Tags:
Node Thumbnail

การที่เกมดังๆ หลายเกมกลายเป็นเอ็กซ์คลูซีฟบน Epic Games Store เป็นเรื่องที่ถูกวิจารณ์อย่างมาก เรารู้กันดีว่า Epic Games จ่ายเงินให้สตูดิโอผู้พัฒนาเกมเป็นจำนวนไม่น้อย แต่ไม่เคยรู้ว่าเท่าไรกันแน่

ล่าสุดมีข้อมูลอย่างเป็นทางการออกมาหนึ่งกรณีคือ เกม Control ที่พัฒนาโดยสตูดิโอ Remedy Entertainment จากฟินแลนด์ ที่เคยสร้างชื่อจากเกม Max Payne, Alan Wake, Quantum Break โดยระบุว่า Epic Games จ่ายเงินให้สูงถึง 9.49 ล้านยูโร (ประมาณ 320 ล้านบาท)

เกม Control พัฒนาโดย Remedy Entertainment และจัดจำหน่ายโดย 505 Games ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอิตาลี (เกมอื่นที่จัดจำหน่ายคือ Bloodstained, Terraria และ Payday 2 เป็นต้น)

No Description

ข้อมูลการจ่ายเงินของ Epic Games มาจาก รายงานผลประกอบการของ Digital Bros. บริษัทแม่ของ 505 Games ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์อิตาลี และต้องรายงานผลประกอบการต่อสาธารณะ

Digital Bros. ระบุว่ามีรายได้จากเกม Control ในไตรมาส 2/2019 ที่ 9.49 ล้านยูโร แต่เกมเพิ่งวางขายเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2019 ซึ่งถือว่าอยู่ในไตรมาส 3/2019 ตรงนี้ Digital Bros. อธิบายว่าได้รับเงินล่วงหน้าจากค่า exclusivity มาก่อน ทำให้เราสามารถตีความได้ว่านี่คือเงินจาก Epic Games นั่นเอง

No Description

ทั้ง Epic Games, Digital Bros., 505 Games ไม่ยอมให้ข้อมูลของตัวเลขตรงนี้เพิ่มเติม แต่จากข้อมูลของผู้พัฒนาเกมรายอื่น (Ooblets) ที่ขายสิทธิเอ็กซ์คลูซีฟให้ Epic Games ระบุว่าโมเดลการจ่ายเงินของ Epic คือการจ่ายผลตอบแทน "ขั้นต่ำ" ให้กับสตูดิโอผู้พัฒนาเกม/ผู้จัดจำหน่ายเกม ดังนั้น ตัวเลข 9.49 ล้านยูโร น่าจะเป็นโมเดลเดียวกันคือ Epic การันตียอดขายขั้นต่ำให้ และ 505 Games จะไม่ได้เงินจากการขายเกมบน Epic Games Store เพิ่มเติมอีก จนกว่าเกมจะทำเงินรวมได้มากกว่า 9.49 ล้านยูโร (ทั้งนี้ 505 Games ยังจะมีรายได้จากเกมเวอร์ชันคอนโซล PS4/Xbox One อีกช่องทางหนึ่งด้วย)

ที่มา - Ars Technica

Get latest news from Blognone

Comments

By: darkleonic
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 25 September 2019 - 13:14 #1130094
darkleonic's picture

ต่อต้านการผูกขาดด้วยการทุ่มตลาด

By: Alysium on 25 September 2019 - 13:36 #1130098

ควรให้ข้อมูลเพิ่มเติมเหมือนเว็บข่าวอื่น ๆ ด้วยว่า จากทุนสร้างทั้งหมด 20-30 ล้านยูโร

https://www.pcgamesinsider.biz/news/69553/devcom-2019-budget-for-remedys-control-between-20m-and-30m/

By: orchidkit on 25 September 2019 - 14:29 #1130105

ก่อนนี้เกมที่ลง steam ก็ให้ขายในแพลตฟอร์มอื่นอย่างเสรี ไม่ได้บังคับใคร
แต่ Epic ที่อ้างว่าต่อต้านการผูกขาด ได้ทุ่มเงินซื้อเกมเป็น Exclusive เฉพาะแพลตฟอร์มตัวเองเท่านั้น

สมกับเป็นนายทุนประเทศจีน ไอดอลของคนไทยบางคน 55

By: mr_tawan
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 25 September 2019 - 19:58 #1130159 Reply to:1130105
mr_tawan's picture

เค้าทุ่มเพื่อที่จะดึงเกมมาขายแพลตฟอร์มเขาครับ ถ้าไม่มีตัวชูโรงเลยก็เจ๊งเหมือนคอนโซลจีนส่วนใหญ่นั่นแหละ

คือ ... ลำพังเขาก็ใช้วิธีเพิ่มส่วนแบ่งให้ developer (+ ยกเอนจินให้ใช้ฟรี) เป็นการช่วยดึง developer แต่ถ้าไม่มีคนเล่นมาเขา ต่อให้ให้ส่วนแบ่งเยอะแค่ไหน dev ก็อยู่ไม่ได้ก็ต้องกลับไปขายตลาดเก่าครับ

ส่วน Tim Sweeney (ผู้ถือหุ้นใหญ่ + เจ้าของ) นี่ได้ยินว่ายังไม่เปลี่ยนสัญชาตินะ ผมว่ารายได้หลักเขาตอนนี้ยังคงเป็น 5% จากยอดขายอยู่เหมือนเดิมครับ (แต่ถ้าไปใช้ Epic Store ตรงนี้ไม่คิด)

ถ้าให้ผมพูดตรง ๆ คนด่า Epic จริง ๆ มีเหตุผลแค่ ...

  1. เกมส่วนใหญ่ที่เค้ามีอยู่บน Steam อยู่แล้ว และไม่อยากเก็บหลายที่ให้มันวุ่นวาย
  2. เกมบน Steam มันม็อดได้ เพราะแพลตฟอร์มมันไม่ค่อยปกป้องตัวเกมสักเกท่าไหร่
  3. (อันนี้เฉพาะคนเล่นเถื่อน) สืบเนื่องจากข้างบนคือ เกมบน Steam มันแคร๊กง่าย และมักจะมีหลุดออกมา

เท่านั้นเอง

จริง ๆ นอกจาก Epic เองก็มีหลายค่ายพยายามอยู่ แต่ยังไม่ค่อยสำเร็จ อย่าง Microsoft เองก็ถอดใจไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่ Security ดูจะสูงกว่าชาวบ้านหลายขุมมาก (เพราะใข้การทำ sandboxing แบบเดียวกับ console) เอาจริง ๆ ผมเชียร์ MS Store นะครับ เพราะว่าไม่ต้องลง Client เพิ่ม สะดวกดี แต่ไอ้คนออกแบบ platform ก็ดันทำอะไรวุ่นวายซะจน developer ลำบาก (เช่นจำกัดเฟรมเรทที่ 60 บังคับเปิด double-buffer บังคับการเข้าถึงไฟล์ ต้องใช้ API ใหม่ มั้ง ลืมละ)

ล่าสุดมีข่าว RockStar เปิดตัว Launcher ของตัวเองออกมาแล้ว เดาว่าจะเลิกขายผ่าน Steam เพื่อเป็นการประหยัดค่าวางขายหน้าร้าน 30% (แต่ต้องไปโปะกับการสร้าง Infra ของตัวเอง ซึ่งเดี๋ยวนี้ถูกลงมากแล้ว) ครับ

ส่วนตัวคิดว่าเกิดจากราคาเกมที่ไม่ขยับเลยมาเป็นสิบปี แต่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเรื่อย ๆ อะไรที่ทำให้ได้เงินมากขึ้นใครก็คว้าไว้หมด (เพราะว่าปากท้องลูกน้องก็สำคัญ อะไรแบบนี้ครับ) นี่ล่าสุดมีข่าวฝรั่งเศสตัดสินให้ต้องขายเกมออนไลน์มือสองได้แล้ว ผู้ผลิตหลายเจ้าก็ต้องปรับตัวรับกับรายได้ที่ลดลงไปอีกในอนาคต


  • 9tawan.net บล็อกส่วนตัวฮับ
By: Alysium on 25 September 2019 - 20:25 #1130167 Reply to:1130159

จริงๆแล้ว นักพัฒนาส่วนหนึ่งก็ไม่สนับสนุนการผูกขาดของอีพิค การที่อีพิคเข้ามาแบบนี้ ทำให้การตัดสินใจเลือกว่าจะสร้างชุมชนผู้เล่นในสตรีมดีไหม และการเลือกเอนจิ้นที่จะใช้พัฒนาทำได้ยากขึ้น คนเล่นก็ความเชื่อมั่นลดลง จะทำการระดมทุนก็ยากขึ้น ค่ายเกมญี่ปุ่นก็ไม่เห็นย้ายจากสตรีมไปซักที สรุปก็คือเข้ามาทำให้วุ่นวายและปวดหัวเปล่าๆ

By: ghostcat
Android
on 26 September 2019 - 09:33 #1130217 Reply to:1130159
ghostcat's picture

จริงๆแล้วผมว่าคนที่คอยตามแซะ EGS เพราะว่ามัน Exclusive เกมแบบน่าเกลียดนี่แหละครับ ไปดึงเกมที่มีการทำตลาดล่วงหน้าจาก steam มาหลายเกม เรื่องที่จะมี launcher หลายตัวบนเครื่องมันไม่เท่าไรหรอกครับ

ประเด็นง่ายๆที่เขาไม่พอใจ คุณมีเงินทุน ทำไมคุณไม่ใช้เงินไปพัฒนาแพลตฟอร์มให้ดีเยี่ยมไม่ต้องถึงขนาด steam แต่ก็ไม่ใช่แบบที่มีอยู่ตอนนี้ cloud save ก็ยังลูกผีลูกคน ตะกร้าสินค้ายังไม่มี แถมยังไปยุ่มย่ามกับไฟล์ล็อกของแพลตฟอร์มอื่นอีก แค่การตลาดแจกเกมฟรีดีดีตอนนี้ของ WGS ก็ถือว่าจูงใจคนมาใช้ดีเยี่ยมแล้วแต่ติดตรงตังระบบของตัวเองนั้นแหละครับ ที่ไม่โอเค