ในคีย์โน้ตของงาน WWDC 2026 ซึ่งแอปเปิลเปิดตัว Siri AI ใหม่ที่ทำงานบน Apple Intelligence ที่เป็นความร่วมมือกับโมเดลปัญญาประดิษฐ์ Gemini ของกูเกิล แต่หลายคนอาจรู้สึกว่าฟีเจอร์ที่แอปเปิลนั้นดูไม่มีอะไรใหม่ ซึ่งแอปเปิลก็มีคำอธิบายเรื่องนี้
Craig Federighi หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของแอปเปิล ได้จัดเซสชันหลังคีย์โน้ต ที่อธิบายรายละเอียดของ Siri AI และ Apple Intelligence แบบลงรายละเอียดมากขึ้น โดยมี Amar Subramanya (หัวหน้าฝ่าย AI), Mike Rockwell (หัวหน้า Siri) และ Sebastian Marineau-Mes (ดูแลซอฟต์แวร์) ร่วมเวทีด้วย ซึ่งเปิดเผยข้อมูลหลายอย่าง
Federighi อธิบายว่า Apple Intelligence และ Siri AI มีการทำงานสองส่วนคือระดับอุปกรณ์ (On-Device) และบนเซิร์ฟเวอร์ Private Cloud Compute ซึ่งโมเดล Gemini นั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยกับการทำงานที่ระดับอุปกรณ์ รวมถึงส่วนความรู้ของปัญญาประดิษฐ์ ทั้งหมดแอปเปิลพัฒนาขึ้นมาเอง ความเกี่ยวข้องกับกูเกิลและ Gemini ตรงนี้จึงเป็นศูนย์ โดยส่วนการทำงานที่สำคัญในระดับอุปกรณ์คือ System Orchestrator ซึ่งทำให้การทำงานข้ามไปมาภายในระบบบนอุปกรณ์ทั้งหมดทำได้ลื่นไหล และรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้ทั้งหมด โดยมี Siri AI เป็นอินเทอร์เฟซที่คอยติดต่อกับผู้ใช้งาน รวมถึงดูประวัติการส่งคำสั่งต่าง ๆ
การประมวลผลฝั่งเซิร์ฟเวอร์จะเกิดขึ้นเมื่อ System Orchestrator ประเมินว่าคำสั่งนี้ซับซ้อน มีลักษณะที่ต้องการกำลังประมวลผลมากขึ้น ก็จะส่งคำร้องขอไปที่เซิร์ฟเวอร์ Private Cloud Compute ซึ่งโมเดล AI ที่รันบนนั้นมีความสามารถที่มากขึ้น และส่วนหนึ่งเป็นการพัฒนาจากโมเดลขั้นสูงด้วย Gemini ของกูเกิลนั่นเอง ความเกี่ยวข้องของ Apple Intelligence กับกูเกิลจึงจำกัดไว้ที่ตรงนี้

Subramanya หัวหน้าฝ่าย AI ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Apple Foundation Model (AFM) ที่เป็นโมเดลปัญญาประดิษฐ์พื้นฐานของ Apple Intelligence ว่าการพัฒนาตอนนี้เข้าสู่รุ่นที่ 3 ซึ่งมีทั้งหมด 5 โมเดลย่อยคือ
- AFM 3 Core โมเดลขนาด 3B พารามิเตอร์ ทำงานที่ระดับอุปกรณ์ มีความสามารถหลากหลาย
- AFM 3 Core Advanced โมเดลขนาด 20B พารามิเตอร์ รองรับข้อมูลผสมผสาน ทำงานขั้นสูงได้ รวมทั้งการสร้างเสียงคัสตอม (จึงจำกัดเฉพาะบางอุปกรณ์)
- AFM 3 Cloud โมเดลหลักที่รันบนเซิร์ฟเวอร์ เน้นความเร็วและประสิทธิภาพ
- AFM 3 Cloud (Image) โมเดลสำหรับงานรูปภาพทั้งการสร้างรูปภาพ Image Playground และการแก้ไขรูปภาพใน Photos
- AFM 3 Cloud Pro โมเดลขั้นสูงสุด ที่ใช้ Gemini แบบปรับแต่งในขั้นตอนการพัฒนา ซึ่งเป็นส่วนเดียวของ Apple Intelligence ที่มี Gemini อยู่ โดยผลการทดสอบทำได้ในระดับเดียวกับโมเดล Gemini รองรับคำสั่งที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน
Marineau-Mes บอกว่าเหตุผลหนึ่งที่แอปเปิลต้องปรับแต่งโมเดลบน Private Cloud Compute เอง เพราะต้องการทำให้ระบบสามารถจัดการข้อมูลที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวผู้ใช้งาน จึงนำมาสู่ความร่วมมือกับ NVIDIA และกูเกิลเอง เพื่อพัฒนาระบบประมวลผลบน Apple Silicon ที่มีจีพียูรุ่นใหม่ของ NVIDIA ที่ปรับแต่งให้ทำงานบน Google Cloud ได้ บนเทคโนโลยีที่รักษาความลับของข้อมูล ซึ่งแอปเปิลมีแผนขยายความสามารถนี้ให้กับนักพัฒนาใช้งานในการรันโมเดล AI ของตนอีกด้วย
on
ร่วมมือกับ คู่ปรับ google…
Ooh Tue, 09/06/2026 - 23:30
ร่วมมือกับ คู่ปรับ google nvidia
มีห้าโมเดลย่อย ซึ่งใช้…
Mediumrare Tue, 09/06/2026 - 23:53
มีห้าโมเดลย่อย ซึ่งใช้ gemini แค่โมเดลที่ห้าซึ่งเป็นโมเดลสูงสุด ส่วนโมเดล 1-4 ทำเองทั้งหมด
เหมือนพยายามจะบอกว่าเวลาผ่านไปหนึ่งปี จากที่ทำอะไรแทบไม่ได้เลยกลายมาเป็นโมเดลที่ค่อนข้าง capable ได้ขนาดนี้โดยไม่พึ่งพาคนอื่น
ไม่รู้จะรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้ดี 555
ไม่ใช่ครับทำเองทั้ง5โมเดล…
shub Wed, 10/06/2026 - 09:49
In reply to มีห้าโมเดลย่อย ซึ่งใช้… by Mediumrare
ไม่ใช่ครับทำเองทั้ง5โมเดล แต่โมเดลสูงสุดใช้geminiมาช่วยปรับแต่งพัฒนา
แล้วไม่ใช่ว่าไม่พึ่งพาแต่เป็นการพัฒนาโดยร่วมมือกับgoogleพร้อมทั้งซื้อเทคของgoogleเพื่อมาทำโมเดลเอไอของตัวเอง
แรกเริ่มไปร่วมมือกับOpenAiแต่มันไม่ตอบโจทย์หลายๆอย่างของapple เพราะappleต้องการprivacyแต่gptไม่ยอมให้เทคไปทำเอไอของตัวเองทางเดียวก็คือถามsiriแล้วsiriไปถามgptต่อนั่นแหละซึ่งแอปเปิ้ลไม่โอเคกับรูปแบบนั้นจึงได้ไปร่วมมือกับgooleแทน
OpenAI ละ ทำไม่ใช้แล้ว
TeamKiller Wed, 10/06/2026 - 13:13
OpenAI ละ ทำไม่ใช้แล้ว
ผ่านมา 2 ปี…
sdc Wed, 10/06/2026 - 19:36
ผ่านมา 2 ปี นึกว่าจะว้าวกว่านี้ สรุปเอาสิ่งที่ทำไม่ได้มาเล่าใหม่ แต่เจ้าอื่น ไปไกลแล้ว