ตลาดขุดเหมืองคริปโตเป็นที่นิยมในจีน เนื่องจากค่าไฟฟ้ามีราคาถูก แม้ทางการจีนเริ่มกดดันให้ปิดเหมืองด้วยมาตรการหลายอย่าง ซึ่งรวมถึงการขึ้นค่าไฟฟ้า
Bloomberg ลองประเมินค่าไฟในจีนว่าจุดคุ้มทุนของนักขุดอยู่ที่ตรงไหน และพบว่าต้นทุนของการขุดเหมืองอยู่ที่ 6,925 ดอลลาร์ต่อ BTC ซึ่งต่ำกว่าราคา Bitcoin ในปัจจุบันมาก นั่นแปลว่าตราบใดที่ Bitcoin ยังมีราคาดีเช่นนี้อยู่ การขุดเหมืองก็ยังทำกำไรอยู่เสมอ
ปัจจุบัน ประมาณ 3/4 ของเหมืองคริปโตอยู่ในประเทศจีน ส่วนการใช้พลังงานขุด Bitcoin ทั่วโลกในปี 2017 อยู่ที่ 20.5 เทอราวัตต์-ชั่วโมง เท่ากับการใช้พลังงานของครัวเรือนในสหรัฐ 3.4 ล้านครัวเรือน ส่วนในจีนใช้ไป 15.4 เทอราวัตต์-ชั่วโมง
ที่มา - Bloomberg, ภาพจากเหมือง Hashnest

on
จะบอกว่าโลกร้อนเพราะขุดบิตคอย
KuLiKo Sat, 13/01/2018 - 20:45
จะบอกว่าโลกร้อนเพราะขุดบิตคอยน์ก็คงไม่ผิดนัก
รถยนต์กับเครื่องขุด
shikima Sat, 13/01/2018 - 21:02
In reply to จะบอกว่าโลกร้อนเพราะขุดบิตคอย by KuLiKo
รถยนต์กับเครื่องขุด อันไหนมีเยอะกว่ากันครับ
เห็นตัวเลขผ่านๆตามา รถใช้ไป
animateex Sat, 13/01/2018 - 21:30
In reply to รถยนต์กับเครื่องขุด by shikima
เห็นตัวเลขผ่านๆตามา รถใช้ไป 29% จากอัตราการใช้พลังงานที่ผลิตได้ทั้งหมด ถ้าเครื่องขุดจะแซงได้ โลกคงเจอปัญหาพลังงานขาดแคลนแบบฉียบพลันไปแล้ว แต่ใครเป็นรัฐก็คงไม่ชอบละเพราะไฟฟ้ามันก็กึ่งสวัสดิการถ้าเอาไฟฟ้าเพื่ออยู่อาศัยมาใช้ในการขุดมันก็ไม่แฟร์คนทั่วไปเหมือนกัน
โลกเราเหลือพลังงานใช้ได้อีก
chatcpe Sun, 14/01/2018 - 09:55
In reply to เห็นตัวเลขผ่านๆตามา รถใช้ไป by animateex
โลกเราเหลือพลังงานใช้ได้อีก 50 ปี ยิ่งบิตคอยมาเร่งการใช้แบบนี้ อีก 10-20 ปีก็คงหมดก่อน...คิดว่าประเทศไหนยอมบ้างล่ะ นี่ไม่คุยกันถึงเรื่องค่าเงินมันจะมาทำให้สเถียรภาพค่าเงินของประเทศนั้นๆเสียนะ55
ไม่ได้ผลผลิตเกิดขึ้นในประเทศห
Jessy Tue, 16/01/2018 - 20:56
In reply to เห็นตัวเลขผ่านๆตามา รถใช้ไป by animateex
ไม่ได้ผลผลิตเกิดขึ้นในประเทศหรือโลกด้วย ได้แค่เลขชุดนึง
ถ้าเทียบกันในเรื่องของประโยชน
nrml Sat, 13/01/2018 - 21:53
In reply to รถยนต์กับเครื่องขุด by shikima
ถ้าเทียบกันในเรื่องของประโยชน์ที่ได้รับ พอมองแบบนี้แล้วจะบอกว่ามันเป็นตัวเร่งทำให้โลกร้อนโดยใช่เหตุก็น่าจะพอได้นะครับ
อย่าลืมการปศุสัตว์ซิครับ
wisidsak Sat, 13/01/2018 - 23:01
In reply to จะบอกว่าโลกร้อนเพราะขุดบิตคอย by KuLiKo
อย่าลืมการปศุสัตว์ซิครับ
คือไม่รู้จะหาประเด็นอะไรมาละ
thanyadol Sat, 13/01/2018 - 22:00
คือไม่รู้จะหาประเด็นอะไรมาละ ก็เอาเรื่องการใช้ไฟฟ้า เรื่องโลกร้อนนี่แหละ
มันคือเรื่องจริงนิครับ
tfctaf Sat, 13/01/2018 - 22:58
In reply to คือไม่รู้จะหาประเด็นอะไรมาละ by thanyadol
มันคือเรื่องจริงนิครับ ใช้ไฟฟ้าเยอะกว่าบางประเทศทั้งประเทศด้วยซ้ำ ผมว่ามันเป็นสิ่งที่คนออกแบบนึกไม่ถึงในที่แรกว่ามันจะแข่งขันกันได้มหาศาลขนาดนี้ เพราะบิทคอยน์คือยิ่งคนแย่งกันขุดก็ยิ่งขุดยาก ก็ต้องเพิ่มพลังประมวลผลกันแข่งเข้าไป ก็ยิ่งกินไฟมากขี้นอีก เป็นวงจรไปเรื่อยๆ
ผมว่าต้องรอเปลี่ยนไปเป็น proof of stake หรือ lightning network ถูกนำมาใช้งาน (ซึ่งก็น่าจะสำเร็จในอนาคต)
พอถึงวันนั้นก็จุดจบคนขุดเหมืองละครับ ผมว่าเหมาะสมด้วย โดยเฉพาะ proof of stake คนเก็บตังก็เสียตังเอง เหมือนกับต้นทุนการซื้อตู้เซฟ หรือค่าธรรมเนียมแบงก์ ดูสมเหตุสมผลกว่าเยอะ
ใช่เหมือนได้ยินคนอธิบายว่า
Jessy Tue, 16/01/2018 - 20:57
In reply to มันคือเรื่องจริงนิครับ by tfctaf
ใช่เหมือนได้ยินคนอธิบายว่า ยิ่ง node เยอะยิ่งมี latency เยอะ
ยั่นสินะ หมดมุขละ รอช้อนละกัน
Jirawat Sun, 14/01/2018 - 01:16
In reply to คือไม่รู้จะหาประเด็นอะไรมาละ by thanyadol
ยั่นสินะ หมดมุขละ รอช้อนละกัน
เป็นการใช้พลังงานมหาศาลที่สูญ
tonbkk Sat, 13/01/2018 - 22:28
เป็นการใช้พลังงานมหาศาลที่สูญเปล่า ไม่ได้ผลผลิตอะไรกลับมาเลย ทุกอย่างเป็นนามธรรม อยู่ในอากาศ ควรแบนให้หมดได้แล้ว
เสียพลังงานบนโลกโดยเปล่าประโย
WarHammeR_TH Sun, 14/01/2018 - 01:08
เสียพลังงานบนโลกโดยเปล่าประโยชน์จริง ๆ
ถ้าแผน proof of stake
olan16 Sun, 14/01/2018 - 02:43
ถ้าแผน proof of stake ออกมาสำเร็จ ทั่วโลกจะเลิกใช้ระบบขุดเหมืองไปเอง เพราะ proof of stake ถูกออกแบบมาให้เป็นมิตรกับระบบ currency มากกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่า และลบจุดอ่อนหลายอย่างของ bitcoin เช่นเรื่อง scale ของการทำธุธกรรม
ถ้าวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ เหรียญต่างๆที่ยังเป็นระบบเก่าจะราคาตกอย่างรวดเร็วใน 1 ปี เพราะ demand ลดลง และนักขุดเหมืองจะเลิกไปเอง เพราะราคาลงมาต่ำกว่าจุดคุ้มทุนของการขุด
ดังนั้นถ้าใครบอกว่า ฟองสบู่ของ cryptocurrency ใกล้แตกคงไม่ถูกนัก เพราะจริงๆมันใกล้แตกแค่บางเหรียญ ไม่ใช่ทั้งหมด
ต้องยกเว้น bitcoin
kit74th Sun, 14/01/2018 - 06:36
In reply to ถ้าแผน proof of stake by olan16
ต้องยกเว้น bitcoin ไว้เหรียญนึงเพราะมีความเป็น original ซึ่งเหรียญอื่นไม่มี แล้วจริงๆเราก็ไม่ควรจะตกใจเรื่องโลกร้อนอะไรให้มากนักด้วยนะ เพราะหลังจากขุด bitcoin ครบ 21ล้าน ก็จะไม่ต้องขุดอีกต่อไปแล้วอีกไม่กี่ปีเอง แล้วมูลค่าของมันก็จะพุ่งแบบฉุดไม่อยู่เพราะความแรร์
คือ Bitcoin นี่ difficulty
benwrk Sun, 14/01/2018 - 06:47
In reply to ต้องยกเว้น bitcoin by kit74th
คือ Bitcoin นี่ difficulty มันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนะครับ พรุ่งนี้จะขุดได้เหรียญหนึ่งก็ต้องใช้พลังประมวลผลมากกว่าวันนี้ ซึ่งก็แปลว่าใช้พลังงานมากกว่าวันนี้
มันไม่ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
hisoft Sun, 14/01/2018 - 12:41
In reply to คือ Bitcoin นี่ difficulty by benwrk
มันไม่ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่เพิ่มจากพลังประมวลผลไม่ใช่เหรอครับ? ถ้าคนขุดลดลงเดี๋ยวมันก็ลดลง?
เพราะหลังจากขุด bitcoin ครบ
hisoft Sun, 14/01/2018 - 12:43
In reply to ต้องยกเว้น bitcoin by kit74th
ขุดยังไงมันก็ไม่ครบ?
ถ้ามูลค่ามันพุ่งจริงๆ ก็คงยังมีคนขุดต่อไป
เป็นการใช้พลังงานที่เปล่าประโ
zerocool Sun, 14/01/2018 - 03:05
เป็นการใช้พลังงานที่เปล่าประโยชน์จริง ๆ
+1 เอาพลังมาประมวลผลตัวเลข
sthepakul Sun, 14/01/2018 - 15:20
In reply to เป็นการใช้พลังงานที่เปล่าประโ by zerocool
+1 เอาพลังมาประมวลผลตัวเลข
การขุดมันมีประโยชน์กับคนที่ได
Hadakung Sun, 14/01/2018 - 06:45
การขุดมันมีประโยชน์กับคนที่ได้เงิน ก็เหมือนอุตสาหกรรมอื่นที่มีคนได้ประโยชน์ ซึ่งบางอุตสาหกรรมเป็นพิษมากๆ ไม่ใช่แค่ใช้ไฟก็ยังอยู่ได้เพราะคนบางส่วนมีประโยชน์กับมัน
ผมเห็นด้วยกับความเห็นนี้นะ
thanyadol Sun, 14/01/2018 - 09:41
In reply to การขุดมันมีประโยชน์กับคนที่ได by Hadakung
ผมเห็นด้วยกับความเห็นนี้นะ มันคือทุนนิยมปะครับ
ในไทยก็มีข่าวว่ามีห้างนึงใช้ไฟเท่าจังหวัดๆ นึง ผมก็ไม่เห็นว่าห้างนี้มันจะมีประโยชน์อะไร
แถมเทียบว่า ใช้ไฟเท่าจังหวัดนี้ทั้งจังหวัด เท่าประเทศนี้ทั้งประเทศ ก็ไม่ถูกมากนัก เพราะความเจริญมันยังเลื่อมลำ้กัน
เหมือนกับบอกว่าพวกเราใช้นำเปลืองมาก เท่าๆ แอฟฟริกาทั้งประเทศ ผมว่ามันเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นคุณค่า ดรามานิดหน่อย แต่ไม่มีนัยะสำคัญ
โดยปกติถ้าหากเป็นอุตสาหกรรมที
nrml Sun, 14/01/2018 - 09:39
In reply to การขุดมันมีประโยชน์กับคนที่ได by Hadakung
โดยปกติถ้าหากเป็นอุตสาหกรรมที่มีผลกระทบกับส่วนรวมมากๆ ก็มักจะมีมาตรการบางอย่างเพื่อเป็นการชดเชยแก่ชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็ต้องถามกลับว่าคนขุดให้อะไรคืนกลับแก่ส่วนรวมบ้าง
ถ้าเขาตังบริษัทก็ต้องมีมาตรกา
Hadakung Sun, 14/01/2018 - 10:40
In reply to โดยปกติถ้าหากเป็นอุตสาหกรรมที by nrml
ถ้าเขาตังบริษัทก็ต้องมีมาตรการทางภาษีแล้วการทำ CSR ตามรายได้อยู่แล้วครับ ถ้าอุตสาหกรรมอื่นไม่ทำอย่างถูกกฎหมายมันจะต่างกันตรงไหนละครับ?
ปล.กินไฟขนาดนั้นยังไงก็ต้องขอมิเตอร์โรงงานแล้วบุคคลธรรมดาไม่น่าจะขอได้อยู่แล้ว
ปล2. สุดท้ายแล้วถ้าไม่ทีกฎหมายก็ร่างเพิ่มทำให้ถูกต้องครับงั้นโลกก็ไม่พัฒนาเพราะกฎหมายตามไม่ทันไม่ได้นะครับ
จริงๆมันอยู่ที่มุมมองเลยนะครั
foizy Sun, 14/01/2018 - 20:39
In reply to การขุดมันมีประโยชน์กับคนที่ได by Hadakung
จริงๆมันอยู่ที่มุมมองเลยนะครับ
ส่วนตัวผมคิดว่าในโมเดลกิจการที่ใช้พลังงานใดๆในโลก เงินเป็นผลพลอยได้ (เพราะสิ่งใดสิ่งนึงมีประโยชน์/ตอบสนองโจทย์ทั่วไปมากพอ) คือมองว่ากิจการใดๆ ทำเพื่อ "สิ่งหนึ่งสิ่งใด" ที่มากกว่าเงิน โดยเฉพาะถ้ามองว่า การเอาพลังงาน ซึ่งเป็น limited resource เนี่ยไปใช้ในการทำสิ่งใดสิ่งนึง (นิวเคลียร์ก็จำกัดและมีต้นทุนพลังงานรวมก่อสร้างที่ ไม่ได้ถูกเลยนะ)
ผมมองว่าในหลายๆ Blockchain ผมว่ามันคุ้มกับการขุดนะ แต่ก็มีอีกหลายๆ Blockchain ที่เป็นการใช้พลังงานโดยเปล่าประโยชน์ (นอกจากในแง่ของการสร้างเม็ดเงิน) หรือใช้คำว่า ไม่คุ้มค่า ก็อาจจะได้ อย่าง BTC เนี่ยชัดเจนว่าแพงมาก
คิดเอาว่าตอนนี้ 12.5 BTC / Block
= 6925 x 12.5 = 865xx.xx USD
คิดที่ 1 block = 1 MBytes
ตกแล้ว ค่า confirm ไบต์ละ = 2.74801587 บาท
การพิสูจน์ว่าตัวอักษร a 1 ตัวถูกต้อง = 2.7 บาท นี่แพงนะครับ
ยิ่งถ้าคิดเป็นวัตต์ต่อตัวอักษรแล้วถ้าตีว่า ใช้ไฟ ไบต์ละเกือบ 0.5 หน่วย
ผมว่าเป็นอะไรที่ฟังดูสิ้นเปลืองมาก (นี่ขนาดคิดที่จีนนะ)
"สวัสดีครับ"
10 ตัวอักษร / 20 ไบต์ (16bit unicode)
ข้อความนี้ใน blockchain สามารถเปิด Server (1000W) ได้ 10 ชั่วโมงเลยนะ
หรือถ้าเอา transaction price เลยจริงๆคือ 250 ไบต์
(1ต้นทาง -> 2ปลายทาง)
1 คำสั่งโอนของ bitcoin เอามารันเซิร์ฟเวอร์กลางๆ ได้ครึ่งเดือนเลยนะ
ยกเคสห้าง -> ก็คือสถานที่รวม จับจ่ายใช้สอย recreation และอื่นๆ
แม้กระทั่งจะเทียบจากอุตสาหกรรมที่ผลิตมลภาวะสูงมาก ก็ยังมี by product ที่ใช้งานและอำนวยประโยชน์ได้
หรืออุตสาหกรรมผูกขาดที่รวยเฉพาะกลุ่ม ก็ยังผลิตของเพื่อให้คนบางกลุ่มได้อยู่ดี
มุมนี้คือจะสื่อว่า ผมมองว่า cost of 1 transaction ของ bitcoin แพงมาก เมื่อเทียบกับการ "ทำสิ่งเดียวกัน" ด้วยวิธีอื่นๆ (แต่สกุลอื่นๆหรือระบบอื่นๆ ก็พิจารณาเป็นระบบไปนะครับ)
ถ้าคนเราไว้ใจกัน
karyonix Sun, 14/01/2018 - 11:00
ถ้าคนเราไว้ใจกัน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ระบบที่่แพงๆ แค่ให้ใครสักคน ที่ทุกคนไว้ใจ เป็นผู้ดูแลฐานข้อมูลที่เป็นศูนย์กลาง เพียง 1 ชุด แล้วทุกคนเชื่อฐานข้อมูลนี้ มันก็มีจะต้นทุนที่ถูกมาก
แต่ระบบศูนย์กลาง มีปัญหาคือ ศูนย์กลางสามารถเอาเปรียบคนอื่นได้ รีดผลประโยชน์สู่ตัวเองสูงสุดได้ เลือกปฏิบัติได้ กีดกันคนที่ตัวเองไม่ชอบไม่ให้ทำธุรกรรมได้
คนที่เห็นปัญหา จึงสร้างระบบกระจายอำนาจขึ้นมา ซึ่งออกแบบให้อยู่ได้ในโลกที่มีคนไม่ซื่อสัตย์อยู่มาก จึงมีต้นทุนพลังงานแพงกว่า มันไม่ใช่การเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ มันเป็นวิธีหนึ่งในการแก้ปัญหาบางอย่างที่มีในระบบรวมศูนย์ที่อาศัยความไว้วางใจกัน
การป้องกันหรือแก้ปัญหาการทุจริตด้วยวิธีอื่นๆ ก็ต้องเสียพลังงาน, ทรัพยากร, แรงงาน เช่นกัน
ผมเห็นด้วยนะในเรื่องนี้
nrml Sun, 14/01/2018 - 11:13
In reply to ถ้าคนเราไว้ใจกัน by karyonix
ผมเห็นด้วยนะในเรื่องนี้ ถ้าตัดเรื่องการเก็งกำไรจากค่าเงินออก ตรงนี้มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากในแง่มุมของ blockchain
crytocurrency แค่ใช้เทคโนโลยี
tontpong Tue, 16/01/2018 - 18:27
In reply to ผมเห็นด้วยนะในเรื่องนี้ by nrml
crytocurrency แค่ใช้เทคโนโลยี blockchain, แต่ว่าจิงๆ แล้วมันไม่เกี่ยวอะไรกันรึป่าว?
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าด้านบนยกข
nrml Tue, 16/01/2018 - 19:25
In reply to crytocurrency แค่ใช้เทคโนโลยี by tontpong
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าด้านบนยกขึ้นมาเอ่ยถึงเรื่องนี้ มันเป็นไปในแง่มุมไหน แต่ผมอ้างถึงเฉพาะประโยชน์ของความเป็น decentralized ใน blockchain ครับ
ดีน่ะผมลงทุนกับกลุ่มด้วยพลังง
dekdroid Sun, 14/01/2018 - 19:43
ดีน่ะผมลงทุนกับกลุ่มที่ขุดด้วยพลังงานทางเลือก ลม แสงแดด และน้ำพุร้อนจากใต้พิภพ คงไม่มีพวกโลกสวย กลัวแสงแดงและลมหมดน่ะ 555+
แดงมันมีหมดอยู่แล้วครับแค่มนุ
Hadakung Sun, 14/01/2018 - 20:07
In reply to ดีน่ะผมลงทุนกับกลุ่มด้วยพลังง by dekdroid
แดดมันมีหมดอยู่แล้วครับแค่มนุษย์จะสูญพันธุ์ก่อนหรือเปล่า แต่ก็เคยมีชาวไร้ประท้วงนะครับว่าทำให้แล้งอันนั้นก็มั่วไปหน่อย
พลังงานทางเลือกพวกนั้นมันก็สา
McKay Sun, 14/01/2018 - 19:56
In reply to ดีน่ะผมลงทุนกับกลุ่มด้วยพลังง by dekdroid
พลังงานทางเลือกพวกนั้นมันก็สามารถนำไปลดการใช้พลังงานหลักได้นี่ครับ ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหน?
ผมลงทุนกับพวกที่มันไปขุด
dekdroid Sun, 14/01/2018 - 21:14
In reply to พลังงานทางเลือกพวกนั้นมันก็สา by McKay
ผมลงทุนกับพวกที่มันไปขุด อยู่ตรงโรงผลิตพลังงานทางเลือกเลยครับ ตรงมันเหลือจากที่รัฐบาลซื้อ เพราะเขาไมไ่ด้ซื้อหมด เขาซื้อเฉพาะที่มีดีมานด์ ที่เหลือมันปล่อยทิ้ง พวกนี้ก็เลยไปตั้งเหมืองขุดข้างๆเลย รับซื้อพลังงานถูกๆ น่าจะราวๆ 0.003 ต่อกิโลวัตต์เอง ดีกว่าปล่อยทิ้ง มันต่างกันตรงนี้แหละครับ...
มองว่าเป็นการใช้พลังงานอย่างเ
iStyle Sun, 14/01/2018 - 23:14
มองว่าเป็นการใช้พลังงานอย่างเปล่าประโยชน์ก็ได้นะ แต่มองว่าการผลิตแบงค์และเหรียญนี่ก็เปลืองทรัพยากรณ์และพลังงานในการผลิตก็ได้เหมือนกัน เสียไปเปล่าๆ เหมือนกันด้วย
ประเด็นมันอยู่ที่ว่ามันใช้มาก
hisoft Sun, 14/01/2018 - 23:43
In reply to มองว่าเป็นการใช้พลังงานอย่างเ by iStyle
ประเด็นมันอยู่ที่ว่ามันใช้มากเกินไปน่ะครับ คือกการผลิตธนบัตรและเหรียญนี่รู้กันอยู่ว่าเปลืองเราถึงพยายามทำ cashless กัน แต่ด้วยระบบ proof-of-work ตอนนี้มันทำให้เกินการใช้พลังงานมากกว่าปกติเกินไปมาก
จริงๆ แบงค์กับเหรียญ
foizy Mon, 15/01/2018 - 10:10
In reply to มองว่าเป็นการใช้พลังงานอย่างเ by iStyle
จริงๆ แบงค์กับเหรียญ มันต่างกันตรงที่
ในแบงค์แต่ละใบ เหรียญแต่ละเหรียญที่ผลิตออกมา อายุการใช้งานอาจจะเกินหลักหลายร้อยหลายพัน
แปลว่า แบงก์ 100 1 ใบ ... ถ้าถูกเอาไปใช้งาน มันจะหมุนเวียนมูลค่าได้เป็นหมื่น (ซื้อหรือทอนก็ช่าง)
แต่ cryptocurrency จะเกิด transaction ใหม่ต้องจ่ายค่าไฟอีกทุกครั้งไปนะครับ
อ่านเผินๆ .. นึกว่าแก๊งวาย
tontpong Tue, 16/01/2018 - 18:25
อ่านเผินๆ .. นึกว่าแก๊งวายร้ายรวมตัวกันทำเหมืองเพื่อเอาไว้สุ้กับซุปเปอร์แมน ?