Tags:
Node Thumbnail

The Telegraph ระบุ การโจมตีในปีนี้ได้รับการยืนยันอีกครั้งว่าผู้ก่อการร้ายใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เผยแพร่อุดมการณ์ของตัวเองและยังสร้างแรงบันดาลใจให้ก่อความรุนแรงด้วย

ถ้าเทียบสถิติจำนวนเหยื่อจากการก่อการร้าย พบว่า ภายใน 3 เดือน อังกฤษถูกโจมตีถึง 4 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 1970 ถึงปัจจุบัน ถ้าเทียบจากจำนวนเหยื่อผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวไอร์แลนด์เหนือ รองลงมาคือสกอตแลนด์และอังกฤษ หากเทียบทั้งยุโรปแล้ว อังกฤษถูกโจมตีถี่ที่สุด ประชาชนเสียชีวิตมากที่สุด รองลงมาคือสเปนและฝรั่งเศส

สถิติการก่อการร้ายข้างต้นอาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้รัฐมนตรีมหาดไทย Amber Rudd เกิดความกลัว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยออกมาเรียกร้องให้บริษัทด้านเทคโนโลยีช่วยรัฐบาลต่อสู้กับการก่อการร้ายด้วยการทำให้การเข้ารหัสอ่อนแอลง จนครั้งนี้ออกมาแสดงความคิดเห็นอีกครั้งว่า “คนดีๆ” ไม่ต้องการฟีเจอร์ประเภทเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทางแบบนี้หรอก เธอยังย้ำอีกว่าบริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายควรจะให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่รัฐในการจัดการกับภัยคุกคามด้านความมั่นคง

อย่างไรก็ตาม การออกมาพูดประเด็นนี้อีกครั้งของเธอทำให้ถูกมองว่าเธอกำลังชี้นำแบบผิดๆอยู่ การเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทาง ทำให้คนอื่นไม่สามารถอ่านข้อความหรือดักฟังข้อความได้ ไม่ว่าจะเป็น WhatsApp, Facebook Messenger หรือแอพแชท Allo ของ Google ต่างก็ใช้การเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทางทั้งนั้น

Amber Rudd อ้างว่า พวกบริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายสร้างความยุ่งยากให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐในการต่อสู้กับการก่อการร้าย เธอชี้ว่ารัฐบาลไม่ได้ตั้งใจจะแบนการเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทาง แต่อยากให้บริษัทเหล่านี้ปลดมันออกด้วยความสมัครใจ เธอเห็นว่า คนใช้ WhatsApp ไม่ใช่เพราะมีการเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทาง ไม่ใช่เพราะต้องการความมั่นคงปลอดภัย แต่เพราะเป็นช่องทางที่ราคาถูกที่จะทำให้ใกล้ชิดกับญาติพี่น้อง และยังใช้ง่ายอีกด้วย

No Description
ภาพจาก Home Office in the media

หลังจากที่ความคิดของ Amber Rudd เผยแพร่ออกมา ผู้คนต่างก็ออกมาโต้แย้ง เช่น Jim Killock ผู้อำนวยการบริหาร UK digital liberties group Open Rights Group แย้งว่า เธอกำลังชี้นำแบบผิดๆ เพราะความมั่นคงทางการสื่อสารนี้ บางคนก็อาจจะต้องการสิทธิส่วนบุคคลที่ไม่อยากให้ใครมาล่วงละเมิด ต้องการปิดข้อมูลให้เป็นความลับ นี่ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยที่จะออกมาป่าวประกาศว่าไม่ต้องการการเข้ารหัสจากปลายทางถึงปลายทาง

ขณะที่ Paul Bernal อาจารย์ จาก UEA Law School ก็ชี้ว่า ความคิดเห็นของ Amber Rudd นั้นตั้งอยู่บนฐานของความเข้าใจผิดทั้งเรื่องเทคโนโลยีและความเป็นส่วนตัว

Amber Rudd หารือกับ Susan WojcickiVerified, CEO YouTube กรณีก่อการร้ายบนโลกออนไลน์

Amber Rudd ร่วมหารือที่สำนักงานใหญ่ Twitter กรณีก่อการร้ายบนโลกออนไลน์

Amber Rudd หารือร่วมกับ Sheryl Sandberg, COO Facebook กรณีก่อการร้ายบนโลกออนไลน์

Amber Rudd หารือเรื่องปัญหาก่อการร้ายที่สำนักงานใหญ่ Google

ที่มา - Business Insider

Get latest news from Blognone

Comments

By: waroonh
Windows
on 2 August 2017 - 09:41 #1000791

จริงๆ ผมว่า UK ทำได้นะครับ คือ ขอ Vote ว่า ให้ลองยกเลิก encryption message ทุกระบบ 6 เดือน ยกเว้นเรื่องการจ่ายเงิน
แต่ถ้ายังก่อการร้ายได้เหมือนเดิม ขอให้รับผิดชอบ โดนการลาออกทันทีแบบไม่ได้ pension fund แล้วห้าม ยกประเด็นนี้มาพูดอีก

By: jokerxsi on 2 August 2017 - 11:11 #1000820

ถ้าการเข้ารหัสเหมือนกับปืน
ต่อให้ปืนเป็นสิ่งผิดกฎหมาย โจรทุกที่ก็มีปืน
ดังนั้นเลิกคาดหวังเรื่องการดักฟังแล้วไปหาวิธีอื่นดีกว่า

By: nrml
ContributorIn Love
on 2 August 2017 - 12:50 #1000834
nrml's picture

ผมว่าช่องทางการสื่อสารที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายใช้ในทุกวันนี้คงไม่ได้ใช้อะไรที่ดูซับซ้อนแบบต้องใช้แอพนั่นนี่ที่มี security สุดยอดอะไรหรอก อาจจะมาจากช่องทางที่เปิดเผยกันทั่วไปชัดเจนเช่นทวิตเตอร์ที่เปิด public ให้คนทั่วไปสามารถเข้าไปอ่านได้ตรงๆ นั่นแหละ แต่ว่ามีโค้ดหรือข้อความแฝงที่เข้าใจกันเฉพาะกลุ่มอยู่ในนั้น

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 2 August 2017 - 14:13 #1000846 Reply to:1000834
McKay's picture

อัพรูป instagram/twitter มั่วๆพร้อมข้อความลับ + ตั้ง private

แค่นี้เจ้าหน้าที่ก็งงเป็นไก่ตาแตกละ


In Soviet Warcraft, Argus comes to you.

By: checkmate95
Android
on 2 August 2017 - 17:20 #1000881
checkmate95's picture

บางครั้งความเป็นส่วนตัวมากเกินไปก็ทำลายความมั่นคงของชาติรึเปล่า ในขณะที่ชาติตกอยู่ในอันตรายแต่บริษัทเทคโนโลยีกลับได้ความเชื่อมั่นว่าขนาดผู้ก่อการร้ายยังไม่สามารถโดนขโมยข้อมูลได้เลย ส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะมีกฏหมายเอื้ออำนวยให้ถอดรหัสข้อมูลหากสามารถพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนี้มีความผิดจริง

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 2 August 2017 - 17:23 #1000882 Reply to:1000881
McKay's picture

end to end เอื้อยังไงก็ถอดไม่ได้(หรือถอดได้แต่ลำบาก)ครับ

ให้นึกถึงข้อความเข้ารหัสที่รู้กันแค่คนสองคนหน่ะครับ


In Soviet Warcraft, Argus comes to you.

By: hisoft
ContributorWindows PhoneWindows
on 2 August 2017 - 20:14 #1000916 Reply to:1000881
hisoft's picture

การเข้ารหัส end-to-end ที่แอปแชทมีมาให้มันก็แค่ตัวช่วยให้คนทั่วไปเปิดมาใช้ได้ง่ายขึ้นครับ ระบบไม่รองรับก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ เอาข้อความไปผ่านโปรแกรมเข้ารหัสตัวเองก็ได้ PGP ผ่านอีเมลก็ทำกันเป็นปกติมานานมากแล้ว

By: tk719
iPhoneBlackberrySymbianIn Love
on 2 August 2017 - 17:53 #1000892

Home Office นี่มันประมาณกระทรวงมหาไทยนะครับ ไม่ใช่กลาโหม เค้ามี Department of Defence แยกต่างหากนะ

UK ไม่ใช่อังกฤษด้วย

By: Lennon
iPhoneWindows PhoneAndroidSymbian
on 2 August 2017 - 17:54 #1000893

เธอหมายถึงว่า จะเข้ารหัสก็เข้าไป แต่ถ้ามีเรื่องอะไรเป็นคดีความต้องถอดรหัสให้ด้วย

จริงๆก่อนจะมีแอ้พแชทเข้ารหัส มันก็เป็นแบบนี้มาก่อนรึเปล่าครับ ที่ยึดคอมยึดอะไรเป็นของกลางกัน ขอหมายศาลเพื่อเข้าไปดูก็ได้แล้ว

By: neonicus
Android
on 2 August 2017 - 18:32 #1000898

แต่คนดีจะถูกคนไม่ดีดักข้อมูลนะสิ

By: frameonthai
ContributoriPhoneAndroidSymbian
on 2 August 2017 - 22:02 #1000931
frameonthai's picture

"ถ้าไม่ผิด ก็ไม่ต้องกลัวสิ"
อีกแล้วเหรอ