Tags:
Node Thumbnail

แนวโน้มของสตาร์ตอัพที่น่าสนใจในช่วงหลัง เป็นสตาร์ตอัพกลุ่มที่เราเรียกกันว่า vertical นั่นคือมีความเชี่ยวชาญเฉพาะในอุตสาหกรรมของตัวเอง แล้วพยายามนำเครื่องมือด้านเทคโนโลยีไปแก้ปัญหาในอุตสาหกรรมนั้นๆ ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยโครงสร้างแบบเดิม

สตาร์ตอัพสัญชาติไทยที่ค่อนข้างโดดเด่นในเรื่องนี้คือ Vetside กับความพยายามนำเทคโนโลยีไปแก้ปัญหาให้วงการสัตวแพทย์ อ่านถูกแล้วครับ สตารํตอัพด้านสัตวแพทย์

Vetside อาจไม่ใช่หน้าใหม่ของวงการสตาร์ตอัพไทยนัก เพราะผ่านโครงการ True Incube รุ่นที่ 2 ในปี 2014 และเข้ารอบ 5 ทีมสุดท้ายด้วย อย่างไรก็ตาม ด้วยพื้นเพของทีมผู้ก่อตั้งอาจดูแหวกกรอบสตาร์ตอัพสายไอทีอยู่บ้าง เพราะรายหนึ่งเป็นสัตวแพทย์ตัวจริง และอีกรายจบมาทางสถาปัตยกรรม (ทางทีมบอกผมว่าชีวิตก่อนหน้านี้ไม่เคยเกี่ยวข้องกับไอทีเลย)

ที่มาที่ไปของ Vetside คือผู้ก่อตั้ง คุณก้อง ธนพัฒน์ สุขวิสุทธิ์ ซึ่งประกอบอาชีพสัตวแพทย์อยู่แต่เดิม พบปัญหาของวงการสัตวแพทย์ว่าต้องการความเชี่ยวชาญต่อการรักษาสัตว์แต่ละประเภทมาก ไม่ใช่ว่าสัตวแพทย์ทุกคนจะสามารถรักษาสัตว์ได้ทุกชนิด และสัตว์แต่ละชนิดก็มีรูปแบบของโรคภัยความเจ็บป่วยแตกต่างกันมากๆ คุณก้องเองเป็นหมอผู้เชี่ยวชาญการรักษา “ปลา” ซึ่งไม่ถือว่าแปลกมากนัก เพราะมีหมอที่เชี่ยวชาญ “เต่า” “งู” รวมถึงขั้นสุดคือ “ปลาโลมา” ด้วย (มีไม่กี่คนในอาเซียน)

No Description

เมื่อสัตวแพทย์ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง ปัญหาของวงการคือไม่รู้ว่าผู้เชี่ยวชาญสัตว์ประเภทนั้นคือใครบ้าง เมื่อเจอเคสแปลกๆ เช่น หมอหมาต้องไปรักษาปลา ทางออกก็คือตามหาผู้รู้ในหมู่เพื่อนฝูงที่รู้จักกัน ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่มีประสิทธิภาพมากนัก

Vetside จึงเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นเครือข่ายสำหรับสัตวแพทย์ในการแชร์ความเชี่ยวชาญระหว่างกัน โดยใช้เครื่องมือด้านไอทีเข้ามาช่วยเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างแวดวงสัตวแพทย์ ตัวคุณก้องอยู่ในวงการนี้อยู่แล้ว (domain expert) จึงสามารถชวนเพื่อนๆ สัตวแพทย์มาเข้าร่วมระบบได้ไม่ยากนัก

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง (pet care industry) ไม่ได้มีแค่ “สัตวแพทย์” (veterinarian หรือเรียกย่อๆ ว่า vet) แต่ยังมีเจ้าของสัตว์เลี้ยง (pet owner) และโรงพยาบาลสัตว์ (pet hospital) เป็นปัจจัยร่วมด้วย รวมถึงธุรกิจต่อยอดอย่างอาหารสัตว์ ยาสำหรับสัตว์ บริการเสื้อผ้าและเครื่องประดับ ฯลฯ อีกมากมาย

No Description

ทางทีม Vetside จึงมองภาพรวมของอุตสาหกรรมว่านี่เป็นโอกาสทางธุรกิจ และน่าจะใช้ความเชี่ยวชาญของตนให้เกิดประโยชน์ได้ และขยายขอบเขตธุรกิจให้ครอบคลุมความต้องการของทุกกลุ่ม ได้แก่

  • Vetside - บริการแชร์ความรู้และเครือข่ายสังคมสำหรับสัตวแพทย์ (จากสถิติ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องหมานำมาเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยแมว และกระต่าย!!!)
  • VetList - ข้อมูลยาสำหรับสัตวแพทย์ เหมือนเป็นคู่มือพกติดตัว ให้สัตวแพทย์ทำงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
  • iTaam (ไอ้แต้ม) - บริการสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ใช้ค้นหาสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำแนะนำ-ติดต่อใช้บริการรักษาสัตว์ และ มี profile ของสัตว์แต่ล่ะตัว ที่สามารถบันทึกข้อมูลร่วมกันได้ระหว่างเจ้าของสัตว์และสัตวแพทย์ ซึ่งจะช่วยให้การดูแลสุขภาพสัตว์ มีประสิทธิภาพ มากขึ้น
  • VetOS - บริการสำหรับโรงพยาบาลสัตว์ เป็นชุดซอฟต์แวร์ CRM สำเร็จรูปสำหรับงานด้านการรักษาสัตว์เพื่อให้โรงพยาบาลสัตว์ดูแลลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

Vetside และ VetList

No Description

No Description

iTaam

No Description

VetOS

No Description

โมเดลธุรกิจของทีม VetSide คือสร้างทราฟฟิกจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในวงการสัตว์เลี้ยง และหารายได้จากบริการต่อยอดอื่นๆ เช่น ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ผู้ผลิตยา รวมถึงคิดค่าใช้บริการซอฟต์แวร์จากโรงพยาบาลสัตว์โดยตรงด้วย

No Description

ที่ผ่านมา VetSide ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งงานสตาร์ตอัพระดับเอเชียของ IBM ที่ประเทศสิงคโปร์ในปี 2015 และได้รางวัลอันดับสองติดมือกลับมาด้วย

No Description

Get latest news from Blognone

Comments

By: jane
AndroidUbuntu
on 14 January 2016 - 15:01 #875200
jane's picture

ถ้ามี RFID เพิ่มเข้าไปด้วย จะแจ่มมา เวลาเจอหมาข้างถนนหลงมา จับ scan หาเจ้าของได้เลย

By: SlingShot
AndroidIn Love
on 15 January 2016 - 08:23 #875395
SlingShot's picture

สัตว์แพทย์ทั้งหลายได้อะไรจากการเข้าร่วมครับ

By: sawitree
iPhoneWindowsIn Love
on 18 January 2016 - 21:46 #876330

ดูน่าจะดี ถ้าเว็บประวัติน้องแมวไว้ได้

By: panurat2000
ContributorSymbianUbuntuIn Love
on 18 January 2016 - 22:16 #876336
panurat2000's picture

อ่านถูกแล้วครับ สตารํตอัพด้านสัตวแพทย์

สตารํตอัพ => สตาร์ตอัพ

และ มี profile ของสัตว์แต่ล่ะตัว

แต่ล่ะ => แต่ละ