ในงานเปิดตัวสินค้าใหม่ของแอปเปิลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Apple Watch รุ่นใหม่ Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เรียกว่า Audio Intelligence โดยใช้ประโยชน์จากไมโครโฟนของนาฬิกา ทำงานร่วมกับ AI เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้งานในบางสถานการณ์
แอปเปิลบอกว่า Audio Intelligence มีความสามารถ 4 อย่าง ได้แก่
- การจำเสียง เช่น หากมีเสียงไซเรน สัญญาณเตือน กริ่งประตูบ้าน ก็จะแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับคนที่มีปัญหาการได้ยิน
- Shazam บอกชื่อเพลงที่เล่นอยู่อัตโนมัติ โดยแสดงผลใน Smart Stack ไม่ต้องกดเรียกวิดเจ็ต
- ทวนคำพูดสด เรียกย้อนดูสิ่งที่เพิ่งพูดไปใน 15 วินาทีล่าสุด แสดงเป็นข้อความบน Apple Watch เพื่อให้ตามทันสิ่งที่พลาดไป
- Siri Racap จดบันทึกการสนทนาตลอดทั้งวันอัตโนมัติ แล้วสร้างเนื้อหาสรุปด้วย Apple Intelligence

ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์แน่นอนสำหรับคนที่ต้องใช้งาน แต่ก็สร้างคำถามต่อความเป็นส่วนตัวทั้งฝั่งคนใส่ Apple Watch และคนรอบตัว ทำให้แอปเปิลต้องอธิบายรูปแบบการทำงานเพิ่มเติมในเวลาต่อมา สรุปได้ดังนี้
- ฟีเจอร์การจำเสียง, Shazam เบื้องหลัง และ Siri Racap ผู้ใช้งานต้องเปิดการทำงานเอง (opt-in) เฉพาะการจำเสียง ถ้าเปิดใช้อยู่แล้วบน iPhone ก็จะทำงานด้วยบน Apple Watch
- ฟีเจอร์ทวนคำพูด 15 วินาที จะถูกเรียกใช้งานเมื่อกด Digital Crown สองครั้งแบบตั้งใจเท่านั้น แสดงผลเป็นข้อความบนหน้าจอเท่านั้นโดยไม่บันทึกไว้ และไม่เก็บข้อมูลเสียงไปประมวลผลต่อ ยกเว้นกดถาม Siri ต่อ
แอปเปิลยืนยันว่าผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบ ลบ และปิดการทำงานฟีเจอร์เหล่านี้ได้ ข้อมูลที่จัดเก็บจะอยู่ในระดับอุปกรณ์ หรือซิงก์บน iCloud แบบเข้ารหัสโดยแอปเปิลไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ หากผู้ใช้งานไม่ดำเนินการใด ๆ ต่อ Siri Recap จะลบข้อมูลใน 7 วัน ส่วนข้อความจากการทวนคำพูดสด จะถูกลบไปภายใน 30 วินาที
สำหรับคุณสมบัติทวนคำพูดสด แอปเปิลอธิบายการทำงานสำหรับบุคคลรอบตัวที่กังวลความเป็นส่วนตัว ว่าเมื่อมีการกด Digital Crown สองครั้ง เพื่อเรียกใช้งาน จะมีเสียงเตือนออกมาจากลำโพง Apple Watch และมีภาพแสดงบนหน้าจอเพื่อบอกว่าฟีเจอร์ถูกเรียกใช้งานแล้ว
ฟีเจอร์การจำเสียงและ Shazam รองรับการทำงานบน Apple Watch Series 12 กับ Apple Watch Ultra 4 โดยไม่ต้องมี Siri AI ส่วนฟีเจอร์ ทวนคำพูดสด กับ Siri Racap ต้องใช้ Apple Intelligence และ Siri AI บน iPhone ด้วย จึงได้เฉพาะ iPhone รุ่นที่รองรับและเปิดการทำงานคุณสมบัตินี้ไว้ ในช่วงแรกรองรับเฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น และยังใช้งานไม่ได้ในประเทศสหภาพยุโรป ส่วนภาษาไทยก็ต้องเริ่มรอตั้งแต่ Apple Intelligence ก่อน
on