Bill Gates

ผู้อ่าน Blognone คงจำต้นแบบแท็บเล็ต Microsoft Courier ที่เป็นข่าวตั้งแต่ปี 2009 (ก่อน iPad เปิดตัวด้วยซ้ำ) แท็บเล็ตตัวนี้ยังเป็นแค่โครงการภายในของไมโครซอฟท์ ที่ไม่เคยเปิดตัวอย่างเป็นทางการ (แต่ Gizmodo เป็นคนนำมารายงาน) น่าเสียดายว่าไมโครซอฟท์ยกเลิกโครงการไปเมื่อเดือนเมษายน 2010 และสุดท้ายก็ลงเอยอย่างที่เรารู้กันว่า ยุทธศาสตร์ "แท็บเล็ต" ของไมโครซอฟท์หันมาดัน Windows 8 แทน

แต่เรื่องราวเบื้องหลังโครงการ Courier ซับซ้อนมาก ซึ่งเว็บไซต์ CNET มีสกู๊ปพิเศษในเรื่องนี้ ข้อมูลของ CNET นำมาจากการสัมภาษณ์อดีตพนักงานไมโครซอฟท์ที่เคยอยู่ในทีม Courier จำนวน 18 ราย ดังนั้นไม่ใช่ข้อมูลอย่างเป็นทางการนะครับ

เรื่องราวของ Courier แบบสรุปสั้นๆ ให้เข้าใจก่อน ก็คือ "การต่อสู้" ระหว่างทีมภายในของไมโครซอฟท์แต่ละทีม โดยมีเดิมพันเป็น "ยุทธศาสตร์แท็บเล็ต" ในภาพรวมของไมโครซอฟท์ว่าจะมุ่งไปทางไหนกันแน่ และเหตุการณ์รอบนี้ คนชี้ขาดว่าเลือกทางไหนชื่อว่า "บิล เกตส์"

การปล่อยให้ทีมงานภายในแข่งขันกันเองเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของไมโครซอฟท์มาช้านาน ทีมที่แพ้จะจบลงด้วยการปิดแผนก และย้ายพนักงานไปอยู่ในทีมอื่นๆ แทน

Courier

J Allard และ Courier

ตัวละครสำคัญในเรื่องนี้คือ J Allard (ประวัติบน Wikipedia) เขาเป็นผู้บริหารดาวรุ่งของไมโครซอฟท์ ผลงานชิ้นสำคัญคือ Xbox ที่เขาปั้นขึ้นมากับมือ ภายหลังไมโครซอฟท์ตั้งฝ่าย Entertainment and Devices Division โดยมี Robbie Bach เป็นหัวหน้า และมี J Allard เป็นมือขวาคนสำคัญ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของฝ่ายนี้ได้แก่ Zune, Kin และ Windows Phone

J Allard เป็นผู้บริหารของไมโครซอฟท์ที่ไม่มีบุคลิกแบบไมโครซอฟท์เท่าไรนัก เขาชอบกีฬากลางแจ้ง ชอบการดีไซน์ ทำงานในสตูดิโอแทนที่จะเป็นออฟฟิศ และใช้ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล

Allard ตั้งทีมย่อยขึ้นมาอีกสองทีมคือ Pioneer Studios และ Alchemie Ventures ขึ้นมาเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมของคอมพิวเตอร์ในยุคหน้า จนได้ออกมาเป็นแท็บเล็ต Courier ที่เน้นการสร้างสรรค์เนื้อหา (content creation) และแตกต่างอย่างมากจาก iPad ที่เอาไว้บริโภคเนื้อหา (content consumption)

ทีมงานที่พัฒนา Courier ไม่ใช่เล็กๆ มีคนทำงานรวมกัน 134 คน แยกส่วนประกอบกันชัดเจนว่าใครทำฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บริการบนกลุ่มเมฆ ฯลฯ ข้อมูลจากทีม Courier ระบุว่าตอนนั้นยังไม่มีผู้ผลิตรายใดสามารถตอบสนองไมโครซอฟท์ได้ จึงต้องลงมือทำเองเกือบหมดทุกส่วนประกอบ ในส่วนของระบบปฏิบัติการใช้วินโดวส์รุ่นพิเศษที่ปรับแต่งมาสำหรับ Courier โดยเฉพาะ

สถานะของ Courier ตอนที่ถูกสั่งยกเลิกถือว่าเริ่มมีตัวตนพอสมควร แต่ยังห่างไกลกับคำว่าผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์อยู่มาก

<embed src="http://www.youtube.com/v/UmIgNfp-MdI&hl=en_US&feature=player_embedded&version=3" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowScriptAccess="always" width="640" height="360">

Steven Sinofsky และ Windows 8

อีกทีมหนึ่งที่พัฒนาแนวคิด "แท็บเล็ต" ภายในไมโครซอฟท์ คือทีมของ Steven Sinofsky ผู้บริหารสูงสุดของฝ่ายวินโดวส์ ที่เพิ่งออก Windows 7 ได้สำเร็จ และกำลังมองหาแนวทางพัฒนา Windows 8 ให้รองรับแท็บเล็ตได้

Sinofsky เองก็เป็นผู้บริหารดาวรุ่งของไมโครซอฟท์ เขาสร้างชื่อมาจากการคุมฝ่าย Office ที่กระบวนการพัฒนาราบรื่น จนบริษัทต้องดึงเขามาแก้ปัญหาในทีมวินโดวส์หลัง Vista ออกมาแย่ ผลงานของเขาใน Windows 7 พิสูจน์ชัดว่าเขา "เอาอยู่" และคนที่ดูงานเปิดตัว Windows 8 คงเห็นหน้าเขากันทุกคน

Sinofsky เป็นขั้วตรงข้ามกับ Allard เขารักษาค่านิยมของไมโครซอฟท์ที่เน้นซอฟต์แวร์ธุรกิจแบบดั้งเดิม เน้นประสิทธิภาพมากกว่าความสร้างสรรค์ และการที่เคยคุมทั้ง Windows และ Office ทำให้เขาเข้าใจความสำคัญของ "ขุมทรัพย์" ทั้งสองอย่างนี้เป็นอย่างดี

ส่วนแนวทางการพัฒนาแท็บเล็ตของ Sinofsky ทุกคนคงเห็นจาก Windows 8 กันแล้วนะครับ (แปลว่าเรื่องนี้จบลงด้วยชัยชนะของ Sinofsky)

Courier vs Windows 8: การตัดสินใจของบิล เกตส์

สถานการณ์ของไมโครซอฟท์ในปี 2009 และต้นปี 2010 คือมีทีมสองทีมกำลังแข่งกันทำแท็บเล็ตอยู่ ทั้งสองทีมนำโดยผู้บริหารดาวรุ่งของไมโครซอฟท์ที่มีโอกาสขึ้นมาเป็นซีอีโอในยุคถัดไป ทีมแรกนำโดย J Allard ที่เคยมีผลงาน Xbox และอีกทีมคือ Sinofsky ที่เคยทำ Office/Windows

ทั้งสองทีมพอฟัดเหวี่ยงกันแบบนี้ คนที่ปวดหัวว่าจะเลือกใครย่อมเป็นสตีฟ บัลเมอร์ ในฐานะซีอีโอของบริษัท

แต่สตีฟ บัลเมอร์ก็ฉลาดไม่ใช่เล่น ในเมื่อตัวเองตัดสินใจไม่ถูก ก็แก้ปัญหาโดยไปเชิญบิล เกตส์ กลับมาตัดสินใจ

บิล เกตส์ นัดประชุมกับ J Allard, Robbie Bach และพนักงานของทีม Courier สองคน เพื่อรับฟังข้อมูลและพิจารณาก่อนตัดสินใจ การประชุมเกิดขึ้นช่วงต้นปี 2010 (ช่วงที่ iPad เปิดตัว) และจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่คำถามของบิล เกตส์ ต่อ J Allard ว่า Courier จะอ่าน-เขียนอีเมลได้อย่างไร

คำตอบของ J Allard คือ Courier ไม่มีโปรแกรมอีเมล เพราะไม่ได้ออกแบบมาใช้แทนพีซี แต่เป็นส่วนเสริมของพีซี และคนที่มี Courier ก็ควรจะมีสมาร์ทโฟนสำหรับอ่านอีเมลอยู่แล้ว

ข้อมูลจากทีม Courier ที่ได้มาจากห้องประชุมคือ บิล เกตส์ ไม่พอใจกับคำตอบนี้ และพยายามท้าทายแนวคิดนี้ของ Allard สุดท้ายเกตส์ให้ความเห็นของเขาต่อบัลเมอร์ ซึ่งตัวบัลเมอร์เองก็ฟังความเห็นจากคนอื่นๆ ในบริษัทด้วย

CNET ประเมินว่าตรรกะของเกตส์มาจาก Exchange ที่เป็นผลิตภัณฑ์ทำเงินของไมโครซอฟท์อีกตัวหนึ่ง ถ้า Courier ไม่สามารถวางตัวอยู่ในยุทธศาสตร์ร่วมกับ Windows/Office ได้ (Exchange ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ Office) ก็ย่อมไม่มีที่ยืนภายในบริษัท

จุดจบของ Courier

จุดจบของ Courier ตามมาหลังจากการประชุมของบิล เกตส์ เพียงไม่กี่สัปดาห์ โดยสตีฟ บัลเมอร์ เดินทางไปที่สำนักงานของ Pioneer Studios เพื่อบอกเรื่องนี้ด้วยตัวเอง บัลเมอร์เรียกประชุมทีมงานในห้องประชุมใหญ่ และบอกว่า Courier ถูกยกเลิกเพราะยุทธศาสตร์ไม่สอดคล้องกับภาพรวมของบริษัท

ทีมงาน Courier เล่าว่าในห้องประชุมมีแต่ความเงียบ และทุกคนช็อคเพราะตั้งใจทำงานเต็มที่ โดยไม่ได้สนใจเรื่องยุทธศาสตร์ของฝ่ายบริหารเลย

พนักงานบางคนของทีม Courier เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นว่า ถ้าทีมของเขาทำงานร่วมกับฝ่ายอื่นๆ ในไมโครซอฟท์มากกว่านี้ โครงการ Courier (อาจจะในรูปแบบที่ต่างออกไป) อาจเดินหน้าต่อไปได้

ทีมงานคนหนึ่งบอกว่า "การซุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ซักชิ้นจะทำให้งานเดินหน้าได้เร็วจริง แต่ถ้าโครงการใหญ่ ต้องใช้ทรัพยากรจากส่วนอื่นๆ ของบริษัทด้วย ก็ต้องเลิกซุ่มและหันมาพูดคุยแนวทางกับฝ่ายอื่นในบริษัทจึงจะประสบผล"

เรื่องราวหลังจากนั้น

  • ปัจจุบันทีมงาน Courier แยกย้าย กระจายกันไปอยู่ในฝ่ายต่างๆ ของไมโครซอฟท์ ในขณะที่พนักงานบางส่วนลาออกไปอยู่บริษัทอื่น
  • ไมโครซอฟท์จดสิทธิบัตรจากแนวคิดของ Courier (ข่าวเก่า) แต่ยังไม่มีประกาศใดๆ ในเรื่องนี้
  • หลังจาก Courier ถูกยกเลิกไม่นาน Robbie Bach และ J Allard ลาออกจากบริษัทไปทำอย่างอื่น (ข่าวเก่า) ทั้งสองคนปฏิเสธว่าการลาออกไม่เกี่ยวข้องกับการล้มโครงการ Courier
  • แนวคิด Courier ถูกนำมาสานต่อในแอพชื่อ Tapose บน iPad (ข่าวเก่า) นักพัฒนาทีมนี้ได้รับเงินลงทุนส่วนหนึ่งจาก Allard และเขาให้คำแนะนำกับทีมงานด้วย

Courier ไม่ใช่โครงการเดียวที่ Allard ล้มเหลว เพราะ Kin ก็มีชะตากรรมคล้ายๆ กัน (อ่าน เบื้องหลังความตายของ Kin การเมืองภายในไมโครซอฟท์ทำพิษ)

สรุปปิดท้ายว่าความตายของ Courier และ Kin อาจมีสาเหตุมาจากแนวทางการทำงานของ Allard ที่ไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของไมโครซอฟท์นั่นเอง

ที่มา - CNET (ตอนที่ 1), CNET (ตอนที่ 2)

เว็บไซต์ Ars Technica วิจารณ์ว่าการตัดสินใจของไมโครซอฟท์ที่เลือก Sinofsky/Windows 8 นั้นถูกต้องแล้ว เพราะคำนึงถึงอนาคตระยะยาวของบริษัทเป็นหลัก แต่เหตุผลในการตัดสินใจเลิก Courier เพราะไม่มีแอพอีเมล (ตามที่ CNET กล่าวอ้าง) อาจดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไร - Ars Technica

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

จริงๆผมแอบชอบ Courier มากกว่านะ แหวกแนว แหวกตัวตน MS ดี

ไม่งั้นก็ให้ทั้งทีมย้ายเข้ามา Apple แล้วมาสร้าง Courier เวอร์ชั่น Apple คงจะดีมิใช่น้อย :)

ก็แตกต่างที่ content consumption กับ content creation อยู่นะครับน่าจะไปอยู่กับ Adobe

ในความคิดผมเห็นว่าแบบ Apple คุมอำอาจหมดสบายดีบริษัทก็ไปได้ด้วยดีไม่ต้องแข่งกันเอง

specimen Thu, 03/11/2011 - 22:19

โดยส่วนตัว ผมเห็นด้วยกับการตัดสินใจของ MS ในเรื่องนี้
เพราะผมได้ทดลองใช้ tablet แล้วตัดสินใจขายมันทิ้งไป ในเวลาไม่ถึงสัปดาห์

เพราะมันเป็นได้แค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ สำหรับคนที่เอาไว้ใช้"ทำงาน" จริง ๆ ไม่ได้เอาไว้เล่น
ตอนนี้ tablet ตัวต่อไป คงจะรอดู tablet ที่ใช้ win 8 ว่าจะเป็นอย่างไร
เพราะความต้องการผม ต้องการสิ่งที่มาใช้ทำงานแทน notebook ได้จริง ๆ ไม่ใช่ทำได้หลายอย่าง แต่"เกือบ"ใช้ได้ทุกอย่าง

ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของผม เกี่ยวกับลักษณะการใช้งานของผม เพราะผมตั้งใจเอามาใช้งานจริงจัง ไม่ได้ใช้เพื่อความบันเทิง
ดังนั้น tablet ที่มีอยู่ในเวลานี้ ไม่ใช่คำตอบสำหรับผม ตัวที่น่าจะใกล้เคียงความต้องการผม คือ tablet win8 ครับ
สำหรับท่านอื่น มันอาจจะใช่ก็ได้ ผมเคารพในความคิดเห็นของทุกท่าน

+1 ผมมองกว่า Allard ตอบผิดไปหน่อยตรง "เพราะไม่ได้ออกแบบมาใช้แทนพีซี" เพราะการที่จะทำให้ product พวกนี้มันขายดีมันจะต้องมีคุณสมบัติสามรถใช้แทนอุปกรณ์อื่นได้ด้วย เนื่องจาก scope การทำงานมันลดลงเหตุผลที่คนจะซื้อไปใช้มันย่อมลดลงด้วย

ผมไม่ได้มอง มันเป็น OS หลักๆๆของ tablet นะครับ แต่ ถ้ามองว่าเอามันมาเป็น UI ของ tablet นี้น่าจะสุดยอดมากๆๆ

ผมว่า MS พลาด ที่ฆ่า มัน แต่น่าจะเอามัน ไอเดียของมันมาเป็นส่วนนึง UI ของ win 8 for tablet นะครับ

  • คำตอบของ J Allard คือ Courier ไม่มีโปรแกรมอีเมล เพราะไม่ได้ออกแบบมาใช้แทนพีซี แต่เป็นส่วนเสริมของพีซี และคนที่มี Courier ก็ควรจะมีสมาร์ทโฟนสำหรับอ่านอีเมลอยู่แล้ว

ผมมีสมาร์ทโฟนสำหรับอ่านอีเมลอยู่แล้ว แต่ผมไม่ได้พอใจการอ่านอีเมลบนโทรศัพท์เสมอไปหรอกนะครับ - -" ถ้าหาทางทำแอพเพิ่มตัวเดียวก็มีสิทธิ์รุ่งแล้วเนี่ย

แต่ถ้ามันออกมาเป็น Courier + Windows 8 ด้วยผมอาจจะ Happy ก็ได้แฮะ แบบเป็นแอพพิเศษ รองรับสองหน้าจอสัมผัสโดยเฉพาะ ด้านซ้ายเป็น Desktop ด้านขวาเป็น Metro ฯลฯ

Microsoft มีความโดดเด่นเรื่อง Integration อยู่แล้ว
ดังนั้นถ้าทำ Product ที่จะเป็น Hardware ออกมาซักตัว แต่ Integrate งานร่วมกับ Microsoft Product ไม่ได้เลย (โดยเฉพาะ Core Product อย่าง Windows หรือ Office) เป็นผมก็ถือว่า Fail เหมือนกันครับ

แล้วในแนวคิดที่ว่า "Courier ไม่มีโปรแกรมอีเมล เพราะไม่ได้ออกแบบมาใช้แทนพีซี แต่เป็นส่วนเสริมของพีซี" สำหรับผมถือว่า ยิ่งกว่า Fail ซะด้วยซ้ำ เพราะ ถ้าหลุดออกมาได้ รับรองว่าโดน iPad ตียับแน่นอน เพราะ iPad สำหรับลุงแล้ว มัน คือ Post-PC ไม่ใช่ option นะ

สำคัญมีปากกา แล้วไม่มี Email Component เนี้ย เกือบจะเรียกว่าเสียชาติเกิดแล้วแหละ เพราะ เรื่องขีด ๆ เขียน ๆ เนี้ย รองจาก Word ก็เป็น Outlook แล้วแหละ...(ไม่นับพิมพ์ Blog เน่อออออ)

งานนี้ผมเห็นด้วยกับการตัดสินใจของ บิล เกตส์ ครับ
ผมอยากเป็น PC+ มากกว่า Post-PC อิอิ

ผมก็เข้าใจฝ่ายที่เลือก win8 อยู่นะ เพราะดูๆไปแล้ว Courier มันเป็น product ที่เจ๋งมาก แต่น่าจะขายไม่ออกแน่ๆ ถ้าดูจากมุมมองของบริษัทที่ต้องการทำกำไรแล้วล่ะก็ ยังไงๆ win8 ก็ผ่านแน่นอน

กลับกันนะ ผมว่าเป็นสิ่งที่ออกแบบมาตอบความต้องการของ "ผู้ใช้" มากกว่าและน่าจะ "ขายได้" แต่เนื่องจากไม่ "ผูกติด" กับผลิตภัณฑ์ยุทธศาสตร์ต่างหาก เหมือนกับ Xbox ถ้าจะมองนะ Xbox ก็ไม่ได้ผูกกับ Office และ Windows ซึ่งการจะนำมาผูกในภายหลังก็ไม่น่าจะเกินความสามารถนัก

ผมว่าเขาพลาดตั้งแต่การไม่มีที่โปแกรมอ่านเมล์ซึ้งเป็นโปรแกรมที่จำเป็นที่ต้องมี แต่กลับไม่มี

และผมคิดว่า เขาคงไม่ค่อยถนัดงานนำเสนอผลานของเขา เพราะดูจากการตอบแล้ว ถ้าเป็นผมจะไม่ต้อบแบบนั้น

อีกอย่างคงไม่มีผู้บริหารคนไหนหรอกที่จะปลื้มกับงานที่ลูกน้องทำแต่ไม่ได้ดูเลยว่าบริษัทมีอะไรบ้าง

อะไรที่ควรโยงกัน อะไรที่ควรเอามาใส่ไว้ ถ้าเข้าคิดแบบนั้นได้ ผลงานนี้จะเป็นตัวที่สุดยอดมาก

ถ้ามองในมุมคนฟันธง แล้วพลิกกับมามองในมุมบริษัทคู่แข่งอย่าง Apple ซึ่งถ้าออก iPod รุ่นที่ Sync กับ iTunes และ Apple Services ไม่ได้เต็มที่ มันก็ไม่สมควรออกมา ยิ่งถ้ามัน Sync เพลงหรือวิดีโอที่เป็นธุรกิจหลักไม่ได้แล้ว มองในมุมข่าวนี้ก็น่าจะเจอผลแบบเดียวกันกับ Courier ซึ่งตัวสินค้ามันมีแนวคิดดีแต่ขาดการทำงานร่วมกับสินค้าตัวอื่นๆ ของบริษัท มันก็ยากที่จะอยู่ร่วมกันได้

"พนักงานบางคนของทีม Courier เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นว่า ถ้าทีมของเขาทำงานร่วมกับฝ่ายอื่นๆ ในไมโครซอฟท์มากกว่านี้ โครงการ Courier (อาจจะในรูปแบบที่ต่างออกไป) อาจเดินหน้าต่อไปได้"

narasak Fri, 04/11/2011 - 05:33

ขอบคุณคุณ mk ที่มักทำเรื่องราวที่ซับซ้อน ให้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่ายๆ อยู่เสมอๆ
เยี่ยมมากครับ

คำตอบของ J Allard คือ Courier ไม่มีโปรแกรมอีเมล เพราะไม่ได้ออกแบบมาใช้แทนพีซี แต่เป็นส่วนเสริมของพีซี และคนที่มี Courier ก็ควรจะมีสมาร์ทโฟนสำหรับอ่านอีเมลอยู่แล้ว

ผมว่ามันไม่ใช่คำตอบที่โง่อะไรนะ คิดว่าเค้าตอบแบบนี้เพราะมั่นใจในจุดยืนของ Courier ที่เค้าคิดไว้มากกว่า

คือไม่ได้มาแทนอะไรทั้งนั้น แต่มาเป็นอุปกรณ์ที่ 3 (PC , สมาร์ทโฟน , Courier)

Courier ไม่มีโปรแกรมอีเมล เพราะไม่ได้ออกแบบมาใช้แทนพีซี
แท็บเล็ต Courier ที่เน้นการสร้างสรรค์เนื้อหา (content creation) และแตกต่างอย่างมากจาก iPad ที่เอาไว้บริโภคเนื้อหา (content consumption)

ตลาดคงแคบมากเลย คิดถูกละที่ยุบไป
อุปกรณ์ยุคหน้ามันต้องทำได้ทุกอย่างมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะตัดส่วนไหนออกควรจะมีคำตอบที่ดีว่าทำไมถึงตัดทิ้ง
จะแทนพีซีหรือไม่ผู้บริโภคเป็นคนตอบ

จริงๆๆ หลั่งจากขายนี้ apple น่าจะ รีบเข้าซื้อตัวที่มนี้เลยนะครับ เพราะผมมองว่า มันน่าจะกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของ iPad ได้ดีมากๆๆ แต่จะให้ Courier ยื่นเป็นตัวหลักคนเดี่ยวคงไม่เกิดจริงๆๆอะละครับ

เท่าที่เข้าใจคือ สายของ J Allard ที่มี Courier กับ Kin เนี่ย เป็นสาย product ที่เน้น product เด่นๆ เดี่ยวๆ แต่มันไม่เข้ากับ platform ของ Microsoft

ถ้าอ่านใน Ars Technica เขาจะคิดเรื่องอีเมลไว้ว่า Microsoft นั้นได้เงินจาก Exchange Server เป็นจำนวนมาก ถ้า Courier มันไม่สามารถใช้เมลได้ ก็จะขายของไม่ออก

ผมว่าถ้าเรากำลังนั่งทำงานอยู่ แต่ต้องสลับไปอ่านเมลลูกค้าบนโทรศัพท์ แทนที่จะอ่านได้จากตัวมันเลยเนี่ย มันเสียเวลาไปบ้างเหมือนกันนะ

ว่าไป Courier ของตา Allard นี่คอนเส็ปท์ไปแนวๆ PlayBook นะ ใช้ร่วมกับ BlackBerry เอา

ก่อนจะ สร้างสรรค์เนื้อหา คนเราต้อง บริโภคเนื้อหา

ถ้าทำต่อกันได้ก็คงดี
ปล.ทำให้รู้อะไรนิดนึงว่า เกตส์ ยังคุมส่วนสำคัญอยู่

ผมชอบแนวทางของ Windows 8 มากกว่า ตัวเดียว เป็นได้ทั้ง PC, Notebook, Tablet นั่นแหละกลยุทธที่สมบูรณ์แบบที่ Android, iPAD ให้ไม่ได้

ผม ว่า อนาคต anidroid จะทำได้ทุกอย่างนะครับ MS วิ่งจากใหญ่ หา เล๊ก
google วิ่งจากเล๊กไปใหญ่
apple ให้ 2 OS วิ่งเข้าหากัน แต่เหมือนกกะว่า mac จะ วิ่งเข้าหา iOS มากว่า iOS วิ่งเขาหา mac นะครับ