หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal อ้างคำพูดของ Chris Palma ผู้บริหารของกูเกิลว่า กูเกิลกำลังจะเปิดร้านขายหนังสือออนไลน์ของตัวเอง ในชื่อ Google Editions ในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคม
ร้านขายหนังสือนี้จะกลายมาเป็นคู่แข่งของ iBookstore ของแอปเปิล และ Kindle Store ของ Amazon แต่กูเกิลจะพยายามสร้างความแตกต่างโดยเปิดกว้างให้อุปกรณ์จำนวนมากเข้าถึงหนังสือของตัวเองได้ ต่างจากคู่แข่งที่ล็อคติดกับอุปกรณ์บางชนิดเท่านั้น
กูเกิลยังบอกว่าลูกค้าของ Google Editions สามารถอ่านหนังสือได้จากหน้าเว็บเบราว์เซอร์ได้เลย (คงใช้ระบบเดียวกับ Google Books ในปัจจุบัน)
ที่มา - Wall Street Journal
บทความพิเศษโดย ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ต้นฉบับอยู่ที่ Viewpoints for Thailand ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนให้เผยแพร่ต่อ โดยมีการดัดแปลงรูปแบบนำเสนอเล็กน้อยครับ
หลังจาก แอปเปิลให้ผ่าน Kindle App for iPad ทำให้ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของ iPad ในช่วงวางขายวันแรก ไปอยู่ที่ศึกโปรแกรมอ่านอีบุ๊ก ระหว่าง iBooks ของแอปเปิล กับ Kindle for iPad ทันที
เว็บไซต์ ReadWriteWeb ได้เปรียบเทียบโปรแกรมทั้งสองตัว รวมถึงร้านขายหนังสือจากทั้งคู่ด้วย
ข่าวสั้นครับ เมื่อวานนี้อเมซอนได้ปล่อย Kindle เวอรชั่น 2.0 โปรแกรมอ่านอีบุ๊กสำหรับไอโฟน ไอพอดทัช และล่าสุดกับไอแพดแล้ว โดยฟีเจอร์เฉพาะไอแพดก็มีทั้งแอนิเมชั่นขณะพลิกหน้าหนังสือ รวมถึงรองรับการ scroll และการซูม และสามารถปรับความสว่างหน้าจอได้ด้วย
ใครสนใจก็เชิญดาวน์โหลดได้ฟรีผ่าน App Store
เว็บไซต์ App Advice ได้เปิดเผยภาพหน้าจอของ iBooks Store ร้านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์บน iPad ซึ่งแสดงราคาของหนังสือที่อยู่ใน Top 10 ไว้ที่ 9.99 ดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีบางเล่มตั้งราคาไว้ที่ 12.99 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาสูงสุดเท่าที่มีข้อมูล
ก่อนหน้านี้เราเคยได้ยินข่าวว่า iBooks Store มีนโยบายให้สำนักพิมพ์ตั้งราคาได้อิสระ ต่างจาก Kindle Store ของ Amazon ที่ตั้งราคา 9.99 ดอลลาร์ทุกเล่ม ส่งผลให้เกิดวิวาทะระหว่าง Amazon กับสำนักพิมพ์ Macmilan, Amzon ยอม Macmilan และสำนักพิมพ์อื่นเริมทำตาม Macmilan
ถ้าตัวเลข 9.99 ดอลลาร์ของ iBooks Store เป็นความจริง อาจแปลว่า สำนักพิมพ์ (หรือแอปเปิล?) พบว่าราคา 9.99 ดอลลาร์เป็นราคาที่เหมาะสม แต่ในมุมกลับ Amazon ก็เหนื่อยเพิ่มขึ้นเพราะไม่มีข้อได้เปรียบด้านราคาเช่นกัน
ที่มา - App Advice
ในเมื่อคู่แข่งอย่าง Amazon มีท่าทีดูเหมือนจะเป็นศัตรูกับ iPad ไปเสียแล้ว Barnes & Noble นั้นจึงได้คิดจะลุยตลาด iPad ร่วมไปกับเครื่องอ่าน eBook ที่ชื่อ nook ของตน (ที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเมื่อเทียบกับ Kindle) แล้วครับ
Barnes & Noble ได้เปิดเผยออกมาว่าจะมีการผลิตโปรแกรมอ่าน E-Book สำหรับ iPad โดยเฉพาะ โปรแกรมนี้นั้นจะสามารถอ่านหนังสือและนิตยสารที่อยู่ในร้านหนังสือออนไลน์ eBookstore ของ Barnes & Noble ที่ในปัจจุบันมีกว่าหนึ่งล้านเล่มได้เหมือนโปรแกรมที่มีอยู่แล้วบนวินโดวส์ แมค และไอโฟน สำหรับโปรแกรมดังกล่าวนี้ B&N จะเปิดตัวพร้อมกับเวลาที่ iPad ออกจำหน่ายในตลาดจริงๆ ซึ่งก็น่าจะเป็นช่วงต้นเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ครับ
ที่มา: nook & BN eReader Blog
สงครามหนังสือพิมพ์-นิตยสารบนเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เริ่มร้อนแรงขึ้น เมื่อโซนี่ประกาศว่า เจ้าของ Sony Reader สามารถซื้อหนังสือพิมพ์และนิตยสารชื่อดังของสหรัฐได้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ใน Reader Store มีหนังสือพิมพ์และนิตยสารชื่อดังประมาณ 5-6 หัว แต่ตอนนี้ขยายเป็น 20 และกำลังจะตามมาอีกไม่น้อย รายชื่อหนังสือดูได้ด้านใน
สำนักพิมพ์ Condé Nast เจ้าของนิตยสารชื่อดังหลายฉบับในสหรัฐ เตรียมวางขายนิตยสารฉบับอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ iPad ในเร็วๆ นี้
นิตยสารฉบับแรกที่จะขายบน iPad คือ GQ ฉบับเดือนเมษายน (GQ มีฉบับ iPhone อยู่แล้ว - ข่าวเก่า) และจะตามมาด้วย Wired กับ Vanity Fair ฉบับเดือนมิถุนายน อีกสองฉบับคือ The New Yorker กับ Glamour นั้นมีแผนจะขายบน iPad แต่ยังไม่ระบุช่วงเวลาที่แน่ชัด
ในช่วงแรกนี้ Condé Nast จะทดลองรูปแบบที่เป็นไปได้บนนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การตั้งราคา โฆษณา การแปลงฟอร์แมตจากกระดาษมาเป็นดิจิทัล ฯลฯ เพื่อดูเสียงตอบรับจากผู้บริโภค ก่อนจะมาสรุปอีกครั้งในช่วงปลายปีว่าจะมุ่งไปในทิศทางใดดี
ถ้าเป็นนิตยสารเมืองไทย อยากเห็นเล่มไหนในฉบับแท็บเล็ตกันบ้างครับ?
ที่มา - The New York Times
ตลาด e-Book อาจเป็นของยอดฮิตประจำปีนี้ เพราะนินเทนโดประกาศว่า Nintendo DSi XL (ชื่อในญี่ปุ่นคือ DSi LL) ซึ่งจะขายในสหรัฐเดือนมีนาคมนี้ จะสามารถอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วย
นินเทนโดจะขาย "หนังสือคลาสสิก" จำนวน 100 เรื่องในวันที่ 14 มิถุนายน โดยตั้งราคาที่ 19.99 ดอลลาร์ต่อทั้งชุด ตอนนี้ยังไม่มีรายชื่อหนังสือทั้ง 100 เรื่อง แต่ตามข่าวบอกว่ามีทั้งหนังสือของ Shakespeare และ Mark Twain ผู้อ่านสามารถปรับขนาดตัวอักษรได้ตามต้องการ
นินเทนโดบอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะลุยตลาด e-Book เท่าไรนัก แต่มันช่วยให้การเล่น DSi นั้นสนุกมากขึ้น
ที่มา - Bloomberg
ผมชอบอ่านหนังสือ จำได้ว่าเมื่อตอนวัยรุ่นสมัยเรียนมัธยมผมจะพกหนังสือติดตัวตลอดและอ่านทุกครั้งที่มีเวลาว่าง (ซึ่งมีเหลือเฟือเมื่อเทียบกับตอนนี้) แต่นั่นเป็นความประทับใจในอดีต เพราะปัจจุบันหาเวลาอ่านหนังสือได้ยากเต็มที นอกจากนั้นยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้อ่านหนังสือไม่ได้ เช่น หนังสือที่ชอบอ่านไม่สามารถพกพาไปได้สะดวก อย่างนิยายเล่มล่าสุดของ Stephen King อย่าง Under The Dome ที่หนากว่า 1,000 หน้า ต้องหาเวลานั่งอ่านเป็นเรื่องเป็นราว ทำให้อ่านไม่ถึงไหน
หลังจากที่ Amazon ยอมให้สำนักพิมพ์ Macmilan ตั้งราคาขายอีบุ๊กสูงกว่า 9.99 ดอลลาร์ ทาง Amazon ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า "จะให้ผู้บริโภคเป็นคนตัดสินเองว่า ราคาของ Macmilan นั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ และหวังว่าสำนักพิมพ์อื่นๆ จะไม่ดำเนินรอยตาม Macmilan"
แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเป็นไปในทางตรงข้าม เพราะสำนักพิมพ์ใหญ่อีก 2 แห่งคือ HarperCollins กับ Hachette ได้ประกาศขึ้นราคาแล้ว โดย Hachette ประกาศว่าราคาหนังสือจะอยู่ระหว่าง 5.99-14.99 ดอลลาร์ และถ้าเป็นหนังสือใหม่จะอยู่ที่ 12.99-14.99 ดอลลาร์
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจากโครงสร้างราคาของ iBookstore แปลว่า iPad ยังไม่ออก แต่แอปเปิลก็เอาชนะ Amazon ไปได้ก่อนแล้วหนึ่งยก
ที่มา - Gizmodo
ความขัดแย้งระหว่าง Amazon กับสำนักพิมพ์ Macmilan (เปิด สงคราม e-Book: Amazon หยุดจำหน่าย e-Book ของสำนักพิมพ์ Macmillan) จบลงอย่างรวดเร็ว เมื่อ Amazon ออกมาประกาศว่ายอมขายหนังสือของ Macmilan แล้ว
ในแถลงการณ์ของ Amazon บอกว่าบริษัทยัง "ไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง" กับการตั้งราคา 12.99-14.99 ดอลลาร์ต่อเล่มของ Macmilan แต่ไม่มีทางเลือก เพราะว่า Macmilan นั้น "ผูกขาด" การขายหนังสือยอดนิยมอยู่เป็นจำนวนมาก ทาง Amazon จึงยอมให้ Macmilan ตั้งราคาหนังสือได้ตามต้องการ และกลับมาขายหนังสือของ Macmilan ดังเดิม
อย่างไรก็ตาม Amazon ทิ้งท้ายไว้ว่า จะให้ผู้บริโภคเป็นคนตัดสินเองว่า ราคาของ Macmilan นั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ และหวังว่าสำนักพิมพ์อื่นๆ จะไม่ดำเนินรอยตาม Macmilan
ที่มา - Amazon, TechCrunch
ในตอนนี้ไม่ว่าใครก็คงจะทุ่มความสนใจให้กับ iPad ของ Apple ที่เพิ่งเปิดตัวไป หนึ่งในสิ่งที่หลายคนอยากเห็นคือการใช้ iPad อ่าน e-Book ที่จำหน่ายบนร้านออนไลน์ใหม่ iBooks ของ Apple เอง แต่เจ้าตลาดอย่าง Amazon ที่เปิดจำหน่าย e-Book สำหรับเครื่องอ่าน Kindle มาก่อนก็เริ่มเปิดสงครามก่อนที่ iBooks จะเปิดบริการจริงๆ เสียแล้วครับ
ทาง Amazon นั้นได้เริ่มศึกนี้ด้วยการยกเลิกการจำหน่ายหนังสือจากสำนักพิมพ์ Macmillan ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว โดย The New York Times อ้างแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือในเรื่องนี้ว่าเหตุผลนั้นคือทาง Amazon นั้นกดราคาหนังสือสำหรับ Kindle ไว้ที่เล่มละ 9.99 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ iBooks นั้นให้อิสระกับสำนักพิมพ์ในการตั้งราคาหนังสือของตน ทำให้สำนักพิมพ์พากันเตรียมย้ายไปหา iBooks แทน
อย่างไรก็ดียังไม่มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการทั้งจาก Amazon และ Macmillan แต่ศึกครั้งนี้ก็อาจจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวงการ e-Book (ที่จำหน่ายอย่างถูกลิขสิทธิ์) ได้
ที่มา: The New York Times
Update 1 ก.พ.: Macmillan CEO John Sargent ออกมายืนยันว่าการถอดหนังสือออกนั้นเนื่องมาจากสงครามราคาแล้วครับ
ที่มา: Publishers Lunch via Gizmodo
ในระหว่างที่ CEO ของ McGraw-Hill ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ถึงผลประกอบการในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้วตามปกติ ปรากฏว่าช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวถามถึงความเห็นเกี่ยวกับข่าวลือเรื่องแท็บเล็ตตัวใหม่ของแอปเปิล ซึ่ง Terry McGraw ก็เปิดเผยข้อมูลอย่างฉะฉานว่า แอปเปิลจะเปิดตัวแท็บเล็ตตัวนี้ในวันพุธ และแท็บเล็ตจะทำงานบน iPhone OS อีกด้วย
McGraw-Hill เป็นบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์รายใหญ่ในสหรัฐ คาดกันว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่จะมี e-book บนแท็บเล็ตของแอปเปิลเช่นกัน
ดูวิดีโอและคำให้สัมภาษณ์ได้ข้างในครับ ไม่แน่ใจว่าหลังให้สัมภาษณ์จบจะมีสายด่วนจากจ๊อบส์ไปหารึเปล่า
Kindle นับเป็นเรือธงที่ Amazon ทำได้ โดยตอนนี้ประมาณการกันว่า Kindle ครองตลาดอยู่เกือบครึ่งหนึ่ง ของปริมาณรวมประมาณ 1,000,000 เครื่องทั่วสหรัฐฯ (จาก cleantech) โดยตัว SDK จะรองรับทั้ง Kindle และ Kindle DX มีให้ดาวน์โหลดทั้ง Windows, Mac และ Linux (สงสัยว่าจะเป็น Eclipse)
ในตอนนี้ยังไม่มีการเปิดให้ดาวน์โหลดตัว SDK แต่มีการประกาศอัตราส่วนแบ่งรายได้ออกมาเรียบร้อย เป็น 70% เข้านักพัฒนา 30% เข้า Amazon โดย Amazon จะคิดค่าส่งข้อมูลไปยัง Kindle อีก 0.15 ดอลลาร์ต่อเมกกะไบต์ ยกเว้นแต่ซอฟต์แวร์ฟรีจะไม่มีค่าใช้จ่ายการส่งข้อมูล
ซอฟต์แวร์ที่อัพโหลดขึ้นไปได้มีสามแบบคือ ฟรี, เสียเงิน, และสมัครรายเดือน อันนี้เดาได้ไม่ยากว่าเป็นการจูงใจนิตยสารต่างๆ ให้มาผูกตัวเองเข้ากับ Kindle แทน
อยากใช้ แต่ราคามันยังแพงมาก โดยเฉพาะเมื่อคิดกับผมที่ชอบซื้อหนังสือมือสอง ระยะเวลาคืนทุนคงยาวนานเกินไป
ที่มา - Amazon, Corporate IR
หลังจากมีข่าวอัสซุสอาจปล่อยเครื่องอ่าน e-Book รุ่น DR-570 ภายในสิ้นปีนี้ ไปเมื่อสองวันที่แล้ว ผ่านมาอีกวันรายละเอียดของเครื่องอ่าน e-Book ทั้งสองรุ่น คือ DR-570 และ DR-590 หลุดออกมา จะเป็นอย่างไรดูได้ข้างล่าง
DR-570
- ขนาด 124 x 170 x 8.8 มม. น้ำหนัก 200 กรัม
- หน้าจอสี OLED 6 นิ้ว ตามข่าวก่อนหน้านี้
- หน่วยความจำหลัก (RAM) 512MB
- หน่วยความจำภายใน 4GB รองรับ SDHC
- รองรับ WiFi, 3G ตามข่าวก่อนหน้านี้
- แบตเตอรี่ 1,530mAh อยู่ได้นาน 122 ชม. ตามข่าวก่อนหน้านี้
- มีฟีเจอร์ RSS reader, text-to-speech, มีเว็บเบราว์เซอร์ เล่น Flash ได้
- อาจรองรับการสตรีมมิ่งวีดีโอผ่านอะเมซอน เกม 3 มิติ และการนำทาง
หลายๆ คนคงคุ้นเคยกันดีกับเรื่องที่เซอร์ไอแซก นิวตัน ได้รับแรงบันดาลใจเรื่องแรงโน้มถ่วงมาจากการที่ลูกแอปเปิลหล่น ตอนนี้ The Royal Society ของสหราชอาณาจักร ได้นำต้นฉบับเรื่องเล่าดังกล่าว ขึ้นสู่ระบบอินเทอร์เน็ตให้คนทั่วไปได้อ่านกันแล้ว
เรื่องนิวตันกับแอปเปิลนี้ปรากฏในชีวประวัติของนิวตัน Memoirs of Sir Isaac Newton's Life ซึ่งเขียนขึ้นโดย William Stukeley ในปี 1752 โดย Stukeley ได้รับการบอกเล่ามาจากตัวของนิวตันเอง
ฉบับที่นำขึ้นนี้ อยู่ในรูปดั้งเดิม สามารถเข้าไปดูได้ที่ The Royal Society
ที่มา - BBC News
หลังจากมีข่าวลือว่าอัสซุสจะออกเครื่องอ่าน e-Book พร้อมกับรายละเอียดเล็กน้อย ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วแต่ข่าวก็เงียบหายไป แถมอัสซุสไม่เอาเครื่องมาโชว์ในงาน CES 2010 ที่ผ่านมาอีกต่างหาก วันนี้ Times Online ได้ลงรายละเอียดเพิ่มเติม ว่าอัสซุสจะปล่อยเครื่องอ่าน e-Book ภายในสิ้นปีนี้ มีชื่อรุ่นว่า DR-570 มาพร้อมกับหน้าจอแบบ OLED ขนาด 6 นิ้ว สามารถเล่น Flash รองรับ WiFi และ 3G และแบตเตอรี่อาจอยู่ได้นานถึง 122 ชม. รูปตัวเครื่องนั้นดูได้ท้ายข่าว
ที่มา: Times Online ผ่าน Engadget
ความน่ารำคาญอย่างหนึ่งของการอ่าน e-book คือหน้าจอที่ไม่ละเอียดพอที่จะอ่านโดยไม่ต้องซูมได้ โดยเฉพาะเมื่อเครื่องอ่าน e-book ทั้งหลายมีความละเอียดจำกัดมาก ในงาน CES ปีนี้ทาง Sprint ก็ลงมาเล่นตลาดนี้บ้างแล้ว ด้วยเครื่อง Skiff
Skiff คือเครื่องอ่าน e-book ขนาดหน้าจอ 11.5 นิ้่ว และมีความละเอียดสูงถึง 1600x1200 พิกเซล เหลือเฟือสำหรับการอ่านหนังสือ จุดเด่นนอกจากความละเอียดและจอขนาดใหญ่แล้วยังมีความสามารถ "งอ"ได้ด้วย แต่ข้อเสียที่ต้องแลกมาคือน้ำหนักถึง 500 กรัม
รองรับทั้ง Wi-Fi, USB, และแน่นอนว่ารองรับ 3G เพราะ Sprint มาเอง พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 3GB และใส่การ์ด SDHC เพิ่มได้
ราคาไม่แจ้ง และไม่บอกวันเริ่มจำหน่าย หวังว่าจะภายในปีนี้
ที่มา - Skiff
เทศกาลคริสตมาสนอกจากจะเป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองแล้ว ยังเป็นเทศกาลแห่งการจับจ่าย แต่ปีนี้ก็มีสถิติที่น่าสนใจคือยอดขายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในช่วงเทศกาลที่ผ่านมาได้แซงหน้าหนังสือปรกติไปเรียบร้อยแล้ว
ถ้าจำกันได้ Amazon เปิดตัวมาครั้งแรกเพื่อขายหนังสือเพียงอย่างเดียว จนกระทั่งขยายกิจการมาเป็นการขายสินค้าสารพัด ขายพลังประมวลผลซีพียู ขายพื้นที่วางไฟล์ จนกระทั้งมาขายเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์อย่าง Kindle ที่ครองตลาดในสหรัฐฯ ถึงร้อยละ 60 ในที่สุด
ที่มา - PhysOrg








