ข่าว Sony เลิกขายเกม PlayStation แบบแผ่น มีผลในปี 2028 สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างมากต่อวงการเกมคอนโซล
คนที่ให้ความเห็นเรื่องนี้ได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น Shawn Layden อดีตประธาน PlayStation Studios และซีอีโอของ SIE America ซึ่งเขาให้สัมภาษณ์กับ Eurogamer ในประเด็นนี้
Layden บอกว่าเขาลาออกมานานแล้ว (ตั้งแต่ปี 2019) จึงไม่มีข้อมูลวงในใดๆ ในเรื่องนี้ ทุกอย่างคือการคาดเดาของเขาล้วนๆ โดยเขามองว่า ผู้บริหารโซนี่ยุคปัจจุบันน่าจะตัดสินใจโดยอิงจากข้อมูลสถิติบนสเปรดชีท (largely it's a straight spreadsheet decision)
Layden บอกว่าเขาอยู่กับโซนี่มาตั้งแต่สมัยยอดขายดิจิทัลเป็น 0% แล้วค่อยๆ เติบโตมาเรื่อยๆ จนมาโตก้าวกระโดดในยุค COVID ที่ทำให้เกมเมอร์คุ้นเคยกับการซื้อเกมแบบดิจิทัล แทนการไปซื้อแผ่นที่ร้าน เขาบอกว่าถูกถามเรื่องนี้มาตลอด 20 ปีหลังว่า เมื่อไรโซนี่จะเลิกขายเกมแบบแผ่น ซึ่งคำตอบของเขาก็คือ จนกว่าเขาจะมั่นใจว่าเกมเมอร์ส่วนใหญ่ทั่วโลกเข้าถึงบรอดแบนด์ที่เร็วพอในการดาวน์โหลดเกม
คำถามสำคัญที่ตามมาคือ "ส่วนใหญ่" คือตัวเลขเท่าไรกันแน่ หากมีเกมเพียง 5% ที่ยังขายผ่านแผ่น มันก็ไม่เมคเซนส์แล้วที่จะยังทำเกมแบบแผ่นขายต่อไป แต่ Layden ก็ยกกรณีที่เกมเมอร์อาจเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต เช่น ทหารในฐานทัพที่ต้องเล่น PS4 แบบไม่ต่อเน็ตด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ซึ่งเขาไม่อยากทอดทิ้งคนกลุ่มนี้
Layden บอกว่าเหตุผลที่ชาวเน็ตถกกันว่า โซนี่ไม่อยากให้มีเกมมีอสอง กลับไม่ใช่เรื่องใหญ่ในสายตาของเขา เขาบอกว่าต่อสู้กับเกมเถื่อนมายาวนาน ในอดีตอาจเป็นปัญหาใหญ่ แต่ภายหลังตลาดเกมเปลี่ยนไปมาก เกมแบบดิจิทัลทำให้ตลาดเกมมือสองแคบลง จนอยู่ในระดับที่ฝ่ายธุรกิจไม่กังวลแล้ว
เขายังบอกว่าการตัดสินใจของโซนี่ ในฐานะผู้นำตลาดคอนโซล ย่อมส่งผลต่อผู้เล่นรายอื่นๆ ในวงการ ซึ่งก็หมายถึงนินเทนโดและไมโครซอฟท์นั่นเอง
ที่มา - Eurogamer
on