TikTok

ประธานาธิบดี Donald Trump เซ็นคำสั่งบริหารฉบับใหม่ ระบุให้ ByteDance ต้องแยกธุรกิจ TikTok ในสหรัฐอเมริกาออกมาภายใน 90 วัน

ก่อนหน้านี้ Trump เพิ่งเซ็นคำสั่งลักษณะคล้ายกันแต่ให้เวลาเพียง 45 วัน มิฉะนั้น TikTok จะโดนแบนจากร้านขายแอพต่างๆ คำสั่งฉบับใหม่จึงถือเป็นผลดีกับ ByteDance และ TikTok ที่ได้เวลานานขึ้นในการเจรจาหาผู้ซื้อ

คำสั่งฉบับใหม่ยังระบุว่า TikTok ต้องทำลายสำเนาข้อมูลของผู้ใช้ในสหรัฐทิ้ง หลังการขายกิจการมาให้เจ้าของรายใหม่แล้ว

ที่มา - CNBC, The Hill

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ไม่ขายก็ได้ แค่โดนแบนโดยสหรัฐ หรือเครือข่ายของสหรัฐ

ไม่ต่างจากที่ google,facebook,whatsapp โดนแบนในจีนสักเท่าไร

งงกับคำว่าบังคับขาย ก็ไม่ขายก็ได้นี่นา

ประเด็นคือสัญชาติความเป็นเจ้าของบ. ถ้ายังเป็นจีนก็โดนแบน จริงๆขายให้อังกฤษ ญี่ปุ่น สวีเดนก็น่าจะผ่านได้(ถ้ามีคนอยากซื้อ)

ส่วนจะอ้างว่าจีนเขาแบนแต่ต้น ถ้าจำไม่ผิด จีนก็ไม่ได้แบน ตั้งแต่เริ่มตั้งบ.google facebook สักหน่อย น่าจะทยอยแบนตอนมันเริ่มดังแล้วมากกว่า จำได้ว่ามีช่วงแรกที่ใช้ในจีนได้เช่นกัน แต่พอจีนสั่งว่าต้องตั้งserverในจีน หรือเปิดให้จีนfilter เนื้อหาได้ พอแอพพวกนี้ไม่ยอม ถึงโดนแบนในจีนนะ

ถ้าจีนอ้างความมั่นคงของรบ.จีนได้ ทำไมรบ.สหรัฐจะอ้างแบบเดียวกันไม่ได้?

ถ้าแบบนี้เรียกว่าจีนไม่ได้แบนรึเปล่าครับ ตั้งกฏหมายมาบังคับใช้ทุกบริษัท บริษัทที่ทำตามกฏหมายไม่ได้ก็ให้บริการไม่ได้ ต่อให้เป็นบริษัทสัญชาติจีนก็ต้องทำตามกฎเดียวกัน
ถ้ากูเกิล เฟซบุ๊คทำตามกฏหมายเดียวกันแล้วยังให้บริการไม่ได้ หรือจีนออกกฏมาว่าห้ามให้บริษัทอเมริกันเข้ามาในประเทศโดยไม่มีเหตุผลสิถึงเรียกโดนแบนแบบเดียวกัน

หรือต้องยกเว้นให้บริษัทอเมริกันถึงจะถูกต้อง?

ถ้าเรียกว่าไม่ได้แบน แบบนั้นคือ**ทุกแอพ(หรือเว็บ)**นอกประเทศจีนจะต้องโดนจำกัดการเข้าถึงก่อน และต้องเข้าไปในเปิดบริการภายใต้สิ่งที่คุณเรียกว่ากฎเดียวกันในประเทศจีนก่อนถึงจะถูกเข้าถึงโดยประชาชนจีนได้ครับ

ผมเห็นคนสับสนมาตั้งแต่กระทู้ที่แล้วแล้วว่าการแบนเกี่ยวข้องกับข้อกำหนด ซึ่งจริงๆมันเป็นคนละประเด็นกัน

  1. การแบนในที่นี้คือการระงับการเข้าถึงปลายทาง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดอะไรเลยครับ จีนจะมีเหตุผลอะไรในการแบนก็ได้ ตั้งแต่ความมั่นคงไปถึงการแข่งขันทางการค้า
  2. ข้อกำหนดที่พูดถึงกันนั้นคือข้อกำหนดในการเปิดให้บริการสาขาในประเทศหลังจากที่จีนระงับการเข้าถึงนอกประเทศไปแล้วต่างหาก

แบบนั้นมันจะแปลกๆหรือเปล่าครับ ผมว่าจีนใช้โมเดล ผิดกฏถึงใช้ไม่ได้ ไม่ใช่ถูกกฏถึงใช้ได้ เหมือนกับกฏหมายที่เรามีสิทธิทำอะไรก็ได้ที่ไม่ผิดกฏหมาย เมื่อผิดกฏหมายจึงโดนลงโทษ แต่ไม่ใช่ถูกโดนลงโทษเพราะทำในสิ่งที่กฏหมายไม่ได้ระบุเอาไว้ หรือก็คือถ้าเว็บนั้นผิดกฏของรัฐบาลจีนจึงใช้ไม่ได้ ในขณะที่เว็บที่ไม่ผิดยังใช้ได้

คราวนี้สมมุติว่าให้มีความเท่าเทียมกันคือจีนแบนอเมริกาได้ อเมริกาแบนจีนได้ ซึ่งในกรณีจริงๆก็คือ อเมริกาสามารถเข้ามาให้บริการในจีนได้ถ้าทำตามกฏของจีนอย่างเช่น Apple ซึ่ง Apple ก็ยังบริหารจัดการได้ภายใต้กฏหมายของจีน นั้นก็คืออเมริกาสามารถหาผลประโยชน์จากจีนได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ถ้าจะให้เท่าเทียมจริงๆ อเมริกาสามารถตั้งข้อกำหนดได้ว่า จะให้คนอเมริกาใช้ได้ แต่ต้องตั้งศูนย์ข้อมูลหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นเงื่อนไขของอเมริกาเอง แต่ TikTok ไม่สามารถให้บริการในอเมริกาได้เพียงเพราะ ByteDance เป็นบริษัทจากจีน ซึ่งบังคับว่าต้องขายกิจการเท่านั้นหรือก็คือ ถ้าเป็นจีนไม่สามารถหาผลประโยชน์จากอเมริกาได้เลย อันนี้ผมว่ากีดกันแบบชัดเจนเลยครับ อยากทราบความเห็นคุณ Mckay ว่ามีความคิดเห็นยังไงถ้าเทียบในกรณีนี้เท่านั้นนะครับ ไม่นับบริษัทอื่นๆที่จะโดนบล็อคหรือใช้ได้ทั้งในอเมริกาหรือจีนก็แล้วแต่

จีนเลือกแบน แค่บางแอพนะครับ ไม่ได้แบนแต่แรกด้วย จีนค่อยๆทยอยแบน แอพที่ตัวเองเห็นว่าอาจมีผลต่อความมั่นคงของรบ.หรืออาจเป็นช่องให้พลเมืองจีนพูดคุยหรือหาข่าวที่ไม่เป็นผลดีต่อรบ.จีนได้

และกำหนดกฎถ้าอยากจะยกเลิกแบน แต่ก็ไม่ได้บังคับให้ทุกแอพต้องตั้งserver ในจีนด้วย(บางเจ้าก็ได้ยินว่า ต้องให้รบ.จีนcensor ได้โดยไม่ต้องตั้งserver) จะมาบอกให้เมกาต้องทำแบบเดียวกัน แม้แต่จีนก็ไม่ได้ออกกฎแบบเดียวกันสักหน่อย

ต้องบอกว่าจีนเอง เลือกปฎิบัติแต่แรกด้วยซ้ำ(ถ้าอ้างแบบรบ.จีนก็บอกว่าแบนเฉพาะแอพที่มีผลต่อความมั่นคง แต่คนตัดสินก็คือรบ.จีน ไม่ใช่ตัวกฎหมาย) ผมงงมากที่มีคนบอกว่า จีนกำหนดกฎแบบเท่าเทียม ทั้งๆที่จริงๆก็ไม่ใช่แบบนั้นเลย

การที่ apple ยอมก็ไม่ได้หมายความว่าบ.อื่นจะต้องยอม หรือได้เงื่อนไขแบบเดียวกันสักหน่อย

แต่ถ้าถามว่ามันคือการกีดกันทางการค้าไหม ก็ต้องตอบว่าใช่ และมันเป็นส่วนหนึ่งของtrade war ซึ่งคนที่จะตัดสินใจว่า คำสั่งของทรัมป์นั้นชอบ หรือยุติธรรมหรือไม่ก็คือพลเมืองสหรัฐ ดังที่เราเห็นการยกเลิกคำสั่งห้ามหลายตัว ที่เคยออกมา หรือมีข่าวว่าจะออกแต่โดนต่อต้าน

ในขณะที่ฝั่งจีน ประชาชนจีนปฎิเสธหรือประท้วงรบ.จีนได้ไหม? (ดูจากฮ่องกงแล้ว...)

ผมงงมากกับคนที่พยายามบอกว่า จีนใช้กฎอย่างเท่าเทียมแต่เมกาไม่เท่าเทียม คือเท่าเทียมในมุมของรบ.จีนเท่านั้นหรือเปล่า?

  1. หลักการของจีนคือควบคุมเบ็ดเสร็จโดยศูนย์กลาง แน่นอนว่าจีนเชื่อในการแทรกแซงโดยรัฐอย่างเต็มที่
    จีนระงับการให้อินเตอร์เน็ตออกนอกประเทศเกือบทุกกรณี และออกกฎเพิ่มเติมว่าถ้าอยากเข้ามาให้บริการกับคนจีน ต้องมาเปิดสาขาในประเทศจีน ตามข้อกำหนดจีนเท่านั้น

ดังนั้นถึงแม้หลักการของจีนจะเห็นแก่ตัวอย่างน่าเกลียด แต่จีนก็ยังทำตามหลักการของตัวเอง (แน่นอนว่าไม่เท่าเทียมตามกฎหมายทุกกรณีหรอก แต่ถ้าพูดถึงที่คุณยกมาคือกูเกิล เฟซบุ็ค จีนก็ยังไม่ได้เล่นแง่นอกกฎหมายที่ตัวเองตั้ง)

  1. หลักการของอเมริกาคือเสรีภาพในขอบเขตกฎหมาย
    อเมริกาให้เอกชนดำเนินการอย่างเสรี รัฐจะแทรกแซงก็ต่อเมื่อมีเหตุจำเป็น แม้แต่หลักการศาลของอเมริกาก็เป็นระบบกล่าวหา
    อเมริกาแบน Tiktok ด้วยเงื่อนไขความมั่นคง แต่ไม่มีหลักฐาน และเป็นการแทรกแซงจากรัฐอย่างชัดเจน

อเมริกามีหลักการที่ดี แต่ก็ใช้วิธีไม่ต่างกับอันธพาลอย่างจีน (โอเคละ น้อยกรณีกว่าอย่างมีนัยยะสำคัญ)

ผมสงสัยมากกว่าว่าคุณชื่นชมอเมริกาด้วยเหตุผลอะไร ถ้าชื่นชมที่หลักการ คุณควรจะเป็นคนวิจารณ์อเมริกาที่ไม่ทำตามหลักการของตัวเองด้วยซ้ำ

ในขณะที่หลักการของจีนมัน.....เห็นแก่ตัวแบบที่ไม่ต้องอธิบาย ถ้ายังมีคนเห็นชอบกับหลักการแบบนี้ แปลว่าคุยไปก็ไม่ประโยชน์ เพราะมันอยู่บนพื้นฐานความคิดคนละแบบอย่างสิ้นเชิง

ถ้าเราชื่นชม เลือกข้างกันด้วยหลักการ แต่ข้างที่เราเลือกกลับทิ้งหลักการไปเรื่อยๆ สุดท้ายเราจะเลือกข้างกันไปทำไม?

สิ่งทีจีนทำคือพยายามควบคุม แล้วใครไม่ยอมทำตามก็แบน แล้วบอกว่าจีนทำถูกหลักการ? ทั้งๆที่จริงๆแล้วคือจีนไม่ได้มีหลักการจริงๆ เพราะ เรื่องการแบน หลายคนก็พูดหลายรอบแล้ว ว่าจีนไมได้แบนทุกคน แต่เลือกแบนแค่บางเวบ และไม่ได้แบนทุกเวบแต่แรก แต่แบนบางเวบเมื่อรบ.จีนทำเวบเลียนแบบมาแข่งเอง โดยอ้างเรื่องความมั่นคง ซึ่งก็ไม่มีคนพิสูจน์ใดๆว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงอย่างไร เพราะจริงๆแล้ว มักจะเป็นแค่ในแง่ว่าเปิดช่องให้คนจีนพูดคุยหรือรับข่าวสารได้ง่ายขึ้นโดยรบ.จีนตรวจสอบไม่ได้เท่านั้น

ในขณะที่เมกา เขาก็ประกาศหลักการว่ายึดผลประโยชน์ของ"พลเมือง"ประเทศตัวเองเป็นหลักนะ รธน.เขาก็ประกาศไว้แบบนั้น แต่ก็เปิดช่องให้ตรวจสอบเสมอ

ผมไม่ได้เห็นด้วยกับรบ.เมกันไปทั้งหมดนะครับ แต่ก็เห็นว่า คนเมกันเองเขาก็ตรวจสอบรบ.เขา โวยรบ.เขาประจำ จนต้องปรับเปลี่ยนเงื่อนไขให้กลับมา โดยเฉพาะเรื่องการแบนแอพจีน เขาก็ยกเรื่องความมั่นคง และกำหนดกรอบการแก้ไข มีคนแย้งในบางเคส บางเคสไม่มีคนแย้ง ก็เป็นไปตามกระบวนการ

ผมแย้งในประเด็นที่คนมักพูดว่า จีนประกาศว่าตัวเองเป็นเผด็จการเลยมีสิทธิ์ละเมิดคนอื่นมากกว่าประเทศที่ไม่ใช่เผด็จการ? หรือที่บอกว่าจีนรักษาหลักการ ทั้งๆที่จริงเลือกปฎิบัติมากกว่าใครด้วยซ้ำ?

บางทีผมก็สงสัยกว่า การทำปฎิกริยาแบบเดียวกันกลายเป็นสิ่งผิดมากกว่า? (มันผิดแหละ แต่มันก็ผิดเท่าๆกันสิ)

ผมไม่ได้บอกว่าเมกาทำถูกหมด แต่สงสัยคนที่ชื่นชมจีนแล้วบอกว่าเมกาทำผิดมากกว่าในกรณีเดียวกันนี่แหละ ทั้งๆที่ความเป็นจริงมันไม่ใช่เลย

เคสtiktok มันไม่ชัดเท่าเคส huawei(ถ้าใครว่าเคสนั้นไม่ผิดก็คงยากจะคุยกันต่อละครับ โดยเฉพาะเรื่องอิหร่าน)

ผมก็ไม่ได้บอกว่าเมกาทำถูก แต่เฉพาะเรื่องนี้จีนแบนคนอื่นมาก่อนตั้งนาน มาเรียกร้องเรื่องห้ามคนอื่นแบนแบบนี้ มันตลกสิ้นดีจริงๆ เหมือนคนทะเลาะกันต่อยกันแล้วบอกว่าอีกฝ่ายอย่าใช้กำลังนะ แต่ฉันใช้กำลังได้ เพราะเป็นนักเลงประจำซอยอยู่แล้ว?

คุณยกตัวอย่างว่าผิดกฏถึงใช้ไม่ได้ แต่ก็พูดถึง Apple ที่ชัดเจนว่าถูกแบน/บังคับให้ไปต้องเข้าไปในประเทศเพราะเหตุผลทางการค้าและต้องการควบคุมไม่ใช่เพราะ Apple ทำผิดกฎนะครับ

หรือก็คือถ้าเว็บนั้นผิดกฏของรัฐบาลจีนจึงใช้ไม่ได้ ในขณะที่เว็บที่ไม่ผิดยังใช้ได้

สรุปว่ากฎในการแบนของรัฐบาลจีนคืออะไรครับ? มีมาตรฐานสากลหรือตามใจจีนเอง? เว็บที่ผิดกฎทุกเว็บโดนแบนหรือเปล่า? กฎของจีนเที่ยงตรงเสมอไม่มีปรับเปลี่ยนไปมา? อเมริกาไม่สามารถมีกฎนั้นหรือกฎอื่นๆตามใจอเมริกาได้?

ก็คืออเมริกาสามารถหาผลประโยชน์จากจีนได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ถ้าจะให้เท่าเทียมจริงๆ อเมริกาสามารถตั้งข้อกำหนดได้ว่า จะให้คนอเมริกาใช้ได้ แต่ต้องตั้งศูนย์ข้อมูลหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นเงื่อนไขของอเมริกาเอง แต่ TikTok ไม่สามารถให้บริการในอเมริกาได้เพียงเพราะ ByteDance เป็นบริษัทจากจีน ซึ่งบังคับว่าต้องขายกิจการเท่านั้นหรือก็คือ ถ้าเป็นจีนไม่สามารถหาผลประโยชน์จากอเมริกาได้เลย อันนี้ผมว่ากีดกันแบบชัดเจนเลยครับ ถ้าเป็นจีนไม่สามารถหาผลประโยชน์จากอเมริกาได้เลย อันนี้ผมว่ากีดกันแบบชัดเจนเลยครับ อยากทราบความเห็นคุณ Mckay ว่ามีความคิดเห็นยังไงถ้าเทียบในกรณีนี้เท่านั้นนะครับ

เห็นด้วยบางส่วนครับ และผมเข้าใจว่าผมตอบไปในกระทู้ที่แล้วไว้ชัดเจนว่าผมเห็นด้วยตรงไหนหรือไม่เห็นด้วยตรงไหน ตรงไหนที่ผมว่าต่างตรงไหนที่ผมว่าไม่ต่าง

และสิ่งที่ผมเห็นด้วยมันก็ไม่ได้เรียกว่าที่จีนแบนกับที่อเมริกาแบนต่างกันอยู่ดีครับ

ผมกลับมองว่าคุณเหมารวมอย่างง่ายๆ เลยคิดว่าคนอื่นสับสนครับ

จีนระงับการออกนอกประเทศเกือบทุกกรณี(whitelist) ไม่ได้เลือกระงับเฉพาะบางกรณี(blacklist)
สิ่งที่จีนแบนไม่ใช่แอพ(หรือเว็บ)แต่เป็นการแบน"การเชื่อมต่อไปนอกประเทศ"
ซึ่งมองยังไงแบบนี้ไม่เรียกจีนแบนเฟซบุ็ค กูเกิลเป็นการเฉพาะ

ถ้าอเมริกาจะแบนด้วยสาเหตุเดียวกัน อเมริกาควรจะแบน"การเชื่อมต่อจากจีน"ให้หมดทั้งเข้าหรือออก หรือจะแบนทุกแอพจากจีนเพื่อตอบโต้ก็ยังได้
แต่ที่ไม่ทำก็เพราะมีผลประโยชน์ ถือว่าเลือกไม่ใช้สิทธิ์ในการตอบโต้ด้วยตัวเอง

สิ่งที่อเมริกากำลังทำอยู่คือ"แบนแอพเป็นการเฉพาะเจาะจง"ด้วยข้อกล่าวหาที่ยังไม่มีหลักฐาน และชัดเจนว่าเป็นการบีบขายเพื่อเอื้อประโยชน์กับบริษัทในประเทศ
ซึ่ง.....จีนก็คงทำบ่อยนั่นแหละ แต่เนื่องจากคุณสี่จุดพูดถึงกูเกิล เฟซบุ็ค สองบริษัทนี้ไม่ได้ถูกแบนเป็นการเฉพาะเจาะจงค่อนข้างแน่

สิ่งที่ต่างอย่างชัดเจนคืออเมริกาประกาศว่าตัวเองยึดถือเสรีภาพ ในขณะที่จีนประกาศตัวเป็นอันธพาลคุมซอยมาแต่ต้น
ถ้าเกิดคุณมีคำถามว่าทำไมตำรวจใช้ปืนปล้นคนแบบโจรไม่ได้ ผมก็คงตอบไม่ได้จริงๆ

1.จีนไม่ได้ระงับการออกนอกประเทศทุกกรณีครับ แต่ block เป็นบางเว็บไซต์ที่จีนต้องการ

Great_Firewall - Wiki

The Great Firewall of China (GFW; simplified Chinese: 防火长城; traditional Chinese: 防火長城; pinyin: Fánghuǒ Chángchéng) is the combination of legislative actions and technologies enforced by the People's Republic of China to regulate the Internet domestically. Its role in Internet censorship in China is to block access to selected foreign websites and to slow down cross-border internet traffic.[1] The effect includes: limiting access to foreign information sources, blocking foreign internet tools (e.g. Google search,[2] Facebook,[3] Twitter,[4] Wikipedia,[5][6] and others) and mobile apps, and requiring foreign companies to adapt to domestic regulations

Blocking methods - Active filtering

One function of the Chinese firewall is to selectively prevent content from being accessed. It is mostly made of Cisco, Huawei and Semptian hardware[37][38] Not all sensitive content get blocked; in 2007 scholar Jedidiah R. Crandall and others argued that the main purpose is not to block 100%, but rather to flag and to warn, in order to encourage self-censorship.[39] An illustrative but incomplete list of tactics includes:

2.จีนไม่เคยแบน Apple AppStore จนถึงปี 2017 เพราะ Apple ไม่เคยทำผิดกฎของจีนครับ เพียงแต่จีนใช้ The Great Firewall ในการบล็อกแอพที่ต้องการ และถ้าคุณจำได้(จากอายุสมาชิกของคุณ) จุดเปลี่ยนคือในปี 2015 จีนเริ่มออกกฎหมายบังคับให้บริษัทภายนอกเข้ามาเปิด datacenter ในจีน และต้องเป็น datacenter ภายใต้บริษัทจีน

3.จากข้อ 2 คุณคิดว่าถ้า Apple ไม่ทำตามกฎที่เพิ่งตั้ง จีนจะทำอย่างไรกับ App Store ครับ จะเรียกว่าแบน หรือไม่เรียกว่าแบนแค่ไม่ทำตามกฎเลยปิดกั้นการเข้าถึง?

4.เพื่อ comply กับกฎที่กำลังจะถูกใช้งาน(แบบเลือกใช้) ในปี 2017 Apple จึงจำเป็นต้องตั้ง Data Center แรกในจีนครับ

5.หลังจากนั้นก็อย่างที่บอกไปข้างต้นครับ จีนไม่ได้บล็อกทุกเว็บหรือทุกแอพเป็นค่าเริ่มต้น แต่สั่งให้ Apple บล็อกเป็นรายแอพ

6.อีกอย่างคุณควรเข้าใจใหม่ครับ ผมไม่ได้เข้าข้างและไม่ได้ชื่นชมการกระทำอเมริกาครับ(กลับไปอ่านกระทู้เก่าได้) ผมแค่จะบอกว่าการที่อเมริกาอยู่ๆจะแบน Tiktok มันก็***เหมือนกับจีนทำ(หรือจีนเหมือนอเมริกาทำ)นั่นแหละ
และถ้าอ่านกระทู้เก่า คุณจะพบว่าผมกล่าวถึงส่วนที่ต่างส่วนอื่น แต่มันไม่ใช่เรื่องการแบนครับ แต่เป็นการที่ TikTok ที่เป็น private entity ที่เข้าไปลงทุนเต็มตัวแล้ว แต่การแบนทำให้ธุรกิจเสียหายโดย Tiktok ไม่ผิดอะไร ดังนั้น Tiktok ควรได้รับ compensation ในเรื่องนี้

YF-01 Wed, 19/08/2020 - 10:17

In reply to by McKay

1+5) ตอนไปจีนนี่ผมเปิดเวปไทยง่อยๆซึ่งไม่ควรจะโดนเลือกแบนไม่ได้ ดังนั้นผมถึงมองว่ามันเป็น whitelist มากกว่า blacklist
แต่ถ้าคุณ McKay ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็น blacklist ถือว่าผมพลาดเองครับ เพราะผมใช้แค่ประสบการณ์ตรงซึ่งผิดได้ง่าย

2+3+4) กฎนี้ apply ใช้กับทุกคนที่อยู่บนเงื่อนไขเดียวกันรึเปล่าละครับ? ถ้าใช้ร่วมกันทั้งหมด ผมก็ไม่เรียกแบน
ถ้า apply กับคนที่อยู่บนเงื่อนไขเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ แต่มีข้อยกเว้นให้กับบางบริษัทแบบน่าเกลียด ผมก็ไม่เรียกแบน แต่เป็นปัญหาของคนบังคับใช้กฎ
แต่ถ้าเฉพาะเจาะจงมากๆโดยไม่มีเหตุผล แบบเกลียดเมกาเว้ย ออกกฎมาใช้กับเมกาคนเดียว หรือไม่ให้ใช้แอพนี้เพราะความมั่นคง แต่อย่ามาถามนะว่ามั่นคงยังไง แบบนี้ผมเรียกแบน

  1. ผมเข้าใจว่าคุณ McKay ไม่ได้ชื่นชมวิธีแบบนี้ของอเมริกา ผมเคยอ่านกระทู้นั้นแล้วและเห็นด้วยกับคุณ McKay เต็มที่ (และถ้าจะว่าไป ผมก็เป็นแฟนการตอบกระทู้ของคุณอยู่นะ)
    แต่สิ่งที่ผมจะสื่อ คือประเด็นที่คุณ McKay "เห็นด้วย" เช่น ทำไมจีนทำได้แล้วอเมริกาถึงทำไม่ได้ครับ

อเมริกาเป็นคนประกาศว่ายึดถือหลักการเสรีเอง และใช้ประโยชน์จากมันอย่างเต็มที่ในการเข้าแทรกแซงประเทศอื่น ดังนั้นอเมริกาก็มี"หน้าที่"รับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองใช้ประโยชน์มาตลอด
ถ้าแม้แต่หลักการที่พูดออกมายังรักษาไม่ได้ อเมริกาก็ไม่ได้ต่างอะไรจากจีน (และส่วนตัว ผมเกลียดคนอันธพาลที่อ้างหลักการมากกว่าอันธพาลทั่วไป)

ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็ไม่ได้คิดว่าเราจะต้องเห็นตรงกันในประเด็นนี้ครับ อาจจะมีความคิดโน้มน้าวนิดหน่อย แต่หลักๆคือขัดใจทุกทีกับคำถามว่าทำไมจีนทำได้แล้วอเมริกาทำไม่ได้น่ะ

1+5) เปิดเว็บไทยง่อยๆนี่มาจาก bandwidth/network routing ไม่ดี หรือการจำกัดการเข้าถึงครับ? อันนี้ผมเข้าใจว่า link ที่ผมอ้างอิงไว้ตอบคำถามคุณได้นะครับ
หรือถ้าคุณไม่แน่ใจลองเข้า Test if a site is blocked in China ไปตรวจสอบดูได้ครับ อย่าง blognone.com เองก็ไม่ได้ถูกแบนครับ การใช้ VPN ก็เป็นการเชื่อมต่อออกนอกจีนไปสู่ VPN server ภายนอกจีนเหมือนกันครับ

2+3+4) ไม่ใช่ครับ อย่างที่บอกไปในข้อ 5 ซึ่งผมเข้าใจว่า link ที่ผมอ้างอิง(และลิ้งย่อยในนั้น)ก็ตอบคำถามคุณได้ครับ

คุณลองหาคำตอบของ link สองลิ้งนี้ดูนะครับว่าเหมือนหรือต่างกับที่คุณคิด 1,2 อันนี้เป็นเหตุการณ์ก่อนกฎที่เพิ่งตั้งจะมีผลบังคับใช้นะครับ

ปล. ผมค่อนข้างประหลาดใจนะที่คุณเชื่อว่าระบอบ Autocracy จะมีความเท่าเทียมกันได้

  1. ผมไม่เคยบอกว่าจีนทำแล้วทำไมอเมริกาจะทำไม่ได้ครับ ถ้าข้อความไหนของผมมีใจความแบบนั้นหรือทำให้คุณคิดไปแบบนั้นกรุณา refer ด้วยครับ ใจความของผมทั้งหมดในนั้นคือค้านคุณ iqsk131 ที่บอกว่ามันต่างกัน เพราะสิ่งที่อเมริกาทำมันเรียกว่า*** แต่สิ่งที่จีนทำมันก็***ไม่ต่างกัน

ผมเกลียดการกระทำของฝั่งขวาจัดครับ(China, Russia, America ในปัจจุบัน ไม่ขอพูดถึงประเทศย่อยๆอื่นๆ) การกระทำบางอย่างนั้นพอเข้าใจได้(เข้าใจได้กับเห็นด้วยไม่เหมือนกัน) แต่ไม่ว่าอย่างไรผมมองว่าสุดท้ายแล้วการกระทำนั้นๆเป็นการกระทำที่ unlawful และในที่สุดคือ destructive คนที่ซวยสุดท้ายแล้วก็เป็นเอกชนของทั้งสองฝ่ายนี่แหละ

อ้อเรื่อง TikTok นี่ไม่เกี่ยวกับเรื่อง Huawei นะครับ เรื่อง Huawei ผมมีความเห็นอีกแบบนึง ซึ่งมีส่วนที่ผมเห็นด้วยกับอเมริกาและส่วนที่ผมไม่เห็นด้วยกับอเมริกา และมันค่อนข้าง complicated จะเห็นว่าผมไม่เข้าไปคอมเมนต์เรื่อง Huawei เลย

ขอบคุณ คุณ Mckay ข้างบนที่ช่วยแก้ไข ผ่านมานานก็จำปนๆกันไป

เพราะจริงๆจีนก็ไม่ได้แบนทุกแอพจริงๆนั่นแหละ แค่เลือกแบนบางแอพ รวมไปถึงมีการกำหนดเงื่อนไขกับบางแอพ ว่าถ้าอยากจะไปเปิดสาขา หรือเลิกแบน ต้องทำอะไรบ้างเช่นกัน ต้องเรียกว่าเลือกปฎิบัติแบบสุดๆ ตามเหตุผลของรบ.จีนเช่นกัน

ผมก็เห็นหลายคนชอบอวยว่าจีน ก็มีสิทธิ์จะแบนใครเพื่อความมั่นคงของรบ.พรรคคอมฯ(เช่นกรณีที่แบน fb youtube ig ฯลฯ) ผมก็คิดว่าถ้าแบบนั้น ประเทศอื่นก็ควรจะมีสิทธิ์อ้างแบบเดียวกับกับแอพจากประเทศจีนได้เหมือนกันหรือเปล่า? ไม่เกี่ยวกับหรอกว่า ประเทศที่จะแบนเป็นเผด็จการ หรือเป็นปชต เพราะมันเป็นสิทธิ์ของประเทศนั้นๆ

ส่วนเรื่องความโปร่งใสในคำสั่ง หรือความเป็นธรรม อันนี้ก็เป็นเรื่องของคนในประเทศนั้นๆที่ต้องใช้กลไกในการตรวจสอบ
ซึ่งอย่างกรณีทรัมป์ ก็เห็นถอยหลายเรื่อง เพราะโดนประท้วง หรือโดนตรวจสอบ ในขณะที่ประเทศเผด็จการเราอาจจะไม่มีวันเห็นภาพนั้นเพราะโดนปิดกั้นหมดแล้ว?

ถ้าซื้อกิจการได้ Trump ได้แต้ม
แต่ถ้าแบนไปจริง ๆ ผมว่ากระแสตีกลับไม่ดีกับ Trump
น่าจะอยากบีบให้ขายมาตั้งแต่แรก