NBTC

กสทช. ออกประกาศกำหนดให้ผลิต, จำหน่าย, ผู้นำเข้า "กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต" (Internet TV Box) ต้องขออนุญาตนำเข้าตามมาตรา 70 แห่งพ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

ประกาศของกสทช. ระบุชัดว่าไม่ว่ากล่องเหล่านี้จะติดตั้งแอปพลิเคชั่นสำหรับรับสัญญาณโทรทัศน์อยู่ก่อนแล้วหรือไม่ก็ต้องขออนุญาตทั้งสิ้น โดยยกตัวอย่างอุปกรณ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่ Android box, Chromecast, Apple TV

น่าสนใจว่านิยามของกสทช. นั้นแทบจะเป็น "คอมพิวเตอร์" อยู่แล้ว โดยตัวอุปกรณ์ที่นำภาพออกโทรทัศน์และรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ตได้ก็น่าจะครอบคลุมคอมพิวเตอร์แทบทั้งหมด

ที่มา - ราชกิจจานุเบกษา, ประชาชาติธุรกิจ

1-1+2+3+4

ภาพโดย Jonathan_job

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

อุปกรณ์ที่พูดถึงข้างบน ยังไงมันก็ต้องต่อ TV นะครับ
หรือซื้อไปต่อจอคอมที่มี HDMI
ลำบากเรื่องลำโพงเปล่าๆ นะ

อุปกรณ์พวกนี้ทำให้ % การตัดสินใจซื้อทีวีใหม่ สำหรับบางคนลดลงครับ โดยส่วนตัวใช้ Chromecast อยู่กับทีวีเก่า ใช้ดูพวก youtube,twitch บ้างครับ

เห็นด้วย ตั้งแต่ทุกอย่างดูผ่านคอม ผ่านมือถือได้ ผมก็แทบไม่เปิดทีวีอีกเลย นานๆทีเปิดเพื่อดูหนังกับเครื่องเสียงชุดใหญ่เท่านั้น ความอยากได้ทีวีใหม่ก็ลดลงจริงๆ

ถามเป็นความรู้นิดนึง ปกติประเทศอื่นเค้าไม่มีองค์กรที่มาคอยตรวจสอบอุปกรณ์พวกนี้ใช่ป่าวครับ? หรือเค้าจะตั้งเป็นองค์กรใหม่เพื่อมาตรวจสอบอุปกรณ์เหล่านี้โดยเฉพาะ

ทำไมต่อขออนุญาตด้วย มีอะไรน่าเป็นห่วงละเนี่ย

มือถือ , Tablet , notebook, pc, TV , Android box อีกหลากหลายเยอะไปหมด ก็ดูทีวีได้หมด เลยนะเนี่ย

ผู้นำเข้า "กล่องรับสัญณาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต"

สัญณาณ => สัญญาณ

ตามมาตรา 70 แหงพรบ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

แหง => แห่ง

พรบ. => พ.ร.บ.

และรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านอินเทอ์เน็ตได้

อินเทอ์เน็ต => อินเทอร์เน็ต

ที่มา - ราชกฤษฎีกา, ประชาชาติธุรกิจ

ราชกฤษฎีกา => ราชกิจจานุเบกษา

ถ้าใช้เกณฑ์นี้ งั้น Intel Compute Stick ต้องลงทะเบียนด้วยเหรอ?
อะไรที่เสียบ HDMI กับโทรทัศน์ได้ ถือว่าเป็น Internet TV Box?
ทำอย่างนี้ไม่เอาคอมพิวเตอร์ประกอบเองเสียบต่อกับโทรทัศน์ต้องลงทะเบียนไปด้วยเลยล่ะ

น่ายินดีครับ platform ของฝรั่งกำลังจะเข้ามากลืนกิน platform แบบปกติของประเทศเรา(คนไทยหลายคนก็ร่วมยินดี) ต่อไปเราก็คงนั่งทำ content กันงกๆ ส่วนเงินก็ถูกโอนไปต่างประเทศหมด เพราะไม่มี platform ของตัวเองที่มีประสิทธิภาพพอมารองรับ ต้องรอดูกันต่อไปว่าผู้นำประเทศเรา รวมถึงทั้งโลกจะมีวิธีจัดการกับเรื่องนี้ยังไง ไม่ช้าก็เร็ว mass media น่าจะค่อยๆล้มลงไปทีละเจ้า เพราะลงทุนสูง แต่ return ต่ำ และมี digital media มาแย่งเค้ก จนตอนนี้การเติบโตนำไปแล้ว

ผมเคยดูข่าวต่างประเทศ เช่น จีน ในหลายๆครั้งรัฐออกมาปกป้องผลประโยชน์ของชาติ เพื่อกันให้คนในประเทศมีงานทำ ไม่ตกเป็นทาสต่างชาติ เพราะถ้าเราเอาแต่เชิดชูเทคโนโลยีฝรั่งและไหลไปตามเค้า อย่าลืมสิครับทุกครั้งที่คุณ live หรือ upload media ขึ้น fb, yt, line เงินมันไหลออกไปครึ่ง คนทำได้เท่าไหร่เชียว รัฐเหรอ 0 เลยมั้ง ยิ่งเราใช้เท่ากับเรายิ่งเพิ่มมูลค่าในตลาดหุ้นให้เค้า mass media เดิมก็โดนชิงส่วนแบ่งไป ซึ่งตรงนี้ก็ต้องปรับตัวตามยุคครับ ไม่ใช่จะมาใช้ model แบบเดิมๆในการหาเงิน ในเมื่อลูกค้ามีทางที่ดีกว่าเพิ่มขึ้นมา

ผมว่ารัฐทำถูกแล้วครับ มันไม่ใช่ว่าทีวีขายไม่ออกหรอก(แหม่ จะได้เอี่ยวซักเท่าไหร่เชียว) ผมว่าเค้ากำลังปกป้อง mass media แต่จะได้อีกนานเท่าไหร่ เพราะทำแบบนี้เหมือนการประคองมือกันเดินเฉยๆ

ครับ ผมพยายามมองหลายๆ ด้าน ไม่ได้มองแต่ว่าใครกำลังบล็อคใคร เคยดูสารคดีต่างประเทศเวลารัฐบล็อคต่างชาติ เพื่อปกป้องคนในชาติ ดูจบแล้วมันปลื้มปีติยินดี ทำไมเค้ารักชนชาติตัวเองขนาดนี้ พอเราทำบ้างทำไมมีแต่คนก่นด่า ส่วนเรื่องนี้จะเป็นเรื่องการเมืองมั้ย ผมไม่ทราบช่ำชองขนาดนั้นครับ เข้าไม่ถึง

มันควรจะหยุดโทษคนอื่นแล้วหันกลับมามองตัวเองครับ คอนเทนต์มันห่วยไม่งั้นคนไม่ไปดูที่อื่นหรอก ปกป้องผลประโยชน์ชาติ ก็จบด้วยนายทุนคนไทยเราด้วยเองกอบโกยจนร่ำรวย ผมไม่เห็นว่ามีนจะกระจายมาที่คนไทยเลยครับ ถ้าบอกว่าภาษีก็โอเค ลองสร้างกฏใหม่ๆหาวิธีเก็บ แต่การบล็อคต่างชาติเนี่ยคุณเชื่อความจริงในประเทศเราได้จริงหรอ?

... ปกป้องผลประโยชน์ของ Mass Media ? อะไรคือประโยชน์ของ Mass Media ต่อประชาชนเหรอครับ ?? ทำฟรีหรือ ก็ไม่ใช่ ขายโฆษณาทำกำไรได้เท่าไรต่อเท่าไร คอนเทนท์ก็เหมือนพายเรือในอ่าง ไม่ได้ส่งเสริมสร้างสรรค์อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นเสือนอนกินมาเป็นสิบๆ ปี ไหนจะเป็นเครื่องมือชักจูงของใครต่อใครมาบ้างแล้วก็ไม่รู้ ?

เคสนี้เข้าใจว่า ทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ทีวีนะครับ

เพราะคนดูผ่านสื่อทีวี digital น้อยทั้งๆที่ประมูลกันไปแพง จนผู้ประมูลเข้ามาโวยวายกัน เลยต้องไปเข้มงวดกดดันคนที่ดูผ่านสื่อชนิดอื่น ให้หาดูได้ยากขึ้น หรือลำบากขึ้น (การเข้มงวดตรวจสอบอุปกรณ์ก็ถือว่าทำให้ยุ่งยากหรือราคาสูงขึ้น)

แต่คำถามคือ แล้วอะไรคือผลประโยชน์ของคนในชาติ? การที่ผู้บริโภคเข้าถึงสื่อได้อย่างหลากหลายเสรี หรือการที่ทำให้เข้าถึงได้อย่างจำกัด เพื่อบีบให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับผู้ประมูลเป็นหลัก?

เรียนแบบนี้ครับ ในฐานะของผู้บริหารช่องทีวี ออนไลน์มีเดีย ผู้จัดละคร ผู้สร้างภาพยนตร์ ผู้ผลิตเกม นักจัดรายการวิทยุ นักเขียน ซึ่งทั้งหมดที่ผมทำนี้เกี่ยวข้องกับกสทช. โดยตรง

โดยส่วนใหญ่แล้วนโยบายของ กสทช. มีเนื้อความที่บอกถึงการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ผลิตสื่อและประชาชนเป็นหลัก ... แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกๆสื่อที่ผมได้ทำงานมานั้นออกจะต้องรองรับระเบียบของ กสทช. และมอบสิ่งต่างๆให้ กสทช. มากกว่าที่ กสทช. จะเอื้อประโยชน์ให้ครับ อันนี้คือคนที่ทำงานเอง ขายงานเอง และอยู่บน Platform ทั้ง Online และ Offline นะครับ

การปกป้องผลประโยชน์ของ กสทช. คือการเอื้อให้เรามีความพร้อมในการแข่งขัน การยก Barrier ภาษี หรือการสนับสนุนให้เนื้อหาที่เป็นเนื้อหาทางภาพนั้นเป็น IP (ทรัพย์สินทางปัญญา) ที่มีมูลค่าจริงๆ (เช่นการนำสิ่งเหล่านี้ไปประเมินกับธนาคาร ... ธนาคารยังตีมูลค่าเท่ากับซีดีที่เราเขียนให้เค้านะครับ ถ้าส่งไปทางอีเมล์นี่คือค่าเท่ากับศูนย์ครับ) หรือการช่วยในเรื่องของการสนับสนุนการแข่งขันให้เกิดความหลากหลายของเนื้อหา ฯลฯ

แต่ในที่นี้ กสทช. ยังมีจุดบกพร้อมจำนวนมากที่จะต้องแก้ใข แต่การที่ลดทอนการสนับสนุนการเข้าถึงสื่อของประชาชนนั้นไม่ใช่เรื่องหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตครับ เงินนั้นมันจะไหลไปต่างประเทศต่อเมื่อมันเอื้อให้เกิดผลประโยชน์กับทางช่อง ดังนั้นไม่ค่อยต้องเป็นห่วงครับว่า Platform ต่างชาติจะมากลืนกินเนื้อหาไทยครับ เพราะอย่างไรก็ตามเนื้อหาที่เป็นเนื้อหารอง ก็เข้ามามีบทบาทอยู่แล้ว โดยเฉพาะ User Generate Content (พวกวิดีโอที่ถ่ายเล่นกันเอง หรือพวกคลิปนู่นนี่นั่นต่างๆ) ซึ่งหากเข้าใจกลไกพวกนี้แล้วสื่อต่างๆยังมีที่ยืนที่ดีครับ

ส่วน Platform ที่มีประสิทธิภาพนั้นความจริงแล้วเรานำเข้าเสียเยอะกว่าเพราะการลงทุนนั้นสูงมาก การดูแล Upkeep นั้นสูงมาก ค่าใช้จ่ายในการดูแลเนื้อหาที่ดีนั้นสูงมากเช่นกันครับ

ปล. Digital Media กับ Traditional Media เดินคู่กันอยู่ครับ ณ เวลานี้ การเติบโตของผู้ชมทีวียังโตต่อเนื่องอยู่ครับ แต่ในอีก 10 ปีช่องทีวีจะถ่ายเทตัวเองลงไปสู่ออนไลน์ได้ครับ ตอนนี้แต่ละเจ้าก็ปรับตัวกันมากแล้วครับ คงไม่ได้เรียกว่าล้มครับ เพราะทีมทำงานสื่อเก่า/ใหม่ มีขนาดเริ่มจะไม่ค่อยต่างกันครับ แต่ราคาขายโฆษณาออนไลน์ยังต่ำกว่ามาก ซึ่งตรงนี้จะทำให้สูงได้ต้องไม่ใช่ปิดกั้นการเข้าถึงครับ แต่ต้องเปิดกว้างให้ทุก Platform และทุกเครื่องรับชมได้เข้าสู่อินเตอร์เน็ตจริงๆเพื่อกระตุ้นให้เกิดการทำตลาด และตอนนั้น Local Content จะมี Demand สูงขึ้นมากครับ

รัฐสามารถเข้ามาช่วยได้นะครับ แต่ต้องคุยกับผู้ผลิตสื่อในแต่ละด้านดีๆหน่อยครับ

ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

ที่จริงก็ต้องยอมรับอย่างว่าเราประมูลทีวีดิจิตอลกันช้า .... ช้าจนเทคโนโลยีมัน obsolete ไปแล้ว คือถ้าเกิดว่าเราประมูลได้เร็วกว่านี้สักสิบปี พวกผู้ให้บริการเครือข่ายก็น่าจะถึงจุดคุ้มทุนค่าประมูลกันไปหมดละ แต่ว่าเราช้ากันเอง

แต่ถ้าอยากจะช่วยจริง ๆ ก็คงต้องเริ่มจากบล็อก Youtube :) ไม่ได้บอกว่ามันเป็นบริการประเภทเดียวกัน แต่ผมว่าไอ้นี่แหละที่เป็นตัวฆ่าทีวีจริง ๆ ไม่ใช่พวกระบบออนดีมานด์

mr_tawan Thu, 27/04/2017 - 20:47

In reply to by hisoft

Youtube เป็นเว็บแชร์วิดีโอครับ ไม่ใช่ทีวีออนดีมานด์ (ต่างกันนิดหน่อยนะ)

นั่นแหละครับเป็นอย่างที่คุณพูดมา มันเหมือนการประคองมือกันเดินไปเฉยๆ

แต่การแก้ปัญหาจริงๆคือการทำให้ คนในชาตินั่นแหละ "ตระหนัก" ขึ้นมาได้เองว่า "เราควรจะเอาอย่างเขาบ้าง"
ควรจะสนับสนุนในสิ่งที่คนในชาติ สร้างอะไรๆขึ้นมาเอง ทั้งกิน ทั้งใช้ ทั้งดู ทุกอย่าง

จริงๆพวกเรามีวิธีคิดแบบไทยๆครับ นั่นคือการคิดว่า หากเราพยายามทำด้วยตัวเองนั้นมันยาก เหนื่อย เราจึงคิดกันว่า "ซื้อเอาง่ายกว่า" เดี๋ยวพวกฝรั่งมันก็คิดอะไรดีๆออกมา เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว
เราจะไปพัฒนาอะไรสู้เขาได้ เพราะแม้แต่ก้าวที่ 1 จาก 0 เรายังไม่ก้าว แล้วมันจะไปก้าวต่อๆไปได้ไง

ซึ่งพอจะมีใครออกมาทำอะไรที่เป็นของไทยก็โดน
"สู้ของฝรั่งไม่ได้"
"ใช้ไม่ดี"
"เขาผลิต วิจัยมานานแล้ว ต่างชาติน่ะ (คนไทยทำมั่งไม่ได้?)"
"ซื้อเอาง่ายกว่า เร็วกว่า ต้องการตอนนี้เลย"
ฯลฯ

มันเป็นลูปงูกินหางนะ ถ้าจะออกจากลูปได้รัฐต้องมองคนไทยที่ทำเรื่องพวกนี้ให้ออกและสนับสนุนเขาครับ

ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นครับ เมื่อมีคนไม่เห็นด้วย ผมก็ยินดีปรับทัศนคติที่ยังไม่ถูกต้องของตัวเองตลอดเวลาครับ ผมเป็นผู้ผลิตสื่อครับ ไม่ได้เป็นเจ้าของสื่อ โดยส่วนตัวแล้วไม่มีปัญหากับการเข้ามาของ platform ต่างชาติ (จริงๆเป็นประโยชน์เพราะเพิ่มช่องทางทำเงินให้ผมเอง) โดยส่วนตัวผมไม่มีความสามารถในการสร้าง platform เองหรอกครับ ทำหน้าที่ได้แค่สร้าง content ที่ดีส่งออกไป แต่ก็นั่นแหละครับ อย่างที่กล่าวมา จริงๆแล้วจุดประสงค์ความคิดของผมคือ ทำยังไงไม่ให้เราตกเป็นทาสของ platform ต่างชาติตลอดไป ถ้าระบบดั้งเดิมของเรามันไม่ยอมพัฒนา ปรับตัว ก็คงต้องปล่อยให้ตายไปตามเวลา ทุกวันนี้ยอมรับตรงๆเลยครับ ทักษะต่างๆ ที่ผมพัฒนาตัวเองขึ้นได้ ก็เพราะการเข้ามาของ social media นี่แหละครับ พอข้อมูลมัน share กันเร็วและมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เรา connect กับคนอื่นได้ง่ายและสะดวกขึ้น ส่งผลให้เราเรียนรู้ได้ไวจริงๆ ตรงนี้ต้องขอบคุณ facebook และ iphone ครับ สองอย่างนี้เข้ามาเปลี่ยนโลกจริงๆ สมัยก่อนต้องใช้ความพยายามสูงมากจริงๆ กว่าจะได้อะไรมาแต่ละอย่าง ทุกวันนี้เปิด facebook ความรู้มันก็แทบจะไหลเข้าหัวจะรับไม่ทัน ขออภัยที่ความคิดเห็นของผมมันขัดกับแนวคิดของหลายๆคนครับ และขอบคุณที่แชร์สิ่งดีๆให้ผมได้ย้อนกลับไปคิดดูใหม่

ตีความผลของประกาศนี้คงต้องดูกฎหมายที่อ้างอิงด้วยด้วยครับ มาตรา 70 แห่ง พรบ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เขียนไว้ว่าอย่างไร

ถ้าขนาดนั้นคอมพิวเตอร์มันก็น่าจะโดนไปด้วยนะ ที่ว่ามาข้างบนผมมีหมดเลยทั้ง
R Pi สำหรับ Kodi
CC สำหรับเปิด YT
ATV สำหรับเล่นเพลง
ส่วนช่อง TV ปกติผมกล้บไม่ค่อยได้ดู

nrad6949 Thu, 27/04/2017 - 00:06

ผมนึกเล่นๆ ตอนที่เห็นประกาศฉบับนี้ว่า มันน่าจะเป็นเรื่องของภาษีในท้ายที่สุด หรือถ้าไม่ใช่ภาษีก็เป็นความพยายามปกป้องธุรกิจแบบเดิมๆ ที่ไม่สามารถแข่งกับความเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีได้

ย้ำอีกครั้งว่านึกเล่นๆ ส่วนนึกจริงๆ ก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าออกมาทำไม