Tags:
Node Thumbnail

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา BMW จัดงาน NEXTGen ที่มิวนิค เผยแผนในอนาคตว่าจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 25 รุ่นภายในปี 2023 เช่นรถซีดานไฟฟ้า BMW i4, รถ SUV ไฟฟ้า BMW iX3 ฯลฯ

อย่างไรก็ตามที่งานเดียวกันนี้ Klaus Frölich ผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลับให้สัมภาษณ์กับสื่อในทิศทางตรงกันข้ามว่าไม่มีลูกค้าคนไหนอยากได้รถยนต์ไฟฟ้าล้วน หากแต่เป็นภาครัฐต่างหากที่อยากให้มี

"หากเราได้รับข้อเสนอใหญ่ๆ และสิ่งจูงใจดีๆ (เช่นเงินชดเชย) เราสามารถทำให้ยุโรปเต็มไปด้วยรถยนต์ไฟฟ้าเป็นล้านคัน แต่ชาวยุโรปคงไม่ซื้อใช้หรอก" เขากล่าวเสริม

Frölich ยังบอกอีกว่าความเห็นของเขาคือรถยนต์ไฟฟ้านั้นเหมาะสำหรับประเทศจีนและรัฐแคลิฟอร์เนียเท่านั้น แต่ที่อื่นๆ ในโลกควรใช้งานรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ขับด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวได้ไกลหน่อยมากกว่า

ที่มา - Forbes

No Description
Klaus Frölich | ภาพโดย BMW

Get latest news from Blognone

Comments

By: api on 28 June 2019 - 09:23 #1117521

ตามเข้าใจคงเพราะค่าไฟที่โน่นแพง บวกเจออากาศหนาวทำแบตหมดเร็ว
เป็นภาระตกกับคนใช้ที่ต้องเตรียมตัวเอาเอง

By: whitebigbird
Contributor
on 28 June 2019 - 09:52 #1117529 Reply to:1117521
whitebigbird's picture

แถมราคารถไฟฟ้าก็แพงกว่ารถน้ำมันที่พิกัดเดียวกันอีกต่างหาก จ่ายแพงกว่าทั้งตอนซื้อ และหลังซื้อเลย

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 28 June 2019 - 09:39 #1117527

ได้ยินว่าค่าไฟเยอรมัน หน่วยละ 12 บาทแพงกว่าบ้านเราสามเท่าและแพงกว่าจีนหกเท่า...ก็คงไม่ค่อยมีใครอยากใช้หรอก กลายเป็นใช้น้ำมันประหยัดกว่า

By: komkit0710
Windows PhoneSUSEWindows
on 28 June 2019 - 10:40 #1117539 Reply to:1117527

แพงไม่แพง ต้องคำนวณค่าครองชีพและรายได้เฉลี่ยด้วยครับ เผลอๆ อาจหนักกว่าบ้านเรา 3 เท่าก็เป็นได้ หรือบ้านเราอาจจะพอๆ กันเพราะรายได้เราน้อยกว่าเขา

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 28 June 2019 - 10:54 #1117543 Reply to:1117539

มันไม่แพงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ

แต่แพงเมื่อเทียบกับการใช้เครื่องยนต์สันดาปปกติไงครับ (ไม่นับเรื่องภาษีอะไรอีกส่วนนะ)

คือรถไฟฟ้า ev เวลาขายในประเทศที่ค่าไฟไม่แพง ก็ชูจุดเด่นเรื่องความประหยัด รักษ์โลก

แต่พอจะขายในเยอรมนี ที่ค่าไฟมหาโหด มันก็ชูเรื่องความประหยัดไม่ได้ แต่จริงๆ แหล่งผลิตไฟฟ้าในเยอรมนี นี่มาจากพลังงานหมุนเวียน 30 กว่า % เป็นอันดับต้นๆของโลก ก็จะชูเรื่องรักษ์โลกได้อย่างเดียว ซึ่งมันก็คงขายได้เฉพาะกลุ่มระดับบนขึ้นไป ที่ยอมจ่ายแพงกว่าปกติเพื่อรักษ์โลกได้

By: komkit0710
Windows PhoneSUSEWindows
on 28 June 2019 - 11:52 #1117560 Reply to:1117543

จบเลยลืมคิดถึงเทียบน้ำมัน อ่านไม่ครบขออภัยครับ จับใจความแต่ในท่อนแรกเทียบค่าไฟฟ้าของแต่ละประเทศ แต่ต้องเทียบกับน้ำมันหรือพวกสินค้าทดแทน

By: 0FFiiz
Windows PhoneAndroidWindows
on 28 June 2019 - 10:56 #1117544 Reply to:1117539
0FFiiz's picture

ตามจริงเคสนี้ คำนวณแค่ ค่าไฟ กับ ค่าน้ำมัน ก็พอนะครับ
เพราะต้องการเทียบว่า ใช้แบบไหนราคาถูกกว่า

ไม่ได้บอกว่า ค่าครองชีพใครแพงกว่า

/ พักการเมืองบ้าง

By: MrThursday
ContributorRed HatUbuntuWindows
on 28 June 2019 - 13:19 #1117579 Reply to:1117539

ใจคอจะไม่หักภาษีเงินได้สักหน่อยหรอจ้ะ

By: tuttap
Android
on 28 June 2019 - 09:57 #1117531
tuttap's picture

โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเครียร์ ให้พลังงาน สูง จนไม่พอคุ้มสร้าง ให้ครอบคลุม ทั่วประเทศเลยเหรอครับ ทำไม ทุนผลิตไฟฟ้าแพงมาก เหมือนประเทศแถวๆ นี้พลังงาน สะอาดแท้ๆ

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 28 June 2019 - 10:16 #1117536 Reply to:1117531

เยอรมัน มีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดเป็นสัดส่วนที่มาก(>30%)เป็นอันดับต้นๆของโลก มีกำลังผลิตจากนิวเคลียร์แค่ 11% และมีแผนลดลงเรื่อยๆ

ต้นทุนก็เลยสูงกว่าที่อื่น ที่เน้นใช้ถ่านหินเป็นหลัก

https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=2028:art-20170628-01&catid=49&Itemid=251

https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=2364:art20180131-01&catid=49&Itemid=251

https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=2984:20190410-art01&catid=49&Itemid=251

By: waroonh
Windows
on 28 June 2019 - 11:10 #1117547 Reply to:1117531

นิวเคลียร์ นะครับ
ต้องซื้อแท่งยูเรเนี่ยม ซื้อมาแล้ว ผลิตพลังงานเสร็จ เอาไปเก็บดองไว้ ที่ใหนซักที่นึง
ถ้าเราเทียบว่า โลก คือ หอพักรวม หน้ามหาลัยที่ใหนซักที่ ถูกๆ มีห้องน้ำรวมคือทะเล
ประเทศที่ ใช้พลังงาน นิวเคลียร์ ก็เหมือน ถ่ายอุจาระใส่ถุง แล้วทิ้งลงห้องน้ำรวมไม่ได้
มีไม่กี่ทางเลือก คือ เอาถุงวางในห้อง แอบเอาถุงไปวางที่ห้องข้างๆ
คร้ันจะเอาไปทิ้งขยะด้านนอก (ยิงขึ้น อวกาศ) ก็มี % ระเบิด กลางอากาศ ตายหมู่ทั้งโลก

ไม่สะอาดนะครับ นิวเคลียร์ หน่ะ

By: IDCET
Contributor
on 28 June 2019 - 12:36 #1117569 Reply to:1117547

ก็ถึงต้องมีทำที่เก็บยูเรเนียมหมดสภาพใต้ดินไงครับ หรือถ้ามีเทคโนโลยีที่ดีพอก็อาจจะสกัดเอายูเรเนียมออกมาใส่แกนใหม่เอาไปใช้กับโรงไฟฟ้าได้อีก เอาไปทำผลิตภัณฑ์อื่นที่ใช้ยูเรเนียม ใช้สารเคมีย่อยสลายและทำลายยูเรเนียมทิ้งเป็นเศษโลหะเอาไป Recycle หรือเอาไปใช้กับโรงไฟฟ้าพลังงานต่ำก็ยังได้ เพราะแม้จะหมดก็ยังมีกัมมันตภาพรังสีที่อาจใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้นะ

อีกอย่าง ถ้ามีวิธีการกำจัดที่ดีพอและมีแผนความปลอดภัยที่รัดกุม เคร่งครัด มันก็ใช้งานได้ปลอดภัยหมดหละครับ

By: TeamKiller
ContributoriPhone
on 28 June 2019 - 13:11 #1117575
TeamKiller's picture

ขอแบบ Nissan Note ดีกว่า และก็เพิ่มเสียบชาร์ทข้างนอกได้ก็พอ

Hybrid ดูซับซ้อนเกิน ซ่อมบำรุงลำบาก

By: Kojorn on 28 June 2019 - 13:33 #1117585

ผมยังสงสัยประเด็นเรื่องรักษ์โลกนะครับ ว่ามันดีกว่าขนาดไหน เพราะอย่าลืมว่าแบตเตอรี่ในปัจจุบันเนี่ย กว่าจะผลิตได้มันก่อมลพิษไม่น้อยนะครับ แถมขั้นตอนการกำจัด การรีไซเคิลก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้แบบหมดจดไม่เหลือสารพิษซะหน่อย, ในส่วนของโรงไฟฟ้า ตอนนี้ก็ไม่ได้มีมากเพียงพอ ถ้าฮิตรถไฟฟ้ามากๆ ก็ต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม และส่วนมากก็ยังต้องใช้ถ่านหินอยู่ ซึ่งก็ก่อมลพิษอยู่ดี (แค่ว่าการกำจัดมลพิษดีกว่าการปล่อยออกจากท่อไอเสียโดยตรง) โดยรวมๆผมว่าในปัจจุบันระบบไฮบริดน่าจะเป็นทางเลือกที่รักษ์โลกมากกว่าซะอีก ตราบใดที่เรายังหาวิธีการผลิตไฟฟ้าเป็นปริมาณมากๆและเซลไฟฟ้าที่ดีมากๆได้โดยที่ทำลายสิ่งแวดล้อมแค่เพียงเล็กน้อยไม่ได้

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 28 June 2019 - 18:02 #1117614 Reply to:1117585
McKay's picture

เคยอ่านรายงานว่า carbon footprint เริ่มต้นสูงมากครับ ต้องใช้เป็นประจำ 7-10 ปี carbon footprint ถึงจะได้พอๆกับ ICE

แต่ EV ถ้าใช้เป็นประจำแล้วระยะยาวช่วยลดได้จริงครับ เพราะอายุการใช้งานนานกว่า เครื่องยนต์ไม่สึกหรอแบบ ICE


In Soviet Warcraft, Argus comes to you.

By: crisis_xiii
iPhone
on 28 June 2019 - 17:34 #1117613
crisis_xiii's picture

Hybrid คนก็ไม่อยากใช้เท่าไรครับ ราคาขายต่อแย่ ปัญหาเยอะ สู้ใช้น้ำมันล้วนดีกว่า
ถ้ากฏหมายไม่ออกมาบังคับ คนส่วนใหญ่ก็ไม่รักโลกเท่าไรหรอกครับ รักเงินในประเป๋ามากกว่า

รถไฟฟ้ามันดี แต่ต้องทำให้ได้ในระดับเดียวกับ Tesla คนถึงจะอยากใช้ ถ้าทำได้แค่ Note คนก็ไม่ใช้อยู่ดี