Windows

ที่งาน BUILD ของไมโครซอฟท์คงไม่มีอะไรเป็นจุดเด่นเกินกว่า Windows 8 ที่ทุกคนหวังว่ามันจะมาทวงคืนความเป็นผู้นำจากทั้ง iOS และ Android โดยเฉพาะในตลาดแท็บเล็ต งานนี้ไมโครซอฟท์ประกาศเปิดตัว Windows 8 Developer Preview ที่เริ่มเปิดให้ดาวน์โหลดสำหรับผู้ร่วมงาน โดยมันจะมาพร้อมกับชุด SDK และแอพพลิเคชั่นตัวอย่างในคราวเดียว

งานนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือในงานนั้นยืนยันว่า Windows 8 จะรองรับ ARM อย่างแน่นอน

หน้าจอ

หน้าจอล็อกกลายเป็นรูปภาพขนาดใหญ่ และมีข้อมูลพื้นฐานของระบบให้แบบเดียวกับโทรศัพท์มือถือ

ตัว Windows 8 นั้นจะเน้นการทำงานโดยเน้นจอสัมผัสด้วย Metro UI รวมถึงการปรับ Internet Explorer 10 เสียใหม่ให้มีหน้าจอเหมาะกับการใช้ระบบสัมผัส ตัว address bar ถูกย้ายมาอยู่ด้านล่าง และแท็บกลายเป็นรูปย่ออยู่ด้านบน

ระบบ Metro UI ยังเน้นให้ผู้ใช้ ใช้งานได้ทีละแอพลิเคชั่นเสมอ แต่การทำงานร่วมกันของแอพพลิเคชั่นจะทำงานได้ดีขึ้น ส่วนนี้ยังไม่มีรายละเอียดออกมา แต่ไมโครซอฟท์ยกตัวอย่างว่าการอีเมลรูปภาพจะสามารถเลือกภาพจากไฟล์, เฟซบุ๊ก, หรือ Flickr ก็ได้

SkyDrive จะทำงานร่วมกับ Windows 8 ได้ดีขึ้น ทำให้สามารถซิงก์ภาพ, อีเมล, ปฎิทิน, และรายชื่อไปยังทุกเครื่องได้ทันที

คีย์บอร์ดในตัวของ Windows 8 นั้นรองรับการทำงานบนแท็บเล็ตอย่างเต็มรูปแบบ งานนี้ต้องลุ้นกันแล้วว่าไมโครซอฟท์จะชิงพื้นที่คืนมาได้แค่ไหน แต่ผมเห็นหน้าจอ Apps แล้วรู้สึกคุ้นตากับ Unity ของ Ubuntu พอสมควร

ระบบพื้นฐาน

ไมโครซอฟท์ระบุว่า Windows 8 นั้นยังมีพื้นฐานมาจาก Windows 7 แต่เพิ่มประสิทธิภาพ, ความปลอดภัย, ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้, และเสถียรภาพของระบบ โดย Windows 8 จะกินหน่วยความจำน้อยลง ทำให้ทำงานได้ในเครื่องรุ่นต่ำ ซึ่งน่าจะเป็นอาจจะเป็น ARM

ซอฟต์แวร์พื้นฐานได้รับการออกแบบใหม่ เช่น Task Manager, Windows Explorer (ในรูปด้านบน) สุดท้ายคือระบบต่อจอภาพหลายจอ ที่จะดีขึ้น

ระบบพัฒนาแอพพลิเคชั่น

รูปแบบการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบน Windows 8 จะเปลี่ยนไปหลายอย่าง อย่างแรกคือ Windows Store จะติดตั้งมาในตัว เปิดโอกาสให้นักพัฒนาขายซอฟต์แวร์ไปได้ทั่วโลก

การพัฒนาซอฟต์แวร์ใน Windows 8 จะรองรับเครื่องมือมาตรฐาน เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นในรูปแบบ Metro UI ได้จากชุดเครื่องมือ 3 ชุดคือ HTML5/JavaScript, C/C++, และ C#/XAML โดยหากเลือกใช้ C/C++ นั้นจะต้องเลือกตอนคอมไพล์ว่าจะลงสถาปัตยกรรมใดระหว่าง ARM หรือ x86

สุดท้ายคือเกม ซึ่ง Windows 8 จะยังคงรองรับ DirectX11 ต่อไปทำให้เกมจำนวนมากน่าจะพอร์ตมาบน Windows 8 ได้ไม่ยาก

ตอนนี้ตัวติดตั้ง Windows 8 ยังไม่มีรุ่นอัพเกรด และไมโครซอฟท์เตือนว่ามันยังเป็นรุ่น Developer Preview ไม่ใช่แม้แต่ Beta นักพัฒนาที่ได้รับไปไม่ควรนำไปใช้งานจริง ส่วน PC รุ่นที่เป็น ARM นั้นไมโครซอฟท์ระบุว่าหลังจากที่ผู้ผลิตเริ่มพร้อมแล้วก็จะมีโครงการสำหรับนักพัฒนาออกมาเพื่อให้นักพัฒนาได้เข้าถึงเครื่องเหล่านี้

ที่มา - Building Windows 8, Microsoft Press Release

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

หนาจอ -> หน้าจอ ครับ :-)

งวดนี้ MS มาแนว Minimalist (ต่างกับ Apple ที่เน้น Luxury) เหมือนมือถือ WP7 (และเป็นแนวทางที่ทำใน Windows มาโดยตลอด) ... ดูดีครับ

เรื่องนี้น่าเป็นห่วงสุดครับ ถ้า tablet เป็น x86 แน่นอน โปรแกรมเก่าทั้งหมดจะใช้ได้ แต่ถ้าเป็น arm คงต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่หมดครับ งานเข้าละครับพี่น้อง ตัวใครตัวมัน (ถึงจะมีตัว compile ให้ แต่เกมและโปรแกรมเก่าใครจะ คอมไพล์ใหม่ให้ละครับ)

อ้าวเหรอครับ ผมก็นึกว่า Arm เสียอีก แล้วที่เห็นในคลิบ นี้ Tablet Samsung นี่เป็น Arm หรือ x86 ครับ
http://9to5mac.com/2011/09/13/windows-8-tablet-gets-previewed/

รู้สึกโปรแกรมที่ต้องคอมไพล์ใหม่ ก็เป็นพวก C/C++ ครับ ส่วนที่เป็น C# ไรพวกนี้เหมือนจะเอาไปใช้ได้เลยมั๊ง

เป็นไปไม่ได้ในส่วนที่เป็น Kernel ครับ ดังนั้นพูดได้ไม่เต็มปากเต็มคำว่าคือตัวเดียวกันครับ

ARM และ x86 มี Mnemonic ที่ไม่เหมือนกันและ เหมือนกันไม่ได้ จึงเป็นไปไม่ได้ครับ

อย่างมากก็ยัด Kernel ลงไปรวมไว้ในชุดติดตั้งเดียวกัน เพื่อให้ Installer และ User รู้สึกเหมือนตัวเดียวกันเท่านั้นครับ

+1

อาจจะเป็นเฉพาะในส่วน UI มากกว่าที่ทำให้เหมือนกัน ส่วนแกนของระบบคงจะเป็นของใครของมัน ข่าวก่อนหน้านี้ก็มีหน้าจอ Windows8 PC ที่มี interface เหมือน Windows7 คือมี taskbar + ปุ่ม start แบบที่ว่าน่าจะรองรับการใช้ mouse ได้ดีกว่า และไม่ทำให้ user เก่าๆ จาก Windows platform ที่ไม่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงกลัวที่จะ upgrade

ที่จริง Metro UI มันก็ตรงตัวอยู่แล้ว ว่าเป็นแค่ UI

Microsoft เค้าไม่เหมือน Apple ที่อยู่ๆ จะเปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยนชนิดหน้ามือเป็นหลังมือไปเลย อันนั้นมันก็กล้าเกินไปหน่อย อย่างเช่นการสลับทิศทางของการ scholl หน้าจอ การพยายามเปลี่ยนจากการใช้ตัวชี้เป็นเมาส์มาเป็น touchpad มากขึ้น (สังเกตขนาดของ touchpad ใน macbook รุ่นใหม่ๆ)
Microsoft พัฒนาอะไรค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ เปลี่ยนแบบไม่ให้ผู้ใช้สับสน ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และเงินก็เข้าธนาคารอย่างต่อเนื่องเหมือนกัน :)

เรื่อง Mnemonic RISC(ARM) กับ CISC(x86) ยอมรับว่าต่างกันตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ
แต่เคยมีบริษัท transmeta ออกแบบให้ซีพียูแบบ RISC สามารถทำงานคำสังของ x86 ได้ด้วยเทคนิค Code Morphing software เพื่อในท้ายที่สุดคำสั่งจะอยู่ในรูปของ RISC แต่แลกมาด้วยการที่มันทำงานช้าลง! ซึ่งซีพียูค่ายนี้มีขายอยู่ช่วงหนึ่ง (ผมเคยใช้ Crusoe 600 MHz เครื่องเก่าญี่ปุ่นลง windows 2000 อย่างช้า)
ขอบอกว่าในทางปฎิบัตินั้นทำได้ แต่ก็ไม่ได้หวังว่า windows 8 จะใช้เทคนิคเดียวกันนี้หรอก (ถ้าใช้ก็อาจจะต้องปรับแต่ง ARM ตามแนวทางที่ transmeta เคยทำ)

เคยเรียนมาเหมือนกัน พวกสถาปัตยกรรม CPU, Micro-Controller แทบลืมหมด 55+

...ไปรื้อฟื้นมา เอามาแปะหน่อย :D

RISC (Reduced Instruction Set Computer) : CPU แบบนี้มีชุดคำสั่งน้อย เป็นคำสั่งสั้นๆทำให้ทำงานเสร็จได้ใน cycle เดียว ตัวอย่าง CPU ประเภทนี้ ARM, DEC Alpha, PA-RISC, SPARC, MIPS, และ PowerPC (th.wikipedia.org)

CISC (Complex Instruction Set Computer) : มีชุดคำสั่งให้ใช้เยอะ มีพวกคำสั่งที่ใช้คำนวณยากๆด้วยแต่ก็จะใช้หลาย cycle ทำให้มันช้ากว่า CISC

ของทาง RISC เวลาเจอการทำงานไหนที่ยากๆก็จะเอาหลายคำสั่งมาทำไปพร้อมกันแบบ pipeline

อ่อ ศัพท์ยากเกินครับ ไม่เข้าใจครับ T-T
ที่คุณพูดหมายถึงสาเหตุที่ทำให้ CISC มันทำงานช้ากว่าใช่มั้ยครับ

ไม่ใช่ครับ หมายถึงว่าตรงที่บอกว่าคำสั่งไหนยากๆ แล้วเอามาทำงานพร้อมกัน มันน่าจะเป็นของ CISC มากกว่าหรือเปล่า เพราะ RISC ปกติมีแต่คำสั่งสั้นๆ ง่ายๆ (ส่วน Superscalar คือชื่อเทคนิคนึงครับ โดยถ้าเจอ Operation ที่ทำงานคนละส่วนกันเลยเช่น Integer กับ Float ก็จะทำทั้ง 2 คำสั่งพร้อมกันเลยครับ คล้ายๆ Pipeline แต่ไม่ใช่)

อ่าาครับ เดี๋ยวคงต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม ขอบคุณมากครับ

แต่ที่ต่างกันแน่ๆคือ ชุดคำสั่ง สั้นยาว อันนี้ถูกใช่มั้ยครับ

PaPaSEK Wed, 14/09/2011 - 15:31

In reply to by iammeng

เจอตัวแล้ว ผมพยายามนั่งฟังอยู่นานว่าเสียงกระดิ่งมันมาจากโต๊ะใคร!!

ปรากฏว่าเปิดบล็อกท่านค้างไว้ เสียงกระดิ่งมันมาจากคอมฯ ผมนี่เอง T T

มันมีทั้ง Pipeline ที่เอาคำสั่งมาต่อๆ กัน กับ Superscalar ที่ทำคำสั่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันพร้อมกันหน่ะครับ Pipeline จะทำให้คำสั่งแต่ละคำสั่งใช้เวลาเหลือประมาณ 1 Clock Cycle แต่ Superscalar จะหารเวลาลง 2 เท่า (ในอุดมคติ) หน่ะครับ ทั้งนี้ ไม่ว่า RISC หรือ CISC ก็ทำ Pipeline กับ Superscalar ได้ครับ

เอ้แล้วที่จากในหลายๆเว็บเค้าบอกว่า RISC เร็วกว่า CISC เป็นเพราะอะไรเนี่ยครับ ในเมื่อทั้งคู่ก็ทำ Pipeline กับ Superscalar ได้

...เดี๋ยวกลับไปเปิดหนังสือ Embedded System ดีกว่า!

เรื่องเสียงกระดิ่ง เดี๋ยวผมเขียนเตือนไว้ก่อนดีกว่า 55+ :D

ตรงนี้ผมไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่ถ้าให้ลองเดาดูก็คงเป็นเพราะว่า RISC มันมีจำนวนคำสั่งที่น้อย ไม่ซับซ้อน ทำให้ Optimize ง่ายกว่า มั้งครับ (แต่เอาจริงๆ แล้ว คำว่า RISC กับ CISC เส้นแบ่งมันก็ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่แหะ)

คิดว่าไม่มีปัญหาคับ ถ้า Core ทำต่อมาจาก Windows 7 ยกเว้นเรื่องคีย์บอร์ด แต่ผมคิดว่าคีย์บอร์ดไทยน่าจะมีมาในตัวเลย (แต่จะดีรึเปล่านี่อีกเรื่องนะคับ) เพราะใน Windows 7 มันก็มีอยู่แล้ว

ง่ายๆ ครับรัน 2 หน้าจอ หน้าจอหลักอาจเป็น Tablet ใช้ Metro UI ส่วนหน้าจอที่สองใช้ Windows Aero ปกติ ต่อผ่าน wireless display ไปที่ตัว Tablet

ถึงตอนนั้นถ้า hardware ทำได้แบบนี้คงจะเท่พิลึก เดินไปเดินมาถือ Tablet 7.7-8.9" มาเล่น กลับถึงบ้านต่อ(แบบ wireless)จอ LCD 3D TV 40"+ เล่น

น่าสนใจตอนแกะเครื่อง Ultra Book จาก Samsung จะเห็นว่าแค่ technology i5 ปัจจุบันก็รองรับเครื่องที่บางมากๆ(ครึ่งหนึ่งเป็นแบตอีกครึ่งเป็นเมนบอร์ด) ถ้า Ivy Bridge ออกนี่คงจะจับมาทำ Tablet ได้สบายๆ อาจจะหนักกว่า ARM นิดหน่อยสัก 100g(ตัว Tablet Sumsung ตัวที่จ่ายและกำลังจะออกปลายปีหนัก 970g) ส่วนแบตก็อยู่ได้น้อยกว่าหน่อย 2 ชั่วโมง (ส่วนแบตบน Windows 7 คุยว่าอยู่ได้ 6.5hr)

ถ้าเข้าใจไม่ผิด windows จะทำให้ผู้ใช้สับสนระหว่าง x86 กับ Arm เพราะมี คอมไพเลอร์ 2 ตัวเหมือนกับ x86 กับ x64 สรุปแล้ว windows ก็จะมีเป็น 3 ร่น คือ ARM X86(32bit) X64(64bit) แต่โปรแกรมที่ออกมาตามรุ่นที่เกิดก่อนจะใช้งานไม่ได้โดยเรียงจาก windows 32bit --> windows 64bit --> ARM โปรแกรมที่ทำงานร่วมก็จะหายากตามลำดับ เหมือนกับ windows 64bit run program 32bit รุ่นเก่าๆไม่ใด้ และคาดว่า WINDOWS ARM ก็คง Run program ทั้งหมดของwindowsตัวก่อนหน้าไม่ใด้

แต่เรื่อง DirectX นี่เป็นจุดขายของ Intel จริงๆแล้วอาจไม่เป็นแบบนั้น เพราะบน ARM ที่มีความหลากหลายทางด้าน GPU การที่ จะมี GPU ที่รองรับ DirectX นั้นมองแล้วยังอีกยาวไกล(แต่ก็ไม่แน่) เพราะการที่จะดึงประสิทธิภาพของ GPU ให้ใด้ดีต้องติดต่อชุดคำสั่งเฉพาะตัวของตัว GPU ในตระกูลนั้นๆ จะเห็นใด้จากเกมส์ที่หลายแพทฟอม บน Andorid โดยผู้เขียนต้อง ดึงเอาเครื่องมือของ GPU ตระกูลนั้นเข้ามาร่วมในการพัฒนาเกมส์ด้วย

แต่ก็มีสิ่งที่ดีที่สุดคือของ Windows 8 อย่างหนึ่งคือ คนเขียนโปรแกรมเดียวจะสามารถทำออกขายใด้ทั้ง 3 ระบบถ้ามองในมุมมองนักพัฒนาคงหนึ่ง มันเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ถ้า Windows บน arm เกิด แต่กลัวเรื่อง Complier บน ARM กับ X86 ที่อยู๋บน Linux ที่ยังมีปัญหาอยู่ไม่น้อยไม่รู้ว่า ของ windows จะเป็นอย่างไร

ปัญหาเรื่อง cpu arch แก้ได้ด้วย .NET ครับ, ผมว่า MS เค้าคงคิดมาแล้วหละ, ขนาด Apple ยังสามารถให้นักพัฒนาทำแอป Power/x86 ได้เลย ทำไม MS จะให้นักพัฒนาทำ x86/ARM ไม่ได้

gololo Wed, 14/09/2011 - 07:54

In reply to by ipats

.net เป็นระบบที่สร้างสภาพแวดร้อมเสมือน มันจึงใช้ทรัพยาการมากกว่าเดิมมากถ้าทำแบบนั้น Windows8 คงไม่เกิดบน ARM แน่ ถ้าเป็ฯบน Power นั้นความสามารถของมันสูงพอตัวต่างจาก ARM ในยัคนี้

Android ถูกออกแบบมาบน ARM โดยเฉพาะโดย VM ที่อยู่ใน PC กับ Android เป็นคนละตัวกัน Android ใช้ Java เพียงแค่ interface ของ syntax ไลบลาลี JAR ที่อยู่บน PC ไม่สามารถนำมาใช้ใด้ใด้เฉพาะที่ Android สนับสนุน

ระบบวินโดว์แปดนี่ก็สืบทอดมาจาก วินโดว์ เอ็นที ซึ่งเขาออกแบบให้สามารถทำงานได้บนซีพียูที่หลากหลายมาตั้งแต่ต้นแล้วล่ะ
เพื่อแข่งขันกับระบบยูนิกซ์ซึ่งมาแรงในขณะนั้น(ใช้กันทั่วไปในตลาดเวิร์กสเตชั่น)
ในช่วงแรกๆมีการออกมาบนซีพียูมิปส์อาร์สี่พันกับอัลฟ่าเอเอ็กซ์พีด้วย แต่ไม่ได้รับความนิยมเลยเลิกไป
ผมมองไม่เห็นเหตุผลอะไรที่มันจะทำงานได้ไม่ดี ส่วนจะได้รับความนิยมหรือไม่ขึ้นอยู่กับลูกค้าเองล่ะว่าสนใจจะรับผลประโยชน์จากซีพียูเออาร์เอ็มมั้ย(ประหยัดพลังงาน) คาดว่าเขาทำขึ้นมาเำพื่อกั๊กตลาด ไม่ให้ลูกค้าดั้งเดิมของเขาเปลี่ยนใจไปใช้โอเอสอื่นเพียงเพราะเขาไม่ซัพพอร์ตเออาร์เอ็มถ้าเกิดว่าแพล็ทฟอร์มเออาร์เอ็มเกิดได้รับความนิยมขึ้นมา
ในขณะที่ต้นทุนการพัฒนาคงไม่เท่าไหร่ เพราะออกแบบมาให้เหมาะกับการพอร์ทไปบนซีพียูหลาบแบบมาแต่ต้นแล้ว

เขียนไปแล้วนะว่าเฉพาะที่androidรองรับ อทิบายเพิ่มคือ ในandroidแต่ละรุ่นก็จะมีการรองรับเพิมเติมในรุ่นที่สูงขึ้นดูว่ารองรับอะไบ้างใด้ทีี่วปเandroiddeveloper

เขียนไปแล้วนะว่าเฉพาะที่androidรองรับ อทิบายเพิ่มคือ ในandroidแต่ละรุ่นก็จะมีการรองรับเพิมเติมในรุ่นที่สูงขึ้นดูว่ารองรับอะไบ้างใด้ทีี่วปเandroiddeveloper

leonoinoi Wed, 14/09/2011 - 10:14

In reply to by gololo

ตามความเห็นผมนะครับ android เป็น jvm ที่ optimize มาเพื่อมือถือแต่เกิดครับ ต่างกับ .net ที่เขียนเพื่อ pc เพราะฉนั้นในระยะสั้น น่าจะมีปัญหาประสิทธิภาพแน่ครับ แต่ระยะยาว คงตามทัน
แต่สิ่งที่ผมเห็นว่าสำคัญกว่านั้น และถ้าผมเลือกได้ ผมจะไม่ใช้ windows 8 arm คือมันรันโปรแกรมเก่าไม่ได้ครับ (อย่างเช่นผมอยากเล่น dota บน tablet ทำไม่ได้ แล้วจะซื้อไปทำไม ไปซื้อ android หรือ ipad2 ดีกว่า) นี่คือปัญหาจริง ๆ เพราะฉนั้น tablet ของ windows จะขายได้แต่ x86 เท่านั้น ส่วนถ้าคนจะซื้อ arm เขาจะไปซื้อ android กับ ipad
แล้วเดี๋ยวสักพัก เราจะรู้ว่าสงครามจะจบยังไง ผ่านยอดขาย (ถ้ายอดขาย tablet windows น้อยเกินไป สงครามจบแน่ครับ และมีแนวโน้มว่าจะเป็นแบบนั้นจากปัจจัยหลายประการ และสมรภูมิถัดไปที่จะสู้กัน คือ TV เน็ตบุ๊ก โน๊ตบุ๊ก และ PC ไล่ไป)

ผมว่า Microsoft คงไม่ได้เพิ่งเริ่มคิดจะเปลี่ยนมาสนับสนุน ARM นะครับ น่าจะเตรียมตัวมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว ดังนั้น .NET ก็น่าจะทำมาสนับสนุน ARM (แต่ไม่เปิดให้ทั่วไป) มาสักพักแล้วหละครับ

Windows Mobile ก็ใช้สถาปัตยกรรม .NET Micro Framework ไมโครคอนโทรลเลอร์พวก Fez, Netduino พวกนี้ก็มาจาก .NET ทั้งนั้น การที่จะเอาโค้ดพวกนี้รันข้ามสถาปัตยกรรมไปยัง x86 น่ะเป็นเรื่องจิ๊บๆมาก (ของพวกนี้มันมาตั้งแต่เกิดเหมือนกัน) ส่วนเรื่อง directx ผมว่าคงไม่น่ามีปัญหาเท่าไหร่ ไม่งั้นล่ะก็ xbox คงพอร์ตโค้ดจาก PC กันวุ่นวายน่าดูเลยล่ะ

ส่วนโปรแกรมที่เขียนแบบ native ตามที่คุณว่ามา คงต้องหาคนมาทดสอบแล้วล่ะครับ แต่ก็คิดว่ารันไม่ได้นะ

ผมไม่ห่วงว่าจะขายไม่ได้เพราะรันเกมส์เก่าๆ ไม่ได้หรอกครับ ผมห่วงแต่ว่าเค้าจะขายแพงกว่าพวก ARM-based Tablet แค่นั้น แบบเปิดราคามา 30k+ นี่ คนซื้อคงคิดหนักว่าจะซื้อมาทำไม? ถ้าเอาเงินน้อยกว่านั้นไปซื้อ Laptop ตัวแรงที่สุดได้ แต่เรื่องราคามันก็ไม่แน่เหมือนกันเพราะราคา ARM เฉพาะตัว SoC มันต่ำมากๆ อยู่แล้ว จะไปแพงก็ส่วนอื่นมากกว่า เรื่องอื่นผมว่าไม่น่าห่วง Microsoft ทำการบ้านมาดีมากๆ เห็นได้จาก Keynote เมื่อวาน

ตอนเปลี่ยนจาก PowerPC มาเป็น x86 ก็เกิดกระแสต่อต้านจาก dev เจ้าใหญ่ๆ เหมือนกัน เราถึงได้เห็นโปรแกรมอย่าง iLife ไงครับ แล้วผมก็เชื่อว่าต่อไป Apple น่าจะเปลี่ยนไปหา Arm ค่อนข้างแน่นอน (รอให้มี Arm ที่ทำ score ได้สูงมากๆ ก่อน)

ถ้าเคยเล่นเกมกราฟฟิกสวยๆในandroidเช่นgameloftจะเห็นว่าจะมีการแบ่งเป็นตามรุ่นcpu หรือใครเคยเขียนเกมที่เน้นภาพสวยบวกเร็วจำเป็นต้องใช้ไลบลารีเสริมของค่ายนั้นๆหรือเขียนโปรแกรมตามรูปแบบของค่ายนั้นๆแนะนำเพื่อที่จะสามารถเรียกประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุด และandroid เองก็มีndk สำหรับภาษาcซึงคอมไฟเป็นnativecode

ลองอ่านความคิดเห็นคุณจักนัทด้านล่างดู เพิ่มเติมในส่วนของเรื่องการออกแบบ มันถูกสร้างมาเพื่อเน้นพลังงานกับประสิทธิภาพและจำนวนทรานซิสเตอร์ให้ใช้น้อยและดีที่สุด

@gololo บางทีคุณอัพสกิลในด้านการสื่อสารด้วยครับ คำอธิบายของคุณมันยังค่อนข้างคลุมเครือ แต่ผมก็พอจับแนวคิดได้ว่าคุณต้องการสื่ออะไร

เห็นด้วยคับ อ่านแล้วงงมาก ต้องใช้เวลาพักหนึ่งเลยในการเรียบเรียงความหมาย - -' แถมบางคำก็เขียนผิด หรือว่าเขาจะไม่ใช่คนไทย - -a

เขาคงไม่ได้หมายถึงในมุมมองด้าน Software programming กระมังครับคุณ lew

ถ้าเขาหมายถึง GPU สารพัดที่นำมาใช้กับ ARM CPU ได้ (แบบพร้อมใช้โดยกำเนิด) อันนั้นมันเยอะกว่าจริงๆ

ปล. ที่ผมวงเล็บว่า (แบบพร้อมใช้โดยกำเนิด) เพราะที่จริง GPU มันข้ามกันใช้กับ CPU ได้ทุกตัว ทุกสถาปัตยกรรมอยู่แล้ว

GPU ที่ทำงานร่วมกับ X86 ได้ มันน้อยตรงไหนหรือครับ?? Intel เองที่ได้รับความนิยมมีสามตระกูล (สถาปัตยยกรรมภายในนะครับ) ส่วน ATI/NVIDIA นี่สายละเป็นสิบตระกูลทั้งนั้น ทุกวันนี้ก็ยังใช้กันได้????

ในงานฮาร์ดแวร์ ผมเห็นฝั่ง ARM นี่ที่นิยมกันก็มีแค่ PowerVR กับ Tegra นะครับ

ส่วนฮาร์ดแวร์มันต่างกันมากน้อย ก็ทำงานร่วมกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ให้ออก driver ให้เป็นเรื่องปรกติ ฝั่ง x86 นั้นไม่ยากเพราะ driver model คงไม่ต่างจาก Windows 7 มากนัก ส่วนฝั่ง ARM ก็ทำงานกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ต่อไป

มันก็คือการเขียน driver ตัวหนึ่งนี่ครับ หรือการเขียน driver บน ARM มันพิศดารกว่า x86 อย่างไร??

ผมพยายามตีความ Reply ของเขาน่ะครับ

GPU ที่ทำงานร่วมกัน x86 ตามจุดประสงค์ตั้งแต่กำเนิดของมันมีน้อยกว่า ARM ครับ (ซึ่งผมไม่ได้ว่ามัน น้อย แต่บอกว่า GPU สำหรับ ARM มัน มากกว่า) นั่นเพราะสงคราม x86 มันดุเดือดและมีจ้าว OS ใหญ่เป็นผู้คุมทิศทาง ทำให้ความหลากหลายมันต่ำ (แต่ความ Compatible สูง) และสงครามที่ดุเดือด ทำให้ผู้ผลิตรายเล็กต้องปิดการผลิตไป ซึ่งแตกต่างจาก ARM ที่มีให้ใช้ GPU มากมาย ตั้งแต่ยี่ห้อ Noname ไปจนถึงที่เบอร์ไม่ได้อยู่ในสารบบเลยก็มี (เต็ม Guangdong และ Huaqiang เลย) และนี่ก็เป็นหนึ่งในเรื่องก่อปัญหา Fragmentation ด้วยเหมือนกัน

ผมตีความว่า เขาอาจจะพยายามหมายถึงกรณีนี้ ซึ่งทำให้การสร้าง DirectX สำหรับ ARM เป็นเรื่องที่ยุ่งยากกว่า เพราะมี GPU พร้อมใช้มากกว่า ซึ่งถ้าเขาหมายความเช่นนั้น ผมก็มีความเห็นว่า M$ เองก็คงไม่บ้าทำให้ DirectX รองรับทั้งหมด เพราะ GPU for ARM ส่วนใหญ่ ไม่ได้สร้างมาเพื่อ Tablet ที่เน้น UI โดยเฉพาะ Game

ทั้งนี้ทั้งหมด เพราะจุดกำเนิดของ ARM มีเป้าหมายที่ Enbedded device จึงทำให้มี GPU มากมาย เอาแค่ที่ผมมีในมือมาวางเรียงบนโต๊ะก็ได้แถวยาวสักเมตรแล้วครับ (ไม่ซ้ำเบอร์) ผมเองยังปวดกบาลกับความที่มันมีมากเกินไปแล้ว Requirement ลูกค้าก็ดันแตกต่างกันตามแต่วิศวกรของเขา Recommend มาตามถนัดของพวกเขา

ผมอาจตีความข้อความของเขาไม่ตรงกับที่เขาพยายามสื่อ เพราะด้วยมุมมองส่วนตัวของผมเองก็เป็นไปได้มากครับ

ถ้าเอาแค่เฉพาะ GPU ในมือภือปัจจุบัน ไม่ไช่ที่ใช้บนBoard Embeddedในงานอื่นๆ ก็มี Nvedia GForcexxx, Andrinoxxx , PowerVRxxx , Malixxx และที่ไม่ดังก็อีกมาก ดังนั้นถ้า Windows8 ซึ่งตอนนี้ในหลายๆเจ้าเริ่มมีการออกแบบ GPU รุ่นใหม่ของตัวเองให้สามารถใช้ DirectX ใด้แต่ว่าใช้ใด้แต่จะดีแค่ใหนต้องรอดูโดยในตอนนี้ถึงออกมาก็ใช้งานใด้ไม่เต็มที่หรือไม่สามารถสร้างเกมส์ที่กราฟฟิกสวยๆใด้เต็มที่(จากเหตผลก่อนหน้าหรือหลังจากนี้จำไม่ใด้) สิ่งที่จะชี้ให้เห็นคือความเข้ากันใด้ของ Haerdware ทั้งหลายที่มีจำนวนมาก ถ้าจะเปลียบกับ Arm Linux การที่มี CPU+GPU ออกใหม่รุ่นหนึ่งต้องมีการพอทใหม่ทุกครั้งเพราะความที่มันรวมทุกอย่างใว้ใน chipARMตัวเดียว

ผมเข้าใจที่คุณต้องการสื่อ

แต่ผมไม่เห็นด้วยกับคุณ เพราะสิ่งที่คุณอธิบายมันไม่ตรงกับความเป็นจริง ผมยอมรับว่าคุณมีความรู้ในเทคโนโลยีค่อนข้างกว้าง แต่ความเข้าใจคุณยังไม่มี เป็นการจับแพะชนแกะเสียมากกว่า

ที่สำคัญรอบนี้คำผิดบาน เขียนวกวน จับใจความยาก

คาดว่าคงเป็นเพราะนอนดึก

ไม่ตรงกับความเป็นจริงยังไง และ จับแพะชนแกะยังไง ควรอธิบายมาด้วย แต่ถ้าข้อมูลไม่ตรงหรือก็ควรอธิบายจะได้รู้ว่าอะไรผิดถูก ถ้าผิดจะได้เข้าใจใหม่ให้ถูก หรือคนอื่นจะได้ไม่เข้าใจผิดด้วย ผมไม่ได้เก่งอะไรและก็อาจผิดได้ และพร้อมที่จะเรียนรู้หรือเปิดรับเสมอ แต่ที่บอกคือเป็นเพียงความคิดวิเคราะห็จากข้อมูลที่มี หรือถ้าแค่ความคิดเห็นไม่ตรงกันก็เป็นสิทของแต่ละคน ก็ไม่ต้องตอบมา

และที่ผมวิเคราะห็ไว้ก็ไม่ผิดไปอย่างแล้ว จากข่าววันนี้โปรแกรม Arm ไม่รองรับ X86 รุ่นก่อน ถึงเห็นผลจะอ้าวว่าเพื่อประหยัดไฟก็ตามแต่ถ้าอ่านที่เขียนก็คงจะได้อีกแนวคิดว่าทำไม่ถึงไม่ทำ

อ่านแล้วงงครับ

DirectX หรือ OpenGL ก็คือ API ซึ่ง DirectX เป็น API ของ Microsoft ดังนั้นไม่น่าจะผูกอะไรเข้ากับ Intel นะครับ

DirectX -> Driver -> Hardware หรือ
OpenGL -> Driver -> Hardware

ตัว DirectX API ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไรไม่ว่าจะใช้ ARM หรือ x86 นี่ครับ? ถ้า hardware ด้านล่างรองรับ มันก็สามารถทำงานได้เร็ว หรือถ้าไม่รองรับ ก็สามารถใช้ sotware จำลองความสามารถส่วนนั้นได้ (แต่ช้า)

ซึ่งหน้าที่คนทำ driver ก็ไม่ใช่ Microsoft แต่เป็นคนทำ GPU ต่างหาก (แต่ถ้ากำลังจะบอกว่าต้องรอนานกว่าคนทำ GPU จะออก driver ที่ optimize เฉพาะสำหรับ ARM มาอันนั้นก็คงใช่ครับ)

ได้อธิบายไปใน ด้านบนแล้ว
ในก่อนหน้านี้ในระดับนักพัฒนามีการเคยออกมาพูดว่าว่าdirectxไม่สามารถดึงประสิทธิภาพของgpuใด้อย่างเต็มที่
ลองคิดถึงการพัตนาเกมบนarmในตอนนี้ที่เกมภาพสวยๆในค่ายเกมส์เล็กแทบจะไม่มี เพราะเหตผมที่บอกไป

PowerVR หลายๆตัวซัพพอร์ท DirectX มาตั้งนานแล้วคับ อย่าง SGX535 ที่ใช้ใน iPhone 4 ก็ซัพพอร์ท DirectX 9.0c

GPU ตัวไหนที่มันซัพพอร์ท DirectX หรือ OpenGL ด้วยตัวของมันเอง ยังไงมันก็ทำงานในความเร็วที่ดีอยู่แล้วคับ

รู้หรือไม่ว่า Open GL สามารถรันได้ใน RAM ที่ไม่มี GPU

สิ่งที่ชี้ให้เห็นคือ กี่คำสั่งในภาษาเครื่องถึงจะถักโพลิก้อนบนจอโดยการใช้ OpenGL หรือ DirectX โดยใช้ GPU ช่วยหรือไม่ช่วย ยังไงถ้าจะทำก็ทำใด้แต่จะดีแค่ใหน จะเห็นใด้จากจาดจอรุ่นเก่าๆที่ไม่รองรับ Directx รุ่นใหม่ๆไม่ใช่แค่ Driver แต่มันขึ้นอยู่กับโครงสร้างGPUที่รองรับด้วย

ผมจะพัฒนาโปรแกรมบน Windows 8 โดยใช้ Visual studio 2005 ได้มั้ยครับ

ดูท่าทางแล้วความหวังเริ่มเลือนลาง แต่ studio 2010 express น่าจะพอได้มั้ง

T T

ผมเข้าใจว่าแค่ 2005 หรือ 2010 มันคงไม่พอนะครับ
มันต้องการ .net framework เวอร์ชั่นใหม่ น่าจะเป็น 4.5 ซึ่งน่าจะมาพร้อมกับ VS ตัวใหม่ในเวอร์ชัน 11

ดูตัว preview แล้ว ผมว่ามันน่าจะอยู่ในทีวีได้ด้วยนะครับ

งานนี้ถ้าวินโดวส์ทำครั้งเดียว ได้ทั้งตลาด PC, Tablet แล้วก็ TV สงสัยได้กินอีกยาวแน่ๆเลย

ทำให้นึกได้ว่า Media Center มันก็ลากไปข้างๆ และ ขึ้นลงได้ (ไม่ค่อยได้ใช้แหละ ยกเว้นตอน WMP มันแสดงชื่อไฟล์ซ้ำๆ จากแหล่งเดียวกัน จะเปิด WMC ใหม้มันปรับให้)

ที่เห็นๆก็ 1.คีย์บอร์ดมันแยกได้ (iOS 5) 2.Mission Control (อันนี้ดูๆแล้วก็แค่เปลี่ยนจากการปิดจากด้านซ้่ายไปด้านขวา) แล้วก็จับ Dashboard มาใส่ แต่ถ้ามันดีกว่าจริง ก็ยอมรับครับ :)

Splited Keyboard นั้นอยู่ใน UMPC ของ Microsoft มานานแล้วครับ ช่วงที่มีภาพ Windows 8 หลุดก็มีภาพ Splited Keyboard หลุดออกมาด้วย ทั้งหมดนี้มีมาก่อน Apple ประกาศ iOS5 ครับ

ยังไม่ตรงซะทีเดียวนะครับ เพราะอันนั้น space bar ยังเป็นปุ่มเดียวยาวๆ อยู่
ไม่ได้แยกออกเป็นสองฝั่งจริงๆ เหมือนอย่างใน Windows 8

...

ทำกันได้ลงคอ -_-"

เพราะแทปเล็ตและคอมพิวเตอร์นั้นจะรวมกันมาซักพักแล้วไงครับ ต่างแค่ว่าไมโครซอฟต์นั้นไม่ทำ OS เฉพาะของ Tablet แต่ใช้วิธีค่อยๆปรับให้ Desktop OS รองรับการใช้งานสัมผัสดีขึ้นๆ

ในขณะที่ฝั่ง Apple นั้นประสบความสำเร็จจากแพลตฟอร์มโมบายมากกว่า จึงพยายามใช้แพลตฟอร์มโมบายในการดึงตัวเองขึ้นต่อไปโดยการให้ไอแพดยึดอยู่กับ OS ที่ให้ประสบการณ์ในทิศทางเดียวกับไอโฟน(ซึ่งเหมือนว่าแอปเปิลคิดถูก) แล้วจึงค่อยๆปรับ Desktop OS เพื่อให้มีประสบการณ์แบบ iOS ใน Touch UI(หวังให้ iOS ดึง Mac ขึ้นมา) แล้วหลังจากนี้ iPad ก็น่าจะเป็นฝ่ายโน้มเข้าหา Mac บ้าง อาจจะยังไม่เต็มตัว จนกว่าแอปเปิลจะรู้สึกว่ามันโอเค แต่ท้ายที่สุดมันจะไปในทิศทางนี้แน่นอน

ดังนั้นฟังก์ชั่นหลายๆอย่างที่มีแนวคิดคล้ายกันก็คงไม่แปลก เพราะใช้ในอุปกรณ์ที่มีแนวคิดคล้ายกัน เพียงแต่เจ้านึงรวมแล้ว อีกจ้าวยังแยกอยู่(Lion&iOS5)

สำหรับผม แนวคิดของ M$ เข้าท่าดี ตอนอยู่บ้านก็ใช้เป็น PC (เสียบคีบอร์ดหับเมาส์) ไป พอออกนอกบ้านตัวเดียวแต่กลายเป็น Tablet

ผมเคยไปเจอในหนังสืออะไรซักอย่างเมื่อนานมาแล้ว มีท่อนนึงเคยบอกไว้ว่า

"ตราบใดที่ microsoft ยังครองโลกด้วย PC ได้ โลกในอนาคตเราคงได้เห็นโลกที่หนุมตาม microsoft"