Special Report

การเปิดตัว Galaxy S III เมื่อคืนนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจและน่าพูดถึงหลายอย่าง แต่ผมคิดว่าสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ "ทิศทาง" การพัฒนาของสมาร์ทโฟนระดับ flagship ในรอบปีล่าสุด

ถ้าเรานำการเปิดตัว iPhone 4S ของแอปเปิลในปีที่แล้วมาเทียบ เราจะเห็นว่าถึงแม้รายละเอียดจะแตกต่าง แต่ไอเดียหรือคอนเซปต์ที่ทั้งสองบริษัทนำเสนอเป็นเรื่องเดียวกัน นั่นคือ "นวัตกรรมย้ายมาอยู่ที่ซอฟต์แวร์" (อ่านบทความ อย่าเพิ่งผิดหวังกับ iPhone 4S ประกอบ)

ฮาร์ดแวร์

สเปกด้านฮาร์ดแวร์ของ Galaxy S III ถือว่าปรับปรุงขึ้นมาหลายจุด และแน่นอนว่ามันเป็นมือถือที่สเปกดีที่สุดในปัจจุบันอย่างไม่ต้องสงสัย (และคงจะครองตำแหน่งนี้ไปอีกพักใหญ่)

แต่ถ้าเราพิจารณาให้ละเอียดขึ้น ก็จะเห็นว่าสเปกที่เพิ่มขึ้นของ S III ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากมือถือรุ่นก่อนๆ ของซัมซุงแบบสุดขั้วมากนัก จุดที่เปลี่ยนเยอะที่สุดคงเป็นซีพียู Exynos แบบควอดคอร์ แต่ซีพียูควอดคอร์บนมือถือก็ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะคู่แข่งอย่าง HTC ออก HTC One X มาก่อนหน้าแล้ว

ประเด็นที่หลายคนผิดหวังคงเป็นเรื่องจอภาพ เพราะสุดท้ายแล้ว S III ใช้จอ HD Super AMOLED ตัวเดียวกับ Galaxy Nexus (Pentile!) ความละเอียดเท่ากัน แค่ขนาดใหญ่กว่ากันเล็กน้อย ส่วนกล้องถ้าวัดตามสเปกยังอยู่ที่ 8MP เท่ากับ S II เพียงแต่นวัตกรรมไปอยู่ที่ฝั่งซอฟต์แวร์กล้องแทน (เช่น เปิดกล้องเร็ว โหมดถ่ายแบบพิเศษต่างๆ)

สเปกด้านอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรใหม่มากนัก (แต่ใส่เข้ามาให้ครบถ้วนขึ้น) เช่น แรม 1GB, ความจุ 16/32/64GB, NFC, Wi-Fi N, Bluetooth 4.0 การรองรับเครือข่ายเป็น LTE ตามสมัยนิยม

จุดที่น่าสนใจในฝั่งฮาร์ดแวร์คงอยู่ที่ระบบชาร์จไร้สาย (ซึ่งว่ากันตามตรง Palm Pre ก็ทำมาก่อนแล้ว) แต่ซัมซุงกลับไม่พูดถึงเรื่องนี้มากนัก คาดว่ายังทำไม่เสร็จครับ

ซอฟต์แวร์

นวัตกรรมจริงๆ ของ Galaxy S III มาอัดแน่นอยู่ในฝั่งซอฟต์แวร์เกือบหมด โดยพื้นฐานแล้ว ตัวระบบปฏิบัติการยังเป็น Android 4.0 ICS โดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ "ฟีเจอร์อำนวยความสะดวก" ที่ช่วยเติมเต็มให้ S III กลายเป็นสินค้าคอนซูเมอร์ที่สมบูรณ์มากขึ้นต่างหาก

ในงานเปิดตัวมือถือของซัมซุงปีก่อนๆ เราพูดกันถึง TouchWiz ที่ปรับแต่งหน้าตาของ Android ให้สวยขึ้น เพิ่มการเชื่อมต่อกับเครือข่ายสังคมต่างๆ ให้มากขึ้น ซึ่งบริการพวกนี้ไม่ต่างอะไรกับคู่แข่ง (อย่าง Sense) มากนัก

แต่ในระยะหลัง เราเริ่มเห็นฟีเจอร์ประสานงานกับเนื้อหาดิจิทัลบนอินเทอร์เน็ตมากขึ้น (ในกรณีของซัมซุงก็คือแอพตระกูล Hub ต่างๆ) และฟีเจอร์เฉพาะทางอย่างปากกา S Pen ที่เริ่มใช้ใน Galaxy Note ซึ่งก็มีประโยชน์จริงสำหรับการจดโน้ตหรือวาดภาพ

สำหรับกรณีของ S III ของใหม่ในฝั่งซอฟต์แวร์จะเลิกพูดถึงฟีเจอร์เก่าๆ ของ TouchWiz แล้ว แต่หันมาเน้นเรื่องฟีเจอร์อำนวยความสะดวกในประเด็นต่างๆ แทน เช่น

  • Smart stay - ปรับระดับความสว่างของหน้าจอได้ฉลาดขึ้น เพราะมือถือเฝ้ามองเราอยู่และรู้ว่าเรากำลังใช้งานอยู่หรือไม่
  • Direct call - การโทรออกอัตโนมัติ ถือเป็น gesture แบบหนึ่ง
  • Smart alert - แจ้งเตือนข้อความหรือเหตุการณ์ใหม่ๆ โดยการสั่นเวลาที่เรามาเปิดใช้เครื่องอีกครั้ง ฟีเจอร์ที่เหมาะสำหรับโลกยุคข้อความแจ้งเตือนเต็มไปหมด
  • Social tag - แยกแยะใบหน้าของเพื่อนจากภาพที่เพิ่งถ่าย ฟีเจอร์ที่เหมาะสำหรับโลกยุคถ่ายภาพแล้วแชร์
  • S Voice - ระบบสั่งงานด้วยเสียง อันนี้เป็นทิศทางของวงการอยู่แล้ว และแอปเปิลก็แสดงให้เห็นใน Siri แล้วว่ามันเริ่มใช้งานได้จริง
  • S Beam, AllShare Cast และ AllShare Play - รวมๆ แล้วมันคือการส่งข้อมูลข้ามเครื่อง โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนของ smart device ที่เพิ่มขึ้น (ถ้าไม่เชื่อลองดูกรณีภาพโป๊บนจอสภาสิครับ) และถ้าสังเกตดีๆ ทิศทางนี้สอดคล้องไปกับ Wii U ด้วยเช่นกัน
  • Pop up play - อำนวยความสะดวกสำหรับคนที่ชอบดูหนังบนมือถือ (อีกสักพักคงมีฟีเจอร์แบ่งจอบนแท็บเล็ต)

ฟีเจอร์ทั้งหมดนี้จะเห็นว่า__มันไม่ได้ทำอะไรใหม่มากนัก แต่ช่วยให้ทำงานแบบเก่าๆ ได้สะดวกขึ้นมาก__

ผมคิดว่าฟีเจอร์ด้านซอฟต์แวร์เกือบทั้งหมดที่ว่ามานี้ (ซัมซุงเรียกว่า TouchWiz Nature UX) จะเซ็ตมาตรฐานแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ของซัมซุงในอีก 1-2 ปีข้างหน้า และมือถือซัมซุงรุ่นถัดๆ ไปจะมีฟีเจอร์พวกนี้เข้ามาเป็นมาตรฐาน และกลายเป็นจุดสร้างความแตกต่างเหนือคู่แข่งในท้องตลาดได้ต่อไป (ได้เยอะน้อยขึ้นกับราคานะ :P)

เมฆที่หายไป

สิ่งที่แถลงในงานด้วยแต่โดนข่าวตัวมือถือกลบซะมิด ก็คือแอพและบริการออนไลน์อื่นๆ ที่เปิดตัวพร้อมกัน

ที่เป็นข่าวมีดังนี้

  • Flipboard for Android ที่เปิดให้ใช้กับ Galaxy S III ก่อน (time exclusive)
  • บริการ Music Hub แบบ subscription ตามสมัยนิยม (เหมือนพวก Spotify) อันนี้คงไม่ได้ใช้ในเมืองไทย - The Verge
  • จับมือกับ Dropbox ให้พื้นที่เก็บข้อมูลฟรี 50GB สองปี (ซึ่งไม่ต่างอะไรกับ HTC ที่แจก Dropbox 5GB หรือ LG กับ Sony แจก Box 50GB)

สิ่งที่น่าผิดหวังอยู่บ้างคือข่าวลือ S-Cloud บริการกลุ่มเมฆของซัมซุงยังไม่เป็นความจริง ทำให้ซัมซุงยังไม่มีอาวุธไปต่อกรกับ iCloud ของแอปเปิลได้ตรงๆ ในตอนนี้ (แต่สุดท้ายมันจะเกิดขึ้นแน่ๆ)

เมื่อฮาร์ดแวร์เริ่มตัน และนวัตกรรมกำลังย้ายไปอยู่บนซอฟต์แวร์

ต้องยอมรับว่าฮาร์ดแวร์มือถือพัฒนาแบบก้าวกระโดดมากๆ ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ เมื่อปี 2009-2010 เรายังใช้มือถือจอละเอียด 320x480 กันอยู่เลย มาวันนี้หน้าจอเขยิบขึ้นมาที่ 1280x720 กันแล้ว ส่วนซีพียูก็จากหลัก MHz ก็เปลี่ยนมานับเป็น GHz และจำนวนคอร์ก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าๆ ตัว

เราอาจใช้กฎของมัวร์มาอธิบายพัฒนาการของสเปกฮาร์ดแวร์ (นอกเหนือไปจากซีพียู) ได้บ้าง แต่ความต้องการใช้งานฝั่ง demand side ของผู้บริโภคมันไม่ได้เติบโตด้วยอัตราเท่ากันนะครับ เมื่อจอภาพชัดในระดับหนึ่ง ซีพียูเร็วขึ้นจนถึงระดับหนึ่งที่พอใช้งานทั่วๆ ไปได้ไหลลื่น คนส่วนใหญ่ย่อมไม่ต้องการจอภาพ 4 นิ้วขนาด 2560x1336 หรือซีพียู 2.5GHz แปดคอร์กันสักเท่าไร

ผมเชื่อว่าตอนนี้โลกของฮาร์ดแวร์มือถือเริ่มมาถึงทางตันแล้ว เราใส่อะไรต่อมิอะไรเข้ามาชนิดว่าเมื่อ 4-5 ปีก่อนคงจินตนาการกันไม่ถึง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่ iPhone 4S, iPad รุ่นสาม หรือ Galaxy S III มันเปลี่ยนจากรุ่นเดิมไม่เยอะนัก ความต่างของสเปกลดลงเมื่อเทียบกับการเปลี่ยนรุ่นช่วง 2-3 ปีก่อน

ทิศทางของโลกสมาร์ทโฟนจึงต้องหมุนออกไปทางอื่น ที่ผมคิดออกมี 2 ทาง (ที่เดินไปด้วยกันได้) นั่นคือ

  • ฮาร์ดแวร์ระดับเดิมในราคาที่ถูกลง ตัวอย่างเช่น Galaxy S ซึ่งเป็นมือถือระดับ flagship เมื่อ 3 ปีก่อน ราคาแพงระยับ ตอนนี้กลายมาเป็นมือถือตลาดกลางที่ใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้
  • ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้น ทั้งในแง่ฟีเจอร์ใหม่ (เช่น การทำงานข้ามอุปกรณ์) และการอำนวยความสะดวกให้กับงานแบบเดิมๆ ดังที่กล่าวมาเยอะแล้วในบทความนี้

ในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า เราคงได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นในฝั่งซอฟต์แวร์กันอีกเยอะ ที่เห็นอยู่ในวันนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นครับ (และแน่นอนว่าเป็นโอกาสทองของผู้พัฒนาแอพทั่วโลกด้วย กรณีของ Instagram น่าจะพิสูจน์ชัดเจน)

Galaxy S III จะเป็นมือถือขายดีแน่นอน แต่น่าซื้อแค่ไหนคงต้องมาดูราคาเปิดตัวในประเทศไทยกันอีกทีครับ

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

SII เบียด-บิด นิดก็ดังแล้ว ไม่ก็ฝาหลุด แต่หลังๆใส่เคสไม่เจออาการนั้นแล้ว แต่รุ่นนี้ดูแล้วแน่นหนาดี

อย่าเข้าใจว่าพลาสติกก็เหมือนกันหมดนะครับ Polycarbonate มันก็อันเดียวกับที่ใช้ใน N9, Lumia 800/900 หรือ One X แหละครับ ตัววัสุดมันมีความแข็งแรงทนทานมาก ความยืดหยุ่นต่ำ ทำให้คงรูปได้ดี ไม่ได้มีคุณสมบัติแย่เหมือนพลาสติกทั่วไป เอามาใช้ทำผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น กระจกห้องนักบิน (ระดับ F-22 ก็ใช้) โล่ห์ปราบจลาจล หรือพวกแว่นดำน้ำเลยนะครับ

เรื่องความแข็งแรงทนทานอะไรพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่เค้าจะสื่อหรอกครับ(ส่วนตัวผมก็คิดว่ามันไร้สาระเพราะไม่คิดจะเอามือถือไปขว้างเล่นหรือกัน .50Cal อยู่แล้ว ทำตกก็ไม่เคยจนมันบุบสลายซักที) คิดว่าเค้าคงคิดเหมือนผมคือ หน้าตามันดูแย่เพราะพลาสติก และผิวสัมผัสอาจจะดูแย่เพราะเป็นพลาสติก(ต้องรอทดสอบ)

จะกันได้ดีแค่ไหนถ้ามันยังเป็นรอยขนแมวได้สุดท้ายมันก็ค่อนข้างไร้ค่าครับ มันจะมีประโยชน์สำหรับพวกที่ไม่ค่อยรักษามือถือมากกว่า อย่างดีก็อาจจะดูโทรมช้า ขึ้นกับลักษณะการใช้งานแต่สุดท้ายก็เป็นรอยเหมือนกันอยู่ดี เอาเข้าจริงๆถ้าเปลี่ยนเป็นโลหะไปเลยยังจะทำให้รอยมองไม่เห็นได้ดีกว่าด้วยซ้ำไปนะครับ

อีกส่วนที่น่ากังวลคือขอบโครเมี่ยมนี่แหละ

แน่นอนว่ามันไม่ได้กัน 100% เขาก็ต้องทำให้มือถือทนทานได้ส่วนนึงก็ยังดีครับ เพราะเขามองผู้ใช้ทั่วไป เขาคงไม่ทำมือถือมาให้นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์อะไรขนาดนั้นหรอก ง่ายๆอีกหล่ะ

skuma Fri, 04/05/2012 - 12:53

19,900 บาทครับ ราคาที่ผมคิดว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว และ คนน่าจะซื้อกันเยอะ เพราะมันลดกว่านี้ไม่ได้แล้ว ถ้าเพิ่มไปผมว่ามนก็แพงเกินนะ ^^

mekpro Fri, 04/05/2012 - 13:10

น่าสนใจครับ เพราะในขณะเดียวกัน HTC กลับเลือกที่จะทำให้ Sense เข้าใกล้ Android ตัวหลักมากขึ้น แม้ 4.0 ที่เพิ่งออกมาจะยังไม่ใกล้ แต่ก็เริ่มเห็นหลายอย่างตัดออกไป พิงหลัง Google ICS ที่ดีอยู่แล้วให้มากขึ้น

ถ้า Samsung เลือกทางนี้ก็แปลว่าจะยิ่งห่างจาก Android ของ Google ไปเรื่อยๆ ครับ จนสุดท้ายแล้วอาจมี Android - Samsung Edition ที่ไม่ขึ้นกับตัวหลักของ Google เลย ต้องดูกันยาวๆ ครับ ว่าสุดท้ายใครจะดีกว่ากัน

ถ้าจริง บอกตามตรงว่าไม่ค่อยเชื่อมือ Samsung เท่าไรเลยครับ

ขนาด HTC ว่าเซียนๆด้าน optimize, custom ลูกเล่นยังออกมายอมรับกลายๆเลยว่า Sense UI มันเริ่มไปไกลจนกินทรัพยากรเยอะเกินไปแล้ว จนรุ่นหลังๆต้องตัดออก/ยกเครื่องกันหลายส่วน

ส่วน Samsung ไม่เคยแสดงให้เห็นเลยว่าทำ optimize, custom ได้ดี ตั้งแต่รอมรุ่นก่อนๆสมัย SI ที่อืดและกระตุกมาก จนมาถึง SII ที่มี 2.3 มาช่วยและใช้ความแรงของ CPU เข้าข่มจนลื่นได้น่าประทับใจ

ที่ SI อืด และ กระตุก เป็นเพราะใช้ระบบไฟล์แบย rfs น่ะครับ...

(ซึ่งทาง samsung เป็นผู้พัฒนาระบบ แล้วเคลมว่ามันไวกว่า ext4 ของandroid ที่เป็นต้นฉบับ แต่ดันกลับเป็นฆ่าตัวตาย เพราะมันอืดมากถึงมากที่สุด จนคนต้อง root แล้ว convert rfs to ext4 กันเลยทีเดียว)

แต่พอมา SII ก็มาใช้ ext4 แล้ว + CPU แรง ก็เลยเร็วขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

แต่ก็ยอมรับจริงครับว่า ROM ฝั่ง Samsung เขียนมาไม่ดีจริงๆอ่ะ... -*-

ผมชอบ idea eye-tracking มากๆ
ดูแล้วมือถือเหมือนจะเริ่มเก่งขึ้นไปเรื่อยๆ
คุยกะเราได้ รู้ว่าเราต้องการอะไร หาสิ่งที่ต้องการมาให้ได้ มองเราได้ด้วย

แต่อยากรู้ว่า เทคโนโลยีใหม่ๆ พวกนี้มันมาจากความสามารถของ ICS หรือว่าเป็น นวัตกรรมของ samsung ทำขึ้นมาเฉพาะเองเลย?

แนวคิดแปลกใหม่ดี แต่ผมยังนึกไม่ค่อยออกว่าจะใช้กับอะไร เพราะโปรแกรมที่ต้องดูเฉยๆ อย่างvideo player มันก็เปิดค้างให้อยู่แล้ว ถ้าจะอ่านอะไรยาวๆเราก็ต้องคอยเลื่อนไปมาอยู่แล้วเพราะจอโทรศัพท์ไม่ใหญ่

chris Fri, 04/05/2012 - 14:32

ผมว่า Nature UX มันยังน้อยมากถ้าจะให้เป็นจุดขายได้ ยังไม่่มีอะไรทำให้ โอ้ว ได้เหมือน Siri หรือตอน Retina display ออกมาตอนแรก

P.S. HTC One series ให้ Dropbox 25GB

อยากรู้ว่าพอครบ 2 ปีแล้วพวกนี้จะทำยังไงกัน 50GB นี่สมัครแยกมันเดือนละสิบเหรียญแน่ะ ถ้าไม่จ่าย ข้อมูลที่มีอยู่จะเป็นไงก็ไม่รู้

snasha Fri, 04/05/2012 - 15:21

one x ดูมี สกุลขึ้นมาทันที

และถ้าไม่ดูที่ spec กับ จอ ตอนนี้วัสดุ one V น่าจะดีที่สุด(ยังไม่ได้จับ one s)

ดูีรอ iOS6 บ้าง แล้วค่อยติดสินใจอีกทีว่าเหล่านี้ของ ss น่าตื่นเต้นรึเปล่าครับ :D

อยากให้ andriod ลื่นๆ เก่งๆ กว่าตอนนี้เร็วๆ อยากซื้อมาใช้เต็มตัวบ้าง :D

snasha Fri, 04/05/2012 - 16:03

In reply to by chairedevil

ios ชน android เรื่องความลื่นก็ ไม่ต้องรอแล้วล่ะครับ ซื้ออะไรๆที่เป็น iosเลย

แต่ถ้า android ชน ios เรื่องความอิสระไม่กั๊กๆนู่นี่แล้ว ต้องเลือก ยี่ห้อ รุ่นอีกทีครับ

(อยากได้androidให้เลือก อยากได้ iphone/ios ก็ไม่ต้องเลือกเพราะในใจคุณ มันมีคำตอบอยู่แล้ว)

nutmos Fri, 04/05/2012 - 17:50

คุณ mk เขียนบทวิเคราะห์ได้ดีมากครับ มองได้หลายมุมมาก ๆ ครับ

ดังนั้น ปีนี้น่าจะได้เห็นการแข่งขันทางนวัตกรรมที่ทุกค่ายของ Android และ Apple จะมาแข่งกันสร้าง Software ภายใน มากกว่าที่จะมาแข่งกันที่ Hardware เนื่องจากปัจจุบันนี้คงเริ่มจะตันอย่างที่ว่าแล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามกฏของมัวร์ คงต้องรออีกสักพักให้สามารถพัฒนา Hardware ได้ดีกว่านี้

Hs3RBD Fri, 04/05/2012 - 17:51

wp7 ในมือผมแลดูหมดอนาคตเข้าไปทุกวัน

คอมเม้นท์นี้แชร์เน็ตจาก hd7 มาเล่นในคอม อ่านไทยในมือถือไม่ได้ครับ ฮือๆ

อันนี้เรือธงของ Samsung แต่ผมรอเรือประจัญบาญ Galaxy Note Gen 2 น่าจะมีอะไรล้ำๆ เพิ่มมาจากนี้อีกขั้นหนึ่ง : )

นี่แหละครับที่ผมต้องการจะสื่อ

คือมีช่วงนึง Sense มันอลังการมากจนรู้สึกได้เลยว่าเยอะเกิน (ช่วงที่เป็น Sense 2.0 ยุคปลายๆต่อต้น 3.0, 3.5 อย่าง Inc S, Desire S)

พอตัดนู่นนี่ที่ไม่ค่อยจำเป็น (หรือ ICS มีมาให้แล้ว) ออกไปมันก็ลงตัวขึ้นเยอะครับ

เริ่มกลับเข้าสู่แนว Simply is best

ผมว่ามือถือรุ่นใหม่ๆ ต้องแข่งกันที่ความลื่นด้วย ตอนนี้ใช้ SII อยู่ก็ยังมีบางครั้งที่รู้สึกว่ามันช้าเกินไป

ตามข่าวเก่าๆ รู้สึกว่าแล็บของ Microsoft กำลังวิจัยเรื่องนี้ใช่ไหมครับ ดังนั้นโนเกียน่าจะมีโอกาสมากกว่าเจ้าอื่นๆ