South Korea

กระทรวงศึกษาธิการของเกาหลีใต้ประกาศแผนร่วมกับกระทรวงอื่นๆ ในการพัฒนาแรงงานป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมดิจิทัล โดยตั้งเป้าผลิตแรงงานมีทักษะให้ได้ 1 ล้านคนภายในปี 2026 ซึ่งในการนี้จะมีทั้งการเพิ่มหลักสูตรการเรียนในระดับประถมศึกษา, มัธยมศึกษาให้มีชั่วโมงการเรียนการสอนวิชาไอทีเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า รวมทั้งกำหนดให้สถานศึกษาสอนการเขียนโค้ดโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ในจำนวนเป้าหมาย 1 ล้านคนนี้ ยังได้แบ่งย่อยลงไปตามระดับการศึกษาของกลุ่มแรงงาน อันได้แก่ แรงงานที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาหรือวิทยาลัยในระดับเทียบเท่า 160,000 คน, กลุ่มที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี 710,000 คน และอีก 130,000 คนคือเป้าหมายของแรงงานดิจิทัลที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก

การเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษาจะเริ่มตั้งแต่ระดับประถมศึกษาให้เพิ่มชั่วโมงเรียนวิชาไอทีจาก 17 ชั่วโมงเป็น 34 ชั่วโมง และในระดับมัธยมศึกษาให้เพิ่มจำนวนชั่วโมงเรียนวิชาไอทีจาก 34 ชั่วโมงเป็น 68 ชั่วโมง โดยจะดำเนินการปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้แล้วเสร็จภายในปี 2025 โดยจะมีทั้งการสอนเรื่องการคิดเชิงคำนวณ (computational thinking) และการเขียนโปรแกรมรวมทั้งภาษาคอมพิวเตอร์ต่างๆ

ส่วนโรงเรียนวิทยาศาสตร์หรือห้องเรียนพิเศษสำหรับกลุ่มนักเรียนที่มีความฉลาดโดดเด่น ก็จะมีการจัดหลักสูตรพิเศษด้านซอฟต์แวร์และปัญญาประดิษฐ์ให้ได้เรียนกันตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะเข้ารับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น

พร้อมกันนี้ทางกระทรวงยังเตรียมยกเลิกข้อกำหนดที่เคยบังคับใช้กับสถานศึกษาต่างๆ ก่อนหน้านี้ ซึ่งมีการควบคุมการเปิดแผนกหรือคณะที่จัดการสอนเกี่ยวกับอุตสาหกรรมดิจิทัลมิให้มีจำนวนมากเกินไป การยกเลิกข้อกำหนดนี้จะทำให้สถาบันสถานศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศสามารถเปิดแผนกและคณะทำการสอนวิชาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมดิจิทัลได้มากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการยกเลิกข้อข้อกำหนดเรื่องจำนวนสูงสุดของผู้เรียนต่อคณะ ทำให้สถานศึกษาเดิมที่มีการเรียนการสอนในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมดิจิทัลอยู่ก่อนแล้วสามารถรับผู้เรียนเพิ่มขึ้นได้อีก เพียงแค่ยังคงต้องรักษาคุณภาพการสอนให้เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวง

และเริ่มตั้งแต่ปีหน้าจะมีการจัดกิจกรรมเข้าค่ายในระดับมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างการเรียนรู้เชิงบูรณาการเรื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับสาขาวิชาชีพงานด้านอื่นๆ อาทิ การใช้เทคโนโลยีในแง่มนุษยศาสตร์, สังคมศาสตร์ รวมทั้งการพัฒนาด้านศึกษาศาสตร์ด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นกระทรวงยังมีแผนเปิดสถาบันการศึกษาในระดับบัณฑิตวิทยาลัยโดยมุ่งเน้นศาสตร์เฉพาะด้าน ทั้งด้านปัญญาประดิษฐ์, เทคโนโลยี VR, ความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ ตลอดจนเทคโนโลยีด้าน big data อีกด้วย ทั้งนี้กระทรวงมีแผนที่จะให้เกาหลีใต้มีมหาวิทยาลัยด้านซอฟต์แวร์ครบ 100 แห่ง ภายในปี 2027

ในระยะสั้นนี้กระทรวงศึกษาธิการคาดว่าสถานศึกษาต่างๆ อาจต้องใช้วิธีการจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีมาให้คำแนะนำและทำการสอนไปก่อนเป็นการชั่วคราว แต่ในระยะยาวจะมีการศึกษาเรื่องความต้องการครูเฉพาะทางเพื่อพัฒนาบุคคลากรครูให้เพียงพอต่อความต้องการของสถานศึกษาด้วย

การประกาศนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ เป็นการตั้งนโยบายขยายวงมาจากเป้าหมายพัฒนาแรงงานฝีมือสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดัคเตอร์ให้ได้ 150,000 คนในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยแผนงานของกระทรวงศึกษาธิการนี้มองภาพรวมของอุตสาหกรรมดิจิทัลว่าต้องการแรงงานประเภทต่างๆ ไม่น้อยกว่า 738,000 คนในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังมองว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมธุรกิจกลุ่มอื่นก็อาจเพิ่มความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์มดิจิทัลเพิ่มตามขึ้นไปยิ่งกว่านั้นได้อีก

สำหรับประเทศไทยเรานั้น กระทรวงการศึกษาก็ได้กำหนดนโยบายและจุดเน้นในการทำงานประจำปีนี้ออกมาเช่นกัน โดยมีเรื่อง "การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์" แตกย่อยออกเป็นนโยบาย 13 ข้อซึ่งรวมถึงการพัฒนาวงการไอที ดังที่ได้ประกาศไว้ดังนี้

ICT (Information and Communication Technologies) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประกอบด้วย 7 เรื่องย่อย ได้แก่ (1) Data Center ศูนย์ข้อมูลกลาง (2) Big Data ข้อมูลขนาดใหญ่ (คลังข้อมูล การนำข้อมูลมารวมกัน) (3) Platform (e-library e-learning และ Teaching Resource Platform) (4) e-book (5) e-office e-mail และ document (6) ระบบบริหารจัดการห้องเรียน School และ Classroom Management และ (7) โครงสร้างพื้นฐาน Infrastructure (Internet)

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนงานของกระทรวงศึกษาธิการของไทยก็จะให้ความสำคัญในการเดินหน้าตามนโยบายที่ได้วางเอาไว้ให้บรรลุผลสำเร็จจริง

ที่มา - The Korea Herald, Yonhap

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

rattananen Mon, 22/08/2022 - 16:44

เอาจริงๆ สมัยนี้ควรให้ความสำคัญกับ
วิชา IT เท่ากับ วิทยาศาสตร์ เลยด้วยซ้ำ
เพราะ internet กับ electronic device แทบจะเป็นปัจจัย 5 อยู่แล้ว

เด็กผู้ชายเครียดรอบด้าน ทั้งสถานศึกษา ทั้งครอบครัว ทั้งภาระการทหาร ก็น่าสงสารนะ แต่สงสารผู้หญิงเกาหลีที่กลายเป็นที่ระบายอารมณ์ต่างๆมากกว่า

ของไทยควรทำแบบนี้บ้าง ยกเลิกวิชาเรียนบางตัว และปรับให้เข้ากับสมัยใหม่ เช่น
ปรับวิชาประวัติศาสตร์ ไทย ให้ทันสมัย ไม่อวยแค่ฝั่งไทย
เน้นวิชาประวัติศาสตร์สากลให้เยอะขึ้น
เน้นวิชาวิทยาศาสตร์ IT และคณิตศาสตร์ให้เยอะขึ้น
IT เน้นภาษา C หรือ Python ที่เขียนง่ายๆ
เพิ่มวิชากฎหมายเบื้องต้น
ยกเลิกวิชาศาสนาพุทธ ให้เป็นศาสนาสากล
ยกเลิกวิชาสังคม และเพิ่มวิชามนุษยศาสตร์

ลดงบทหารลงเหลือ 15% ของงบทั้งหมด(เหล่าทัพละ 5-6%) และเอาไปเพิ่มในส่วนของวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิจัย IT และส่วนอื่นๆ แทน

เหตุผลที่ลดก็เพราะยังมองไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องซื้อเพราะของเก่ายังใช้ได้ดี และที่มีอยู่ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย(ดูจากกรณีทหารพม่าเข้ามาในเขตไทยก็ไม่ได้ทำอะไร)

วิชาเยอะไปครับ ความเยอะของหลักสูตรทำร้ายเด็กทางอ้อมมานักต่อนักครับ ให้เด็กโฟกัสกับสิ่งที่เด็กสนใจและจำเป็นแค่ 5-6 วิชาต่อสัปดาห์ก็พอแล้วครับ

ถ้ามีแบบเด็กเลือกครูและวิชาได้ แล้วไล่ครูที่ไม่มีเด็กอยากเรียนด้วย ผมว่ากระทรวงคงประหยัดงบประมาณไปได้มหาศาลเลย

เด็กเยอรมันตอนนี้เรียน 4 จากโรงเรียนเองครับ
วิชาการ 2 คือ คณิต กับ สังคม (วิทย์บูรณาการกับสังคมได้)
ภาษา 2 คือ อังกฤษ (สากล) กับ เยอรมัน (ในบ้าน)
เวลาที่เหลือใช้กับความชอบส่วนตัว มีครูเป็นmentorดึงศักยภาพ
ประเทศที่แบก EU เขาทำแบบนี้

เห็นด้วยกับความเห็นย่อยด้านบนครับ

ปัญหาของการศึกษาไทย ไม่ใช่แค่หลักสูตรไม่ทันสมัย แต่วิชาเรียนมันเยอะเกินไปครับ

พอวิชาเรียนเยอะ การบ้านก็เยอะ การสอบก็เยอะ ข้อสอบก็ยกระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ มีเพียงคนเก่งไม่กี่คนเท่านั้นแหละที่รับมือทุกอย่างด้วยตัวเองได้

ผลลัพท์ก็คือ... เด็กที่จบมา มีความรู้เยอะ แต่ขาดทักษะหลายๆอย่าง โดยเฉพาะ ทักษะการเรียนรู้ ทักษะการคิดวิเคราะห์ เพราะด้วยหลักสูตรที่มาก การเรียนการสอนจึงต้องเปลี่ยนจากให้เด็กเรียนรู้คิดวิเคราะห์เป็นการป้อนความรู้ให้เด็กตรงๆ (ไม่งั้นไม่ทันตามหลักสูตร) รวมถึงการหาติวเตอร์เพื่อป้อนความรู้ให้ด้วย

นอกจากนี้... ด้วยความที่ใช้เวลากับการเรียนมากเกินไป ทำให้เวลาในการค้นหาตัวเองน้อยลง ไม่มีเวลาไปลองทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ทำให้ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร การเลือกมหาลัยฯจึงทำได้ยาก และหนีไม่พ้นที่จะต้องเลือกตามพ่อแม่/เพื่อน และก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา

โดยส่วนตัวผมคิดว่าในวัยประถม-มัธยมเนี่ย เราควรให้ความสำคัญกับเรื่องทักษะที่เขาใช้ได้ตลอดไป เช่น ทักษะการเรียนรู้ การคิดวิเคราะห์ อะไรพวกนี้ ให้ความรู้แค่เท่าที่จำเป็น และให้เวลาให้เขาได้ลองทำอะไรหลายๆอย่างเพื่อให้รู้ว่าเขาชอบอะไร มากกว่าให้เพียงแค่ความรู้ที่อาจไม่จำเป็นกับเขาในอนาคตเพียงอย่างเดียวครับ

ปล. ผมเคยเป็นผู้ช่วยอาจารย์ในมหาลัยฯที่ไม่ได้มีแต่เด็กหัวกะทิอยู่ช่วงนึง ก็เลยพอเห็นได้คร่าวๆว่าเด็กมัธยมที่จบมาเป็นยังไงไม่มากก็น้อย

ผลิตเพื่อรับใช้แชโบล?

วกกลับมาที่บ้านเรา คอมเครื่องนึงเรียนกันสอง-สามคน คนนึงคลิกส่วนอีกคนแค่ดู บางโรงจำหน่ายทิ้งหมดแล้ว เห็นบอกให้หัดโค้ดโปรแกรมทำส้มตำมันได้ประโยชน์อะไรฟระ???

เรียนไอที ปลูกฝังความคิดที่เป็นตรรกะ Logic
มีCritical Thinking ยกระดับความคิด ไม่งมงาย แบบห้ามถาม ห้ามสงสัย
แบบนี้ ได้ตาสว่างกันเกือบทุกคน