Sid Sijbrandij ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท GitLab เล่าถึงประสบการณ์การต่อสู้กับมะเร็งแบบ osteosarcoma ในกระดูกสันหลังชิ้น T5 ที่เริ่มสร้างความเจ็บปวดในช่วงปี 2022 และวินิจฉัยได้ในปี 2023
Sijbrandij รับการรักษาตามมาตรฐานในปี 2023 โดยผ่าตัดกระดูกสันหลังออก, ฉายรังสี, และรักษาด้วยเคมีบำบัดแต่สุดท้ายมะเร็งก็กลับมาในปี 2024 ทำให้ Sijbrandij ตัดสินใจหาทางรักษาตัวเองนอกแนวทางมาตรฐาน เขามุ่งเป้า 4 แนวทาง ได้แก่ วัคซีนมะเร็งเฉพาะตัว, เซลล์ TCR-T, เซลล์ CAR-T, และการรักษาด้วยรังสีเฉพาะตัว โดยรวมเขาเปิดบริษัทถึง 10 บริษัทเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ
เขาระบุว่าการพัฒนาวัคซีน mRNA ใช้เวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น ส่วนการพัฒนาเซลล์ CAR-T ต้องปรับโปรตีนเพื่อให้มุ่งเป้าไปยังมะเร็งเท่านั้น ไม่กระทบอวัยวะอื่น
Sijbrandij บ่นถึงกระบวนการขออนุญาตว่ายุ่งยากเกินจำเป็น เขาแนะนำว่ากระบวนการทดสอบเฟส 1 ไม่ควรต้องขออนุญาต FDA อีกแต่อาจจะต้องจดแจ้งการทดลองเท่านั้น, และหากผ่านเฟส 1 แล้วก็ควรอนุมัติให้ใช้งานอย่างมีเงื่อนไขได้ และควรปรับแนวทางให้มุ่งเป้าการรักษาคนไข้ให้รอดชีวิตมากกว่าการลดความเสี่ยงแพทย์ถูกฟ้อง
ตอนนี้ Sijbrandij ไม่พบมะเร็งมาแล้ว 10 เดือน
on
สุดยอด
KuLiKo Mon, 30/03/2026 - 02:37
สุดยอด
🙏
Yoshimura Mon, 30/03/2026 - 11:17
🙏
CAR-T…
shub Mon, 30/03/2026 - 13:43
CAR-T ต้องปรับเฉพาะตามคนไข้เลยมีโอกาสทำพลาดก็คือไปทำลายเซลอื่นที่ไม่ใช่มะเร็งถึงได้ขออนุญาติยากเพราะพลาดก็อาจหมายถึงชีวิตได้ ถ้าไม่ใช่บริษัทตัวเองควบคุมการทดลองอยู่พลาดขึ้นมาก็น่าจะโดนญาติโยมคนไข้ฟ้องอยู่ดีนั่นแหละใครจะอยากเสี่ยง
คนที่ รุ้สึกว่าอยู่ในจุดที่ …
tontpong Mon, 30/03/2026 - 18:59
In reply to CAR-T… by shub
ใครจะอยากเสี่ยง ?
ถ้าหมายถึง คนไข้ , ก็ ..
คนที่ รุ้สึกว่าอยู่ในจุดที่ , ทางเลือกในทางการแพทย์ เหลือแค่ .. experimental treatment หรือ palliative care ( บางคน ณ จุดนี้ , ก็ ผสาน หรือ ขนาน กัน )
คือ …
Tg Tue, 31/03/2026 - 11:15
In reply to คนที่ รุ้สึกว่าอยู่ในจุดที่ … by tontpong
อย่าไปคิดแทนคนไข้ขนาดนั้นเลย ไอ้พวก regulation นี่เขามีไว้เพราะว่าพลาดมาเยอะครับ
หมายถึงหมอที่รักษาสิครับ…
shub Tue, 31/03/2026 - 11:22
In reply to คนที่ รุ้สึกว่าอยู่ในจุดที่ … by tontpong
หมายถึงหมอที่รักษาสิครับ ก็พิมพ์บอกอยู่ว่าโดนญาติโยมคนไข้ฟ้อง
ในบทความเค้าบอกว่า"ควรพุ่งเป้าไปที่การรักษาคนไข้ให้รอดชีวิตมากกว่าลดความเสี่ยงที่แพทย์จะถูกฟ้องร้อง"
.
ตรงจุดนี้แหละที่ผมไม่เห็นด้วยคือแพทย์คนไหนเค้าจะอยากเอาตัวไปเสี่ยงให้โดนฟ้อง คนที่ได้ผลประโยชน์ก็คือตัวคนไข้ ก็ลองคิดดูว่าหมอต้องรักษาคนไข้ปีนึงกี่คน ถ้าพลาดแล้วโดนฟ้องถามว่าลำบากหมอมั้ยจะให้หมอเสียสละขนาดนั้นเลยเหรอ
.
ลองศึกษาข้อกฎหมายดู การเซ็นยินยอม Informed Consent มันสามารถเป็นโมฆะได้ในกรณี Experimental หรือ Off-label ซึ่งก็วนลูปกลับไปปัญหาเดิมคือแพทย์จะต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงให้โดนฟ้องร้องเป็นคดีความซึ่งโดนทั้งจำทั้งปรับมันมีอะไรคุ้มกับชีวิตเค้าบ้างหมอไม่ใช่พ่อพระที่ต้องมาเสียสละความสุขและผลประโยชน์ของตนเพื่อผู้อื่น ถ้าสามารถแก้ข้อกฎหมายได้ผมว่าหมอเค้าก็สามารถทำให้ได้หมดแหละ
อันนี้ผมว่าเป็นประเด็นที่เขา…
lew Tue, 31/03/2026 - 13:43
In reply to หมายถึงหมอที่รักษาสิครับ… by shub
อันนี้ผมว่าเป็นประเด็นที่เขาเรียกร้องต่อระบบรวมที่คุณบอกมานี่ล่ะครับ ว่าระบบควรปกป้องหมอด้วย เมื่อมันถึงขนาด (หมดหนทางรักษาตามปกติแล้ว)
ตอนแรกไม่ได้เข้าไปอ่านเต็มๆใ…
shub Tue, 31/03/2026 - 16:29
In reply to อันนี้ผมว่าเป็นประเด็นที่เขา… by lew
ตอนแรกไม่ได้เข้าไปอ่านเต็มๆในบทความต้นทางเลยตีความไปว่าจะพลักภาระให้แพทย์
พอไปอ่านดูเหมือนบทความหลักๆเค้าจะเขียนมาเพื่อแสดง(อวย)การทำงานของ Ai เพื่อช่วยเหลือแพทย์ในการวิเคาะห์วินิจฉัยและค้นหาวิธีการรักษาใหม่ๆ แล้วก็ให้ยอมรับวิธีการรักษาใหม่ๆอย่างการให้Aiมาช่วยได้แล้ว 😂