theistic อยุ่แล้ว

ที่สำคัญคือ atheist คนไทยเท่าที่ผมเคยคุยด้วย "อ่านหนังสือน้อยเกินไป" ซึ่งก็ไม่ต่างจากคนไทยส่วนใหญ่ เอาเข้าจริงผมว่า 90% ของคนไทยที่เรียกตัวเองว่าเป็น atheist ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็น atheist และศาสนามีปัญหาอะไรกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์, สังคม, อำนาจรัฐ บ้าง

By: Nics
iPhoneAndroidWindows
on 25 September 2012 - 19:46 #479894 Reply to:479339

โอ้ววว สุดยอดครับ ผมเชื่อมาตลอดว่าคนปัจจุบันศีลธรรมดีขึ้นกว่าในอดีต ^^

By: Be1con
ContributorWindows PhoneWindowsIn Love
on 25 September 2012 - 00:29 #479278
Be1con's picture

อนาถอีกรอบ


< Code | Design | Life | Blogger | Beyond >

By: StatusQuo
iPhoneWindows PhoneAndroidWindows
on 25 September 2012 - 04:28 #479373

จะได้ลง Guinness World Record ว่าเป็น intranet ที่ใหญ่ที่สุดไหมนะ ไม่แน่นะเขาอาจอยากมีอะไรที่เป็นที่สุดในโลกก็ได้!

By: nest3d
iPhoneAndroid
on 25 September 2012 - 11:52 #479540 Reply to:479373

เค้าคงไม่คิดเหมือนคนไทยมั้งครับ - -"