Microsoft

ถ้าย้อนไปไม่กี่ปีก่อน ไมโครซอฟท์อาจมีภาพลักษณ์เป็นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ไม่โดดเด่นในด้านผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าทั่วไป ออกสินค้าอะไรมาก็สู้คู่แข่งรายอื่นที่ดูตื่นตาตื่นใจกว่าไม่ได้ สิบปีที่ผ่านมาในโลกของไอทีมีสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นมากมาย อาทิ สมาร์ทโฟน, เสิร์ชอินเทอร์เน็ต, โฆษณาออนไลน์ หรือบริการคลาวด์ ทุกอย่างที่ว่ามา ไมโครซอฟท์ล้วนไม่ใช่ผู้ชนะในแต่ละหมวด จนดูราวเป็นบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ที่น่าเบื่อ และไม่น่าสนใจในสายตานักลงทุนอีกต่อไปเมื่อเทียบกับบริษัทใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา

ใครที่ยังเชื่อเช่นนี้อาจต้องกลับความคิดใหม่ เพราะไมโครซอฟท์ในยุคของ Satya Nadella ที่เข้ามาเป็นซีอีโอได้เกือบ 5 ปี ได้เปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้ไมโครซอฟท์กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ากิจการมากที่สุดในโลกกว่า 8.5 แสนล้านดอลลาร์ สูงกว่าแชมป์เก่าหลายปีอย่างแอปเปิล ที่ราคาหุ้นปรับลงมามากในช่วงที่ผ่านมา ถึงแม้อาจมองได้ว่าการที่ไมโครซอฟท์ขึ้นเป็นเบอร์ 1 เป็นเพราะหุ้นแอปเปิลราคาตก แต่เมื่อมองย้อนไปในช่วงที่ Satya มาเป็นซีอีโอนั้น หุ้นไมโครซอฟท์ก็ราคาเพิ่มขึ้นมามากถึงเกือบ 3 เท่าตัวเลย

เกิดอะไรขึ้นกับไมโครซอฟท์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนทำให้บริษัทเติบโตได้ขนาดนี้

Satya Nadella

ยอมรับความพ่ายแพ้ในสมาร์ทโฟน

ไมโครซอฟท์ซื้อกิจการโทรศัพท์มือถือของโนเกียมาในปี 2013 ผลลัพธ์ต่อมานั้นทราบกันอยู่แล้ว แต่ในตอนนั้นซีอีโอ Steve Ballmer บอกว่า สมาร์ทโฟนคือก้าวกระโดดครั้งสำคัญของบริษัท ขณะที่ Satya ไม่คิดเช่นนั้น เขาเลือกถอนตัวจากธุรกิจนี้ โดยตัดบัญชีสินทรัพย์ด้อยค่าของโนเกียถึง 7.6 พันล้านดอลลาร์ จนผลประกอบการออกมาขาดทุน และปลดพนักงานชุดสุดท้ายถึง 7,800 คน

ถึงเลือกยอมแพ้ในศึกสมาร์ทโฟนแก่แอปเปิลและกูเกิล แต่ไมโครซอฟท์ก็ยังไม่หายไปจากโลกโทรศัพท์มือถือ บริษัทมาเปลี่ยนเน้นพัฒนาแอปมือถือและซอฟต์แวร์สำหรับลูกค้าธุรกิจ ซึ่งได้ผลดีด้วย

Nokia

เดิมพันครั้งใหญ่ด้วยคลาวด์

ถ้าพูดถึงโลกอินเทอร์เน็ต ไมโครซอฟท์ไม่ใช่คนใหม่ในวงการนี้ เราคุ้นเคยกับบริการหลากหลายในเครือ MSN และเสิร์ช Bing ซึ่งมีอยู่มานานแล้ว แต่กับบริการคลาวด์นั้น ไมโครซอฟท์เพิ่งเริ่มเข้ามาในปี 2010 ซึ่งช้ากว่า Amazon ถึง 4 ปี และเริ่มอยู่ในระดับแข่งขันได้ในปี 2013

Azure

ภาพในตอนนั้นบริการคลาวด์สำหรับไมโครซอฟท์ดูเป็นธุรกิจเสริมมากกว่าจะเป็นธุรกิจหลัก ยิ่งรายได้หลักบริษัทยังมาจากการขาย Windows และ Office แต่เมื่อ Satya เข้ามา เขาชูกลยุทธ์บริษัทคือ Mobile-First คู่ไปกับ Cloud-First แม้ยังไม่ชนะ แต่ก็เติบโตมากทุกปี Azure มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นเบอร์ 2 รองจาก Amazon ส่วนธุรกิจทำเงินอย่าง Office ก็ผลักดันการขาย Office 365 ที่ทำงานผ่านคลาวด์มากขึ้น ซึ่งช่วยให้แข่งขันกับกูเกิลได้

การปรับมาโฟกัสที่ธุรกิจคลาวด์ทำให้ไมโครซอฟท์กลับมาเป็นบริษัทเติบโตระดับเลขสองหลักได้ทุกไตรมาส และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นทำสถิติตลอด สิ่งนี้จึงสะท้อนกลับไปที่ราคาหุ้น

ไมโครซอฟท์ยุคเปิดกว้าง ทั้งกับผู้ใช้และนักพัฒนา

ดีลซื้อกิจการที่สำคัญของไมโครซอฟท์ในยุค Satya มีสองรายการที่น่าสนใจคือการซื้อ LinkedIn และ GitHub เพราะทั้งสองรายการเป็นโลกของนักพัฒนามืออาชีพที่อยู่บนหลากหลายแพลตฟอร์ม สะท้อนว่าไมโครซอฟท์พร้อมเปิดกว้างกับเทคโนโลยีที่หลากหลาย ไม่จำกัดแค่บน Windows

Microsoft Linux

ท่าทีหนึ่งคือการที่ไมโครซอฟท์มีเป้าหมายให้ซอฟต์แวร์สามารถทำงานได้บนทุกระบบปฏิบัติการ จากเดิมที่มีแค่ Windows และ macOS เป็นหลัก เมื่อเปิดกว้างไปถึงโอเพ่นซอร์ส ก็มีความชัดเจนและจริงใจมากขึ้น เห็นได้จากผู้อำนวยการของ Linux Foundation ยังยอมรับว่าไมโครซอฟท์มีท่าทีเปิดกว้างมากขึ้น

Michael A. Cusumano อาจารย์ของสถาบัน Sloan แห่ง MIT ยังให้ความเห็นว่า ไมโครซอฟท์ปรับองค์กรไปหลายอย่างจนทำให้บริษัทดูเท่และน่าทำงานอีกครั้ง

โครงสร้างรายได้ที่กระจายความเสี่ยง

ไมโครซอฟท์แบ่งโครงสร้างรายได้ออกเป็น 3 หน่วยธุรกิจในยุคของ Satya ประกอบด้วย Productivity and Business Processes (Office, Office 365, LinkedIn), Intelligent Cloud (Azure) และ More Personal Computing (Windows, Surface, Xbox, Bing) ที่น่าสนใจคือรายได้ทั้ง 3 หน่วยนี้อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน และเติบโตในระดับเลขสองหลักได้ทั้งหมด เท่ากับไมโครซอฟท์ไม่ได้เป็นบริษัทที่พึ่งพารายได้จากธุรกิจประเภทใดมากเป็นพิเศษ ดังตัวเลขผลประกอบการไตรมาสล่าสุดในภาพ

MSFT Number

หากเทียบกับ 5 บริษัทกลุ่มเทคโนโลยียุคใหม่ตัวย่อ FAANG จะเห็นว่าทั้ง 5 บริษัท พึ่งพารายได้ทางใดทางหนึ่งเป็นพิเศษ กล่าวคือ Facebook มีรายได้จากโฆษณา 99%, Apple มีรายได้จาก iPhone สินค้าเดียว 59%, Amazon มีรายได้จากอีคอมเมิร์ซในอเมริกา 58%, Netflix รายได้ทั้งหมดมาจากค่าสมาชิก และ Alphabet (Google) มีรายได้จากโฆษณา 87%

ไมโครซอฟท์ จึงกลายเป็นบริษัทที่กระจายความเสี่ยงธุรกิจออกมาได้ดีกว่ารายอื่น นักวิเคราะห์ประเมินว่าหุ้นไมโครซอฟท์จะค่อย ๆ เติบโตไปเรื่อย ๆ แต่ไม่รวดเร็ว และน่าจะทำให้บริษัทมีมูลค่ากิจการแตะระดับล้านล้านดอลลาร์ได้เช่นกันภายในปีหน้า

ที่มา: The New York Times

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

Neroroms Sat, 01/12/2018 - 12:22

In reply to by keen

Surface รุ่นหลังๆเนี๊ยบระดับที่ Apple ตามไม่ทันแล้วนะครับ ทั้งเรื่องวัสดุและความทนทานรวมถึงสเปคด้วย
ยกเว้น Pro 6 กับ Laptop 2 ที่ ไม่ ทราบ ว่า จะ ใส่ MI NI DIS PLAY PORT มา ทำ อะ ไร ไม่ ทราบ ฟระ

dp ปกติขนาดมันใหญ่มาก มันเลยลงขอบ sf ไม่ได้มั้ง แต่ที่มันนรกแตกคือ ซื้อ sf hub แต่เจือกได้ mini dp 2 port อันนี้จะทำมาพระแสงอะไร

ผมกลับมองตรงข้าม โดยมองจากผู้ใช้งานจริง ว่าถ้าอยากทำตลาดฮาร์ดแวร์ต่อ ไมโครซอฟต์ต้องทำเครื่องในคุณภาพดีกว่านี้มากๆ ยังตามหลัง Apple อยู่อีกไกลครับเรื่องคุณภาพและความทนทาน สวนทางกับราคามาก ความทนและคุณภาพต่ำมาก เพื่อนผมซื้อตามผมในรุ่นหลังๆ ก็เครมกันกระจายแม้จะเป็น SF6 ก็ตาม หน้าตารูปลักษณ์อาจสวยงามน่าใช้ แต่ UI/UX กลับไม่ตามสินค้าตนเองคืออะไร เชียร์ไม่ขึ้นอะครับ ผมย้ายมาจาก Macbook นะ ทุกเครื่องใช้จน OS ไม่อัพเดทแล้วค่อยเปลี่ยน ที่สำคัญคือไม่ได้เครมอะไร ย้ายเพราะมองว่าปากกา + จอสัมผัส + โน็ตบุ๊ค มันต้องไปด้วยกันได้ เครื่องเก่าถึงวาระพอดี ลองเล่นมานานมากจนตัดใจซื้อตอนเครื่องแมคไม่ได้ไปต่อ บอกเลยว่าเจ็บมาก

และที่สำคัญอะไรที่ต่างประเทศได้เครม แต่พอเป็นในไทยบอกว่าไม่เข้าร่วม คือมันควรเป็น worldwide warranty แล้วนะ ไม่ใช้ให้คนใช้ในไทยเป็นลูกค้าชั้นสอง หวังว่าคงมีคนไมโครซอฟต์ไทยมาเห็นแล้วเอาไปคิดบ้างนะ

อยากได้รายละเอียดหน่อยครับว่ามีอะไรเสียบ้างแล้ว Sp6 นี่คือซื้อจากไหนมาหรือครับ จะได้เก็บข้อมูลไว้เพราะ Sp6 มันยังไม่เข้าไทยเลย

คนที่บอกว่าเนียบนี่เคยใช้จริงยังครับ นี่ยังไม่รวมเรื่องพวกลอยแพ หลังหัก suface รุ่นแรกๆ นะ

sdc Sat, 01/12/2018 - 21:53

In reply to by Neroroms

5555555555555555555 เนี้ยบระดับ Apple ตามไม่ทันเลยหรอครับ ยังเห็นมีคนบ่นเรื่อง ประกัน และการประกอบอยู่เลย

ถ้าจะรัก m$ ควรจะรักให้พอดีนะครับ เข้าใจว่าชอบ แต่บางทีก็ต้องมองความจริงนิดหนึ่งนะ

ส่วนตัวผม ชอบทั้ง Apple + Google แต่ถ้ามันมีปัญหาก็ด่าเหมือนกัน ไม่ชม ไม่อวย เช่น ราคาของ Apple ที่แพงแสนแพงเกิน และมันจำเป็นต้องใช้ ก็เลยกัดฟันซื้อ เช่น iPad Pro 2018 คือถ้าเทียบกับ tablet ด้วยกัน ยังไงก็ต้อง iPad และยิ่งขีดๆ เขียนๆ จดโน้ตด้วยแล้ว App iOS คือดีกว่า OneNote มาก ยิ่งเป็น OneNote for App แล้วยิ่งห่วยกว่าตัว 2016 อีก

อ่านแล้วถึงกับขยี้ตามาอ่านซ้ำอีกรอบ หลังจากที่เคยอ่านข่าวที่มีสมาชิกเข้ามาคอมเพลนเกี่ยวกับปัญหาของ Surface ในข่าวก่อนๆ ซึ่งจากข่าวนี้ตัว MS เองก็เหมือนจะรู้ตัวดีว่าควรจะไปดันผลิตภัณฑ์ตัวไหน จนประสบความสำเร็จอย่างที่เราเห็น เรื่อง HW ของผลิตภัณฑ์ในระดับ Consumer นี่เหมือนยังมีปัญหาใหญ่ๆ ที่ต้องได้รับการแก้ไขอีกเยอะอยู่นะครับ

ตอนนี้กลับมีปัญหากับระบบ Update ไม่รู้ว่าแก้แล้วหรือยังเนี่ย

แถม MS ชอบปรับตัวช้าอีก อย่าง Cortana ที่ผ่านมา ของก็ดี แต่กั๊กประเทศ แถมไม่พัฒนาอะไรเลย ก็ใกล้ถึงจุดจบไปอีก product นึง

แม้แต่ WP ที่เป็นของดีมาก UI สวย ใช้งานง่าย แต่การปรับตัวช้า ไม่สนใจ และเปิด API ไม่หมด ทำให้คนหนีออกจาก WP เสียดายมาก

มีผลงานก็น่าชื่นชมครับ
ต้องยอมรับว่า M$ ยุคนี้เป็นมิตรขึ้นเยอะ
ไม่เกรี้ยวกราดเหมือนสมัยก่อน

ปล. Apple สะดุดขาตัวเองด้วยแหล่ะ

ผมกลับมองว่า ถึงไม่ได้ยุ่งกับ Xcode ไม่ได้เป็นฝ่าย Media เต็มตัว ก็น่าจัด Mac นะครับ ถ้าปัญหาเรื่องงบไม่ตึงจนเกินไป และไม่เล่นเกม เจ็บแต่จบ ลืมปัญหาหน่วง ๆ สมัยยังอยู่กับ Windows OS, แต่ก็รอลุ้น Microsoft ยุคใหม่นะครับ เอาใจช่วยทุกบริษัท ไม่ชอบการผูกขาด

ย้ายหนีมา 7 ปี คงไม่กลับไป win ละครับ

เห็นแฟนใช้ win ก็เหมือนเดิม เพิ่มเติมคืออัพเดตบ่อยชิบ บ่อยจนน่ารำคาญ ดีละที่เราจากกันด้วยดี

ผมก็ใช้Macเอาไว้เอนเตอร์เทน เฉยๆ ผมยังติดใจเลยครับ

เพราะมันตัดปัญหาจุกจิกหลายๆอย่างบนวินโดว์ไปได้เยอะมาก เอาแค่ปัญหาเรื่องไวรัสก็สบายไปเยอะแล้ว ไม่ต้องคอยมารำคาญแอนติไวรัสเด้งนู่นนี่นั่น

และ Finder แรกๆก็เกลียดนะ แต่ใช้ๆไปก็เริ่มรู้สึกว่ามันก็มีเสน่ห์อีกแบบที่ Windows Explorer ไม่มี ชอบสุดก็ตรงตั้งค่าการแสดงผลขนาดไอคอนขนาดตัวหนังสือได้ง่ายได้ละเอียดดี

แต่ที่ชอบที่สุดบนMacก็คงเป็นเรื่องทัชแพดนี่แหละ เป็นคอมเครื่องเดียวเลยที่มั่นใจไม่ต้องพกเมาส์ออกนอกบ้านก็ได้

วันนี้พาพี่ไปเดินเลิอกมือถือมา ไป Iphone แล้วราคาแรงอย่างที่บอกๆกันเลยครับเลยคิดว่าคนที่จะใช้ได้นี่ควรมีรายได้เท่าไหร่ดี

ฝีมือจริง ๆ แถมมองขาดด้วย สมาร์ทโฟนสู้ไม่ได้ก็แทรกซึมด้วย software ขนาด Azure ที่เริ่มมาอย่างช้า ๆ ก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นช่วงที่องค์กรเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่ Cloud พอดี

fulbert Sat, 01/12/2018 - 16:21

Surface go ที่ใช้อยู่ก็ยังมีปัญหาแปลกๆ หลังอัพเดต เช่น ใช้ปุ่มปรับแสงสว่างของจอบน Surface type cover ไม่ได้ ทางแก้จาก forums คือให้ถอดคียร์บอร์ดออกก่อนที่จะเปิดเครื่องหรือรีสตาร์ท หรือ English UK keyboard layout ที่ยังคงเอาไม่ออกครับ หรือการใช้งานในโหมด tablet ที่ผมยอมแพ้ แล้วใช้เมาส์สะดวกกว่า

Windows ไม่เหมาะกับ Tablet + Entertainment ด้าน App จริงๆครับ เคยซื้อจอสัมผันสมาใช้ ตอนนี้ขายไปละ คิดผิดที่ซื้อมา Windows = Real Keyboard + Real Mouse

รวมๆก็คือ Direction ที่ดี
และไม่ขวางเรือ Open Ecosystem เท่าไรนักมั๊งครับ

ยิ่งถ้าเทียบกับเบอร์ 1 เดิมอย่างแอปเปิ้ลนั้น
เอาจริงๆ น่าจะถือว่าแอปเปิ้ลเป็นรายเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ด้วย Ecosystem แบบปิดและจำกัดมากได้แหล่ะ (มากกว่าชาวบ้านเยอะ)