ข่าวลือสินค้าแอปเปิลโดย Mark Gurman แห่ง Bloomberg คนเดิม คราวนี้ว่าด้วยไทม์ไลน์ของแว่นตาอัจฉริยะที่ Gurman เคยบอกว่าแอปเปิลเปลี่ยนแผนกลับมาเดินหน้าพัฒนาอีกครั้ง
เขาบอกว่าแอปเปิลจะเริ่มสั่งผลิตชิปกับ TSMC สำหรับใช้กับแว่นตาอัจฉริยะนี้ เร็วที่สุดภายในสิ้นปี 2026 หรืออาจช่วงต้นปี 2027 เท่ากับว่าแว่นตาก็จะต้องออกมาหลังจากนั้น เร็วที่สุดก็คือใน 2 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีของชิปจะใช้พื้นฐานเดียวกับ Apple Watch ที่ไม่ต้องการพลังงานสูง และมีการปรับปรุงบางอย่างให้เหมาะกับแว่นตามากขึ้น ซึ่งรวมถึงการควบคุมกล้องของแว่นตา
Gurman ยังให้ข้อมูลแผนพัฒนาชิปตัวหลักตระกูล M โดย M5 จะออกมาปีนี้ ส่วน M6, M7 เริ่มพัฒนาแล้วด้วยโค้ดเนม Komodo และ Borneo ตามลำดับ แอปเปิลยังพัฒนาชิปสำหรับใช้กับเซิร์ฟเวอร์โดยเฉพาะมีโค้เนมว่า Baltra รวมทั้งชิปโมเด็ม C2 เพื่อใช้กับสมาร์ทโฟนรุ่นบนภายในปีหน้า
ที่มา: Bloomberg
on
โค้เนม โค้ดเนม
Azymik Fri, 09/05/2025 - 08:41
โค้ดเนม
แว่นตาอัจฉริยะ
schanon Fri, 09/05/2025 - 09:26
แว่นตาอัจฉริยะ ถ้าไม่ได้ระดับเดียวกับ Ready Player One น่าจะเกิดยาก เพราะด้วยความสามารถปัจจุบันมันไม่ได้แก้ปัญหาหรือมีประโยชน์อะไรไปมากกว่าถือโทรศัพท์เครื่องหนึ่ง
พนันกับผมไหมล่ะ
Tasksenger Fri, 09/05/2025 - 12:53
In reply to แว่นตาอัจฉริยะ by schanon
พนันกับผมไหมล่ะ ผมว่ามันเกิดนะ แต่ของ Apple, Google , OpenAI, Meta , จีน ฯลฯ ก็ยังไม่ทราบได้ แต่ภาพรวมมันเกิดแน่ๆ มันจะมาเป็นส่วนต่อขยายของโทรศัพท์มือถือ โดยที่หน่วยประมวลผลยังอยู่ในโทรศัพท์มือถือ ตัวแปรก็คือ AI ที่กำลังพัฒนานี่แหล่ะ มันจะขยายขีดความสามารถของโทรศัพท์มือถือ ทำงานร่วมกับ AR และโลกจริงที่ซ้อนทับ ไปได้อีกไกล อย่างน้อยช่วงชีวิตของมันก็น่าจะเป็นสิบปีก่อนที่หุ่นยนต์พร้อม AGI จะพร้อมใช้งาน
การใช้มือถือเป็นประสาทสัมผัสให้ AI มันค่อนข้างฝืนธรรมชาติ แต่ถ้าเป็นแว่นตา มันค่อนข้างใกล้เคียงการใช้งานในชีวิตประจำวัน ถ้าคุณอยากให้ AI เห็นแบบที่คุณเห็น ก็อาจกดปุ่มที่แว่น หรือสัมผัสขาแว่นเพื่อให้เปิดกล้องบนแว่นตาเพื่อทำการประมวลผล แล้วให้คำตอบผ่านกระจกแว่นตา รวมถึงส่งเสียงด้วยระบบเสียงที่ยิงไปที่หูโดยตรงไม่ต้องใช้หูฟังและบุคคลข้างเคียงก็จะไม่ได้ยินเสียงนั้นด้วย รวมถึงหากคุณไม่อยากให้มันมายุ่งกับคุณก็ถอดเก็บ แล้วปิดการเชื่อมต่อก็ยังใช้มือถือได้ตามปรกติ (เน้นว่าแว่นตา AR ไม่ใช่ Headset VR นะ อันหลังนี่เกิดยาก) ผมเดาว่าถ้าเขาใช้เทคโนโลยีแบบ Android Auto , Apple Carplay เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ผ่านระบบไร้สาย ผมว่ามันก็จะทำให้ราคาจับต้องได้ รวมถึงยังไม่ทับ line กันระหว่างสาย HW กับ SW โดยยังมี Security ในระดับสูงเนื่องจากเทคโนโลยีพวกนี้ทำงานบน VM ทำให้ต้นทางคือโทรศัพท์ และปลายทางคือแว่นตา ถูกควบคุมด้วย 1st party ทั้ง loop ถึงแม้ในอุปกรณ์จะใช้ linux เป็น OS พื้นฐาน แต่ตัว Auto มันจะทำงานบน layer บนและไม่ได้แชร์ข้อมูลไปให้ ยกเว้นมีการเขียน API ยอมให้เชื่อมต่อกันด้วยภาษา C ซึ่งวิธีแบบนี้ทำให้มันมีพลังหนุนหลายด้าน ไม่ได้ผูกขาดแค่เจ้าใหญ่ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผมคิดว่ามันจะเกิดได้
ผมชอบ VDO อันนี้นะมันทำให้ภาพใหญ่โดยรวมที่ Google มอง และผมว่า Apple ก็มองแบบเดียวกัน และถ้าคุณสังเกตุดีๆ ที่วิทยากรที่ใส่แว่นตา นั่นแหล่ะต้นแบบ ส่วนหน่วยประมวลผลอยู่ในกระเป๋าเขา
https://www.youtube.com/watch?v=5i0E6Ey7cTE