Tags:
Node Thumbnail

Dell ทำตลาดโน้ตบุ๊กในหลายซีรี่ส์ แบ่งออกเป็นสองประเภทคือสำหรับผู้ใช้ทั่วไป และผู้ใช้องค์กร โดยตลาดผู้ใช้ทั่วไปคือ Inspiron ต่อมาเป็นซีรี่ส์ XPS ที่โฟกัสกับความหรูหรา และยังมีซีรี่ส์ G กับแบรนด์ Alienware ที่จับตลาดเกมเมอร์

ทางฝั่งธุรกิจก็มีหลายซีรี่ส์ คือ Vostro สำหรับ SME, Latitude ที่ถือเป็นมาตรฐานของฝั่งองค์กร, Precision สำหรับงานที่ต้องใช้ประสิทธิภาพสูง และยังมี XPS สำหรับลูกค้าองค์กรเช่นกัน

สำหรับ Latitude จะแบ่งได้เป็น 3 รุ่นใหญ่ๆ คือ Latitude 3xxx, 5xxx และ 7xxx เรียงจากราคาถูกไปแพง โดยในรีวิวชิ้นนี้จะพาไปรู้จักกับ Dell Latitude 7400 2-in-1 ที่จัดเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นท็อปของซีรี่ส์ Latitude

alt="ggAmwz.jpg"

เมื่อได้ชื่อว่าเป็นรุ่นท็อป Latitude 7400 2-in-1 ก็จัดเต็มด้านวัสดุ และหน้าตาที่บอกได้ว่าใครเห็นก็บอกว่าสวย โดยบอดี้ทำจากอะลูมิเนียมดูหรูหรา รอบๆ คีย์บอร์ดใช้ CNC ตัดให้ลึกลงไปและเหมือนจะเป็นการยิงทรายให้กลายเป็นผิวด้านตัดกับพื้นผิวส่วนอื่น

alt="gg2Otq.jpg"

เริ่มกันที่สเปกก่อน โดยเครื่องที่ได้รับมารีวิว มีสเปกดังนี้

  • ซีพียู Intel Core i7-8665U ควอดคอร์ 1.9GHz (Turbo Boost ได้สูงสุด 4.8GHz)
  • แรม 8GB (บัดกรีติดบอร์ด อัพเกรดภายหลังไม่ได้)
  • SSD Toshiba NVMe 128GB (KBG30ZMS128G) ซึ่งน่าเสียดายที่ใส่เป็น M.2 2230 มา ไม่ใช่ 2280 แบบที่นิยมในตลาด ทำให้การอัพเกรดในอนาคตอาจลำบากสักหน่อยเนื่องจากมีตัวเลือกน้อย
  • หน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 1920x1080 ครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 5 และรองรับปากกา Dell Active Pen
  • แบตเตอรี่ 4 cell ขนาด 52 Whr
  • น้ำหนัก 1.36 กิโลกรัม

คีย์บอร์ดไม่มีอะไรพิสดารนัก สิ่งที่ส่วนตัวผมเน้นคือการมีปุ่ม Home, End, Page Up, Page Down แยก ไม่รวมกับปุ่มอื่น ซึ่ง Dell ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง แต่ยังมีประเด็นนิดนึงเพราะการจะเปิดใช้ปุ่มเหล่านี้ต้องยอมให้ปุ่ม F1-F12 สลับเป็นปุ่มฟังก์ชันเป็นหลัก กล่าวคือเราถูกบังคับให้ปุ่ม F1 เป็นปุ่มปิดเสียง (Mute) หากต้องการกด Home แบบไม่กด Fn และกลับกันคือหากต้องการใช้ F1 แบบไม่กด Fn ก็ต้องยอมให้ชุดปุ่ม Home ไปผูกกับปุ่ม Fn แทน

alt="ggP3EN.jpg"

สำหรับสัมผัสการพิมพ์ ต้องบอกว่าอยู่ในขั้น "ดีมาก" เพราะ travel distance ไม่ตื้น เหมือนโน้ตบุ๊กที่พยายามทำให้บาง อีกทั้งปุ่มก็เด้งกลับแบบให้ความรู้สึกหนักแน่น (firm) ในขณะที่คีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊กสายองค์กรรุ่นล่างสุดอย่าง Latitude 3490 ที่ผมเคยลองกลับเข้าขั้นแย่มาก คือปุ่มตื้นมาก และก๊อกแก๊กสุดๆ แต่ปัจจุบันมีรุ่นใหม่ออกมาแล้วเป็น Latitude 3400 ซึ่งผมยังไม่เคยจับเครื่องจริง

alt="gg6of2.jpg"

ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็ไม่ผิดหวัง เพราะมีให้ครบในบอดี้บางขนาดนี้ ฝั่งซ้ายมี USB-C สองพอร์ต รองรับ Thunderbolt 3, DisplayPort และชาร์จได้ตามมาตรฐาน USB Power Delivery ทั้งสองพอร์ต ต่อมาเป็น HDMI 1.4 ขนาดเต็ม และสุดท้ายเป็น USB-A 3.1 Gen1 ที่รองรับฟีเจอร์ Power Share คือเสียบชาร์จมือถือหรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้แม้ปิดเครื่อง นอกจากนี้ยังสามารถเลือกออปชันใส่ตัวอ่าน smart card ได้ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ Dell สายธุรกิจไม่เคยตัดออกเลยมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

alt="ggAMh0.jpg"

ฝั่งขวามีแจ็คหูฟัง, ช่องเสียบการ์ด microSD, ช่องใส่ไมโครซิม แต่เครื่องที่ได้รับมารีวิวไม่ได้มีฟีเจอร์นี้ เลยเป็นตัวอุดไว้เฉยๆ ต่อมาเป็น USB-A 3.1 Gen1 รองรับ Power Share เช่นกัน ส่วนตรงมุมเครื่องเป็นช่องใส่สายล็อกกันขโมย

alt="ggP7SI.jpg"

ด้านบนของจอมีกล้องหน้าพร้อมอินฟราเรด รองรับการปลดล็อกเครื่องด้วยใบหน้า (Windows Hello) ช่วยให้เข้าใช้งานเครื่องได้เร็วและสะดวกขึ้น

alt="ggPkhE.jpg"

ด้านหน้าเครื่องมีเพียงไฟ LED สีขาวสำหรับบอกสถานะการชาร์จ โดยเมื่อเสียบสายชาร์จไฟจะติด และดับลงเมื่อชาร์จเต็ม นอกจากนี้หากเครื่องอยู่โหมด sleep มาหลายชั่วโมงจนแบตใกล้หมดก็จะมีไฟสีส้มติดขึ้นมาให้ด้วย ถือว่าค่อนข้างมีประโยชน์เพราะเราอาจวางทิ้งไว้โดยไม่รู้ว่าแบตจะหมด และอาจหยิบไปทำงานในวันรุ่งขึ้นโดยไม่ได้ชาร์จเตรียมไว้นั่นเอง

alt="gguEp8.png"

alt="ggCxkk.jpg"

อย่างไรก็ตาม ผมอยากให้ไฟตรงนี้ติดเวลาเครื่องเปิดหรือ sleep อยู่ด้วย เพราะสิ่งที่ผมเจอคือหากพับจอไว้เราจะไม่รู้เลยว่าเครื่องเปิดอยู่ หรือ sleep อยู่ ทำให้เวลาเครื่อง wake ขึ้นมาแบบไม่ตั้งใจ (เช่นขยับเมาส์) อาจทำเปิดเครื่องทิ้งจนแบตหมดได้ ถ้ามีไฟเหมือนหลังจอ ThinkPad คงจะดีไม่น้อย

ด้านหลังเครื่องมีช่องระบายลมร้อนจำนวน 8 ช่อง จัดว่าเป็นตำแหน่งที่ดีมากสำหรับโน้ตบุ๊ก 2-in-1 เพราะหากไว้ด้านข้างเครื่องก็จะเป่ามือเราได้เวลาพับจอไปด้านหลังและใช้เป็นแท็บเล็ต

alt="ggPdVZ.jpg"

อะแดปเตอร์ที่ติดมาให้กำลังไฟสูงถึง 90 วัตต์ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าจุดประสงค์ที่ให้อะแดปเตอร์ไฟแรงขนาดนี้เพื่ออะไร โดยโน้ตบุ๊กที่ชาร์จผ่าน USB-C ทั่วไปมักต้องการไฟราว 45 วัตต์ หรือพวก MacBook Pro 13 นิ้วจะอยู่ที่ราว 60 วัตต์เท่านั้น

alt="ggC6x9.jpg"

ผมลองใช้อะแดปเตอร์ PD ของมือถือที่จ่ายไฟได้ 18 วัตต์มาต่อเข้า เจอข้อความเตือนว่าไฟไม่พอและให้ใช้อะแดปเตอร์อย่างต่ำ 27 วัตต์ และเมื่อลองนำอะแดปเตอร์ขนาด 30 วัตต์มาต่อก็เจอข้อความว่าจะชาร์จช้าหรือในบางกรณีอาจดึงไฟจากแบตเตอรี่ร่วมด้วย และให้ใช้อะแดปเตอร์ 45 วัตต์ ซึ่งผมไม่ได้ทดลองต่อ เลยขออนุมานเองว่าในการใช้งานทั่วไป ควรใช้อะแดปเตอร์ PD อย่างต่ำ 45 ถึง 60 วัตต์ หากไม่สะดวกพกอะแดปเตอร์ 90 วัตต์ที่มากับเครื่อง เพราะมีขนาดใหญ่

alt="ggrq9n.png"

อย่างไรก็ดี การชาร์จแบตจาก 3% ถึง 80% ด้วยอะแดปเตอร์ 90 วัตต์ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงเท่านั้น และแน่นอนว่าความดีงามของการชาร์จผ่าน USB-C คือเราเอาสายชาร์จมาเสียบชาร์จมือถือหรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ USB-PD ได้ทันที

alt="ggC8Wb.png"

ด้วยความที่เป็น 2-in-1 หมายความว่าจะกางจอได้ 180 องศาราบไปกับโต๊ะ หรือพับไปด้านหลังได้ เพื่อใช้งานในโหมดแท็บเลตสำหรับจดบันทึก หรือโหมดเต็นท์สำหรับดูหนัง

alt="ggPSiP.jpg"

alt="ggPzIe.jpg"

ประเด็นที่ผมพบเมื่อใช้งานแบบแท็บเลตคือขอบเครื่องบริเวณที่พักมือ (palmrest) จะนาบลงกับโต๊ะเลยตรงๆ เพราะไม่มีแถบยางมารองเหมือนโน้ตบุ๊ก 2-in-1 รุ่นอื่นๆ ซึ่งอาจทำให้เป็นรอยได้ คาดว่าเพราะต้องการทำเครื่องให้สวยที่สุด ไม่ให้มีอะไรมาขัดหูขัดตา เลยต้องแลกกับความ practical กันไป

alt="ggP9VV.jpg"

น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ Dell ประเทศไทยไม่ได้ให้ปากกา Active Pen มาด้วย การรีวิวนี้จึงอาจไม่เห็นภาพรวมเท่าที่ควรว่าประโยชน์จริงๆ ของโน้ตบุ๊กแบบ 2-in-1 เป็นอย่างไร

ในด้านการใช้งาน ผมได้ใช้ Latitude 7400 2-in-1 ในการทำงานจริงอยู่ราว 2 สัปดาห์ โดยรวมใช้งานได้ดี ประสิทธิภาพโดยรวมดี จอภาพให้สีที่แม่นยำ และพบว่าเครื่องมันสวยมากจนตกเป็นเป้าสายตาของคนในออฟฟิศแทบจะตลอดเวลา เรียกว่าหิ้วเข้าประชุมเมื่อไร คนนั่งใกล้ๆ จะทักทันทีว่าโน้ตบุ๊กสวย (ตัดสินเองนะครับว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสีย)

alt="ggPW5u.jpg"

อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังพบจุดที่ค่อนข้างน่ารำคาญและคิดว่าเป็นประเด็นที่ต้องกล่าวถึง นั่นคือโน้ตบุ๊กเครื่องนี้มีอาการ "sleep ไม่ลง" อยู่บ่อยครั้ง เช่นผมพับจอลงไปเป็นนาทีแล้วแต่พัดลมยังทำงานอยู่ แถมการที่ไม่มีไฟบอกสถานะนอกเครื่องก็ทำให้ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วมัน sleep หรือยัง สุดท้ายก็ต้องเปิดจอกลับขึ้นมาดู

นอกจากนี้ยังเจออาการ "ตื่นกลางอากาศ" อยู่บ้าง เช่น sleep แล้วแต่เราขยับเมาส์ไร้สายที่ต่อ USB receiver ค้างไว้ แต่จังหวะนั้นเราเก็บโน้ตบุ๊กเข้ากระเป๋าแล้ว กลายเป็นโน้ตบุ๊กอบลมร้อนอยู่ในกระเป๋าหลายชั่วโมง แบตเตอรี่ลดไปครึ่งหนึ่งก็เจอมาแล้ว แต่อาการนี้น่าจะแก้ไขได้เองโดยการปิดไม่ให้เมาส์ปลุกเครื่องขึ้นมาได้

alt="ggPfJv.jpg"

โปรแกรมที่บันเดิลมากับเครื่องมีเพียงไม่กี่ตัว เช่น
Dell Power Manager ใช้ดูสถานะแบตเตอรี่ พร้อมปรับอัตราการชาร์จไฟได้เพื่อถนอมแบต
Dell Command Update ใช้อัพเดตไดรเวอร์ต่างๆ
Dell ExpressSign-in เป็นจุดขายอย่างหนึ่งของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ หากเปิดใช้งานไว้แล้วเราลุกออกจากหน้าเครื่องนานเท่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ เช่น 1 นาที เครื่องจะล็อกหน้าจอให้อัตโนมัติ และกลับกันคือพอเรากลับมาหน้าเครื่อง มันก็จะเปิดหน้าจอและสแกนหน้าเราให้พร้อมใช้เครื่องต่อได้เลย

alt="ggCIKP.png"

ไดรเวอร์เสียง Waves MaxxAudio อันนี้เป็นตัวเจ้าปัญหา เพราะกินแรมเยอะมากตลอดเวลาตั้งแต่เปิดเครื่องใหม่ๆ ผมลองรีบูตเครื่องแล้วเปิด Task Manager ทันทีก็เจอมันอยู่อันดับหนึ่งเลย กินแรม 305MB

alt="gguWee.png"

สำหรับประสิทธิภาพของ SSD ผมได้ลองทดสอบด้วยโปรแกรมยอดนิยมสองตัวคือ AS-SSD กับ CrystalDiskMark 6.0 พบว่าประสิทธิภาพของ SSD Toshiba ค่อนข้างน่าผิดหวัง เพราะทำความเร็วเขียนแบบ sequential ได้ไม่ถึง 200 MB/s ผิดธรรมชาติของ SSD แบบ PCIe NVMe อย่างมาก ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรถึงทดสอบได้แค่นี้ อย่างไรก็ตามในการใช้งานปกติไม่รู้สึกว่าช้าอะไร

alt="ggu4QN.png"

alt="gguK4y.png"

สรุป

Dell Latitude 7400 2-in-1 เป็นโน้ตบุ๊กสายธุรกิจที่เน้นความหรูหรา ใช้วัสดุดี การใช้งานโดยรวมดีแต่ยังมีปัญหาเรื่องการ sleep อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งน่าจะแก้ไขได้ด้วยการอัพเดต BIOS และไดรเวอร์ต่างๆ ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ และหากเบาลงกว่านี้อีกนิดก็จะดีมาก

คุณภาพการประกอบเครื่องอยู่ในเกณฑ์ดีมาก แน่นหนา มีเสียงกรอบแกรบเล็กน้อยบริเวณ palmrest ฝั่งขวา

อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงราวห้าถึงหกหมื่นบาท และในราคานี้ก็มีตัวเลือกอื่นอีกหลายรุ่นซึ่งคุณภาพคงไม่ด้อยไปกว่ากันสักเท่าใด (เรียกว่าพอเป็นรุ่นท็อป แต่ละเจ้าก็พยายามกันเต็มที่) ทำให้การตัดสินใจซื้อต้องเปรียบเทียบกันดีๆ เช่น Lenovo ThinkPad X1 Carbon Gen 7 ก็ทำออกมาได้ดีทีเดียวและน้ำหนักเบากว่าแต่วัสดุดูไม่พรีเมียมเท่า หรือจะเป็น Microsoft Surface Pro 7/Surface Laptop 3 ที่กำลังจะวางขายในประเทศไทยก็เบากว่าเช่นกันแต่ Dell Latitude 7400 2-in-1 มีพอร์ตเชื่อมต่อที่เยอะกว่ามาก

alt="ggPtYQ.jpg"

Get latest news from Blognone

Comments

By: macxide
iPhoneAndroid
on 3 November 2019 - 14:13 #1135914

U ( Ultra-low-Processing ) Processor หรู อืม...

By: i3i4i5
ContributoriPhoneWindows
on 3 November 2019 - 15:26 #1135920 Reply to:1135914
i3i4i5's picture

หรูสำหรับผมไม่จำเป็นต้องเน้นแรง แต่รูปร่างดูไม่หรูเท่าไรอยู่ดี


i6i7i8

By: sarawutnakarb
UbuntuWindows
on 3 November 2019 - 16:06 #1135925 Reply to:1135914
sarawutnakarb's picture

ประสิทธิภาพ CPU มันเกี่ยวกับความหรูไม่หรูด้วยหรอ ผมว่าวัดกันที่วัสดุนะ
ส่วนตัวผมว่าดูหรูหราแล้ว

By: akira on 4 November 2019 - 10:24 #1135996 Reply to:1135914

ของหรูมันเป็นเรื่องของจิตใจ มันเกี่ยวข้องกับความสวยงาม ผิวสัมผัส อุณหภูมิพื้นผิว ความมันวาว สิ่งที่จับต้อง และสัมผัสได้ ถือไปทางไหนก็มีคนหันมอง กลุ่่มลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้ไปนั่ง Coding หรือตัดต่อกราฟฟิกหรอก ส่วนใหญ่จะอยู่ในห้องประชุม ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการนำเสนอ และทำงานเล็กๆ น้อย ส่วนความแรงมีผลน้อยมากนะ เพราะความแรงมักมาคู่กับความร้อน ซึ่ง Notebook หรูๆ ไม่มีใครยากได้ผิวสัมผัสร้อนๆ หรอก อยากได้ผิวสัมผัสเย็นๆ ของโลหะมากกว่า

By: OXYGEN2
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 4 November 2019 - 21:46 #1136097 Reply to:1135914
OXYGEN2's picture

Series นี้เน้นระดับ Business ถ้าหรูไป XPS

SSD ให้มาน้อยมาก


oxygen2.me, panithi's blog

Device: ThinkPad T480s, iPad Pro, iPhone XS Max, Galaxy Note 8, Huawei P30 Pro

By: shikima
Windows PhoneAndroidUbuntu
on 3 November 2019 - 15:19 #1135919

keyboard layout ดูเหมือน notebook ราคา 9000 บาทเลย
ของดีมีไม่ยอมรักษา หลัง E6410 ทำ keyboard ได้เกินบรรยายมากๆ

By: waroonh
Windows
on 4 November 2019 - 07:08 #1135969

เกลียดมากครับ M.2 2230 ถึงจะเห็นมีใช้หลายรุ่นแล้ว แต่ ไม่น่าทำแบบนั้นเลยมัน upgrade ลำบากอ่ะ