Apple

Other World Computing รายงานว่าแอปเปิลได้ทำการเพิ่มเซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิเข้าไปใน iMac ใหม่ ทำให้การเปลี่ยนฮาร์ดไดรว์จากชิ้นที่มาพร้อมกับเครื่องไปเป็นยี่ห้ออื่นไม่สามารถทำได้อีกต่อไป จนกว่าจะมีฮาร์ดไดรว์ที่มาพร้อมกับ SATA แบบ 7-pin ที่แอปเปิลสั่งทำพิเศษขึ้นมาเองและเฟิร์มแวร์เฉพาะของฮาร์ดไดรว์ที่จะสามารถทำงานกับ iMac รุ่นนี้ได้

หากผู้ใช้ได้ถอดฮาร์ดไดรว์ที่มาพร้อมกับ iMac ตัวนี้ออก พัดลมระบายความร้อนของ iMac จะหมุนที่ความเร็วสูงสุด และ iMac เครื่องนั้น ๆ จะไม่ผ่าน Apple Hardware Test

สำหรับทางเลือกของผู้ใช้ที่ต้องการเปลี่ยนฮาร์ดไดรว์บน iMac ใหม่นี้มีอยู่ทางเดียวคือต้องซื้อฮาร์ดไดรว์พิเศษเหล่านี้จากแอปเปิล และให้ศูนย์ให้บริการเปลี่ยนให้เท่านั้น แม้ว่าแอปเปิลจะไม่เคยสนับสนุนให้ผู้ใช้เปลี่ยนฮาร์ดไดรว์เองสำหรับ iMac อยู่แล้ว แต่ก่อนหน้านี้ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะซื้อฮาร์ดไดรว์ความจุเท่าใดและยี่ห้อใดก็ได้มาสับเปลี่ยนเองได้ (ถ้าทำเองเป็น)

ที่มา - MacRumors

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

กำไรจาก ip ไม่พอกิน ?

ข่าวต่อไป ห้ามผู้ใช้เปลี่ยน Mouse กับ keyboard เอง

ต้องมาเปลี่ยนที่ศูนย์เท่านั้น

polaromonas Fri, 13/05/2011 - 10:24

Apple นี่มีความสามารถในการล็อคลูกค้าไว้ในระบบของตัวเองแบบยินยอมที่ยอดเยี่ยมจริงๆ google กับ MS ทำให้ได้สักครึ่งของ Apple ก็สบายแล้ว

ยังมีพวกไม่ชอบตามแฟชันอยู่ครับ
อย่างน้อยก็ผมนี่ล่ะคนนึง

PC ธรรมดาๆ ราคาสมคุณภาพเครื่องนึง

กับfeature phone โทรออก-รับสาย ตั้งปลุกได้ตามปกติ

ก็เพียงพอสำหรับชีวิตมนุษย์เงินเดือนอย่างผมเลยล่ะ

+1
เพื่อนผมเรียนด้านภาพยนตร์ ไม่มี Mac ใช้ลำบากมาก เพราะโปรแกรมเฉพาะทางหลายตัวมีแต่ใน OS X แต่จะซื้อ iMac หรือ Macbook Pro ก็แพงไปอีก เห็นบอกเตรียมจะทำ Hackintosh ใช้ ไม่รู้จะโดน lock หรือเปล่า

ผมรู้สึกแย่กับพวกที่มักจะบอกว่า Mac ไม่ได้แพงกว่าเพราะรวม Software แท้มาให้แล้ว ถ้าถูกกว่าจริงเพื่อนผมคงซื้อใช้เรียนไปแล้วล่ะครับ คอมประกอบ + Software แท้ยังไงก็ถูกกว่า part ไหนเสียเปลี่ยนตัวนั้น ยังไม่รวมว่า Mac เสียตอนหมดประกันทีขูดเลือดกันแทบจะรากเลือดอีก

ถ้าไม่ใช้โปรแกรมเฉพาะทางที่มีแต่ใน OS X ผมแนะนำทุกคนที่มาปรึกษาให้เลี่ยง Apple หมดแหละ ราคาเท่ากันประกอบคอมสเปกบินได้เลย

ถ้าเป็นโปรแกรมที่เหมือนกันทั้ง 2 platform ราคาก็เท่ากันนี่ครับ

โปรแกรมแถมของทั้ง 2 ฝั่งก็มีคล้ายๆกัน (เห็นบางคนชอบเอา iLife มาเทียบกับ MS Office ซึ่งจริงๆฝั่ง MS ก็มี Windows live+Wordpad)

ถ้าแค่โปรแกรมที่คล้ายกัน ผมเห็นตัวฝั่ง Mac ที่ถูกกว่าจะมีความสามารถไม่เท่าฝั่ง Windows แต่ถ้าโปรแกรมที่มีแต่ฝั่ง Mac ราคาแพงเหงื่อแตกเลยล่ะ

แล้วพอบวกค่า Hardware ไปอีก มันก็อย่างที่ผมบอกแหละครับ ว่าในราคาเท่ากัน จะเอาของที่ศาสดาประทานให้ หรือจะประกอบเครื่องแบบสเปกบินได้

พูดอย่างนี้คงไม่ถูกหรอกครับ คำว่าเสรีใครๆก็มองออก มีแต่สาวกบางคนที่ยังมองไม่ออก ผมว่านะ หากจำกัดโน่นจำกัดนี่มากนัก กินได้ไม่นานหรอกครับ

เค้าเพิ่ม sensor รวมเข้าไปใน hdd

Hard drive temperature control is regulated by a combination of this cable and Apple proprietary firmware on the hard drive itself.

และพวกที่มี logo หุ่นเขียว กะหน้าต่างสีฟ้า ก็จะเข้ามาด่าโดยไม่ดูอะไรต่อไป

ในข่าวก็เขียนไว้อยู่แล้ว ละเอียดกว่า แต่เลือกเอามาเฉพาะบางประเด็นเพื่อด่า user ท่านอื่นนี่ผมว่าใช้ไม่ได้นะครับ ลองอ่านดูให้ครบๆก่อนดีกว่ามั้ยครับว่าทำไมคนเขาถึงบ่นกัน แล้วบ่นเรื่องอะไร

เลขอุณหภูมิ S.M.A.R.T. ที่ใช้นี่มันตัวเลขหลอกเด็กเฉยๆใช่ไหมครับ แย่จังใช้กันมาตั้ง 16 ปีแล้ว โดนหลอกมาตลอดเลยสิเนี่ย

ต้องขอบคุณ Apple ที่คิดค้นนวัฒกรรมใหม่ๆ ออกมาให้โลกนี้ ทำให้วัดอุณหภูมิของ HDD ได้ครับ

แบนแอคเคาท์ข้อหาก่อกวนนะครับ

ถ้าจะสมัครเข้ามาใหม่ คราวหน้าขอความเห็นแบบฉลาดๆ ด้วยก็ดีครับ

เดี๋ยวมันต้องมี harddrive รุ่นยอดนิยมที่มีคนแฮก firmware ให้มันใช้งานได้แหงมๆ

ไม่ก็คงมีตัวควบคุมความเร็วพัดลมออกมาแยกขาย เผื่อพัดลมไม่วิ่งเต็ม แล้วมันจะเทสต์ผ่าน -*-

ต่อไปคงห้ามเปลี่ยน RAM ด้วย ... แล้วก็คงลามมาที่ mobile platform เอ๊ะ แต่ตอนนี้พวก MB/MBP มันก็ดูเหมือนไม่ให้มี user service อยู่แล้วหนิ ขนาดเปลี่ยนแบตยังต้องไปศูนย์เลย (ดีที่ใช้รุ่นเก่า)

น่าจะเป็นเหตุผลทางด้านความต้องการ "ความสมบูรณ์แบบ" ที่มาจากลุงจ็อบส์เอง

ผมเดาว่าแกน่าจะกลัว User Experience ที่แตกต่างในทางลบจากการใช้ Hardware ที่ไม่ใช่ Genuine Parts

ก็เลยออกแบบมาอย่างนั้น

ที่ลุงแกแต่งตัวแบบธรรมดาๆ ไม่ใช่เพราะวิถีแห่งเซนอย่างที่ทุกคนเข้าใจนะครับ

เป็นเพราะแกครุ่นคริดเรื่องความสมบูรณ์แบบของสินค้าตลอดเวลา แกเลยไม่มีเวลานึกว่าวันนี้จะใส่อะไรดี

แซวเล่นๆ ครับ

ยังไม่เคยเห็นใครออกแบบมาให้แกะนะ แต่มันแกะได้แล้วก็ไปแกะกันเองทั้งนั้น เลยบอกถ้าไม่อยากให้เปลี่ยนอะไรเลย ก็ทำให้ "แกะไม่ได้" ไปเลย

ออกแบบมาให้แกัได้ก็มีเยอะแยะเช่น NB หรือ PC ทั้งหลายแหล่ที่ใครมีไขควงก็แกะได้

iMac ก็รู้ๆกันอยู่ว่าไม่ได้ทำมาให้คนธรรมดาแกะได้อยู่แล้ว

zerntrinos Fri, 13/05/2011 - 20:24

In reply to by b98se

+1 ชอบน้องดำก็ตรงเนี่ย

ซื้อเครื่องแรกยัง Wow !!

นี้สิคู่มือของจริง มันต้องแบบนี้

boykeng Fri, 13/05/2011 - 10:57

เครื่อง iMac มีปัญหาเรื่องความร้อนพอสมควรเลย
พี่ชายผม การ์ดจอไหม้ไปอันนึงแระ ตอนนี้ไม่ค่อยกล้าเล่นเกมส์เท่าไร

แต่ก็เป็นเครื่องคอมที่ดีเลยนะครับ ทำงานได้เยอะดี

PiKO Fri, 13/05/2011 - 11:12

เอาเข้าไป ค่าใช้จ่ายแฝงของการใช้สินค้า Apple มันคิดเป็นสักกี่ % เคยมีใครสำรวจมั้ย ??

ถ้าทำกับ RAM ด้วยเนี่ย ผมลงทุนเปิดร้าน Mac เลย กำไรบาน
ใส่อะไรเข้ามาลูกค้าก็ไม่หือ ไม่อือ อยากมีลูกค้าแบบนี้เยอะๆจัง

จะใช้ของเค้าก็ต้องยอมเค้าหมดสินะ ถึงกับออกSATA 7pinเป็นพิเศษ(รึเปล่า เหมือนผมจะไม่เคยเห็นแฮะ)เลยทีเดียว เรื่องประสิทธิภาพจะมีผลอย่างไรล่ะครับ

แอปเปิลเป็นบริษัทที่มักจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทำให้หลายๆ คนต้องยอมสิโรราบและหันมาใช้นวัตกรรมนั้นตามแต่โดยดี

อย่างไมโครซิม ที่ค่ายต่างๆ ก็ยิมปลิตซิมขนาดพิเศษเพื่อสินค้าของแอปเปิลเพียงเจ้าเดียว

แล้วตอนสงกรานต์ เพื่อนผมก็ต้องเอา iPhone ไปเสี่ยงเปียก เพราะเปลี่ยนเอา Sim ไปใส่เครื่องอื่นไม่ได้ (ยังดีที่ไม่เปียก)

คงเป็นอารมณ์เดียวกับผมมั้ง

ผมซื้อ SE มากี่เครื่องก็ไม่เคยเก็บตัวแปลง MS เป็น MS Pro ไว้เลย

ผมว่า Apple ก็แค่บริษัทที่ทำอะไรตามใจตัวเองเป็นหลัก เพียงเพราะไม่จำเป็นต้องไปแลกอะไรกับใครมากกว่าครับ เอามาตรฐานมาใช้คนเดียวไม่แคร์ใคร

Micro Sim ผมว่าไม่ได้มาจาก apple นะ แต่เขาหยิบมาใช้

Firewire เอย Thunderbolt เอย

เรียกง่าย ๆ ว่าชอบสร้างความปวดหัวให้ชาวบ้าน (คนใช้) ครับ

ปล. บางทีผมก็คิดนะว่า Apple คิดกับคนใช้ (User) ว่าเขาเ็ป็นคนใช้ (Servant) นะ 555

PaPaSEK Fri, 13/05/2011 - 12:13

In reply to by mr_tawan

นั่นน่ะสิครับ ชอบสร้างอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาให้ใช้ได้เฉพาะสินค้าของตัวเองอย่างเดียว

ที่แปลกคือหลายๆ คนก็ยินดีทำตาม ทั้งลูกค้า ทั้งผู้ให้บริการ ทั้งผู้หลิต ฯลฯ

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเค้าถึงเรียกลุงจ็อบส์ว่า "ศาสดา"

+1 นั่นสิครับ ผมก็ยังสงสัยอยุ่ว่า เค้ามีอะไรทำให้คนยอมทำตาม ไม่ว่าจะเป็น micro sim อะไรเอยที่หลายๆท่านกล่าวกันมา ลุงแกเล่นของรึเปล่า หรือ สักเก้ายอดที่ท้ายทอยถึงต้องใส่เสื้อคอเต่าตลอดเวลา

ไสยศาสตร์แบบนั้นมิใช่วิถีแห่งแอปเปิล ท่านผู้เป็นศาสดามิจำเป็นจักต้องใช้สิ่งเหล่านั้นเพื่อจูงใจคน ลบหลู่ศาสดาแบบนี้ต้องโดนสาปให้ "หล่อ" ไป 1 ชาติถ้วน ฮ่า ฮ่า ฮ่า

อันนี้เป้นคำถามส่วนตัวเล็กน้อย

ตอนล็อกอินเข้า Blognone ลำบากมั้ยครับ เห็น Username ติดสระอิไว้ด้านหน้า

จะได้หล่อสักที ฮ่า ฮ่า ฮ่า

T-T พูดถึง log-in เหรอคับ พูดแล้วน้ำตามันจะไหลT-T

ถ้าไม่ได้ตั้งไว้แบบ log-in auto เวลาจะ log ต้องไป forget password ให้ส่งเข้าเมล แล้วเปลี่ยน pass แล้วถึงจะเข้ามาได้น่ะครับ

บางทีก็เอาของเก่าที่ใช้กันทั่วไปนี่แหละ มาทำรูให้มันแปลกๆ เหมือน usb มีแง่งในตำนาน

vaLVE Sat, 14/05/2011 - 00:27

In reply to by PaPaSEK

+1

ชอบ 2 บรรทัดแรกครับ

แล้วก็มานึกถึง บ ญี่ปุ่น อย่าง SONY

ทำไมทำแล้วอารยธรรม sony ไปไม่รอดนะ

แต่ product ของ sony ก็เต็มบ้านอยู่เหมือนกันแฮะเรา

หรือเพราะ มีแต่คน ชอบบอกว่า Apple ข้างใน ก็เป็น ซัมซุง LG มันก็เหมือนๆ กับยี่ห้ออื่นทั่วไปนั้นแหล่ะ หรือป่าว
apple เลย เอาแบบนี้ซะเลย (ว่าแต่ไอ้อุปกรณ์นี้ apple ทำเองหรือป่าว)

เราใช้แมคนะ แต่อ่านจากข่าวแล้วอนุญาตให้เปลี่ยนเป็นคำว่า "บังคับให้ใช้เฉพาะฮาร์ดไดรว์ "วิเศษ" จากแอปเปิลเท่านั้น" ดีมะ? hahahhahaha

ถ้า HDD แบบนี้มันดีจริง เดี๋ยวก็มีคนอื่นทำมาแหละ ถึงตอนนั้นแล้วเราก็เปลี่ยนได้เองอย่างอิสระเหมือนเดิม

ก็ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็จะมีข่าวต่อมาว่า

"แอปเปิลฟ้องบริษัทนั่นนู่นนี่ ละเมิดสิทธิบัตรผลิต HDD blash ๆๆๆ"

ถ้ามันจะเปลี่ยน pin อย่างเดียวเดี๋ยวโดนดาผูกขาดสินะ
แล้วใส่ตัววัดอุณหภูมิไปด้วย ให้ว่า ที่ทำขานั้นเราไม่ได้ทำให้ใช้ของเราได้เจ้าเดียวนะ แต่มาเพิ่มความสามารถต่างหาก

Axus Fri, 13/05/2011 - 13:26

ปกติ SMART มันก็วัดอุณหภูมิได้อยู่แล้วนิ

macbook 2009 เปลี่ยนเป็น ssd สบายๆ แรงกระฉูด

ยังคิดเล่นๆ ถ้าจัด imac ใหม่น่าเอามาลองเปลี่ยน ssd เอง แต่เจอแบบนี้เข้าไป ทำไงดีละ

สงสัยไม่เชื่อใจตัวเลขจาก S.M.A.R.T. เลยต้องทำ sensor แยกต่างหาก นั่นแปลว่าการจัดการ temp ของตัวเครื่องทำได้แย่มาก จนต้องกังวลละเอียดขนาดนั้น?

จะว่าไปใครทัน COMPAQ ยุคที่ทำ RAM เฉพาะยี่ห้อตัวเองขายได้บ้างไหม (ยุค 486 นู่น) เขาก็อ้างคล้ายๆกันนี้แหละ ห้าม upgrade เอง ต้องใช้แต่ official part เท่านั้นแต่ดันทำราคาต่างจากราคาตลาดเกินไปสุดท้ายก็เจ๊ง โดน HP takeover ไป

ผมกลับเห็นด้วยแฮะ พวกสินค้าของแอปเปิลเวลาพวกเรา (power-user) ใช้แล้วอาจจะหงุดหงิดจริงๆ ทำอะไรไม่ได้เลย เช่นจะเปิดดู process ที่ทำงานอยู่บน OS X ก็ลำบาก แต่เวลาผมดู user ธรรมดาใช้แล้วเค้าดูมีความสุขดีนะครับ ไม่จำเป็นจะต้องมานั่งสนใจเรื่องระดับล่างๆ เลยในที่นี้ก็คือการเปลี่ยนฮาดดิส และผมคิดว่า apple คงไม่คิดจะเจาะตลาด power-user ที่มีจำนวนน้อยๆ แต่ไปเน้นที่ user ธรรมดาที่มีจำนวนเยอะกว่าดีกว่า เพราะยิ่งมี user ธรรมดามาใช้สินค้า apple มากขึ้นเท่าไหร่มันก็บีบบังคับให้ power-user ต้องหันมาสนใจมากเท่านั้น ดูอย่าง iOS กับ appstore เป็นตัวอย่างครับ

ที่คอมเม้นต์ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยก็เพราะที่นี่มันเป็นแหล่งรวม power-user นั่นแหละครับ ผมอยากให้ developer มอง user ว่าเป็น user บ้างครับไม่ใช่อะไรๆ ก็จะเอามาเทียบกับตัวเองที่เป็น power-user ไม่อย่างงั้นก็คงจะพัฒนาสิ่งดีๆ เพื่อ user (ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคม) ไม่ได้หรอกครับ

ปล. ลองเอาคนใช้คอมที่เปลี่ยนฮาดดิสเองเป็นกับไม่เป็นมาเทียบเป็นอัตราส่วนสิครับ ผมว่าน้อยกว่า 1:10

ประเด็นคือ มันก็ไม่มีเหตุผลทางเทคนิคที่จะอ้างได้ว่าจำเป็นต้องทำ pin พิเศษขึ้นมาเลย มีแต่เหตุผลด้านการตลาดล้วนๆ

ซึ่งแอปเปิลก็มีสิทธิทำได้ไม่ผิดหรอกครับ แต่ user ที่รู้เรื่องพอก็มีสิทธิบ่นเหมือนกัน

ถ้าราคาที่ Apple ขายเท่ากับข้างนอกผมถึงจะเชื่อครับว่า Apple ทำเพื่อให้ user ธรรมดาใช้งานง่าย

แต่ที่ผมเห็น มันเป็นเรื่องของความหน้าเลือดล้วนๆ

ผมเห็นด้วยกับบรรทัดสุดท้ายนะครับ คนที่ต้องการเปลี่ยนอะไรเองนี่มีน้อยมากครับ แม้กระทั้ง PC ธรรมดา ๆ เองก็ตาม

เห็นด้วยครับ จริงๆแล้ว Apple ก็ทำตัวเป็นเหมือนรถ BMW และยี่ห้ออื่นๆก็เหมือน Toyota Honda Hundai พวกนี้ครับ คือมันจะแพงกว่าแต่จริงๆก็ใช้งานเหมือนๆกัน ต่างกันที่ประสบการณ์อะไรบางอย่าง แต่เดี๋ยวนี้ราคาสินค้า Apple ก็เริ่มลดลงเอื้อมพอถึงไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วครับ ในการค้าก็ต้องมีสินค้าแบบนี้ แต่ที่แตกต่างก็เหมือนกับที่คุณ pizzicato เขียนไว้ครับ คือเขาเห็นความสุขของคนที่ไม่ใช่นักคอมพิวเตอร์ ถ้าพวกนักคอมพิวเตอร์ก็ชอบแต่งโน่น แต่งนี่ เหมือนเล่นรถนะครับ และมีความสุขกับการได้โมดิฟายด์สิ่งต่างๆให้แตกต่างและดีขึ้นในราคาที่ถูก ก็คงไม่ชอบ Apple นัก แต่ถ้าคิดในมุมกลับสิ่งที่แตกต่างกันเยอะๆก็จะทำให้เครื่องของคนโน้นไม่เหมือนเครื่องของคนนี้ การใช้งานของผู้ใช้ที่ไม่ใช่นักคอมพิวเตอร์ก็คงดูยุ่งขึ้นนิดหนึ่ง แต่คนเขียน Software ที่ให้บริการในวงกว้างคงยุ่งกว่า ในขณะที่เรากำลังสร้างโปรแกรมใหม่เพื่อเอาตังใหม่ เราก็ต้องดูแลรักษาโปรแกรมเวอร์ชั่นเก่า และเวอร์ชั่นปัจจุบัน ที่มี Hardware หลากหลายแต่ไม่ได้ตัง เพราะเป็นหน้าที่ ทำให้เราต้องเสียเวลามากนิดหนึ่ง ในขณะที่ยังหนุ่มมีแรงก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าต้องจ้างคนก็ต้องปวดหัวเรื่องคน กับเรื่องเงิน ถ้าเราเข้าพวกกับเจ้าศาสดานี่ บางทีพวกทำงาน Software อาจดูสบายขึ้น และสร้างงานใหม่ๆ โดยใช้คน และเงินน้อยกว่าก็น่าจะเป็นได้ สำหรับพวกที่สร้าง Hardware มาต่อกับเครื่องก็คงต้องคิดไอเดียที่จะขายได้ แล้วต้องติดต่อกับ Apple เพื่อขอ License เพราะเขาคิดเป็นมุมกว้าง มุมที่มองลูกค้าจำนวนมาก ไม่ได้มองแบบขายจำนวนน้อย การขายจำนวนน้อยถ้า idea ดีจริงก็อาจถูก copy อย่างรวดเร็วอาจไม่คุ้ม แต่ถ้าชอบจะแต่งรถแต่งคอมพิวเตอร์ก็ต้องเลือกแบบ Hack แล้วก็เล่นสนุกแบบแป๊บๆครับ เพราะว่าเราแตกต่างจากคนจำนวนมาก ถ้าจะให้คนจำนวนมากเหมือนเรา เราก็จะต้องทำตัวไม่ให้แตกต่างครับ จะได้มีลูกค้ามากๆ

ประเด็น HDD มันไม่ได้เพิ่มความรู้สึกหรือ feature อะไรที่มากกว่าปกติเลยนะครับ ถ้าจะอ้างเรื่องวัด temp ตัว HDD มาตรฐาน S.M.A.R.T. ก็วัดได้อยู่แล้ว การเำพิ่ม sensor ที่ดูจะไม่จำเป็นเพื่อแลกกับการ upgrade ราคาโดยอ้างความเข้ากันได้ใน user experience ผมว่าไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่้ง มองยังไงก็เป็นการตลาดล้วนๆ ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีครับ

ป.ล. BMW มีชุดแต่งและอะไหล่ after market มากมายครับ ทั้งยี่ห้อที่มาจาก official ของบ.แม่เอง และยี่ห้อตลาดๆอื่นๆ

ถ้าจะเอารถมาเปรียบเทียบ

"BMWประกาศถึงลูกค้าทั่วโลก ว่ารถยนต์รุ่นใหม่จากBMWมีมาตรฐานสูงเกินไป

จึงจำเป็นต้องใช้ของเหลวทั่งหลายจากBMWเท่านั้น เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันหล่อลื่น น้ำใส่ที่ฉีดกระจกฯลฯ"

comment เยอะจังแฮะ สงสัยว่าคนที่ตอบในนี้กว่า 90% กำลังจะซื้อ iMac เครื่องใหม่แน่เลยถึงได้มีความคิดเห็นมากมาย แสดงว่า apple ยังคงเป็น brand ที่ได้รับความนิยมอยู่จริง ๆ

???? ขออภัยครับ ?? ถ้าจะเข้าใจเจตนาผมผิด แต่ผมไม่ได้จะให้ความหมายแบบนั้นครับ ..แต่กลับมาอ่านความเห็นผมก่อนหน้ามันก็ตีความให้โทนแนวนั้นได้จริง ๆ (ทั้งที่ผมไม่ได้คิดอะไรแง่ลบเลยด้วยความสัตย์จริง)

ผมคนนึงล่ะที่อ่าน comment ท่านแล้วไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้ negative ด้วยซ้ำ...
อย่าคิดมากครับ >_< ผมเคยโดน reply แบบนี้เหมือนกัน เล่นเอากระวนกระวายไปหลายชั่วโมง เลยเข้ามาให้กำลังใจซะหน่อย

ส่วนเรื่อง iMac พ่อผมก็จะซื้อเหมือนกัน แต่ผมเบรกเอาไว้เนื่องจาก.... คิดว่าพ่อคงเอามาลง windows แน่ๆ เลยแนะนำให้ไปซื้อ PC รุ่นอื่นๆ แล้วเอาเงินที่เหลือไปซื้อ software แท้ดีกว่า

เป็นความกังวลที่มีคนเข้าใจเราผิด

ถ้าท่านยังกระวนกระวายก็แปลว่าท่านยังแคร์ความรู้สึกคนอื่นๆ อยู่

ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีครับ

KNPKT Fri, 13/05/2011 - 17:49

In reply to by WattZ

อย่าคิดมากครับ ชีวิตนี้ต้องเจอผู้คนอีกมาก อย่าอ่อนไหวกันเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้จนเกินไปครับ จิตจะไม่นิ่งแล้วจะทุกข์ใจเปล่าๆ

ผมคิดว่า apple ทำถูกแล้วครับ (สำหรับการตลาด) เพราะมันเป็นนโยบายที่ทำให้เขา support user ได้ง่ายขึ้น แต่ปิดกั้น power user ที่ไม่ใช่กลุ่มลูกค้า(หลัก)ของเขา

กลุ่มลูกค้าที่ apple มองหาจริงๆ สำหรับผมคือ บุคคลที่ใช้เงินเพื่อแลกกับความสะดวกสบาย ซื้อแล้ว "ใช้" อย่างเดียวอย่าคิดมาก มีเงินก็จ่ายซื้อความสะดวกสบายแลกกันไป เสียก็ส่งศูนย์ ไม่จำเป็นต้องคิดว่ามันเสียอะไร เพราะมีเงินจ่ายซะอย่างเข้าศูนย์ทุกอย่างก็จบ

แต่วิธีที่ apple เลือกใช้คือการ ปีดกั้นเทคโนโลยี คนที่เป็นระดับ power user ถึงไม่พอใจ รวมถึงผมด้วย ที่ไม่ใช้ของ apple เลยไม่ใข่เพราะของเขาไม่ดีแต่เพราะไม่ชอบวิธีการขายที่เน้น การขีดเส้นให้เดิน ของบริษัทนี้

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ยอมเดินเส้นทางที่ขีดนั้น เพราะ เขาเหล่านั้นไม่ใช่ผู้มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ดีเพียงพอแต่ต้องใช้คอมพิวเตอร์จึงได้แต่เดินตามทางที่apple ขีดไว้ ผิดกับ คนส่วนใหญ่ใน board นี้ที่เป็นผู้มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์จึงมักจะต้องการอิสระ

เท่าที่ผมดู apple ก็เพียงแค่จับความเป็นจริงของโลกได้ว่า จำนวนผู้มีความรู้น้อยย่อมมีมากกว่าผู้รู้มากเสมอ และมันง่ายที่จะชักจูงผู้มีความรู้น้อยไปในทางที่เขาขีดไว้(ด้วยความสวยงาม และ band และอื่นๆอีกมากมาย) ก็เท่านั้น

ปล ผมไม่ได้หมายความว่าคนใช้ mac เก่งหรือไม่เก่งคอมนะครับ อยากให้ทุกๆคนที่อ่าน คิดในแง่ + เข้าไว้(คนที่เก่งๆใช้ mac ก็มีมากมาย) เพียงแค่ บอกว่า apple เขามุ่งประเดนไปที่คนที่ยอมเดินตามเขา ซึ่งส่วนใหญ่เน้นที่มีเงินและไม่ได้ทำอาชีพคอมพิวเตอร์ (ก็คือกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของเขาในโลกใบนี้นั้นล่ะ) ก็เท่านั้น

ผมไม่เห็นว่าจะมีความจำเป็นอะไรจะต้องไปสร้าง Interface ใหม่ที่ระดับ HW ถ้าเขาอยากปิดจริง ๆ เขาแค่เขียน Firmware ให้ไม่รองรับ HDD ที่ขายในตลาดก็พอ ไม่ถึงกับต้องสร้าง Connector ใหม่ให้ผลิตภัณฑ์ของตัวเองมีราคาสูงกว่าที่มันควรจะเป็นครับ

ผมว่านั่นไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้ราคาสูงนะครับ

แม้ว่ารุ่นก่อนๆทาง Apple จะไม่รองรับให้คนใช้เปลี่ยนหรือโมเองได้ ถ้าพยายามก็ยังพอทำได้ครับ แต่พอมารุ่นนี้แทบเป็นไปไม่ได้เลย

แต่ราคาก็ไม่ได้สูงไปกว่าเดิม

ผมคิดว่า R&D คงไม่ได้คิดหาทางเปลี่ยน hardware จาก 4-pin เป็น 7-pin เพื่อเพิ่มราคา iMac หรอกครับ

นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ

ไม่ใช่ฝ่าย R&D คิด แต่เป็นฝ่ายการตลาดคิดสินะครับ :P

การเปลี่ยน interface ที่เพิ่มแค่ temp sensor มันไม่ได้มีประโยชน์หรือความหมายในเชิงเทคโนโลยีเลย (ทำ fiber optic interface แบบ server สิถึงจะเรียกว่าเพื่อให้ดีขึ้นจริงๆ) แต่มันก็เป็นการจำกัด ความเข้ากันได้ ของสินค้าตัวเอง กับสินค้าตัวแทนในตลาด เพื่อที่จะสามารถบังคับให้ลูกค้าซื้ออะไหล่ทดแทนจากบ.ตัวเองเท่านั้นครับ เป็นแนวคิดที่มาจากฝ่ายการตลาดนำล้วนๆเลยนี่แหละ แบบเคส COMPAQ ในอดีตที่ผมเคยยกตัวอย่างไป

ผมก็เข้าใจแบบนั้นเหมือนกันครับ คือมันอาจไม่ได้ดีขึ้นหรอก แต่ทำเพื่อจำกัดให้ลูกค้ามาเปลี่ยนกับเฉพาะแอปเปิลเท่านั้น

แต่ที่ผมโพสข้างบนคือ มันไม่น่าจะเกี่ยวกับราคา iMac ที่สูงขึ้นน่ะครับ อะหุๆ

(เกือบทุกครั้ง) เขาก็ไม่เคยขายของราคาถูกเทียบเท่าราคาตลาด
(เกือบทุกครั้ง) สเปกก็ไม่เคยเทียบกันได้ (อย่างน้อยก็ในแง่ของตัวเลข) ในราคาเท่ากันกับ PC
(เกือบทุกครั้ง) โบรชัวร์เขาก็ไม่ได้เขียนทุกอย่าง บอกทุกอย่างหมด
และ (เกือบทุกครั้ง) ระบบเขาก็ไม่เคยเปิดเลย

แล้วจะไปหวังอะไรมากครับ :)

มาคิด ๆ ดูอีกทีก็น่าจะใช่ล่ะครับ เพราะไง ๆ HW จาก Apple ก็คงแพงเสมอต้นเสมอปลาย (เพราะต้องเป็นของสั่งโรงงานอื่นผลิต ไม่ใช่ของในตลาด) แต่เนื่องจาก คนรู้ว่า เอ๊ะก็เอาของในตลาดเปลี่ยนแทนสิ ก็เลยทำให้ของใน Stock Apple เหลือ ...

ก็เลยมีมาร์เก็ตติ้งหัวใส บอกว่า "เราก็ทำให้มันใช้ของในตลาดไม่ได้สิ" Customer Support ก็เห็นด้วย บอกว่า "เออ ก็ดีนะ เขาจะได้ใช้ของเราอย่างเดียว เราก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับคนใ้ช้ที่ไม่ได้ใช้ของของเรา"

R&D อาจจะเซ็ง ๆ "แล้วตูจะต้องมานั่งทำของเดิม ๆ ให้มันลำบากทำไม ต้องมานั่งเตรียมเอกสารเทรนคนอีก ไร้สาระชะมัด" แต่ก็ไม่รู้จะแข็งขืนยังไง

ก็เลยคลอดออกมาเป็นไอ้ interface รูปร่างประหลาด ซึ่งคงอีกไม่เกิน 6 เดือนก็จะมีคนทำ Adapter ออกมาขาย กลายเป็นเปิดตลาดใหม่ไป

โอ้ วินๆ

ขออณุญาตินำไปเผยแพร่ครับ

และขออณุญาติลงชื่อพร้อมลิ้งนะครับ

เพราะเขียนได้น่าสนใจมากครับ

+1 ใช่เลยครับ มีข้อตายตัวอยู่ข้อนึงเกี่ยวกับการตลาด "ถ้าคิดได้ว่าจะมุ่งไปกลุ่มลูกค้าไหนแล้ว ก็ต้องงัดกลวิธีจับลูกค้ากลุ่มนั้นให้อยู่หมัด"

ผมคิดว่าข่าวนี้ไม่มีผลอะไรต่อ

จำนวน USER ที่จะใช้งานเลยครับ

เพราะพวกเค้าเหล่านั้นโดนส่วนมาก ก็ไม่คิดจะเปลี่ยน HDD อยู่แล้ว

หากศูนย์ไม่บอกว่า "HDDของท่านลาโลกแล้วค่ะ โปรดซื้ออันใหม่"

ผมไม่เดือดร้อนอะไรเลย ไม่ซื้อ iMac อยู่แล้ว
และเมื่อไม่คิดซื้ออยู่แล้วก็ไม่รู็จะบ่นไปทำไม
หรือถ้าคิดจะซื้อ ดูแล้วเครื่องมันไม่ได้อย่างที่ผมพอใจก็ไม่ซื้อก็แค่นั้น

ไม่ชอบคิดแทนคนอื่นด้วย
ใครอยากใช้ก็ใช้ไป เขาใช้แล้วพอใจแฮปปี้ก็ยินดีกับเขาด้วย
ไม่ชอบไปมองว่าใครเป็นสาวกอะไร

เห็นด้วยอย่างมากครับ ปกติผมเห็นคนใช้ iMac น้อยมากที่จะมานั่งแงะเครื่องเอง

แล้วเราจะบ่นกันไปทำไม หรือว่าเราใช้ หรือว่าเราแงะ

เวลาออกผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม บริษัทต้องเล็งลูกค้าเป้าหมายอยู่แล้ว แล้วการทำสินค้า ฉลาก หีบห่อ จนถึงโฆษณา ก็จะออกแบบมาเพื่อสื่อสารกับคนกลุ่มนี้

เขาเตรียมอะไรเผื่ออนาคตรึเปล่าครับ เพราะเราก็ยังไม่รู้รายละเอียดของ 7 pin SATA ใหม่ อาจจะเป็นการเปลี่ยนเพื่อรอกับฮาร์ดไดร์ฟความเร็วสูงใหม่ๆในอนาคต หรืออะไรเทือกนั้นก็ได้ครับ

ส่วนเรื่องเปลี่ยนไม่ได้นี่ เดี๋ยวไม่นานก็มีออกมาครับขายแบบ SSD ของแมคบุคแอร์ม้างงง ไม่นานหรอก

(ไว้ถ้าไม่มีอะไรในก็ไผ่ก็ค่อยประนามทีเดียว)

ใช้ pc + window ที่ทำงาน มีความสุขดี
ใช้ mac + os x ที่บ้าน (และที่ทำงานบ้าง) ก็มีความสุขดี
และคิดว่า ถ้ามีโอกาสได้ใช้ pc + linux ก็คงจะมีความสุขดีอีกเหมือนกัน...

ไม่อยากให้ทุกท่าน ตีกรอบให้ตัวเอง นะครับ อยากให้ลอง "เปิดใจ" เดินออกมาสำรวจในดินแดนที่ ตัวเองยังไม่เคยได้ไปดูบ้างนะครับ (ขอย้ำอีกที ว่าให้เปิดใจไว้ให้กว้างงงงง มากๆ ก่อนนะครับ)

+8,935ล้าน ครับ ไม่ใช้ ไม่ชอบ ไม่ชิน ไม่เป็นไร อย่าปิดใจ หรือมองอะไรแคบๆ ก็พอ

ปล. ผมชอบนโยบายของ Blognone นะครับ ไม่พอใจก็...

wichate Sat, 14/05/2011 - 01:17

apple เขาคิดอะไรอยู่นะ

แต่ก็ดีแล้วล่ะ อยากรวยก็ต่องหากินกับคนรวย
ราคาสินค้าห้ามขายถูก เดี๋ยวถูกมองเป็นของโหล

หากินกับคนจนไม่ค่อยได้อะไร เพราะไม่มีกำลังซื้อ

อย่าไปอิจฉาเลยครับ คนจนใช้ iPhone ก็มีเยอะไปครับ ผ่อนไปน้ำตาตกไป..

พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีดีกว่าครับ ไม่ได้เบียดเบียนใคร (แม้กระทั่งตัวเอง)

มันไม่เกี่ยวกับรวยหรือจนหรอกครับ ถ้าของมันโหล มันก็มีคนกลุ่มนึงอยู่แล้วที่ไม่อยากใช้ไม่ว่ามันจะดี หรือแพงแค่ไหนก็ตาม

ก็ถ้าของมันแพง มันก็ไม่โหลไงครับ (เพราะมีน้อยคนที่ใช้ ไม่ว่ามันจะดีหรือไม่ดีก็ตาม)

แต่ถึงของจะดีแค่ใหน ถ้าขายถูก ก็กลายเป็นของโหล (เพราะใครๆเขาก็ใช้กัน ใช้อวดใครไม่ได้)

iPhone ก็แพง(แพงสุดในหมวดมือถือแล้วนะผมว่า)แต่ก็โหลครับ ถึงมันจะดีจะลื่นยังไงคนบางกลุ่มก็ไม่ใช่(ผมนี่แหละคนนึง)

ของที่เป็นแฟชั่น ... "แพง" และ "คนใช้เยอะ" ครับ

อาจจะโหล แต่คนใช้ภูมิใจ

ไอโฟนมันทำสิ่งนี้ได้ครับ

แต่ผมไม่ใช่ไอโฟน

ด้วยบาละมี จนถึง บาละสองมีของท่านศาสดา ทุกสิ่งล้วนย่อมกลายเป็นจริงพลัน

อันนี้ผมไม่ได้แซว ... ผมคิดแบบนั้นจริงๆ ครับ ลุงจ็อบส์แกเป็นเหมือนแฟชั่นดีไซน์เนอร์ชื่อดังที่ทำให้ผ้าธรรมดาๆ กลายเป็นสินค้าที่ใครๆ ก็ต้องการ ใช้แล้วภูมิใจ

gondolaz Sat, 14/05/2011 - 03:44

ทุกๆ อย่างมันก็แล้วแต่เราเลือก แต่ผมไม่เอา Apple 555