Debian

Julian Klode ผู้พัฒนา Debian ประกาศว่าจะเพิ่มโค้ด Rust เข้า APT หลังจากเดือนพฤษภาคม 2026 ส่งผลให้ Rust กลายเป็นเงื่อนไขในการพัฒนา Debian ทั้งระบบ (hard requirement) หลังจากนั้น

เหตุผลที่ต้องการใช้งาน Rust คือการอ่านไฟล์ .deb, .ar, .tar, และ HTTP Signature ซึ่งจะได้ประโยชน์ความปลอดภัยของ Rust ในการอ่านไฟล์จากภายนอก

ปัญหาของ Rust คือมันไม่รองรับซีพียูเก่าๆ จำนวนหนึ่ง เช่น ชิป Alpha ของ Digital Equipment, ชิป Motorola 68000 โดยตอนนี้ยังมีโครงการพอร์ต Debian ไปยังชิปเหล่านี้อยู่ แม้จะเป็นการพอร์ตอย่างไม่เป็นทางการก็ตาม การใส่ Rust เข้ามาใน Debian จะทำให้ชิปเหล่านี้ไม่ได้รับ Debian รุ่นใหม่อีกต่อไป

หลายคนโต้แย้ง Klode ว่าการพอร์ตโค้ด C ที่ใช้งานมานานถึง 30 ปีเป็น Rust อาจจะเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าเดิม แต่ Klode ก็ยืนยันว่าโค้ดเดิมก็มีช่องโหว่อยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว

ที่มา - Debian Devel, Hacker's News

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ก่อนมาถึงจุดนี้ , บางส่วนคงมีลองๆ ใช้ rust แทนมาละ .. เทียบกับ ก่อนใช้ , มีต้องแก้อุดช่องโหว่ พอกัน/มากขึ้น/น้อยลง ( ทั้งเชิงจำนวน และเชิงความรุนแรง ) ?

Cite โปรเจกต์กับสถิติ Bug/Vulnerability Report มาด้วยจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้อ่านท่านอื่น ๆ เช่นแบบนี้

Rust ช่วยแค่เรื่อง Memory Safety ไม่ได้ช่วยป้องกันโปรแกรมเมอร์เขียนโค้ดโง่ ๆ ออกมา

อันนี้ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับภาษาน่ะครับ
มันคือการ rewrite program น่ะครับ
เวลาเราต่อเติม program เดิมไปเรื่อยๆ logic มันจะมั่วมากขึน เพราะมันไม่ได้ออกแบบให้เป็นแบบนั้นมาตั้งแต่แรก
เราแก้ได้ด้วยการ rewrite ทั้งอัน เอา logic มาแบ่งเป็น module/เรียบเรียงใหม่
ผลที่ได้ก็ประสิทธิภาพดีขึ้น, bug น้อยลง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนภาษาด้วยซ้ำ

ภาษา Rust สร้างขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับช่องโหว่หน่วยความจำด้วยการตรวจสอบความผิดพลาดที่ compile time นะครับ จะไม่เกี่ยวได้ยังไง?

แน่นอนว่า Causation ตรงๆ ยังพิสูจน์ได้ยาก แต่ corelation ว่าการใช้ภาษา Rust เกี่ยวเนื่องกับช่องโหว่ที่ลดลงอย่างชัดเจน (1, 2)

และเวลาผ่านไป Logic ก็มั่วเหมือนเดิม เกิด Memory Bug เหมือนเดิม มาแก้เรื่องเดิม ๆ อยู่ดี ขณะที่ Rust ป้องกัน Memory Bug มาให้ ยัดเยียด RAII มาให้ตั้งแต่แรก ไม่ต้องมานั่งคิดนั่งไล่หรือออกแบบ Memory Safety Convention ด้วยซ้ำ

ขณะที่ภาษา Manual Memory Managed ทำงานข้ามโปรเจกต์ก็ไม่เคยจะเขียนเหมือนกันสักรอบ จุดอ่อนแตกย่อยออกไปได้อีก (e.g., Godot ใช้ Automated Reference Counting สำหรับ RefCounted แต่โปรแกรมเมอร์ก็ยิงเท้าตัวเองด้วย Cyclical Reference ได้ทุกเมื่อ) สลับไปโปรเจกต์ใหม่เหมือนมานั่งเรียนภาษาใหม่

และเวลาผ่านไป Logic ก็มั่วเหมือนเดิม เกิด Memory Bug เหมือนเดิม

อันนี้กับ program ที่เขียนกันหลายกันคนใช่ครับ

แต่ถ้าเป็น program เขียนกัน 1-2 คน แล้วยังเกิดข้อผิดพลาดซ้ำๆ ควรจะพิจารณาปรับปรุงตนเอง มากกว่าโยนความผิดให้ภาษานะครับ

ผมเป็นคนที่ rewrite program คิดว่าน่าจะบ่อยมาก บาง program 5 รอบก็มี (ผมทำงานที่เดิมนานมาก ประมาณ 17ปี) เวลาเจอข้อผิดพลาด ก็จะจำไว้ พยายามหาทางไม่ให้เกิดอีก ทำแบบนี้มาตลอด จนทุกวันนี้ program ที่ผมเขียนแทบจะไม่เจอ bug อะไรเลย อย่างมากก็ปีละครั้ง ผมไม่ได้เปลี่ยนภาษาด้วยซ้ำ
แต่เป็นเฉพาะ program ที่ผมเขียนเองคนเดียวนะครับ ถ้ามีคนอื่นมาเขียนด้วยมันก็จะมี bug อยู่บ่อยๆ

ผมคิดว่าคนทั่วไปไม่ค่อยจะ rewrite program ตัวเองกันน่ะ เพราะมันทำใจยากที่ต้องมารื้อสิ่งที่ตนทำไว้ + เปลี่ยนงานที่ตนทำ
ฉะนั้นการเปลี่ยนภาษามันก็เลยเป็นแรงจูงใจอย่างนึงให้ rewrite program

คุณ ≠ โปรแกรมเมอร์ทุกคน

ยิ่งกับโปรแกรมขนาดใหญ่ที่เขียนกันไม่กี่คน โอกาสผิดพลาดยิ่งสูงเป็นเงาตามตัว ไม่ใช่ทุกคนที่จะ "เก่ง" และ "ไร้ที่ติ" แบบคุณ โปรแกรมเมอร์บ้าน ๆ ยิ่งกับ Junior ที่โดดเข้ามาโปรเจกต์ใหม่ ๆ ในเมื่อคุณมีความรู้และความเก่งกาจขนาดนี้ การเรียนรู้ที่จะเข้าใจในข้อบกพร่องและความสามารถที่ไม่ถึงของคนอื่นให้ได้ด้วย (i.e., ความเป็นมนุษย์) ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องที่เสียหายอะไรนะ

คุณมีประสบการณ์ 17 ปีที่จะเขียนภาษาอะไรก็ช่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ กับเด็ก Junior ที่เรียน Rust พอเขียนได้และเขียนแบบ Memory Safe ได้ทันที หรือเอาอย่างผมก็ได้ เพราะผมเองเขียน JS มา 10 ปีถึงจะเขียนได้เนี้ยบ ๆ ไร้บั๊ก แต่เด็ก Junior ตอนนี้เขียน TS แบบแทบจะไร้ข้อผิดพลาดก่อน Compile ได้ทันที (เพราะ TS จับ Type Error ให้ก่อนเลย) มันก็น่าจะเห็นความต่างได้แล้วนะ

ผมเคยบอกไปแล้วในข่าวอื่น ๆ ว่า Rust ไม่จำเป็นต้องเข้ามาแทนที่ทั้งหมด มันแค่เข้ามาในส่วนที่มันทำได้ดี และหลักฐานเชื่อมโยงก็มีแล้วว่ามันช่วยได้จริง ผมแอนตี้พวกที่ไม่ยอมปรับตัวเข้าหากับอีแค่ Tooling ที่เพิ่มเข้ามาตัวเดียว และในกลุ่ม Linux ก็ดันมีเยอะซะด้วย ถ้าเป็นงานระดับ Kernel ที่มันกระทบทุกส่วนจะไม่ว่าอะไรเลย (เพราะมันแก้โครงสร้างยากจริง และทำอีตา Hector Martin ออกจาก ROL ไปแล้ว) แต่อันนี้มันเป็นการเพิ่ม Repo ที่เพิ่มข้อจำกัดใน AArch ที่รองรับมากขึ้นจะไม่ Universal 100% อีกต่อไป แต่อีตัวที่ไม่รองรับแล้วเองมันก็เก่ามากจนตอนนี้ Substitute แทบจะหมดแล้ว แต่พวก Organisation ดันปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นไม่ยอมแก้ไขหรือ Migrate สักที และก็พาลพาคนอื่นต้องจม Technical Debt ไปด้วย แบบนี้ผมก็มององค์กรพวกนี้ว่าสมควรโดนอะไรแบบนี้บ้างเหมือนกัน

การยอมรับข้อผิดพลาดของตน แล้วนำมาหาแนวทางเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำอีก
เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้ครับ ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ ไม่จำเป็นต้องเก่ง

อยู่ที่ ทำ หรือ ไม่ทำ เท่านั้นครับ
ทำก็ดี จบเร็วดีเพราะไม่ค่อยมีอะไรให้แก้
ไม่ทำ ก็หาวิธีแก้อื่นต่อไป

ที่ผมทำก็แค่เพียงเพราะผมขี้เกียจที่ต้องแก้ bug/error ในอนาคตเท่านั้นเอง

ปัญหาคือคุณไม่เข้าใจว่าต่อให้คนมีประสบการณ์มากแค่ไหนมันก็ก่อข้อผิดพลาดได้ ขนาดเครื่องจักรที่ทำงานแบบเป๊ะ ๆ 100% ยังโดน Cosmic Ray ยิงบิตสอยร่วงจนค่าเพี้ยนได้ นับประสาอะไรกับคนที่ใช่ว่าจะกวาดอ่านสายตาทะลุปรุโปร่ง ผมเพิ่งจะเคยเห็นคนแบบคุณนี่แหละที่ "กล้า" เคลมว่าตัวเองเขียนโค้ดไร้บั๊กได้จนคิดว่า Rust มันไม่จำเป็นเป็นคนแรกเลย

ผมว่าในประเด็นนี้ทุกคนพูดมีเหตุผลของตัวเองนะครับ

rattananen พูดถูกในเชิง ideal: "ถ้าคนมีวินัย ปัญหาก็ไม่เกิด"

แต่ Debian, Android, Firefox, หรือแม้แต่ OpenSSL ไม่ใช่โปรเจกต์ที่มีแค่ 1–2 คน

ในระบบที่มี contributor หลายร้อยคนจากทั่วโลก ไม่มีทางให้ทุกคน "มีวินัยเท่ากัน" ได้ เพราะฉะนั้นระบบที่ "บังคับความปลอดภัยด้วยภาษา" จะยั่งยืนกว่า Rust จึงเป็น safety by default ไม่ต้องอาศัย "ความสม่ำเสมอ" ของคน

ถ้ามองในภาพของโปรเจกต์ใหญ่อย่าง Debian หรือระบบที่มีคนแตะเยอะจริง ๆ

ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับแนวของคุณ big50000 มากที่สุด

เพราะสุดท้ายแล้ว ระบบที่ดีมันต้องรับมือกับ "ความไม่สมบูรณ์ของคน" ได้ด้วย
ไม่ใช่แค่พึ่งวินัยหรือประสบการณ์ส่วนตัวของ dev ไม่กี่คน
ภาษาอย่าง Rust หรือ TypeScript มันไม่ได้ทำให้คนเก่งขึ้นหรอก
แต่มันลดพื้นที่ที่คนจะพลาดได้ แล้วนั่นคือสิ่งที่ทำให้ระบบอยู่รอดในระยะยาว

rewrite ดีแค่ไหน ถ้ายังอยู่บนภาษาเดิมที่เปิดช่องแบบเดิม
อีกไม่นานมันก็จะกลับมาวนลูปปัญหาเดิมอยู่ดี
เพราะงั้นถ้าจะเดินหน้าจริง การยอมให้ภาษาใหม่เข้ามาช่วยแบกภาระตรงนี้
ผมว่ามันสมเหตุสมผลแล้วล่ะครับ

ยังมีคนพอเข้าใจ มันไม่จำเป็นต้องมีอันใดอันหนึ่งผิด สุดท้ายมันก็อยู่ที่เราจะเลือกอะไร ก็เอาตามความเหมาะสม
ผมก็แค่อธิบายว่าทำไมผมคิดแบบนี้ ก็เท่านั้น เท่านี้จริงๆ

แอบไม่เห็นด้วยครับ

คือถ้ามองว่า Rewrite เสร็จแล้ว มันจะ Perfect 100% ไม่มีข้อผิดพลาดอะไรเลยก็อาจจะเป็นแบบที่คุณว่าครับ ภาษาอะไรก็ไม่เกี่ยว แต่ในความเป็นจริงผมมองว่ามันไม่เป็นแบบนั้นครับ แม้จะ Rewrite ใหม่ก็อาจจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้อยู่ดี (ไม่ว่าจะซ้ำรอยเดิมหรือข้อผิดพลาดใหม่ก็ตาม)

หากเราเปลี่ยนไปใช้ภาษาที่มีการตรวจสอบความผิดพลาดสูงขึ้น มันก็จะช่วยอุดข้อผิดพลาดตรงนั้นให้ เพราะงั้นผมมองว่าการเปลี่ยนภาษานั้นมีผลครับ

ส่วนตัวยังไม่เคยลองศึกษา Rust จริงๆจังๆ แต่ลองกับงานเขียนใช้เอง Rewrite ใหม่จาก Javsacript => Javascript => Typescript แล้ว ก็ยืนยันจากประสบการณ์ว่าถ้าเราไม่ได้เป็น Dev ที่ Perfect ภาษามันช่วยจริงๆครับ

การที่ยังใช้ cpu เก่าๆ นี่ , ถือเป็น technical debt มั้ยนะ ?

ถามดูเฉยๆ , ถึงจะถือว่าใช่ แต่ก็คงไม่ถึงกับถือว่าเปนเรื่องแปลก ( ควร/มิควร ก็แล้วแต่จะพิจารณากันเป็นกรณีๆ ไป ) .. critical system หลายที่ก็ยังวนเวียนกับประเด็นแบบนี้กันอยู่หมาดๆ แม้จะมี source อยู่ค่อนข้างครบ ( เช่นใครที่ต้องใกล้ชิดกับ core banking ที่เป็น legacy mainframe ยัน cobol , คงพอจะนึกออกและเข้าใจ 🥹 )

สำหรับผมนะ ถ้าเก่าแบบ 5 ปีนี่ยังไม่ใช่ tech. debt แต่เก่าแบบ 15 ปี ไม่มี old new part (ของเก่าแต่กล่องยังไม่ถูกแกะ) แล้วก็ใช่ครับ

บุคคลในข่าว เอ้ย ชิปในข่าว , บริษัทผู้ผลิตผู้ขายไม่อยู่แล้วมั้ง อาจเหลือบ้างแค่ชื่อแค่แบรนด์ .. แต่งานผลิตก็น่าจะดีมากเลย มั้ยนะ , ยังใช้งานมาได้นานขนาดนี้ กับสิ่งที่ถือว่าละเอียดอ่อนไหวค่อนข้างมาก

ว่าแต่ apple นี่ hop ไปเรื่อยเลย , backward compat ไกลสุดถึงทศวรรษมั้ยนะ .. จนตอนนี้มาออกแบบเองเพื่อผลิต อีกหน่อยจะมีวนไปใช้ชิปคนอื่นแทนรึป่าว , ai ก็เหมือนจะถอดใจไปใช้ของคนอื่นละ ( แต่ ชิปแอปเปิล , ตอนนี้ economic of scale น่าจะยังดีสุด ? )

https://www.computer.org/csdl/magazine/mi/2021/06/09623431/1yJTqmI2jQI

ถ้าจะ don't touch it งานนี้อาจจะต้องเลิก update os ไปด้วยเลยครับ แต่จริงๆ ผมเชื่อว่าสักพักน่าจะมีคน port rust ไปรัน แม้จะไม่สมบูรณ์ก็อาจจะอยู่ในระดับที่คอมไฟล์โค้ด APT ตัวใหม่ได้

พวกนี้มักไม่ค่อย standalone ใช่มั้ย .. มี อุปกรณ์/ระบบ อื่นพ่วงด้วย , ลำพัง port software ตัวเองก็ยังไม่จบ

หรือว่า source code ไม่อยู่ละ .. หรือด้วยเหตุอื่นๆ ?

ต่อให้เราไม่ Touch มันก็ะจะมีคนอื่นมา (Maliciously or Mistakenly) Touch ระบบของเราอยู่ดี

ระบบที่ยังอยู่ดีมาเป็นสิบยี่สิบปี สุดท้ายต้องมาพังเพราะคนอื่นไม่ Support ของเราแล้วและไม่มี Solution ไหนคิดจะมาทำ Backwards Compatibility กลับมาหาระบบพวกนี้ด้วย

นอกเรื่อง เอาไปเอามาผมล่ะสงสาร Microsoft ต้องมาตามเช็ดมูลพวกเขียน Driver ห่วย ๆ จนแต่ละทีที่ต้องขึ้น Windows Patch Security Update แล้ว Driver พวกนี้ต้องมาพังทุกรอบ

อีกแง่นึง ก็เป็นจุดแข็ง , ยากที่จะมี entity & partnership มาเทียบทาน ms ได้ .. แต่สำหรับ ms ได้คุ้มเสีย มั้ย , อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน 😅

linux/unix ครอบคลุมกว่ามาก , แต่ ecosystem ก็กระจัดกระจายมาก .. sourcing ลำบาก , ถ้าดูแลต่อเองไม่ได้ ก็แอบยากที่จะคาดเดาชะตาได้ 🥹

คุ้นๆ ว่าตอน ms จะก้าวสู่ cloud , ก็แอบชะงักอยู่พักนึง .. คล้ายๆ ก่อน google จะก้าวสู่ gen ai เต็มตัว , จนต้องยอม disrupt ตัวเอง ตอนเห็นชะตาว่าไม่งั้นคงเจอคนอื่นสอย

ลองนึกสภาพว่า ซอฟต์แวร์บางตัวถูกสร้างมาแบบผูกกับฮาร์ดแวร์ แบบถ้าคุณเปลี่ยนฮาร์ดแวร์มันจะรันไม่ได้น่ะครับ แน่นอนเลยว่ามันคือ technical debt แหละ

แล้วที่สนุกกว่านั้นคือบางทีเราเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ แล้วสร้างซอฟต์แวร์ใหม่ แล้วดันทำงานได้ไม่ดีเท่าของเก่า ฟีเจอร์บางตัวมีปัญหา แถมทำงานช้ากว่าเดิมด้วย (เคสนี้มีจริง ๆ นะ แต่ได้ยินว่าเกิดจากทำส่วนใหม่เข้าไปแล้วมันดึงให้ระบบเดิมช้าลง) มันก็เลยแบบถ้าอย่างนั้นใช้ของเก่าต่อไปดีกว่าไหม อะไรงี้ครับ

ทั้งนี้เท่าที่ฟังหลาย ๆ คนเล่ามา ได้ยินว่าหลายๆ ธนาคารพอเปลี่ยนระบบคอร์แบงค์ให้มันใหม่ขึ้น ปัญหาก็ถาถมตามมามากมาย (แต่ได้ยินว่าเกิดจากเวนเดอร์ไม่เก่งมากกว่า หรืออาจจะเพราะดีมานด์บ้านเรามันสุงจากการใช้ promptpay ฮา)

คหสต .. dev เก่งๆ มีพอให้ใช้อยู่ , จะหาจะดึงมามั้ย อันนั้นอีกเรื่อง

แต่คน deal เนี่ย , ไม่เข้าใจลูกค้า เน้นเอาใจลูกค้า .. อะไรควรทักทัดทาน มีคนบอกแล้วก็ยังเงียบ , มัวแต่จับคำลูกค้า แล้วก็จับของไปขาย

ที่เมืองนอก ไม่รู้ว่าเป็นแบบนี้กันมั้ย , แต่คนต่างชาติมาดีลงานในไทย ก็รับวัฒนธรรมนี้ไปเหมือนกัน .. พอทำแล้วติด , ต้อง workaround .. ก็โยนให้คุยกับ dev ทางนุ้น , dev ทางนั้นก็แบบ “ทำไมมาท่านึั“ ( ถ้าโชคดี ทางนั้น force กลับให้ได้ก็รอดไป 🥹 )

ผมไม่ใช่โปรแกรมเมอร์, ผมเข้าใจว่าโปรแกรมเมอร์จะมี logic, มีเหตุมีผล แต่กลายเป็นว่ามี อีโก้เข้ามาทำลายสิ่งเหล่านั้นด้วย ก่อนที่จะถูกถ่ายทอดออกมา

โปรแกรมเมอร์ก็คนครับ ขนาดเอไอที่เป็นเครื่องจักรยังมีไบแอสได้ แล้วคนมันจะไปเหลืออะไร

(แต่ไบแอสเอไอก็เกิดจากคนนี่ล่ะ ฮา)

ระยะร่น , น้อยกว่านี้ ได้มั้ยนะ .. ใน มือถือ , ตอนนี้ ใช้เอียงจออ่าน ( แต่ตอนพิมพ์ ก็พลิกเป็นจอตั้งอีกที ) 🥹