ฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจอีกอย่างของ Android 7.0 Nougat คือ Direct Boot หรือการอนุญาตให้แอพบางตัวทำงานบางอย่างได้ทันทีหลังรีบูต โดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้ล็อกอินเข้าระบบครั้งแรกก่อน
อุปกรณ์ Android ช่วงหลังเริ่มเข้ารหัสข้อมูลทั้งเครื่อง (full-disk encryption) เพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว หลังจากบูตเครื่องขึ้นมา ระบบปฏิบัติการจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ได้เลยจนกว่าผู้ใช้จะล็อกอินตอนบูตเครื่อง (คนละอย่างกับล็อกอินหน้าล็อกสกรีน) การล็อกอินของผู้ใช้จะปลดล็อคการเข้ารหัสข้อมูลในเครื่อง จากนั้นระบบปฏิบัติการและแอพต่างๆ ถึงค่อยเริ่มทำงาน
ในแง่ความปลอดภัยถือเป็นเรื่องดี แต่กระบวนการข้างต้นมีจุดอ่อนในการใช้งานจริง โดยปัญหาจะเกิดเมื่อเครื่องของเราเกิดรีบูตอัตโนมัติโดยที่เราไม่รู้ตัว (เช่น ตอนนอน) แต่พอต้องอาศัยการยืนยันตัวตนของผู้ใช้ก่อนที่แอพจะทำงานได้ ทำให้เราพลาดงานสำคัญบางอย่าง (เช่น นาฬิกาปลุก การแจ้งเตือนว่ามีสายเรียกเข้า หรือข้อความแจ้งเตือนบางข้อความ)

Android 7.0 แก้ปัญหานี้โดยเปลี่ยนวิธีการเข้ารหัสข้อมูล จากเดิมเข้ารหัสทั้งไดรฟ์ มาเป็นการเข้ารหัสแยกตามไฟล์ (file-based encryption) แทน
หลักการทำงานของมันคือแยกระดับของไฟล์ที่เข้ารหัสเป็น 2 ประเภท
- Credential encrypted storage การเข้ารหัสโดยต้องใช้การยืนยันตัวตนของผู้ใช้ในการถอดรหัส (แบบเดิมของ Android 6.0) ใช้กับไฟล์ข้อมูลส่วนตัว
- Device encrypted storage การเข้ารหัสไฟล์ระบบ ที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ เก็บคีย์การถอดรหัสไว้ที่ฮาร์ดแวร์เลย ไม่ต้องรอการใส่รหัสของผู้ใช้ (ของใหม่ใน 7.0)
จากนั้น Android 7.0 จะมีโหมดการบูตแบบใหม่ที่เรียกว่า Direct Boot อนุญาตให้เข้าถึงไฟล์กลุ่ม Device encrypted storage ได้โดยไม่ต้องรอการยืนยันตัวตน ดังนั้น Android 7.0 จะสามารถบูตตัวเองขึ้นมาได้ถึงหน้าจอล็อกอินก่อนเข้าโฮมสกรีน ตัวระบบปฏิบัติการทำงานได้ปกติ ยกเว้นเข้าไม่ถึงข้อมูลในส่วน Credential encrypted storage เท่านั้น
Android 7.0 ยังอนุญาตให้แอพบางตัว มาร่วมรันตอน Direct Boot และสามารถทำงานบางอย่างได้ด้วย เช่น แอพนาฬิกาปลุก แอพโทรศัพท์หรือแอพ SMS ซึ่งนักพัฒนาแอพจำเป็นต้องปรับแก้แอพของตัวเองให้รองรับฟีเจอร์ Direct Boot ก่อนถึงจะใช้งานได้
ฟีเจอร์ file-based encryption และ Direct Boot จะใช้งานได้กับฮาร์ดแวร์ใหม่ที่มาพร้อม Android 7.0 ส่วนเครื่องเก่าที่อัพเกรดเป็น 7.0 แล้วอยากใช้ฟีเจอร์นี้ จะต้องเปลี่ยนวิธีเข้ารหัสไฟล์จาก full-disk encryption มาเป็น file-based encryption ก่อน ซึ่งแปลว่าต้อง wipe ข้อมูลทั้งหมดในเครื่องด้วย
ที่มา - Android Developers, Android Developers Training, Ars Technica
on
อ่านประโยคสุดท้ายแล้วสะอึก
tekkasit Thu, 25/08/2016 - 15:56
อ่านประโยคสุดท้ายแล้วสะอึก ต้อง wipe ด้วย ไม่มีการแปลงแบบไม่ทำลายรึ จะให้เสียบ usb drive ก็ได้นะ T_T ขี้เกียจไล่ลงกับคอนฟิคแอปใหม่อ่ะ (-_-')
คงรออีกสักพักดีว่า ให้มีคนทดสอบก่อนว่า มันยังคงปลอดภัยไม่น้อยกว่าเดิม รวมทั้งสมรรถนะดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร
รู้จากรู้ซึ้งว่าเข้ารหัสแล้ว
Lightwave Thu, 25/08/2016 - 18:40
รู้จากรู้ซึ้งว่าเข้ารหัสแล้ว ทำ factorty reset ไฟล์ sd พังหมดก็ไม่เข้ารหัสอีกเลย
ฝั่งไมโครซอฟท์นี่ยังโชคดีหน่อ
hisoft Thu, 25/08/2016 - 18:47
In reply to รู้จากรู้ซึ้งว่าเข้ารหัสแล้ว by Lightwave
ฝั่งไมโครซอฟท์นี่ยังโชคดีหน่อยครับที่มัน BitLocker ธรรมดา เสียบกับคอมกรอกคีย์ไปก็รอด
แต่ผมไม่เคยใช้ Windows Phone ที่เสียบ SD ได้นะครับ ไม่รู้ว่ามัน BitLocker SD ให้ด้วยหรือเปล่า หรือเฉพาะตัวในเครื่อง
ปกติมันไม่แตะ external sd
tekkasit Thu, 25/08/2016 - 21:16
In reply to รู้จากรู้ซึ้งว่าเข้ารหัสแล้ว by Lightwave
ปกติมันไม่แตะ external sd เว้นแต่
นี้ล่ะที่ต้องการใช้จริงๆๆ....
bunyarit2536 Thu, 25/08/2016 - 19:30
นี้ล่ะที่ต้องการใช้จริงๆๆ...............ต้องซื้อโทรศัพท์ใหม่อีกล่ะ
ขอกอด Full-disk encryption
nrad6949 Thu, 25/08/2016 - 23:30
ขอกอด Full-disk encryption ต่อไป