ปีนี้ ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Note 5 ซึ่งไม่มีอะไรผิดไปจากความคาดหมายนัก เจ้า Note 5 ใช้ดีไซน์และรูปลักษณ์ตามแบบของ Galaxy S6 (ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ครั้งใหญ่ของซัมซุง) แต่เพิ่มปากกา S Pen ที่เป็นจุดเด่นของซีรีส์ Galaxy Note ตลอดมา
จากที่ผมคุยกับคนในแวดวงหลายๆ คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตลาดไทยนั้น "Galaxy Note ขายดีกว่า Galaxy S" ด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนั้นผมเชื่อว่าหลายคนที่สนใจ Galaxy S6 อาจเลือกที่จะรอ Galaxy Note 5 แทน และตอนนี้เมื่อ Note 5 เปิดตัวแล้วก็ได้เวลารีวิวครับ (ภาพเยอะมากตามเคย)
สเปกฮาร์ดแวร์: สี่พี่น้องแห่ง Galaxy S6 Platform
เดิมทีนั้นมือถือตระกูล Galaxy Note ของซัมซุงถูกวางตัวไว้ในสถานะ "เรือธงครึ่งหลังของปี" คู่กับตระกูล Galaxy S ที่เป็นเรือธงประจำครึ่งแรกของทุกปี จุดต่างของ Note กับ S แบ่งออกได้ 3 ประการหลักคือ
- Note หน้าจอใหญ่กว่า S
- Note มีปากกา S Pen
- Note สเปกดีกว่า S ตามรอบการอัพเดตที่ห่างกันครึ่งปี (รวมถึงดีไซน์อาจต่างไปบ้างเล็กน้อย)
มาถึงปี 2015 ซัมซุงเลือกใช้ยุทธศาสตร์ที่ต่างออกไปจากที่แล้วมา โดย Galaxy Note 5 ที่ออกตามหลัง Galaxy S6 ประมาณ 5 เดือน (ช่วงเวลาระหว่างรุ่นลดลงเล็กน้อย) กลับใช้ฮาร์ดแวร์เหมือนกับ S6 แทบจะทุกประการ ดังตารางด้านล่าง
จากตารางจะเห็นว่า สเปกของ Note 5 กับ S6 เหมือนกันแทบทุกประการ จุดต่างหลักๆ ในแง่สเปกคือ
- หน้าจอ Note 5 ใหญ่กว่า (5.7" vs 5.1")
- Note 5 ให้แรม 4GB
- Note 5 ไม่มีความจุ 128GB ให้เลือก (ใส่ microSD ไม่ได้ทั้งคู่)
- Note 5 แบตใหญ่กว่าเป็น 3,000 mAh (ตามขนาดเครื่อง)
- Note 5 รองรับ LTE Cat 9 (เครือข่ายต้องรองรับด้วย)
- ระบบปฏิบัติการเริ่มมาเป็น Android 5.1 เลย (อัพเดตทันกันได้)
ในแง่สเปกโดยรวมแล้ว พื้นฐานของ S6 กับ Note 5 แทบไม่ต่างกัน ฟีเจอร์ด้านฮาร์ดแวร์อย่างอื่น เช่น ตัวสแกนลายนิ้วมือ, ตัววัดอัตราการเต้นหัวใจ NFC, ที่รองรับ Samsung Pay มีเหมือนกันหมด รวมถึงประเด็นเรื่องฝาหลังถอดไม่ได้, เปลี่ยนแบตเองไม่ได้, เสียบ microSD ไม่ได้, ใช้นาโนซิมแบบถาด พวกนี้เหมือนกันทุกประการ
นอกจากมือถือสองตัวนี้แล้ว ปีนี้ซัมซุงยังมีมือถือที่ใช้พื้นฐานเดียวกันอีกสองรุ่นคือ S6 edge และ S6 edge+ ด้วย มือถือทั้งสี่ตัวมีความใกล้เคียงกันมากในระดับที่ผมขอเรียกว่า Galaxy S6 Family หรือ Galaxy S6 Platform
ความแตกต่างของสี่พี่น้องมีดังนี้
- Galaxy S6 หน้าจอ 5.1" รุ่นพื้นฐาน
- Galaxy S6 edge หน้าจอ 5.1" เพิ่มขอบชีส
- Galaxy S6 edge+ หน้าจอใหญ่ 5.7" เพิ่มขอบชีส
- Galaxy Note 5 หน้าจอใหญ่ 5.7" เพิ่มปากกา
จากที่กล่าวมาทั้งหมด ด้วยยุทธศาสตร์ของซัมซุงปี 2015 ทำให้พรมแดนความแตกต่างระหว่างซีรีส์ S กับ Note ที่แล้วๆ เริ่มจางหายไป จากเดิมที่ Note มีความแตกต่างจาก S อยู่สามประการคือปากกา หน้าจอ สเปก จึงลดลงมาเหลือแค่เรื่องปากกาเป็นหลักเพียงอย่างเดียว (ส่วนหน้าจอใหญ่ขึ้นจริง แต่ไม่ใช่ Note 5 รุ่นเดียวที่จอใหญ่ขึ้นจาก S6 ส่วนเรื่องการเลือกขายระหว่าง Note 5 กับ S6 edge+ ในแต่ละประเทศ อันนี้ก็ไม่เข้าใจซัมซุงเหมือนกัน)
เหตุผลหลักๆ ในการเลือกซื้อ Galaxy Note 5 แทนที่จะเป็นพี่น้องคนอื่นๆ ใน S6 Platform จึงเหลือแค่ปัจจัยว่า "ใช้ปากกาหรือไม่" ส่วนปัจจัยเรื่องสเปกคงมีความสำคัญน้อยลงไป
ดีไซน์: ยังคงอยู่บนพื้นฐานของ S6 Platform
เมื่อต้นปี 2015 การเปลี่ยนแปลงดีไซน์ของ Galaxy S6 ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับฐานรากของซัมซุงก็ว่าได้ ดีไซน์ของ S6 ฉีกแนวจากมือถือรุ่นก่อนๆ ที่เคยมีมา ในภาพรวมแล้วมันหรูหราขึ้นมาก แต่ก็ต้องแลกด้วยฟีเจอร์บางอย่างที่หายไป เช่น แบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนไม่ได้ และใส่ microSD เพิ่มไม่ได้
พอมาถึงรอบของ Note 5 ซัมซุงกลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงดีไซน์ของตัวเครื่องให้ฉีกแนวไปจาก S6 มากนัก (ตามแนวคิดเรื่อง S6 Platform ที่อธิบายไปแล้วข้างต้น) ดีไซน์ภายนอกของ Note 5 แทบจะยกหน้าตาและวัสดุโลหะของ S6 มาทั้งหมด ถ้าหยิบเครื่องมาให้ดูแบบเผินๆ แล้วอาจแยกไม่ออกว่าต่างกันอย่างไรด้วยซ้ำ
ถ้าไม่นับเรื่องปากกาแล้ว จุดที่พอจะสังเกตความแตกต่างระหว่าง S6 กับ Note 5 คงเป็นขอบด้านหลังเครื่องที่โค้งมน แทนขอบแบนราบแบบ S6 ตรงนี้ช่วยให้จับได้กระชับมือมากขึ้นครับ
แนวทางการออกแบบของทั้ง S6 และ Note 5 เน้นความหรูหรา ใช้วัสดุโลหะมันวาว (this shiny object!) ซึ่งดูดีมีราคา แต่มันก็มีข้อเสียในมุมกลับคือเป็นรอยนิ้วมือง่ายมากๆ และการใช้งานอาจไม่สมบุกสมบันได้มากนัก จำเป็นอย่างยิ่งที่ควรต้องหาเคสมาใส่กันรอย
สีสัน: เพิ่มสีเงิน คู่สีทอง
Galaxy Note 5 มีให้เลือกทั้งหมด 4 สีคือ ดำ ขาว เงิน ทอง แต่รุ่นที่วางขายในเมืองไทยตอนนี้ยังมีเฉพาะเงินและทองครับ (สีดำเข้าเดือนตุลาคม สีขาวยังไม่มีแผน)
แนวทางการเลือกสีของซัมซุงปีนี้มีสีพื้นฐานคือ ดำ ขาว ทอง เหมือนกันในทุกรุ่นย่อยของ S6 Platform และแต่ละรุ่นจะมีสีพิเศษเฉพาะของรุ่นนั้น ได้แก่ น้ำเงิน (S6) เขียว (S6 edge) ส่วนกรณีของ Note 5 คือสีเงินนี่เอง
เปรียบเทียบดีไซน์กับ Galaxy Note 4
เพื่อให้เห็นพัฒนาการของ Note 5 เราลองมาดูรูปเปรียบเทียบกับรุ่นพี่ Note 4 กันบ้าง ถ้าเอามาวางเทียบกันแล้วจะเห็นว่า Note 5 มีขนาดผอมและเตี้ยกว่า Note 4 เล็กน้อย (ที่ขนาดหน้าจอ 5.7" ความละเอียด 2560x1440 เท่ากัน)
ความเตี้ยของเครื่องอาจต่างกันนิดเดียว แต่ความผอมของเครื่องเห็นความแตกต่างชัดเจน โดยรวมแล้ว Note 5 มีสัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องทั้งหมดเยอะกว่า Note 4 (จอเท่ากัน เครื่องเล็กลง) แต่ในการใช้งานจริงก็ไม่ใช่ประเด็นอะไรมากมายนัก
ปากกา S Pen ของ Note 5 จะยาวกว่ารุ่นก่อนเล็กน้อย เพราะตรงหัวปากกาสามารถกดแล้วเด้งได้เหมือนปากกาลูกลื่น ในขณะที่ปากกาของ Note 4 เป็นแท่งแข็งๆ ขยับอะไรไม่ได้เลย
ซอฟต์แวร์: เหมือน S6 แบบทุกอย่าง
พื้นฐานซอฟต์แวร์ของ Galaxy Note 5 ก็เหมือน Galaxy S6 แทบจะทุกประการครับ คงไม่ลงรายละเอียดมากนัก ย้อนไปอ่านได้ใน รีวิว Galaxy S6 และ S6 edge ในที่นี้จะเล่าเฉพาะจุดสำคัญเท่านั้น
หน้าโฮมของ Note 5 ค่าดีฟอลต์มีมาให้สองหน้าจอ (บวกอีกหนึ่งหน้าจอ Flipboard/My Magazine ที่ปิดได้) รูปแบบของไอคอนอาจต่างไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วสะอาดสะอ้าน ไม่รกรุงรัง
หน้าจอแอพก็มีเพียงแค่ 2 จอ แอพพื้นฐานมีให้ครบถ้วน แอพที่พรีโหลดมีของซัมซุงนิดหน่อย (พวก Galaxy Apps, Galaxy Gift, Galaxy Rewards) ส่วนแอพที่ไม่ใช่ของซัมซุงทำเองมี
- แอพกลุ่ม Google (ที่ลดจำนวนแอพพรีโหลดลงไปจากเดิม)
- แอพกลุ่ม Microsoft แบบเดียวกับ Galaxy S6
- แอพกลุ่ม Social เท่าที่สังเกตคือเป็นแอพของค่าย Facebook ได้แก่ Facebook, Messenger, WhatsApp, Instagram และมี LINE แถมมาให้อีกตัวสำหรับเฟิร์มแวร์ไทย
ระบบปฏิบัติการเป็น Android 5.1.1 รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อม KNOX เวอร์ชัน 2.5
ลองเปิดแอพ Smart Manager พบว่าค่าดีฟอลต์ใช้พื้นที่ไปประมาณ 25% และกินแรมประมาณ 48% (อัตราการใช้แรมอาจแปรผันตามแอพที่เปิดอยู่ด้วย)
ฟีเจอร์ด้านซอฟต์แวร์อื่นๆ เช่น การเปลี่ยนธีม, motion gesture, Easy Mode, การปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือ เท่าที่ลองเล่นดูเหมือน S6 ทุกประการ คงไม่ต้องเขียนถึงซ้ำนะครับ
ปากกา S Pen
จุดขายสำคัญของ Galaxy Note คือปากกา S Pen ดังนั้นไม่กล่าวถึงคงจะไม่ได้ สำหรับ S Pen ของ Galaxy Note 5 มีจุดต่างไปจาก S Pen ของ Note 4 ไม่เยอะนัก
ฝั่งของฮาร์ดแวร์ก็อย่างที่กล่าวไปแล้วคือกดแล้วมีสปริงเด้งได้ อันนี้แปลกดี ลองใช้แล้วพบว่าไม่ต่างอะไรกับ S Pen แบบเด้งไม่ได้สักเท่าไรนัก (คือมีหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น)
หน้าจอ Air Command ที่จะโผล่ขึ้นมาอัตโนมัติเมื่อดึงปากกา ถูกออกแบบให้สะอาดตาขึ้น เข้าถึงฟังก์ชันหลักได้ 4 อย่าง (เพิ่มช็อตคัตเองได้)
- Action memo จดโน้ตด่วน เช่น จดเบอร์โทรศัพท์ระหว่างคุยโทรศัพท์
- Smart select จับภาพหน้าจอหรือบางส่วนของหน้าจอ
- Screen write เขียนลงไปบนหน้าจอ
- S Note เข้าแอพจดโน้ตตัวเต็ม
ฟีเจอร์เล็กๆ ที่เพิ่มเข้ามาคือเขียนหน้าจอได้ แม้ว่าเครื่องปลดล็อคอยู่ (ตัวเลือกนี้ไม่เปิดมาให้โดยดีฟอลต์) เราสามารถดึงปากกาออกมาแล้วเขียนลงหน้าจอได้เลย ตอนที่เขียนจะเป็นตัวหนังสือสีขาวพื้นสีดำ แต่เมื่อเขียนเสร็จแล้วเซฟ ปลดล็อคหน้าจอ มันจะไปอยู่ใน Action memo โดยกลับมาใช้สีพื้นตามปกติของแอพ
แอพ S Note ถูกออกแบบให้สะอาด แบนราบมากขึ้น ส่วนฟีเจอร์ Smart select เพิ่มความสามารถจับภาพหน้าจอทั้งหมด (ทั้งเว็บเพจตั้งแต่หัวจรดท้าย เหมือนกับแอพจับภาพหน้าจอบางตัว) โดยผู้ใช้ต้องกดปุ่ม Capture more ทีละหน้าจอไปเรื่อยๆ เมื่อได้ครบตามที่ต้องการแล้วกด Done
สรุปว่า S Pen เวอร์ชันใหม่ดีขึ้นกว่าเดิมในหลายจุด แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ ในภาพรวมแล้วคงไม่ต่างจาก S Pen ของ Note 4 เท่าไรนัก
SideSync 4.0
Samsung SideSync เป็นฟีเจอร์ที่มีมานานมาแล้วเช่นกัน เป้าหมายของมันคือเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟนกับพีซีให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น โอนถ่ายไฟล์ระหว่างกันสะดวกขึ้น รวมถึงแสดงการแจ้งเตือนต่างๆ ของสมาร์ทโฟนบนพีซีด้วย
Galaxy Note 5 มาพร้อมกับ SideSync 4.0 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ของใหม่คือรองรับ OS X, ปรับหน้าตาให้สะอาดขึ้น, ซิงก์อัตโนมัติผ่าน Wi-Fi, ปรับปรุงความเร็วของการโอนถ่ายไฟล์มากขึ้น
เท่าที่ลองใช้ดูก็พบว่าหน้าตาดูสวยขึ้น และดูไม่ค่อยขัดๆ ระหว่างการใช้งานเหมือนรุ่นก่อนๆ ครับ อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้อาจไม่ใช่ฟีเจอร์กระแสหลักที่ทุกคนต้องใช้งาน (มีไว้ก็ดี อาจได้ใช้บ้าง แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้งานมือถือตลอดเวลา ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องเปิดค้างไว้)
Fast Wireless Charging
ฟีเจอร์ใหม่อย่างหนึ่งของ Note 5 คือ Fast Wireless Charging ชาร์จไฟแบบไร้สายได้เร็วกว่าเดิม (ถึงแม้จะไม่เร็วเท่ากับ Fast Charging แบบมีสาย) ซึ่งต้องใช้คู่กับอุปกรณ์เสริมเป็นแท่นชาร์จรุ่นใหม่ที่ขายแยกต่างหาก
ตอนวางมือถือบนแท่นชาร์จก็จะมีแอนิเมชันให้รู้สึกว่า กำลังชาร์จพลัง ออร่าลุกโชน
แถมมีตัวเลขระยะเวลาบอกบนจอด้วยว่า ชาร์จแล้วอีกนานเท่าไรจะเต็ม (เนื่องจากเราไม่มีอุปกรณ์แท่นชาร์จไร้สายรุ่นก่อนมาชาร์จเทียบ เลยบอกไม่ได้ว่าเร็วขึ้นแค่ไหนนะครับ)
อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ในกล่อง มีสายชาร์จแบบ Fast Charge มาตรฐาน, หูฟังพร้อมกล่องใส่ (พัฒนาขึ้นจากเดิมตรงมีกล่องใส่) และอุปกรณ์ช่วยจิ้มถาดซิม
ส่วนอุปกรณ์เสริมที่หยิบยืมมาได้จากซัมซุงประเทศไทยคือ เคสแบบฝาพับ (Flip Case) มาตรฐาน เป็นเคสใสที่มีฝาปิดโปร่งแสง พับฝาแล้วขึ้นตัวเลขนาฬิกาบอกได้
กล้อง
เนื่องจากกล้องของ Note 5 แทบไม่ต่างอะไรจากกล้องของ S6 ตรงนี้คงไม่ขอรีวิวละเอียดเช่นกันครับ
ดูรูปเทียบระหว่างกล้องของ Note 4 (ซ้าย) และ Note 5 (ขวา) ได้ด้านล่าง ทั้งหมดถ่ายด้วยโหมด Auto คลิกเพื่อดูภาพความละเอียดเต็มได้
YouTube Live Broadcast
ฟีเจอร์ใหม่ด้านกล้องของ Note 5 ที่โชว์ในงานเปิดตัวคือการถ่ายวิดีโอแล้วสตรีมสดขึ้น YouTube Live Streaming ซึ่งซัมซุงไปทำดีลกับกูเกิลไว้
วิธีการใช้งานคือเข้าแอพกล้องแล้วเลือกโหมดเป็น Live Broadcast ที่แยกจากการถ่ายวิดีโอแบบปกติครับ การเปิดใช้ครั้งแรกจะยุ่งยากพอสมควร เพราะต้องล็อกอินบัญชี YouTube จากหน้ากล้องก่อน (ถ้าเปิด 2-step verification ไว้ก็ต้องใส่โค้ดด้วย), ตกลงตามเงื่อนไขการใช้งาน และถ้าบัญชี YouTube ของเราไม่เคยยืนยันตัวตนมาก่อน จะใช้โหมด Live ไม่ได้ ก็ต้องยืนยันตัวตนด้วยโค้ดจาก SMS อีกรอบ
เมื่อผ่านขั้นตอนยุ่งยากทั้งหลายมาแล้ว ที่เหลือเป็นเรื่องง่าย เราก็กดถ่ายวิดีโอแล้ว invite เพื่อนๆ เข้ามาดูในหน้า YouTube Live ได้เลย และเมื่อถ่ายเสร็จแล้วก็สามารถตั้งค่าให้อัพโหลดวิดีโอขึ้น YouTube อัตโนมัติได้ด้วย
ฟีเจอร์นี้ถือว่าเจ๋งไม่น้อย และเราน่าจะเห็นการถ่ายทอดสดงานอีเวนต์ต่างๆ ด้วยสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นอีกมาก (ข้อดีที่เหนือกว่าแอพพวก Periscope หรือ Meerkat ก็คือมันผูกกับ YouTube โดยตรง สะดวกและคุ้นเคยกว่า) หวังว่าซัมซุงจะตามอัพเดตฟีเจอร์นี้ให้มือถือรุ่นอื่นๆ ด้วยนะครับ
Galaxy Note 5 ห้ามใส่การ์ด ห้ามถอดแบต
ประเด็นที่ถกเถียงกันเยอะคือ Galaxy Note 5 ไม่สามารถถอดฝาหลัง-ถอดแบตเตอรี่เอง และเสียบ microSD ได้ ซึ่งทำให้กลุ่ม power user ที่ต้องการฟีเจอร์เหล่านี้ (ที่มีในซีรีส์ Note มาตลอด) ไม่พอใจการเปลี่ยนแนวทางของซัมซุงอย่างมาก
ช่วงนี้กำลังฮิตก็ขอเล่นสักหน่อยนะครับ
ประเด็นเรื่องฝาหลังถอดไม่ได้ ถอดแบตเองไม่ได้ รวมถึงเสียบการ์ดหน่วยความจำเองไม่ได้ เป็นสิ่งที่ถกเถียงกันมาตั้งแต่ Galaxy S6 ว่าซัมซุงจะเลิกฟีเจอร์เหล่านี้ และหันไปทำตามแอปเปิลทำไมกัน พอมาถึงซีรีส์ Note ที่ผู้ใช้กลุ่มโปรใช้กันเยอะ เรื่องนี้เลยยิ่งกลายเป็นประเด็นเข้าไปอีก
ตรงนี้ต้องแยกว่า เรากำลังมีกลุ่มผู้ใช้ที่แยกจากกันชัดเจน คือกลุ่มที่ไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย และกลุ่มที่มองว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เลือกมือถือของซัมซุง ซึ่งความต้องการของผู้ใช้ทั้งสองกลุ่มสวนทางกันอย่างชัดเจน
ผู้ใช้อย่างเราๆ ไม่รู้สถิติหรือตัวเลขการใช้งานเชิงลึกแบบเดียวกับซัมซุง คงไม่มีใครอธิบายเหตุผลแทนซัมซุงได้ สิ่งที่สามารถบอกได้คงมีเพียงแค่ว่า ซัมซุงเลือกจะเดินหน้าหาผู้ใช้กลุ่มแรก (ที่ไม่สนใจเรื่องถอดแบต-เสียบการ์ด) และทอดทิ้งผู้ใช้กลุ่มหลัง สุดท้ายแล้วยอดขายคงจะบอกเองว่าซัมซุงคิดถูกหรือไม่
โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่าการถอดฝาหลัง-ถอดแบต-เสียบการ์ด (รวมถึงการที่ซิมการ์ดเป็นแบบเสียบ ไม่ใช่แบบถาด) เป็นฟีเจอร์ที่ "มีก็ดีนะ" แต่ไม่ถึงขั้น "ไม่มีไม่ได้" ดังนั้นการที่ S6 และ Note 5 เลือกเดินแนวทางนี้คงไม่ใช่ปัญหากับผมมากนัก อย่างไรก็ตาม Blognone เคยมีคอมเมนต์ถกเถียงกันเรื่องนี้หลายครั้ง (ตอนที่ 1, ตอนที่ 2) อันนี้ก็เข้าใจผู้ใช้กลุ่มโปรที่ต้องการฟีเจอร์เหล่านี้อย่างยิ่งยวดเช่นกันนะครับ เพียงแต่ดูท่าทีของซัมซุงแล้ว คงไม่ยกเลิกการตัดสินใจ กลับมาทำแบบเดิมในอนาคตอันใกล้นี้
ทางออกที่เป็นไปได้มากที่สุดของผู้ใช้ Galaxy Note ที่ต้องการฟีเจอร์ถอดแบต-เสียบการ์ด คงเป็น Galaxy Note 4 ซึ่งเป็นมือถือที่ดีมากๆ ตัวหนึ่ง และเวลาที่ผ่านไปหนึ่งปี ราคาลดลงจากเดิม ยิ่งทำให้มันเป็นมือถือที่คุ้มค่าคุ้มราคาขึ้นอีกมาก
บทสรุป Galaxy Note 5
อย่างที่เขียนไปในตอนต้นๆ ว่า Galaxy Note 5 คือ Galaxy S6 เวอร์ชันเพิ่มปากกา แต่จิตวิญญาณของมันยังคงความเป็น Galaxy S6 แทบทุกประการ
Galaxy S6 เป็นมือถือที่ค่อนข้างสมบูรณ์ในตัวอยู่แล้ว (ถ้าไม่รวมประเด็นขัดแย้งเรื่องถอดแบต-ใส่การ์ด) การเพิ่มปากกา S Pen ที่พัฒนาต่อเนื่องกันมาหลายปี ทำให้ภาพรวมของ Note 5 เป็นมือถือที่ดีมากๆ ตัวหนึ่ง และหาข้อติได้ยากมาก
อย่างไรก็ตาม ถ้าดูจากระยะเวลาที่ทิ้งห่างจาก S6 เกือบครึ่งปี การเปลี่ยนแปลงที่ไม่เยอะเท่าไรนักของ Note 5 อาจดูน่าผิดหวังอยู่บ้าง โดยเฉพาะถ้านำไปเทียบกับรุ่นพี่ตระกูล Galaxy Note ที่มีความแตกต่างจาก Galaxy S ที่ออกในปีเดียวกันเสมอ
ในภาพรวมแล้ว พัฒนาการของ Note 5 เป็นการปรับปรุงในจุดเล็กจุดน้อยมากมาย ที่ช่วยให้ Note 5 สมบูรณ์ขึ้นกว่าทั้ง S6 (ในแง่สเปก-ดีไซน์-ความสามารถ) และ Note 4 (ในแง่ปากกา) และเป็นมือถือซัมซุงที่ดีที่สุดในปัจจุบันได้อย่างเต็มภาคภูมิ แต่ในมุมกลับแล้ว Note 5 กลับขาดจุดขายที่โดดเด่น เปรียบดัง "หมัดน็อค" ปัจจัยชี้ขาดที่จูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อหามาใช้งาน
สุดท้ายแล้ว กลุ่มลูกค้าของ Note 5 คงขึ้นกับว่าผู้ใช้คนนั้นต้องการอะไร
- ถ้าคุ้นเคยกับ Android, ต้องการฟีเจอร์ปากกา และมีกำลังจ่ายค่าตัวราคาสองหมื่นกลางๆ Note 5 ก็เป็นตัวเลือกเดียวที่มีในตอนนี้ ซื้อมาแล้วรับรองว่าไม่ผิดหวัง
- แต่ถ้าเป็นกลุ่มที่ต้องการความสามารถเรื่องถอดแบตเตอรี่-ใส่การ์ดหน่วยความจำเพิ่ม ตัวเลือกที่เหมาะคงเป็นการถอยกลับไปซื้อ Note 4 ที่ราคาถูกกว่ากันมาก
- ในกรณีที่ไม่ต้องการปากกา คงไม่มีเหตุจำเป็นสำหรับการซื้อ Note 5 และในท้องตลาดมีมือถือ Android หน้าจอใหญ่ให้เลือกหลายรุ่นหลายราคาอยู่แล้ว
จุดเด่น
- เป็น Android เรือธงสเปกแรงที่สุดในตอนนี้ (แรงกว่า S6 เล็กน้อย)
- หน้าตาหรูหรา สวยงาม (เหมือน S6)
- กล้องสวย (เหมือน S6)
- ฟีเจอร์ปากกา S Pen ถูกปรับปรุงจนสมบูรณ์
จุดด้อย
- ตัวเครื่องเป็นรอยนิ้วมือได้ง่ายมาก
- ถอดฝาหลังไม่ได้ ถอดแบตเตอรี่ไม่ได้ เสียบ microSD เพิ่มไม่ได้
- ราคาอาจแพงไปสักนิดเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยมือถือในปัจจุบัน
on


















































ผมเลือก Note 4 อย่างไม่ลังเล
HoLY CoMM@nDo Mon, 24/08/2015 - 18:01
ผมเลือก Note 4 อย่างไม่ลังเล เพราะไลฟ์สไตล์ผม ต้องมี 2 พาทิชั่น คือเก็บไฟล์แยกไว้อีกไดรฟ์ อีกไดรฟ์ก็ลงแอปใช้งานไป หาก OS มีปัญหา ก็เหมือนกับ PC ที่ไดรฟ์ C: เจ๊ง อย่างน้อยๆ ไฟล์ในไดรฟ์ D: ก็ยังอยู่ครบ ไม่ต่างกับ micro SD ที่การ์ดที่เป็นอีกพาทิชั่น ตัว OS มีปัญหา ไฟล์ในการ์ดอย่างรูปถ่ายที่เราถ่ายมาทั้งหมดก็ยังอยู่ครบ แถมย้ายไปเครื่องอื่นก็ได้ นอกจากว่า Samsung จะทำให้สามารถแบ่งพาทิชันตัว Internal Storage เป็น 2 ไดรฟ์ได้ ผมถึงจะมอง
เรื่องแบตก็เหมือนกัน การที่ถอดไม่ได้ก็เป็นสัญญาณอันตราย เพราะเครื่อง Note II อายุ 2 ปีของผมนี้ มีปัญหาเรื่องแบตมา 2 ครั้งแล้ว คือแบตบวมและรวนหนักมาก การจ่ายไฟไม่นิ่ง แต่ยังดีที่มันถอดฝาหลังได้ ก็เลยถอดแบตมาพักเอาไว้ และไม่ใช้งาน Note II เลย แล้วก็ไปสั่งแบตศูนย์มาเปลี่ยนใส่เอง และล่าสุดหลังจากใช้ได้ 6 เดือน แบตศูนย์บวม แต่ยังไม่มีอาการรวนเหมือนก้อนแรก อยากลองของใหม่ก็เลยไปซ์้อ COMMY มาเปลี่ยนลองใช้ยาวๆ ดูซะเลย (อาการแบตบวมอาจจะสรุปได้ว่า เกินจากไว้ในกางเกงนั่นแหละ แล้วไปออกกำลังกาย ทำให้ความร้อนในตัวแผ่ออกมาที่กระเป๋ากางเกงด้วย ทำให้สะสมความร้อนนาน จนทำให้บวมเริ่มบวมในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็ไม่เสมอไป บางก้อนอยู่ได้เป็นปีๆ เลยทั้งๆ ที่อยู่ในที่ร้อน)
แล้วก็เรื่องดีไซน์ปากกาของ Note 5 มันคือการเอาดีไซน์ของ Note II กลับมาใช้ชัดๆ เลย คือลักษณะจะเหมือกับหัวปากกาลูกลื่น ที่ตรงปลายปากกาจะค่อยๆ เหลาจนแหลม ซึ่งอันที่จริงผมก็คิดนะว่าปากกาของ Note II ดีไซน์ก็สวยดีอยู่แล้ว แต่ไหง Note 3 กับ Note 4 ถึงได้ออกแบบมาไม่เหมือนปากกาซะอย่างงั้น คือปลายปากกาทู่ๆกลมๆ แล้วมีไส้ปากกาโผล่ออกมาตรงปลาย มันดูไม่สวยเอาซะเลย
แล้วก็หน้า Launcher จะเอากรอบ Glass ออกไปทำไมก็ไม่รู้ เอกลักษณ์เดิมที่เวลาปัดแล้วมีกรอบ Glass และมีเอฟเฟ็กต์แบบพลิกหน้า 3D ก็ถูกตัดออกไปใน S6 หมด แถมการสร้างโฟลเดอร์ก็ไม่สะดวกเหมือนก่อน คือจะสร้างโฟลเดอร์เปล่าๆ แล้วแตะ + เพื่อเลือกไอคอนแอปก็ไม่ได้ ต้องลากให้ไอคอน 2 ตัวมาชนกันแล้วจึงจะมีโฟลเดอร์โผล่ขึ้นมาอีก ยุ่งยากในการใช้งานจริงๆ
ฯลฯ มีเรื่องให้พูดเยอะ แต่ผมพิมพ์บ่อนได้ไม่หมดอ่ะ
ต้องลากให้ไอคอน 2
readonly Mon, 24/08/2015 - 20:19
In reply to ผมเลือก Note 4 อย่างไม่ลังเล by HoLY CoMM@nDo
สร้างตามความคุ้นเคยของคนใช้ iOS ไงครับ อาจจะเป็น killer feature สำหรับคนที่ร่วมโครงการ "ถือ iPhone ได้ลอง Note5 ฟรี" ก็ได้
NOTE 3
pd2002 Mon, 24/08/2015 - 18:05
NOTE 3 ผมใช้ปีเดียวแบตก็ไปแล้ว เดินไปซื้อก้อนใหม่ที่ Samsung Customer Service เปลี่ยนชื้บ อึดขึ้นทันตาเห็น 555
ชอบสุดตรงที่แทบจะไม่มี
errin Mon, 24/08/2015 - 19:09
ชอบสุดตรงที่แทบจะไม่มี Bloatware นี่แหละ
เป็นคนนึงที่รอ Note 5
illusion Mon, 24/08/2015 - 20:56
เป็นคนนึงที่รอ Note 5 พร้อมกำตังค์ไว้รออยู่แล้ว เพราะติดใจความเจ๋งของ S6 มาก ติดที่มันใส่ MicroSD ไม่ได้ คิดว่าตอน Note 5 ออกก็คงจะมีช่องใส่การ์ดในฐานะรุ่นโปร เลยตัดสินใจรอรุ่นนี้แหละ
สุดท้าย ได้ซื้อ Note 4 มาใช้ซะงั้น แถมประหยัดเงินไปได้อีกเยอะเลย คุ้มจริงๆ
อย่างน้อยผมคนนึงนี่แหละที่สะท้อนความต้องการของลูกค้าให้ซัมซุงได้เห็นผ่านการซื้อของ ถ้าคนคิดเหมือนกันเยอะๆ มาซื้อ Note 4 จนหมดตลาด ก็หวังว่าซัมซุงจะเก็บเอาไปคิดเหมือนกันเรื่องถอดแบตกับ MicroSD
ยิ่งผมเป็นคนซื้อมือถือมาใช้งาน เน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์ ไม่ได้มีมือถือไว้โชว์ ดังนั้นผมไม่ติดใจอยู่แล้วว่าจะเป็นรุ่นใหม่หรือรุ่นเก่า คือใช้ได้หมดถ้ามันตอบโจทย์ อีกอย่างยอมรับว่า Note 5 สวยจริง แต่ไม่มีความหมายสำหรับผม เพราะซื้อมาผมก็จับมาใส่เคส Otterbox หุ้มมิดทั้งเครื่องอยู่ดี
(ทุกครั้งที่ผมเจอมือถือรุ่นไหนสวยๆ วัสดุพรีเมียม แวววาวระยิบระยับ ผมจะคิดออกมาโดยอัตโนมัติว่า "ซื้อมาก็ใส่เคสป่ะ?")
ถ้า Note 5 คือมือถือที่ "ดีที่สุด" ของซัมซุง ผมก็ขอเสริมว่า Note 4 ก็คือมือถือที่ "สมบูรณ์แบบ" ที่สุดรุ่นนึงของซัมซุงครับ เท่าที่ใช่มาก็ไม่ผิดหวังเลย เป็นมือถือที่ดีมากตัวนึง ถ้าไม่ติดว่าต้องเป็นรุ่นใหม่เท่านั้น ผมว่าตัวนี้ก็ตอบโจทย์การใช้งานทุกอย่างแล้ว แม้แต่กล้องก็อยู่ในระดับแนวหน้า ไม่ได้ขี้เหร่เลย
ประเด็นอีกอันนึงที่ไม่ได้ใส่ล
mk Mon, 24/08/2015 - 23:26
In reply to เป็นคนนึงที่รอ Note 5 by illusion
ประเด็นอีกอันนึงที่ไม่ได้ใส่ลงในรีวิว แต่ผมไม่ค่อยชอบเป็นส่วนตัวคือ ช่องใส่ซิมแบบถาดครับ คือมันต้องพกอุปกรณ์ช่วยจิ้มต่างหาก เทียบกับช่องเสียบซิมแบบเปิดฝาหลัง ที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเลย
อย่างน้อยก็ยังดีกว่าแบบดึงออก
errin Mon, 24/08/2015 - 23:36
In reply to ประเด็นอีกอันนึงที่ไม่ได้ใส่ล by mk
อย่างน้อยก็ยังดีกว่าแบบดึงออกมาแบบ Xperia นะครับ ดึงยากไม่พอใช้ๆไปเปื่อยอีก
ผมใช้ Xperia
PsFreedom Tue, 25/08/2015 - 00:34
In reply to อย่างน้อยก็ยังดีกว่าแบบดึงออก by errin
ผมใช้ Xperia ไม่ได้รู้สึกว่ามันดึงยากขนาดนั้นนะ
คงแล้วแต่คนด้วย นิ้วเล็ก/ใหญ่ เล็บสั้น/ยาว
ปกติผมไม่ชอบเล็บยาวอยู่แล้ว (ตอนที่เทสก็เพิ่งตัดมาได้ 1 สัปดาห์ พอมีขาวๆ บ้าง แต่ยังสั้น)
เรื่องเปื่อย
ผมไม่ได้ถอดๆ ใส่ๆ ซิม/SD Card บ่อยขนาดนั้น
นานมากเปิดทีนึง แล้วมันก็แข็งแรงพอสมควร
ปรกติแล้วผมไม่ใส่เคสและติดฟิล
hive5 Tue, 25/08/2015 - 08:11
In reply to เป็นคนนึงที่รอ Note 5 by illusion
ปรกติแล้วผมไม่ใส่เคสและติดฟิล์มแต่รอบนี้ต้องจำใจใส่เพราะกล้องมันนูน แต่ก็ไม่ติดฟิล์ม
Note5 สวยงามดูดีทั้งซอฟแวร์
IonRa Mon, 24/08/2015 - 22:12
Note5 สวยงามดูดีทั้งซอฟแวร์ และฮาร์ดแวร์ เรื่องใส่การ์ดไม่ได้ ถอดแบตไม่ ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นอุปสรรค์หรือเปล่า เพราะ หน่วยความจำที่ให้มา 32 และ 64 GB ก็ถือว่าเยอะมากแล้ว ส่วนเรื่องแบ็ตถ้าบวมขึ้นมาเราก็น่าเอาไปเปลี่ยนที่ศูนย์บริการได้ (ผมเองก็ยังไม่เคยใช้บริการศูนย์ Samsung เลย ใครเคยใช้บริการก็ช่วยมายื่นยันให้หน่อยนะครับ) บอกตรงๆนะครับ หลายคนก็รู้ว่า iPhone เพิ่มการ์ด ถอดแบตไม่ได้ก็ยังซื้อ แล้ว Samsung ละ อะไหลแท้เต็มบ้าน ศูนย์เต็มเมือง พนักงานเต็มร้าน มีปัญหาอะไรก็เอาเข้าศูนย์ได้ง่ายกว่ามือถือยี่ห้ออื่นๆนะครับ
ปล. ส่วนตัวใช่ iPhone และ Lumia ครับ แต่คนรอบตัวก็ใช้ Samsung อยู่มากนะครับ
ที่บ้านใช้ Note 3 3
Log Mon, 24/08/2015 - 23:40
ที่บ้านใช้ Note 3 3 เครื่องผ่านมา 2 ปีเปลี่ยน Batt ไปแล้ว 4 ก้อน บ้านผมใช้งานกันหนักจริง ๆ ครับ Batt มันเลยเสื่อมเร็ว หลายครั้งที่ใช้งานจน Batt เหลือ 0%
อันที่จริงแอบไปดูการเปลี่ยน Batt ของ S6 ใน iFixit มามันก็ไม่ได้ยากนะ สามารถแกะได้เองครับ แต่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ(จุกสุญญากาศหาดี ๆ หน่อย Homepro มีขาย) ถ้าซื้ออะไหล่มาก็น่าจะเปลี่ยนเองได้
แล้ว Samsung พร้อมแล้วหรอ?? กับการต้องดูแลเปลี่ยน Batt ให้ลูกค้าในอนาคต เพราะขนาดแค่ผมสั่ง Batt ที่ ศูนย์ฯ มาเปลี่ยนเองยังรอ 3 week กว่าจะได้ของ ด้วยรูปแบบบริการเดิม ๆ ถ้าเข้าศูนย์ฯ ต้องทิ้งเครืองไว้ เคยถามว่าสั่งอะไหล่แล้วเข้ามาเปลี่ยนมันก็ไม่ได้อีก(เปลี่ยนส่วนอื่น) :3
เรื่องแบตเสื่อมไวนี่จริงเลยคร
readonly Tue, 25/08/2015 - 11:28
In reply to ที่บ้านใช้ Note 3 3 by Log
เรื่องแบตเสื่อมไวนี่จริงเลยครับ Samsung ของพี่สาวก็แบตเสื่อมเมื่อพ้นปีแรกพอดีเลย แม่นยังกับตั้งเวลาไว้ เขาก็ไปซื้อใหม่จากร้านเอามาใส่เอง แต่ถ้าแกะเปลี่ยนเองไม่ได้แบบนี้ คนต่างจังหวัดแบบผมลำบากแน่ๆ เพราะศูนย์ Samsung ที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไปเกือบ 100กม.
ตอนนั้นผมไปเปลี่ยนแบตโน้ต 8.0
nat3738 Tue, 25/08/2015 - 20:48
In reply to ที่บ้านใช้ Note 3 3 by Log
ตอนนั้นผมไปเปลี่ยนแบตโน้ต 8.0 ผมไม่ต้องทิ้งเครื่องไว้นะครับ เอามาเช็คอาการ แล้วเอาเครื่องกลับบ้านระหว่างรออะไหล่ได้ พออะไหล่มาก็เอาไปเปลี่ยน ไปรอบละชั่วโมงที่ศูนย์สีลม
ในแง่สเปกโดยรวมแล้ว
panurat2000 Mon, 24/08/2015 - 23:52
Did you notice? We waved goodbye to the IR blaster of the Note series
แม้ว่าเครื่องปลดล็อคอยู่ ?
เข้ามายืนยันคำเดิม
dukez78 Tue, 25/08/2015 - 01:45
เข้ามายืนยันคำเดิม ว่าเลิกซื้อซัมซุง ตั้งแต่หลอกกันเรื่อง Note 8 แล้วครับ
จบแล้วจบเลย เจ็บแล้วจำคือคน เจ็บแล้วทนคือ...อะไร?
โน๊ต 8 ทำไมเหรอครับ ?
Witna Tue, 25/08/2015 - 17:59
In reply to เข้ามายืนยันคำเดิม by dukez78
โน๊ต 8 ทำไมเหรอครับ ?
ผมโดนไป 2 ทีครับ Note 2 กับ
dukez78 Wed, 26/08/2015 - 00:37
In reply to โน๊ต 8 ทำไมเหรอครับ ? by Witna
ผมโดนไป 2 ทีครับ
Note 2 กับ Note 8
ตอนซื้อ สัญญาว่าจะอัพเดทให้เป็น Android รุ่นใหม่ล่าสุด (ณ เวลานั้น)
พอเอาเข้าจริง รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ นั่งมอง ซัมซุง รุ่นใหม่ๆตาปริบๆ
สุดท้ายไม่ได้อัพเดท หรืออัพได้แต่ทำรอมออกมาแบบไม่ค่อยตั้งใจทำ ประมาณว่ากลับไปใช้รอมเก่าดีกว่า
เลยซึ้งเลยว่า เจ้านี้เค้าเน้นขาย ไม่เน้นดูแลลูกค้าเก่า
ปล. ผมซื้อซัมซุงตามนี้ (เอาที่จำได้คร่าวๆนะครับ)
หลังจากเจ็บช้ำกันมาตลอดกับยี่ห้อนี้ ปัจจุบันที่บ้านไม่มีของยี่ห้อนี้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว ประมาณว่าเพิ่งซื้อจอ 21:9 LG34" มา http://www.lg.com/th/computer-monitor/lg-34UC97
ทั้งๆที่ยอมรับว่าของ ซัมซุง ภาพสวยกว่า และปรับสูง-ต่ำได้ แต่พูดจริงๆว่า ไม่ซื้อเพราะแปะโลโก้ซัมซุงนี้แหล่ะ เจ็บช้ำน้ำใจมาเยอะ (แอร์ก็เสีย ทีวีก็เสีย - ช่วงนั้นที่บ้านซื้อซัมซุงทั้งบ้าน เพราะมันมีโปรโมชั่นซื้อครบแสนกว่าๆหรือไงนี้แหล่ะ แล้วได้ส่วนลด)
ผมไปลองมาแล้ว
dtobelisk Tue, 25/08/2015 - 07:10
ผมไปลองมาแล้ว พบว่าปากกาวาดรูปแล้วเส้นนิ่งขึ้น การลงน้ำหนักและ feeling เวลาวาดดีกว่า note4
อยากทราบนิดนึงคือ การจับสัญญาณมือถือมันดีขึ้นมั้ยครับ
ผมเทียบ note4 ก็ LG G4 ในที่ทำงาน G4 สัญญาณเต็มตลอดเลยครับ ของ note4 ขึ้นๆ ลงๆ บางครั้งก็มีสัญญาณแต่ใช้ไม่ได้ ต้องกดเปิดปิด airplane mode
เรื่องดีไซน์ของฮาร์ดแวร์ผมมอง
mekpro Tue, 25/08/2015 - 08:43
เรื่องดีไซน์ของฮาร์ดแวร์ผมมองว่าเป็น Trade Off นะครับ อยากได้ถอดแบตได้เปลี่ยนการ์ดได้ก็ต้องแลกกับความสวยและน้ำหนัก แต่สำหรับ Note 5 ที่ออกมานี่รู้สึกว่ายังไม่ค่อยคุ้มกับ Trade off ทั้งๆที่ตัดเรื่องฝาหลังไปแล้ว แต่ยังต้องลดขนาดแบต เบาลงเล็กลงแค่เล็กน้อย และสเป้คอื่นๆ ไม่ได้เหนือกว่า Galaxy S (ปกติต้องแรงกว่า) ทำให้ดูกร่อยๆ ไปนะครับ
เรื่องความแรงนี่ผมคิดว่ามันอา
mk Tue, 25/08/2015 - 09:22
In reply to เรื่องดีไซน์ของฮาร์ดแวร์ผมมอง by mekpro
เรื่องความแรงนี่ผมคิดว่ามันอาจเป็นสัญญาณว่า cycle ของสเปกมือถือมันเริ่มตัน (แบบจริงๆ จังๆ) ด้วยครับ คือได้แรงกว่านี้ไปก็เริ่มไม่มีประโยชน์แล้ว อีกเหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะ Qualcomm แป๊กเองด้วย ปีนี้เลยไม่มีใครไปกดดันซัมซุง
ยังอยากให้เร็วกว่านี้อีกนะครั
mekpro Tue, 25/08/2015 - 10:49
In reply to เรื่องความแรงนี่ผมคิดว่ามันอา by mk
ยังอยากให้เร็วกว่านี้อีกนะครับ :P คนเดียวที่จะกดดันได้คงเป็น iPhone 6s ละครับ
ชอบรีวิวชิ้นนี้ของ MK
jakrapong Tue, 25/08/2015 - 08:53
ชอบรีวิวชิ้นนี้ของ MK และเห็นด้วยกับทุกๆ ประเด็นในนี้ครับ จุดแตกต่างจากรุ่นก่อนๆ มีไม่เยอะนัก คนที่ใช้ Note 4 ถ้ามาใช้ Note 5 คงไม่เห็นความต่างมากนัก เพราะ Note 4 ทำได้ค่อนข้างดี ผมก็เชียร์หลายคนลองซื้อ Note 4 ในราคาที่ดีหน่อยตอนนี้นะครับ
แต่! ถ้าต้องการมือถือใหม่ล่าสุดที่ดีที่สุดในตลาดเวลานี้ Note 5 น่าจะตอบโจทย์ ถ้าไม่ชอบปากกาก็ไป S6, S6 edge, S6 edge+ สิ มีให้เลือกทุกขนาด :)
พึ่งตัดสินใจถอย iPhone 6plus
cal2ibbean Tue, 25/08/2015 - 13:15
พึ่งตัดสินใจถอย iPhone 6plus note 5 สวยแต่ไปจับๆแล้วไม่ชอบ เบาแปลกๆ 555
เดี๋ยวๆๆ ไอ้ "ขอบชีส"
kentaonline Tue, 25/08/2015 - 20:59
เดี๋ยวๆๆ
ไอ้ "ขอบชีส" นี่มันอารายยย
โล่งใจ
mk Wed, 26/08/2015 - 08:41
In reply to เดี๋ยวๆๆ ไอ้ "ขอบชีส" by kentaonline
โล่งใจ คิดว่าจะไม่มีคนทักซะแล้ว
Samsung Note
the mee Wed, 26/08/2015 - 07:28
Samsung Note ดูเป็นตัวเดียวที่หน้าสนใจเพราะเจ้าอื่นไม่มีปากกากัน
ส่วน S มองว่าก็งั้นๆๆ sony มี HTC มี พวกนี้ดูน่าใช้กว่า samsung อยู่แล้ว