Satya Nadella เขียนบันทึกถึงพนักงานไมโครซอฟท์ (และเผยแพร่ต่อสาธารณะ) เล่าถึงความลำบากใจของเขาในการปลดพนักงาน ซึ่งปีนี้ปลดไปแล้วสองรอบ รวมกันประมาณ 1.5 หมื่นคน
Satya บอกว่าการตัดสินใจปลดพนักงานถือเป็นงานที่ยากที่สุดอย่างหนึ่งของเขา และเป็นความหนักหน่วงที่เขาต้องแบกรับเสมอ เพราะพนักงานที่ถูกปลดออกคือเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมทีม และเพื่อนในชีวิตจริง เขาต้องขอแสดงความคุณต่อความทุ่มเทของพนักงานกลุ่มนี้
ในอีกด้าน Satya บอกว่าธุรกิจของไมโครซอฟท์ดีเยี่ยมในทุกๆ ด้าน ผลประกอบการออกมาดี ความสามารถในการแข่งขันดี ผลตอบแทนของพนักงานก็สูง จึงเกิดคำถามว่าทำไมบริษัทจำต้องปลดพนักงานออกด้วย
คำตอบที่ Satya อธิบายคือ "ความสำเร็จ" ไม่ได้เป็นเส้นตรง มีความเป็นพลวัตรสูง บริษัทต้องปรับตัวตลอดเวลา ทั้งตามความต้องการของลูกค้า และตามสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป ซึ่งเป็นเรื่องยาก มีเพียงไม่กี่บริษัทที่ทำได้ และเขามั่นใจว่าไมโครซอฟท์จะต้องเป็นหนึ่งในบริษัทเหล่านั้น
Satya บอกว่าไมโครซอฟท์ต้องทบทวนจุดยืนของตัวเองใน 3 เรื่องคือ why, what, how
- Our why: mission ภารกิจของไมโครซอฟท์ในยุคก่อตั้งคือ a software factory สร้างซอฟต์แวร์ในด้านใดก็ได้ แต่ภารกิจนั้นไม่พอแล้วสำหรับยุคปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้ขยายมาเป็น an intelligence engine empowering every person and organization to build whatever they need to achieve หรือการช่วยให้ทุกคนสร้างเครื่องมือของตัวเองได้
- Our what: priorities สิ่งที่ไมโครซอฟท์จะโฟกัสในเชิงธุรกิจมี 3 เรื่องคือ security, quality, AI โดยสองเรื่องแรกเป็นสิ่งที่ยังไงก็ต้องทำ (non-negotiable) เพราะเป็นรากฐานของโลกดิจิทัล ส่วนเรื่อง AI จะทุ่มทรัพยากรให้เยอะกว่าเดิมอีก นำ AI ไปแทรกในทุกเลเยอร์ของซอฟต์แวร์ จุดเด่นของไมโครซอฟท์คือการมีหลายเลเยอร์ และผสมผสานเพื่อสร้างประสบการณ์แบบ end-to-end ที่คู่แข่งไม่มี
- Our how: culture วัฒนธรรม growth mindset ของไมโครซอฟท์ทำงานได้ดีในทศวรรษที่ผ่านมา และจะรักษามันต่อไป แต่โลกไอทีกำลังเปลี่ยนแปลงใหญ่อีกครั้งจาก AI ซึ่ง Satya บอกว่าบรรยากาศคล้ายยุคต้น 90s ที่พีซีและซอฟต์แวร์สำนักงานกำลังกลายเป็นมาตรฐาน ดังนั้นทุกคนในไมโครซอฟท์ต้องปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงนี้
Satya สรุปจบว่า ไมโครซอฟท์อยู่มาได้นาน 50 ปี ความสำเร็จไม่ได้มาจากอยู่มานาน แต่มาจากไมโครซอฟท์ปรับตัวให้เข้ากับโลกอยู่เสมอ อนาคตไม่ได้ถูกนิยามมาจากสิ่งที่พวกเราเคยสร้างมาในอดีต แต่มาจากสิ่งที่เราจะช่วยให้คนอื่นๆ สร้างเครื่องมือของเขาเองได้นับจากนี้ไป
ที่มา - Microsoft
on
มีแต่น้ำ หาเนื้อไม่เจอเลย
pd2002 Sat, 26/07/2025 - 10:51
มีแต่น้ำ หาเนื้อไม่เจอเลย
เอาจริงๆ มีอะไรยากหว่า ลองๆ…
panther Sat, 26/07/2025 - 14:16
เอาจริงๆ มีอะไรยากหว่า
ลองๆ ปลดดู ถ้าเวิคก็ได้หน้า ไม่ก็เปิดรับใหม่
คนสั่งปลดไม่ต้องเดือดร้อนอะไรเลย
คำพูดเป็น pattern…
gift099 Sun, 27/07/2025 - 18:16
คำพูดเป็น pattern เดียวกันกับบริษัทอื่นๆ รวมถึง บริษัทที่ผมเคยทำงานด้วย
"การตัดสินใจปลดพนักงานถือเป็นงานที่ยากที่สุดอย่างหนึ่ง"
ผมเคยโดนให้ออก และได้รับคำพูดแบบนี้แบบเดียวกันเป๊ะ
ยากนะ…
Tasksenger Mon, 28/07/2025 - 07:42
In reply to คำพูดเป็น pattern… by gift099
ยากนะ ถ้าคุณเคยปลดพนักงานคุณจะรู้ มันมีหลายความรู้สึกปนเปกันไป ในเวลาที่ไม่มีเงินเลยในกระเป๋า ลูกค้าก็เบี้ยวไม่ยอมจ่ายเงิน แต่เดือนหน้าจะต้องมีภาระจ่ายเงินเดือนพนักงาน เพดานเงินกู้ก็เต็มหมดแล้ว ปลดพนักงานไปก็ต้องจ่ายชดเชยอีก จะเอาตังค์ที่ไหนมาจ่าย งวดนี้ขายอะไรมาโปะดี ค่าเช่าตึกจะเอาที่ไหน แล้วเงินที่พนักงานขอเบิกในการเดินทางเดือนที่แล้วจะเอายังไง ฯลฯ อันนี้ไม่เกี่ยวกับ Microsoft นะ เพราะนั่นเขาปรับโครงสร้างเพื่อให้รองรับเทคโนโลยีใหม่ แต่ผมว่าคนที่เคยปลดพนักงานมาก่อนเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจน่าจะเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้
เข้าใจยากจริงครับ…
nant Mon, 28/07/2025 - 18:24
In reply to คำพูดเป็น pattern… by gift099
เข้าใจว่ายากจริงครับ เข้ามายืนยันอีกรอบ
คือมันเป็นความรู้สึกที่อยากอ๊วก ที่ต้องมาตีค่าของคนตามเป้า ตามงบ ตาม strategic องค์กร