สิ่งที่กระทรวงไอซีทีถูกถามเรื่อยมาในการแจกแท็บเล็ตคือจะทำอย่างไรหากเด็กนำไปใช้เข้าเว็บไม่เหมาะสม วันนี้ก็มีการให้ข่าวจากที่ปรึกษารัฐมนตรี ว่าได้เลือก SAP เข้ามาทำโปรแกรมควบคุมเว็บ
โครงการนี้มีมูลค่า 120 ล้านบาท จะบันทึกว่าเด็กเข้าเว็บอะไรบ้าง และจำกัดสิทธิการเข้าถึงเว็บไว้ในตัว โดยมูลค่าโครงการจะรวมถึงค่าติดตั้งเครื่องทั้งหนึ่งล้านเครื่อง (ข่าวระบุว่ามี 9 ฟีเจอร์แต่ไม่ระบุว่ามีอะไรบ้าง)
ข่าวไม่มีข้อมูลว่าค่าบำรุงรักษาปีละเท่าไหร่ กับค่าไลเซนส์ซื้อเพิ่มเติมจะคิดเครื่องละกี่บาท
ที่มา - DailyNews
วันนี้มีรายงานจาก @jedsingha และ @nopash ว่าเว็บ th.asiaonline.com ที่รัฐบาลว่าจ้างให้แปลวิกิพีเดียด้วยงบประมาณ 10.7 ล้านบาท ได้ปิดตัวลงไปแล้ว จนตอนนี้ที่ผมตรวจดูก็ยังพบว่าเว็บยังปิดตัวอยู่ ยังไม่มีรายงานยืนยันว่าตัวเว็บไซต์หยุดให้บริการไปตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำไมจึงปิดตัวไป
เว็บ Asia Online เว็บที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในตอนนั้นทำโครงการนี้โดยอาศัยซอฟต์แวร์แปลภาษาแบบสถิติ โดยแปลไปทั้งหมด 30 ล้านบทความ
สำหรับความเห็นเดิมใน Blognone สามารถอ่านได้ในฟอรั่ม
จากข่าวเก่า นักศึกษาในโครงการ DreamSpark Premium ดาวน์โหลด Windows 8 ได้ 25 สิงหาคมนี้ วันนี้เพิ่งจะวันที่ 23 สิงหาคม แต่ทางไมโครซอฟท์ก็ได้ปล่อย Windows 8 ให้กับนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นสมาชิก DreamSpark Premium ได้ดาวน์โหลดมาติดตั้งแล้วครับ โดยรุ่นที่ได้จะเป็น Windows 8 Professional
สำหรับผู้ที่สงสัยว่าสามารถนำ product key ที่ได้ ไป activate กับ Windows 8 Enterprise Evaluation ที่ไมโครซอฟต์ได้เปิดให้ดาวน์โหลดไปทดลองใช้ได้ 90 วันได้หรือไม่ ผมลองนำรหัสที่ได้จาก DreamSpark ไป activate แล้ว ปรากฎว่า... ไม่ผ่านครับ ต้องติดตั้งใหม่สถานเดียว
ใครที่รอคอยกันอยู่ และมีบัญชี DreamSpark Premium ก็ไปดาวน์โหลดกันได้ครับ
ที่มา: ITKMITL Software Center
บริการ Google Apps ในประเทศไทยพยายามอย่างมากที่จะบุกตลาดการศึกษา แบบเดียวกับที่ไมโครซอฟท์พยายามเพิ่มเทคโนโลยีของตัวเองเข้าไปในหลักสูตร ก่อนหน้านี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เปลี่ยนไปใช้งาน Google Apps for Education เป็นที่แรกด้วยจำนวนคนถึงหกหมื่นคน ตอนนี้สถานศึกษาแห่งที่สองที่กูเกิลประกาศเป็นทางการคือคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นอกจากจะเริ่มใช้ Google Apps ในคณะแล้ว ทางคณะยังสร้างบัญชี Google+ เป็น +CBS Chula มาพร้อมกัน
ที่มา - +Google Thailand
ถึงแม้ไมโครซอฟท์จะบอกชัดเจนว่าก่อนที่บริษัทจะเปิดตัว Windows 8 อย่างเป็นทางการในวันที่ 26 ต.ค. นี้ใครจะสามารถซื้อหรือดาวน์โหลด Windows ตัวล่าสุดได้บ้าง (อาทิ สมาชิก MSDN/TechNet) แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าสมาชิก DreamSpark สำหรับสถาบันการศึกษานั้นจะดาวน์โหลด Windows 8 ได้ในวันใด
ล่าสุดบล็อก Microsoft UK Faculty Connection Blog ได้เปิดเผยว่า สมาชิก DreamSpark Premium จะสามารถดาวน์โหลด Windows 8 ได้ในวันดังนี้
- 15 ส.ค. เป็นต้นไป เปิดให้สมาชิก DreamSpark Premium ประเภทผู้ดูแลระบบดาวน์โหลด
- 25-31 ส.ค. เป็นต้นไป เปิดให้สมาชิก DreamSpark Premium ประเภทนักศึกษาดาวน์โหลดผ่าน ELMS
ไม่รู้ว่าสมาชิก DreamSpark ในประเทศ/ภูมิภาคอื่นจะสามารถดาวน์โหลด Windows 8 ได้ในวันดังกล่าวหรือไม่ นักศึกษาท่านใดที่อยู่ในสถาบันการศึกษาที่เป็นสมาชิก DreamSpark ก็ลองเข้าไปดาวน์โหลดในช่วงวันดังกล่าวก็แล้วกัน
โครงการ OLPC ต้นกำเนิด "แล็ปท็อปเพื่อการศึกษา" ดูจะเงียบๆ ไปในช่วงหลัง ข่าวคราวล่าสุดต้องย้อนไปช่วงต้นปีกับการเปิดตัวแท็บเล็ต XO-3 ที่งาน CES 2012 (อีกข่าว ทดลองจับ OLPC XO-3 แท็บเล็ตร้อยเหรียญตัวล่าสุด)
ล่าสุดบล็อกของโครงการ OLPC ประกาศว่าเซ็นสัญญากับบริษัทจอภาพของสวีเดนชื่อ Neonode เพื่อนำจอมาใช้ใน XO Touch อุปกรณ์ตัวใหม่ที่เป็นลูกผสมระหว่างโน้ตบุ๊กกับแท็บเล็ต
OLPC ให้ข้อมูลว่า XO Touch จะใช้จอภาพขนาด 7.5" ตัวเดียวกับใน XO รุ่นแรกที่เด่นตรงการแสดงผลกลางแจ้ง มาผสมกับเทคโนโลยีมัลติทัชของ Neonode ที่เน้นการประหยัดพลังงาน
ตอนนี้ยังมีข้อมูลของ XO Touch แค่นี้ ส่วน XO-3 ก็ยังเงียบหายไปเช่นเดิม
ที่มา - OLPC Blog via The Register
ปัญหาของโครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษายังไม่จบง่ายๆ เมื่อกระทรวงศึกษาธิการต้องประกาศเลื่อนการแจกแท็บเล็ตล็อตแรก 45,000 เครื่องออกไปอย่างไม่มีกำหนด หลังตัวแทนของกระทรวงไอซีทีไปสุ่มตรวจแล้วพบเครื่องเสียมากกว่าข้อตกลงที่กำหนดคือ 7 เครื่อง (จากการสุ่มตรวจ 500 เครื่อง)
ตามข่าวบอกว่าอาการที่มีปัญหามีหลายอย่าง เช่น ระบบสัมผัสทำงานช้า หน้าจอติดๆ ดับๆ
ขั้นตอนต่อไปคือต้องรอให้บริษัทเสิ่นเจิ้นสโคป ส่งแท็บเล็ตมาใหม่ให้ครบตามจำนวนที่ต้องสุ่มตรวจ เดิมทีกระทรวงศึกษาธิการเตรียมส่งแท็บเล็ตล็อตแรกให้เขตการศึกษาบางพื้นที่ในวันนี้ (16 ก.ค.)
บิลล์ เกตส์ให้สัมภาษณ์เว็บ The Chronicle of Higher Education เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา โดยสัมภาษณ์ถึงหลายประเด็น ตั้งแต่การเรียนทางไกลที่อาจจะนำมาใช้ผสมกับการเรียนแบบตัวต่อตัว แต่ประเด็นที่น่าจะเป็นที่สนใจมากที่สุดคือคำถามว่า การใช้แท็บเล็ตจะทำให้การศึกษาเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่
เกตส์ระบุว่าที่ผ่านมาแท็บเล็ตมีประวัติที่แย่มากหากเป็นเพียงการแจกตัวเครื่องอย่างเดียว จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงทั้งตัวหลักสูตรและครูไปพร้อมกัน และยังระบุว่าอุปกรณ์ที่ไม่มีคีย์บอร์ดนั้นไม่เหมาะสำหรับการศึกษาเพราะการเรียนไม่ใช่แค่การอ่าน แต่ยังเป็นการสื่อสารที่ต้องการการโต้ตอบ และพีซีราคาถูกนั้นให้การโต้ตอบที่ดีกว่า
เกตส์ยังระบุว่าตัวอุปกรณ์ไม่ใช่ข้อจำกัดในปัจจุบัน ถ้าเราสามารถปรับปรุงหลักสูตรให้ดีขึ้นและสามารถสร้างระบบและนโยบายเพื่อการเข้าถึงหลักสูตรเหล่านั้นได้ ตัวอุปกรณ์นั้นจะเป็นคอมพิวเตอร์ให้ยืมจากห้องสมุดก็สามารถใช้งานได้
ค่ายเกมดังอย่าง Valve เปิดตัวโครงการ Steam for Schools ส่งเสริมการเรียนการสอนผ่านการเล่นเกมและการออกแบบด่านในเกม
เบื้องต้น Valve นำเสนอเกม Portal 2 พร้อมตัวสร้างปริศนา Puzzle Maker เวอร์ชันการศึกษา เพื่อให้โรงเรียนต่างๆ นำไปสอนนักเรียนออกแบบด่านและแก้ปริศนาในเกม ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะด้านการแก้ปัญหา คณิตศาสตร์ และฟิสิกส์ได้อย่างน่าสนใจ โครงการทั้งหมดฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ตัวอย่างการใช้งานดูจากวิดีโอท้ายข่าว
Valve ระบุว่าอยากให้ครูทั่วโลกนำเกม Portal 2 ไปใช้กับโรงเรียน ดังนั้นถ้าครูไทยท่านใดสนใจก็เข้าไปสมัครร่วมโครงการที่ Teach with Portals
ที่มา - VentureBeat
ความคืบหน้าของโครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาหรือ OTPC ครับ หลังจากบริษัทสโคปส่งแท็บเล็ตล็อตแรก 2,000 เครื่องมาตั้งแต่เดือนก่อน ทางคณะกรรมการของกระทรวงไอซีทีก็ดำเนินการตรวจรับตามระเบียบราชการ แต่เจอปัญหาเอกสารเลยล่าช้ามาเรื่อยๆ จนเสร็จเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา
ผลการตรวจรับของคณะกรรมการบอกว่าสเปกที่กำหนดในราคาเครื่องละ 82 ดอลลาร์ถือว่าดีมาก แต่ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องซอฟต์แวร์ เพราะซอฟต์แวร์เพื่อการศึกษาเขียนเพื่อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเป็นหลัก เมื่อนำมาแปลงให้ทำงานบนแท็บเล็ตได้จึงออกมาไม่ดีนัก โดยปีหน้าจะมีโครงการให้ครูแข่งขันพัฒนาซอฟต์แวร์การเรียนการสอนต่อไป
เนื่องจากกระทรวงไอซีทีตรวจรับช้า ทำให้ต้องขยายสัญญาการผลิตให้บริษัทสโคป ว่าต้องส่งเครื่องทั้งหมด 400,000 เครื่องในวันที่ 3 ส.ค. นี้ (ขยายอีก 25 วัน)
ที่มา - ไทยรัฐ
การเขียนโปรแกรมแบบลาก-วาง (drag and drop) นั้นมีมานานแล้วแต่รอบนี้กูเกิลออกมาทำเองเลยเป็นข่าวใหญ่สักหน่อย โดย Google Blockly เป็นภาษาเขียนโปรแกรมค่อนข้างเต้มรูปแบบ แต่ทำงานที่ทำงานบนเว็บได้ทั้งหมด โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเลยแม้แต่บรรทัดเดียว
ระบบพัฒนารูปแบบคล้ายๆ กันนี้เราคงเคยเห็นใน App Inventor กันมาก่อนแล้ว แต่ Blockly ทำงานบนเว็บจริงๆ โดยไม่ต้องใช้แอ็บเพล็ต เทคโนโลยีทั้งหมดเป็น SVG และจาวาสคริปต์ แถมยังแปลงโค้ดเป็น Dart และ Python ได้ด้วย
โรงเรียนไหนคิดไม่ออกว่าจะเอาแท็บเล็ตไปทำอะไร ติดต่อกูเกิลหรือคนแถวนี้ให้แปลง Blockly ใส่แท็บเล็ตแล้วปล่อยให้เด็กเขียนโปรแกรมแข่งกันได้เป็นอย่างแรก ส่วนผู้ใหญ่ ใครแก้ข้อนี้ได้สั้นกว่ากันเอามาโชว์กันในข่าวนี้ได้
ที่มา - Google Code
ในที่สุดโครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษา (OTPC) ที่เราติดตามกันมานานก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพราะวันนี้ (7 มิ.ย.) ช่วงบ่ายที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "แท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย (OTPC)" และทำพิธีมอบแท็บเล็ตชุดแรก 1,000 เครื่องให้ตัวแทนเด็กนักเรียนไทย 4 ภาคไปเรียบร้อย
งานวันนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการนำแท็บเล็ตมาใช้กับการศึกษาของบ้านเราเท่านั้น จากนี้ไปเราต้องช่วยกันติดตามความคืบหน้าและผลลัพธ์ของโครงการในประเด็นต่างๆ เช่น ความเหมาะสม ประสิทธิภาพ ความโปร่งใส ฯลฯ กันต่อไปครับ
ผมคิดว่าโครงการ OTPC นี้ยังเป็นโอกาสทองของผู้พัฒนาแอพและคอนเทนต์ด้านการศึกษาของไทย ที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงธุรกิจมาตอบสนองตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่มากๆ นี้ด้วย อันนี้ขึ้นอยู่กับฝีมือและไอเดีย เพราะโอกาสเปิดกว้างแล้ว
กลายเป็นเรื่องขึ้นมาทันที เมื่อแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กชั้น ป.1 ล็อตแรกจำนวน 2,000 เครื่อง ไม่ตรงตามสเปกที่กำหนดไว้ในสัญญา
จุดที่เป็นปัญหาคือปลั๊กของแท็บเล็ตที่กำหนดไว้ในเอกสาร TOR ว่าต้องเป็นปลั๊ก 3 ขาพร้อมสายดิน แต่ของล็อตแรกที่มากลับเป็นปลั๊ก 2 ขาไม่มีสายดิน นอกจากนี้ยังมีปัญหาว่าแท็บเล็ตล็อตนี้ไม่ผ่านการรับรองจากกูเกิล (Google Certification) ทำให้ไม่สามารถติดตั้งแอพของกูเกิลรวมถึง Google Play ได้ในอนาคต
ขั้นต่อไปต้องรอดูกันว่าคณะกรรมการตรวจรับแท็บเล็ตล็อตนี้จะพิจารณาอย่างไร ทางเลือกที่เป็นไปได้คือสั่งให้บริษัทสโคปผลิตมาใหม่ (แก้ปัญหาเรื่องปลั๊ก ส่วนเรื่องกูเกิลยังไม่มีข้อมูล) หรือกระทรวงไอซีทีแก้ TOR โดยกำหนดเงื่อนไขว่าถ้าแท็บเล็ตมีปัญหาจะได้เงินประกันเครื่องละ 200,000 บาทแทน
ที่มา - ไทยรัฐ
โครงการแท็บเล็ตของรัฐบาลกำลังเป็นที่จับตามอง คำถามหนึ่งที่ถูกถามกันอย่างมากคือซอฟต์แวร์เนื้อหาภายในว่าจะเป็นเนื้อหาแบบใดบ้าง โดยตอนนี้เองมีตัวอย่างเนื้อหาที่ dekthai.net หลายคนวิจารณ์ว่าดีหรือไม่ดีต่างกันไป แต่ที่สงสัยเหมือนกันทุกคนคือทำไมจึงไม่มีข่าวเกี่ยวกับเนื้อหาออกมาก่อนหน้านี้ และตัวซอฟต์แวร์นั้นใช้งบประมาณส่วนไหนเป็นเงินเท่าใด ในข่าวก่อนหน้านี้ตอนที่เครื่องแท็บเล็ตส่งเข้ามายังเมืองไทยก็ปรากฏชื่อของคุณพิพัฒน์ วัฒนศาสตร์ ว่าเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ชุดนี้ ทาง Blognone จึงติดต่อขอสัมภาษณ์คุณพิพัฒน์มาในวันนี้
Eric Schmidt ไปพูดที่งานของกูเกิลในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ลอนดอน แสดงความผิดหวังในกระบวนการศึกษาด้านไอทีของอังกฤษว่าอยู่ในระดับ "น่าเศร้า" หลังจากนั้นจึงประกาศสนับสนุนทางการเงินให้กับ Tech First องค์กรที่ช่วยฝึกอบรม 6 สัปดาห์ให้กับครู โดยใช้คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กในกลุ่ม Raspberry Pi หรือ Arduino
โครงการช่วงแรกจะฝึกครูมากกว่า 100 คน เน้นที่จบจากสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ เพื่อให้ออกไปสอนนักเรียนใน 7 เขตของอังกฤษ คาดว่าจะมีนักเรียนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ 20,000 คน โดยจะใช้ Raspberry Pi เป็นอุปกรณ์การสอน
นอกจากนี้แล้ว กูเกิลยังให้ทุนสนับสนุนทางพิพิธภัณฑ์เปิดห้องแสดงใหม่ ในหัวข้อการสื่อสารในยุคใหม่
ในความเห็นของผมคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กทุกวันนี้ราคาแค่สองพันบาท รวมๆ กับจอคอมพิวเตอร์สักจอ คีย์บอร์ด และเมาส์ใช้แล้วก็เพียงพอต่อการใช้งาน น่าจะมีสักองค์กรที่สนับสนุนการเปิดห้องคอมพิวเตอร์ให้คนทั่วไปได้เล่นกันง่ายขึ้นในไทยได้เหมือนกัน
ที่มา - BBC
นอกจากตลาดองค์กรแล้ว อีกตลาดหนึ่งที่กูเกิลพยายามบุกมาอย่างต่อเนื่อง คือ ตลาดการศึกษาที่กูเกิลเสนอให้หน่วยงานการศึกษาต่างๆ สามารถใช้ระบบเมลของ Google Apps for Education ได้ฟรี ในวันนี้ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นก็เริ่มย้ายระบบเมลของผู้ใช้ทั้งหมดนับแต่บุคลากร, นักศึกษา, และศิษย์เก่า มาใช้ Google Apps for Education ทั้งหมด
มหาวิทยาลัยขอนแก่นนับเป็นมหาวิทยาลัยแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เลือกย้ายระบบเมลไปใช้งาน Google Apps
ปี 2011 ที่ผ่านมามีผู้ใช้ในโครงการ Google Apps for Education แล้ว 16 ล้านคนจากสถาบันการศึกษาใน 146 ประเทศ
ใช้งานแบบนี้ไม่แน่ใจว่าหน่วยงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยจะเลิกต้องส่งไฟล์เป็น "ไฟล์ MS Word 97 ใช้ฟอนต์ Angsana ขนาด 14 เท่านั้น" เหมือนในหลายหน่วยงานหรือเปล่า
ที่มา - Google Thailand
So.cl เครือข่ายสังคมที่พัฒนาโดย Microsoft Network (รายละเอียดอ่านในข่าวเก่า) เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว
ไมโครซอฟท์อธิบายว่า So.cl เป็นโครงการ "ทดลอง" โดยเน้นไปที่การค้นหาสิ่งที่น่าสนใจใหม่ๆ และเน้นเป้าไปที่นักเรียนนักศึกษาที่เข้ามาแชร์ข้อมูลความรู้กัน
เท่าที่ผมลองเล่นดู แกนหลักของ So.cl คือการแชร์ "ผลการค้นหา" (จาก Bing) ไปยังเพื่อนๆ ของเรามากกว่า แต่ก็มีฟีเจอร์อื่นๆ เช่น การโพสต์ข้อมูลทั่วไป หรือ การดูวิดีโอร่วมกับเพื่อนๆ (แบบเดียวกับ Google+) ด้วย
คนที่สนใจทดสอบก็เข้าไปเล่นกันได้ตามลิงก์แรก สามารถล็อกอินด้วย Facebook Account หรือ Windows Live ก็ได้ครับ
ที่มา - CNET
การกระตุ้นตลาดแท็บเล็ตด้วยแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาของรัฐบาล เริ่มแสดงผลสะเทือนไปยังผู้ขายฮาร์ดแวร์ของไทย โดยผู้ผลิตมือถือที่เราคุ้นชื่อกันอย่าง G-NET กำลังจะฉวยโอกาสเกาะกระแสแท็บเล็ตบูม โดยวางขายแท็บเล็ตราคาถูกสำหรับเด็ก เจาะตลาดเด็ก ป.2-6 ที่ไม่ได้รับแจกแท็บเล็ต
นายฑัศ เชาวนเสถียร ประธานกรรมการของ G-NET ให้สัมภาษณ์ว่าเมื่อเด็ก ป.1 ได้แท็บเล็ต ก็น่าจะทำให้เด็ก ป.2-6 รบเร้าให้ผู้ปกครองซื้อแท็บเล็ตให้บ้าง ซึ่ง G-NET มีผลิตภัณฑ์แท็บเล็ตขนาด 7" ชื่อ "ไอคิว จูเนียร์" เตรียมไว้รอแล้ว โดยตั้งราคาที่ 2,990 บาท และเตรียมวางขายผ่านคุรุสภากับศึกษาภัณฑ์
แท็บเล็ตรุ่นนี้ใช้ซีพียู 1.2GHz, Wi-Fi, แบตเตอรี่ใช้ดูวิดีโอต่อเนื่องได้ 7 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังจะเปิดตัวแท็บเล็ตสำหรับตลาดทั่วไปอีก 16 รุ่นภายในไตรมาสที่สองของปีนี้
ที่มา - ไทยรัฐออนไลน์
ก่อนหน้านี้เราเคยได้เห็นวิดีโอสาธิตซอฟต์แวร์บนแท็บเล็ตที่จะแจกไปสู่นักเรียนชั้นป.1 กันแล้ว เรารู้กันว่าซอฟต์แวร์นั้นเป็น Flash ที่ทำสำหรับเว็บแต่นำไปแพ็กเป็น .apk สำหรับติดตั้งบนแอนดรอยด์แต่ก็ยังไม่มีตัวซอฟต์แวร์ออกมาให้เล่นจริง จนวันนี้ทาง SIPA ก็นำซอฟต์แวร์ออกมาเปิดให้ใช้งานบนเว็บเพื่อให้ช่วยกันตรวจสอบว่าเนื้อหามีปัญหาตรงไหนบ้างที่ dekthai.net
เนื้อหาในตอนนี้ยังไม่ครบถ้วน มีแค่ส่วน e-Learning เท่านั้นแต่บทต่างๆ ก็เยอะพอสมควรแล้ว ก็ช่วยกันเข้าไปตรวจสอบและหากพบที่ผิดตรงไหนก็สามารถเข้าไปช่วยกันแจ้งแก้ไขได้ในฟอรั่ม
ที่มา - @sresuda
เนื่องจากปัจจุบันกระแสการใช้ Facebook ในหมู่นักเรียนมากขึ้น และ Facebook ก็มีส่วนช่วยในการทำการบ้าน, ถามข้อสงสัย และวางแผนในการทำกิจกรรมต่าง ๆ Facebook ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ จึงทำการเปิดตัว groups for schools เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น
โดยทาง Facebook จะให้พื้นที่ในการแชร์ต่อไฟล์หนึ่งจำนวน 25 MB ซึ่งสามารถแชร์ได้ทั้งรูปภาพ เอกสารต่าง ๆ ผ่าน Facebook รวมทั้งสามารถตั้งกลุ่มย่อย ๆ ได้อีกด้วย แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องยืนยันผ่านอีเมลที่มีโดเมน .edu Facebook จึงจะอนุญาตให้ทำกลุ่มนี้ได้
และทุกข้อมูลที่ได้โพสไว้ใน wall ของกลุ่มนี้ จะต้องเปิดให้ทุกคนสามารถเข้าสู่เนื้อหาได้ ซึ่งนี้ถือว่าเป็นการช่วยเผยแพร่ความรู้สู่ทุกคนด้วย
บริการนี้ยังจำกัดอยู่ที่สหรัฐฯ แต่ถ้าใครสนใจ ติดตามได้ที่ Facebook Groups
ที่มา : Engadget
ปล. คงจะไม่เกิดประเด็นดราม่า "เรื่องนี้ต้องถึงครูอังคณาแน่"










