YouTube นั้นถือเป็นช่องทางที่ถูกวิจารณ์มาอย่างต่อเนื่องว่ามีการจ่ายเงินให้ผู้ถือลิขสิทธิ์น้อย ซึ่งทาง YouTube ก็ได้ออกมาอธิบายว่าเงินที่จ่ายให้ถือว่าเยอะแล้ว
YouTube เผยว่า เจ้าของลิขสิทธิ์นับพันแห่งได้ทำสัญญากับ YouTube เพื่อให้วิดีโอของแฟนๆ อยู่บน YouTube รวมถึงสามารถรับผลประโยชน์จากวิดีโอได้ โดยผู้ถือลิขสิทธิ์ยอมรับว่าการที่แฟนๆ อัพโหลดวิดีโอจะเป็นการโปรโมตยอดขายของศิลปินเอง เช่นวิดีโอตลกในการให้สัมภาษณ์ของ Ben Affleck ช่วยผลักดันยอดขายอัลบั้ม Sound of Silence ของ Simon & Garfunkel ขึ้นเป็น 10 อันดับแรกของ Hot Rock Songs เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีที่อัลบั้มนี้ออกมา
นอกจากนั้นยังมี Content ID ระบบจัดการลิขสิทธิ์ที่ YouTube เคลมว่าแม่นมาก มีเพียง 0.5% ที่ต้องมาจัดการด้วยมนุษย์ เท่ากับว่า Content ID จัดการลิขสิทธิ์ได้ถึง 99.5% และมีความแม่น 99.7% โดยปัจจุบันรายได้จากวิดีโอที่อัพโหลดโดยแฟนๆ คิดเป็น 50% ของรายได้ทั้งหมด
YouTube บอกว่าหากจะเปรียบเทียบบริการให้อย่างเหมาะสมก็ต้องเทียบกับวิทยุ เพราะรายได้ของ YouTube มาจากโฆษณาเหมือนสถานีวิทยุ ซึ่งในสหรัฐนั้นวิทยุไม่ต้องจ่ายเงินให้ผู้ถือลิขสิทธิ์เพราะถือเป็นช่องทางในการโปรโมต ส่วนในสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสต้องจ่าย ซึ่ง YouTube จ่ายมากกว่านั้นอีก 2 เท่า
แม้ว่า YouTube จะมีผู้ชมสูงถึงเป็นล้านวิวต่อวิดีโอ แต่จากสถิติแล้วผู้ใช้ YouTube จะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงต่อ 1 เดือนในการดูเพลงบน YouTube แตกต่างจาก Spotify ที่ใช้เวลา 55 ชั่วโมงต่อเดือน แต่ YouTube ก็ยังคงเห็นว่าแกนหลักของบริการก็คือการฟังเพลง จึงเป็นเหตุผลที่ YouTube สร้างระบบ Content ID ร่วมกับเจ้าของลิขสิทธิ์ รวมทั้งสร้างโปรโมชั่นที่พร้อมจ่ายเงินให้ผู้ถือลิขสิทธิ์เหล่านั้น
จนถึงวันนี้ YouTube ได้จ่ายเงินกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ให้กับอุตสาหกรรมเพลง และตัวเลขนี้มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี จึงเป็นเหตุผลที่ YouTube สร้างแอพ YouTube Music และเปิดให้บริการ YouTube Red เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้ศิลปินและนักแต่งเพลง
ที่มา - YouTube Creator Blog
on
คือว่า อย่าขอเยอะ
tonkung Sat, 07/05/2016 - 23:16
คือว่า อย่าขอเยอะ เดียวไม่ให้ซะเลยสินะ
เอาตามใจเถอะพ่อ
bigau17 Sat, 07/05/2016 - 23:29
เอาตามใจเถอะพ่อ
มองอีกแง่นึง
mrBrightside Sat, 07/05/2016 - 23:35
มองอีกแง่นึง
Youtube ทำให้คนเข้าถึงศิลปินได้มากขึ้น เป็นช่องทางโปรโมตอย่างดี ยิ่งกว่าวิทยุซะอีก
เห็นด้วยครับ
isk Sat, 07/05/2016 - 23:40
In reply to มองอีกแง่นึง by mrBrightside
เห็นด้วยครับ
แต่ศิลปินอิจสระหวังจาก
dangsystem Mon, 09/05/2016 - 13:46
In reply to มองอีกแง่นึง by mrBrightside
แต่ศิลปินอิสระหวังจาก Youtube เพิ่มมากขึ้นและสิครับ
ทั้งสองฝ่ายก็คงต้องหาจุดเหทาะ
gondolaz Sun, 08/05/2016 - 00:01
ทั้งสองฝ่ายก็คงต้องหาจุดเหทาะสม ที่ลงตัวเพื่อให้ก้าวเดินกันได้ต่อไป
ผมก็เห็นด้วยกับ google
jj1977 Sun, 08/05/2016 - 00:16
ผมก็เห็นด้วยกับ google นะที่เรื่องเพลง youtube เหมือนกับสถานีวิทยุที่ช่วยโปรโมทเพลงให้ศิลปิน
ผมเห็นต่างหน่อยนึงคือ YouTube
langisser Sun, 08/05/2016 - 20:41
In reply to ผมก็เห็นด้วยกับ google by jj1977
ผมเห็นต่างหน่อยนึงคือ YouTube สามารถให้บริการเพลงได้ทันทีและคุณภาพดีด้วย ผู้ใช้งานแทบไม่ต้องอุดหนุนศิลปินเลย ถ้าเป็นวิทยุคือต้อง"รอ"ฟังครับ ไม่งั้นก็เสียเงินซื้อสักทางนึง
"คุณภาพดีด้วย"
Hexsense Tue, 10/05/2016 - 00:42
In reply to ผมเห็นต่างหน่อยนึงคือ YouTube by langisser
"คุณภาพดีด้วย"
เอ ถ้าท่านพูดถึงภาพผมก็พอเห็นด้วย แต่นี่เพลงนะครับ Youtube บีบอัดหนักมาก ไม่ Hi-fi เบยย
ขอให้เปิดเผยเมื่อเทียบกับรายไ
OXYGEN2 Sun, 08/05/2016 - 03:52
ขอให้เปิดเผยเมื่อเทียบกับรายได้รวมถึงค่าใช้จ่ายดีกว่าครับ บอกว่าจ่ายเท่านี้อาจจะไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่
อ่านเรื่องนี้แล้ว
Arain14 Sun, 08/05/2016 - 08:12
อ่านเรื่องนี้แล้ว ทำให้นึกถึงเปิดยูทูปในร้านแล้วมีคนมาจับลิขสิทธิ์เพลง....
ก็ยังจับใด้อยู่ครับ เพราะ
put4558350 Sun, 08/05/2016 - 08:35
In reply to อ่านเรื่องนี้แล้ว by Arain14
ก็ยังจับใด้อยู่ครับ เพราะ YouTube มี License สำหรับ Personal Used เท่านั้น
ไม่อยากโดนจับลิขสิทธิเพลงก็คงต้องไช้วิทยุ เพราะเป็น license สำหรับเผยแพร่
ตัวเลือกที่เหลือคือต้องไช้เพลงที่ไม่มี license (หรือไม่มีตัวแทนนำจับ เช่น เพลงอินเดีย) ไม่ก็ ai music composition แต่จะใด้แต่ดนตรีไม่มีเสียงร้อง
ถ้าเปิดเพื่อการค้าก็โดนครับ
pongmile Sun, 08/05/2016 - 17:37
In reply to ก็ยังจับใด้อยู่ครับ เพราะ by put4558350
ถ้าเปิดเพื่อการค้าก็โดนครับ แต่ถ้าเปิดฟังเฉยๆโดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับทางร้าน ก็ไม่โดนครับ
จำได้ว่าคดีนี้ศาลตัดสินว่าไม่
toyspeed.p Sun, 08/05/2016 - 20:54
In reply to อ่านเรื่องนี้แล้ว by Arain14
จำได้ว่าคดีนี้ศาลตัดสินว่าไม่ผิดเพราะไม่ได้ขายเพลงเป็นหลักนี่ละครับ
ตัวอย่างบทเรียนราคาแพงก็
Architec Sun, 08/05/2016 - 19:54
ตัวอย่างบทเรียนราคาแพงก็ imeem ไงครับ จ่ายจนหมดตัวแล้วก็ขายให้ myspace
(No subject)
A4 Sun, 08/05/2016 - 22:12
ฮี่ๆ
shelling Mon, 09/05/2016 - 21:59
In reply to (No subject) by A4
ฮี่ๆ