China

ทางการจีนได้ออกคำสั่ง กำหนดให้ธุรกิจการศึกษาแบบกวดวิชา ที่เป็นวิชาหลักในหลักสูตรการศึกษา ต้องจดทะเบียนเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร และไม่มีการออกใบอนุญาตใหม่เพิ่มเติม คำสั่งนี้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการศึกษาหรือ EdTech ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพหมวดที่มาแรงโดยเฉพาะในจีน โดยในคำสั่งมีรายละเอียดหลายประเด็น เช่น ห้ามนำบริษัทจดทะเบียนเข้าตลาดหุ้น ห้ามระดมทุนจากนักลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม ไปจนถึงการกำหนดค่าธรรมเนียมการสอน

เหตุผลของคำสั่งดังกล่าว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเรียนกวดวิชาของผู้ปกครองในจีน

คำสั่งนี้ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทด้าน EdTech ของจีน ทั้งที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงและสหรัฐ ปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมา อาทิ New Oriental, Scholar Education, Koolearn Technology, TAL Education และ Gaotu Techedu

ที่มา: Reuters [1], [2] ภาพ Gaotu Techedu

Gaotu Techedu

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

นารวม model สินะครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่าระบบของเขาเป็นยังไง แต่บ้านเรามันทุเรศเกินน่ะ

ขอแซะหน่อยสิ (ก็รู้อยู่เนอะ) จ่ายเงินค่าสอบไปแล้วพอจะขอดูเฉลยกลับต้องจ่ายเงิน แล้วดูได้อย่างเดียว (ห้ามถ่าย) ไม่มีเฉลยอะไรให้ดู พอโทรไปถามว่าทำไมไม่เฉลย (โน่น นานปีถึงจะให้ตีพิมพ์เฉลย อนุญาตให้เป็นรายๆ) ก็ตอบว่าติดเรื่องข้อกฎหมาย ทำแบบนี้มาเป็นสิบกว่าปี ยิ่งกว่าแดนสนธยา หาความโปร่งใสอย่างไรได้?

และขอแซะโรงเรียนหน่อยนะครับ ที่ไวนิลยกยอเด็กหน้าประตู ไม่อายบ้างเหรอครับทั้งที่เค้าตะลอนๆไปโรงเรียนกวดวิชา?

ห้ามแสวงหาผลกำไร เฉพาะวิชาที่ถููกบรรจุเป็นหลักสูตรหลัก ถ้าวิชาอื่นๆที่เป็นวิชาเลือก(อาจจะเช่นวิชาสอนเล่นเปียโน) ก็สอนแบบเอากำไรได้อยู่ แต่จะมีโรงเรียนไหนเลี่ยงบาลีเพื่อเอากำไร เช่นสอนวิชาคณิตศาสตร์ภายใต้ชื่อวิชาคิดเลขเร็วอะไรแบบนี้รึเปล่า

บริษัทจีนอาจจะไม่อยากเสี่ยง รัฐบาลจีนไม่ค่อยประนีประนอมตอนจะลงดาบธุรกิจที่ไม่ทำตามระเบียบ ถ้าดันไปตีความต่างกับรัฐ โดนเล่นไม้โหด จะได้ไม่คุ้มเสียเอา

ชอบนโยบายนี้นะ
กวดวิชาไทยนี่แพงมาก
แถมเรียนทุกวัน ไม่มีวันหยุด
ถ้าไม่เรียนก็กลัวไม่ทันเพื่อน
ครูโรงเรียนใหญ่ๆก็ไปสอนกวดวิชากันแทบทุกคน

แล้วผมไปเรียนกวดวิชากับคุณครูที่โรงเรียน แกเฉลยข้อสอบซะแทบจะเกลี้ยง

ตอนนั้นดันไม่รู้สึกอะไร มานั่งคิดตอนนี้ว่าเออ เราก็เป็นส่วนหนึ่งของความทุเรศนี้เหมือนกัน

นักเรียนและผู้ปกครองไงครับ จีนเค้าเล็งเห็นแล้วว่าของพวกนี้ทำให้ต้นทุนการมีลูกมันสูงขึ้นทำให้คนไม่อยากมี เลยควบคุม เหมือนบ้านเราแหละ ค่าใช้จ่ายสูง เศรษฐกิจไม่ดี สิ่งแวดล้อมแย่ ใครจะอยากมีลูก

แล้วสุดท้ายต้นทุนการมีลูกมันลดลงจากการควบคุมไม่ให้โรงเรียนสอนพิเศษทำกำไรหรอครับ?
สุดท้ายก็ไม่ได้ห้ามให้มีการสอนพิเศษ แค่ห้ามไม่ให้มีกำไร กับไม่ออกใบอนุญาตเปิดโรงเรียนเพิ่ม
แล้วมันก็น่าจะไม่ได้ effect พวกพวกที่สอนตัวต่อตัวด้วยรึเปล่าครับ?
สุดท้ายแล้วจำนวนเก้าอี้ในโรงเรียน/มหาวิทยาลัย ที่มีน้อยกว่าจำนวนนักศึกษามันก็บีบให้มีการแข่งขันกันอยู่ดี ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็ไปทำให้เกิดต้นทุนอยู่ดีแหละครับ
ส่วนตัวมองว่ามันแก้ปัญหาไม่ตรงจุดแหละครับ เหมือนดีดนิ้วลบคนทิ้งไปครึ่งจักรวาลอะไรประมาณนั้นแหละครับ

ปัญหาน่าจะเป็นที่ระบบการศึกษาหรือเปล่าครับ ทำไมต้องไปสอนข้างนอกงี้ หลักสูตรไม่ดีไรงี้เปล่าเหมือนไทยอะครับ

อยากให้เลิกการกวดวิชาจริงๆ มันคือความเลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะวิชาเฉพาะ พวกวาดรูป สถาปัตย์ ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ยิ่งแย่ ให้เด็กไปจ่ายเงินหาเรียนวิชานอกหลักสูตรกันเอาเอง คนรายได้น้อยเค้าจะทำได้หรือ
แถบสแกนดิเนเวีย ยุโรป ไม่ต้องติวคนเค้าก็มีคุณภาพได้

ผมไม่เห็นด้วยกับการให้เด็กเรียนพิเศษมากเกินไป แต่ก็ต้องยอมรับว่ามาตรฐานการสอนแต่ละโรงเรียนมันไม่เท่ากันจริงๆ

ไม่นับเคสที่ ครูไม่สอนในโรงเรียน แล้วบังคับให้เด็กไปเรียนพิเศษกับครูนอกเวลา โดยจะสอนแนวข้อสอบให้นะ อันนี้ถือว่าทุจริตมากกว่า

แต่เคสแบบอ.ในโรงเรียนสอนไม่รู้เรื่อง แต่เด็กไปเรียนพิเศษแล้วรู้เรื่อง อันนี้โทษกันยาก อาจจะเป็นที่ตัวเด็กหรือตัวครูก็ได้

หรือแม้แต่เคส ที่ข้อสอบเข้ามหาลัย ใช้ความรู้จากเนื้อหาที่จะสอนในวิชาพื้นฐานปี1 คือเนื้อหามันเลยม.ปลายทั่วไป ยกเว้นจะเก่งจนพิสูจน์ทฤษฎีบท ที่มักไม่ได้สอนละเอียดได้เอง

พูดตรงๆ สมัยผมเองก็entranceผ่านเพราะเรียนพิเศษ ลองคอร์สentหลายวิชา เพราะบางวิชาที่เรียนในห้องทำข้อสอบย้อนหลังยังแทบไม่ได้ พอเข้ามหาลัย ได้คุยกับเพื่อนที่ได้อันดับต้นๆของประเทศในแต่ละวิชา ก็เรียนพิเศษมาเข้มข้นทั้งนั้น อาจจะยกเว้นบางคนที่เก่งสุดๆ เรียนแค่ในห้องเรียนแล้วไปอ่านเองได้โดยไม่ต้องเรียนพิเศษข้างนอกเลย(คนนี้สอบได้คะแนนรวมที่1ประเทศยุคผมและได้ A ช้วนตอนปี1หมอริมน้ำ)แต่ก็คงมีคนไม่มากที่ทำได้แบบนั้น

และเทคนิคการสอนของครูผู้สอนก็มีผลเยอะมาก ที่บอกไปว่าผมเองentผ่านเพราะเรียนพิเศษ เพราะตอนม.ปลายไม่เข้าใจพื้นฐานบางเรื่องบางวิชาจริงๆ แต่พอมาเจอเพื่อนอีกคนตอนเรียนมหาลัย ลองคุยกันเล่นๆกลับอธิบายสิ่งที่เคยสงสัยได้แบบเข้าใจง่ายมาก จนหลายๆเรื่องที่เคยคิดไม่ออกตอนม.ปลายจนต้องไปท่องสูตรลัด ก็กลับเข้าใจได้ง่าย ว่ามันแค่นี้เองถ้าเริ่มถูกจุด เพื่อนคนนี้ปัจจุบันเป็นรศ.ไปละ อิจฉาเด็กที่มีโอกาสได้เรียนพิเศษกับแกจริงๆ(แกรับจ็อบสอนพิเศษclassเล็กๆตอนเรียนมหาลัยนิดหน่อย)

ถึงจะบอกว่า ยุคนี้แล้ว ให้อาจารย์ดังๆอัดวิดิโอลงyoutube สอนก็ได้แล้ว ดีกว่าสมัยเสียเงินไปเรียนในห้องด้วยวิดิโอเทปเยอะ (หรือชีทสรุปอาจารย์ดังๆขายกันแสนแพงเมื่อก่อน)แต่มันก็ยังขาดเรื่องการสอบถามตัวต่อตัวเช่นกัน เด็กแต่ละคนมีข้อสงสัยไม่เหมือนกัน

ตรงนี้แหละเป็นความเหลื่อมล้ำแบบหนึ่งหรือเปล่า? แต่ถ้าตัดออกไปไม่ให้เหลื่อมล้ำ จะกลายเป็นลดความรู้องค์รวมไปไหม?

ผมเองเห็นด้วยว่าการกวดวิชาบางลักษณะ เช่นท่องสูตรลัด หรือเอาแนวข้อสอบมาเน้น(โดยเฉพาะบางที่เหมือนเอาข้อสอบหลุด หรืออาจารย์ที่เกี่ยวข้องกับการออกข้อสอบมาสอน?)แบบนี้มันก็ก้ำกึ่งว่าเรียนเพื่อรู้ กลายเป็นจ่ายเงินเพื่อผ่าน?

อยากไม่ให้เด็กเรียนพิเศษ ก็ทุ่มงบพัฒนาโรงเรียนให้มาตรฐานการสอนใกล้เคียงกัน หรือเปลี่ยนแนวการออกข้อสอบเป็นการวิเคราะห์มากขึ้น(แต่ถ้าเด็กไม่เข้าใจพื้นฐานจากการเรียนในโรงเรียนก็ยิ่งทำไม่ได้?)

หรือวิชาเฉพาะบางอย่างถ้าโรงเรียนไม่สอนแนวมาเลย ก็ยากที่จะสอบได้นะ อย่างสถาปัตย์ เคยอ่านตอนเพื่อนสอบ คือถ้าไม่เรียนรู้เอง(ส่วนใหญ่ก็ไปลงคอร์สศิลปะข้างนอกเอง)เด็กสายวิทย์ไม่มีทางทำข้อสอบได้ด้วยความรู้พื้นฐานในโรงเรียนม.ปลายทั่วๆไปเลยก็ว่าได้ แค้่ทฤษฎีสีแบบเข้มข้น หรือการวาดperspectiveแบบต่างๆ ผมไม่รู้สมัยนี้เรียนกันไหม แต่สมัยผมไม่มีในวิชาพื้นฐานทั่วไป(บางอย่างมีในวิชา(บังคับ)เลือก ที่บางคนก็เลือกไม่ได้)

ต่ออีกนิดเข้าใจว่า ส่วนกลางเองก็ปรับเปลี่ยนการสอบเข้ามหาลัย จากการเน้นวิชาพื้นฐานจนต้องกวดวิชาแบบสมัยentrance แต่ไปเพิ่มส่วนวิชาเฉพาะทางสาขาวิชา แต่ก็กลายเป็นว่า วิชาพวกนี้ไม่มีสอนในม.ปลายทั่วไป ก็ต้องไปเรียนกวดวิชาเฉพาะทางอยู่ดีหรือเปล่า? รวมไปถึงเรื่องpoftfolio ที่บ้านเราดูจะไปเน้นเรื่องที่ไม่เกี่ยวโดยตรงกับที่จะเรียนเท่าไร ก็เข้าใจว่าค่อยๆปรับเปลี่ยนกันไป

คุณ Fourpoint มีความคิดเห็นนึงกำลังข่มขู่คุณในเฟซบุคนะครับ ลองอ่านคอมเมนต์ในสเตตัสนี้ดูครับ
https://www.facebook.com/warat.karuchit/posts/4812214142127520
เขียนว่า "นอกจากช่องวันแล้ว
สมาชิกคนนึงที่มีนามแฝงภาษาอังกฤษว่า สี่จุด ที่อยู่ในเว็บ Blognone ก็ทำตัวเป็นวงในแบบเดียวกับในภาพแหละครับ
ผมอยากกระชากโม่งรายนี้มานานแล้วแต่ท่าทางจะยาก"

แก้ปัญหาปลายเหตุตามเคยตามสไตล์จีน (แบบเดียวกับลูกคนเดียว ฯลฯ)

การเติบโตของการกวดวิชา มันแสดงถึงความเหลื่อมล้ำของระบบการศึกษา และปัญหาของระบบการสอบและคัดเด็กของภาครัฐที่ชัดเจนมาก

ยกตัวอย่างประเทศแถวนี้
เพราะคุณภาพการสอนของ รร.ในประเทศไม่เท่ากัน และโดยรวมไม่ค่อยดี
แต่ข้อสอบกลับยาก และไม่สัมพันธ์กับการสอนในรร. เด็กเลยเลยต้องไปเรียนเสริม
มีความต่างของมหาวิทยาลัยมากจนเด็กเทไปแย่งที่กัน

วิธีแก้: ทำให้ข้อสอบยากขึ้น หลักสูตรยากขึ้น
ผลลัพธ์: การเรียนเสริมนอกห้องเรียนยิ่งจำเป็นขึ้นอีก
วนลูป

วิธีที่จะแก้ปัญหานี้คือทำให้คุณภาพการสอนทั่วประเทศมีความใกล้เคียงกัน
ลงทุนในมหาวิทยาลัยหลายๆแห่งในแต่ละภูมิภาคให้โดดเด่นใกล้เคียงกัน หรือมีเฉพาะทาง
ปรับการสอบ การสอน และหลักสูตรให้สอดคล้องกัน
มันต้องให้เด็กที่อ่านหนังสือตามหลักสูตรทำคะแนนได้สูงเหมือนคนเรียนเสริม ไม่ใช่ทำไม่ได้ถ้าไม่เรียนเสริม

ไปๆมาๆผมบ่นประเทศไหนกันนะ
พอดีอยู่ในวงการ เลยอิน 555

ถ้าพวก .... มันระลึกได้ว่าเนื้องหาในการสอบควรเน้นทักษะชีวิตของเด็กจริง ๆ ป่านนี้คงไม่มานั่งหา Precision+Accuracy หรอกครับ และก็คงไม่บ่นว่าทำไมเด็กทำคะแนนแย่ด้วย

คุณภาพการศึกษาที่ใกล้เคียงกันนี่เป็นไปได้ยากมาก ๆ แม้แต่ประเทศที่การศึกษาดีที่สุดในโลก การศึกษายังไม่เท่ากัน

จริง ๆ แล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นด้วยซ้ำ สิ่งที่เป็นปัญหาจริง ๆ คือการศึกษาที่ยังไม่เข้าใจศักยภาพและความถนัดของผู้เรียนต่างหาก ด้วยความที่เราพากันเชื่อถืออะไรที่มันเป็นรูปธรรมมากเกินไป ทั้งคะแนนสอบ สถิติ และการประเมินเชิงปริมาณ แม้แต่กับเรื่องที่เป็นเจตคติและทัศนคติ คนที่ใช้ทักษะเชิงนามธรรมและอารมณ์ได้ดีก็ซวยในระบบการศึกษารูปแบบนี้ไปโดยปริยาย โดยเฉพาะคนที่มีทักษะเกี่ยวกับความจรรโลงใจ สายสื่อสาร งานศิลป์ต่าง ๆ ที่หลักการมันไม่ตายตัวอยู่แล้ว (แต่อาจจะมี pattern บางอย่างที่ใช้ร่วมกันหน่อยเพื่อให้ทุกคนชอบผลงานเหล่านั้น ตามหลักการที่มีการศึกษามาแล้ว) ประเทศที่การศึกษาดีทื่สุดตอนนี้ต่างก็หลีกเลี่ยงการประเมินนักเรียนเป็นผลทางสถิติแล้ว แล้วหันไปมุ่งนั้นผลสัมฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับตัวผู้เรียนเองมากกว่า

ประเทศไทยควรใช้ระบบ GED เป็นพื้นฐาน
ไม่ต้องมีโรงเรียน ทำเป็นศูนย์การเรียนรู้แทน
พอสอบเทียบจบ เอกชนก็รับเข้าไปปั้นต่อเหมือนค่ายเพลงเกาหลีเลย
เคยเสนอให้คนในกระทรวงศึกษา บอกปัดว่าไม่เหมาะกับวัฒนธรรมไทย(wtf?) ไม่ค่อยอยากจะพูดแรง ผมกำลังจะไปเตะชามข้าวที่คุณกระดิกหางกินกันอย่างเอร็ดอร่อยรึเปล่า ยิ่งช้าเด็กไทยเสียโอกาสไปเท่าไหร่ กสพท.หน่วยงานที่ผูกขาดการรับนักเรียนเข้าเรียนหมอก็กีดกันเด็กสอบเทียบ บังคับให้เรียนในระบบ(ห่วยๆ)ถ้าอยากเป็นหมอในไทย เราจึงได้เห็นระบบโซตัสในโรงเรียนแพทย์ หรือแม้แต่อาจารย์แพทย์ที่หนีคนไข้มาไล่eปูว์ แม้แต่ระบบสาธารณสุขไทยที่กำลังจะล่มสลายก็เกิดจากการผูกขาดอำนาจโดยมีความเชื่อมโยงกับหมอแก่ๆพวกนี้

ผมเชื่อว่านี่เป็นก้าวที่ผิดพลาดของจีน

เด็กไปเรียนพิเศษเพราะครูที่โรงเรียนปกติสอนไม่เก่ง สอนไม่รู้เรื่อง แต่ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยมันยาก มันต้องแข่งขัน

แทนที่คุณจะสนับสนุนให้ครูพื้นฐานในระบบเก่งขึ้น กลับไปจำกัดความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ของครูกวดวิชาที่เก่งกว่า สุดท้ายแล้วเด็กไม่มีทางเลือกก็ต้องอยู่กับครูในระบบ แทนที่เด็กจะได้ความรู้บางอย่างที่ตัวเองไม่เข้าใจ ก็กลายเป็นว่าเด็กต้องปล่อยให้ความไม่เข้าใจนั้นคงอยู่ต่อไป

ตกลงเด็กได้หรือเสีย ?