จากที่เราทราบกันดีว่า Mark Zuckerberg กำลังจะได้ลูกสาว วันนี้ลูกสาวคลอดแล้ว ใช้ชื่อว่า Max
แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น ในฐานะที่มีลูก เขาประกาศยกหุ้น Facebook สัดส่วน 99% ที่ถือครองอยู่ (มูลค่าประมาณ 45 พันล้านดอลลาร์) ให้กับ Chan Zuckerberg Initiative หน่วยงานการกุศลของเขาและภรรยา โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถของมนุษย์ และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมโลกที่ลูกสาวของเขาจะเติบโตขึ้นมา
สิ่งที่ Mark และภรรยา Priscilla สนใจเป็นเรื่องการศึกษาโดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลาง ตอนนี้เขาและภรรยากำลังทดลองการเรียนการสอนรูปแบบใหม่อยู่ ส่วนรายละเอียดของโครงการจะประกาศเพิ่มเติมในอนาคตเมื่อชีวิตครอบครัวเริ่มลงตัวแล้ว
Mark บอกว่าเขาจะยังเป็นซีอีโอของ Facebook ต่อไปอีกนาน แต่ประเด็นเหล่านี้สำคัญเกินกว่าจะรอให้ลูกโตแล้วค่อยทำได้
ที่มา - Mark Zuckerberg

on
ยินดีด้วยครับ
RyoDaii Wed, 02/12/2015 - 07:03
ยินดีด้วยครับ
ยินดีด้วย สุดยอดมากเลยครับ
PsFreedom Wed, 02/12/2015 - 07:15
ยินดีด้วย
สุดยอดมากเลยครับ ยกหุ้น 99% เลย
สุดยอดคุณพ่อชั้นหนึ่ง
jaideejung007 Wed, 02/12/2015 - 07:29
สุดยอดคุณพ่อชั้นหนึ่ง
โอ้ว ได้ลูกสาวทีนี่
xnone Wed, 02/12/2015 - 07:35
โอ้ว ได้ลูกสาวทีนี่ จิตใจเปลี่ยนทันที
ชอบพวกคนมีเงินของฝรั่งหลายๆ คนจัง
พอหาเงินได้แล้ว ก็อยากเปลี่ยนโลกนะ
บางคนก็บริจาคเงิน ตั้งมูลนิธี
บางคนก็วิจัย พลังงาน
บางคนก็เอาตัวเองเป็นสื่อช่วบเหลืออย่างพวกดาราดังๆ
บางคนก็ใส่ชุดหนังตอนดึกๆ ออกปราบเหล่าร้าย
บางคนก็ใส่ชุดเกราะบินไปบินมา ...
เดี๊ยวๆๆๆ
TheOrbital Wed, 02/12/2015 - 07:46
In reply to โอ้ว ได้ลูกสาวทีนี่ by xnone
เดี๊ยวๆๆๆ สองอันหลังนี่แปลกๆและ
เดี๋ยวๆๆๆๆๆๆ
Neroroms Wed, 02/12/2015 - 07:59
In reply to โอ้ว ได้ลูกสาวทีนี่ by xnone
เดี๋ยวๆๆๆๆๆๆ
ชอบจัง คุณเวย์น กับ สตาร์ค
cartier Wed, 02/12/2015 - 08:20
In reply to โอ้ว ได้ลูกสาวทีนี่ by xnone
ชอบจัง คุณเวย์น กับ สตาร์ค เนี่ยะ แต่ทั้งคู่ไม่ได้มีลูกนิครับ
Wayne มีลูกกับ Talia Al Ghul
Architec Wed, 02/12/2015 - 09:01
In reply to ชอบจัง คุณเวย์น กับ สตาร์ค by cartier
Wayne มีลูกกับ Talia Al Ghul ครับ
สองข้อสุดท้ายนี้มัน....
Priesdelly Wed, 02/12/2015 - 08:47
In reply to โอ้ว ได้ลูกสาวทีนี่ by xnone
สองข้อสุดท้ายนี้มัน....
มันอะไรครับโหน่ง
absolutebit Wed, 02/12/2015 - 11:23
In reply to สองข้อสุดท้ายนี้มัน.... by Priesdelly
มันอะไรครับโหน่ง
เด๋วๆๆนะ
badpig Wed, 02/12/2015 - 09:01
In reply to โอ้ว ได้ลูกสาวทีนี่ by xnone
เด๋วๆๆนะ
คนจนอย่างเราคงจะได้ถ่ายภาพแมง
holyporing1 Wed, 02/12/2015 - 10:01
In reply to โอ้ว ได้ลูกสาวทีนี่ by xnone
คนจนอย่างเราคงจะได้ถ่ายภาพแมงมุม แล้วไปขายที่บ.หนังสือพิมพ์สินะ
ยินดีด้วยครับ
btoy Wed, 02/12/2015 - 08:20
ยินดีด้วยครับ ส่วนตัวสนับสนุนให้มาร์คมีลูกซัก 4 คนไปเลย ขอให้มีคนต่อไปตามมาเร็วๆ ^^
เชื่อว่าเด็กเหล่านี้จะเติบโตตามรอยคุณพ่อคุณแม่ขึ้นมาได้อย่างแน่นอน
ไปดูตาม Link เห็นชื่อคน
xnone Wed, 02/12/2015 - 08:22
ไปดูตาม Link
เห็นชื่อคน Comment กับคน กด Like แต่ละคนแล้วขนลุก จะเป็นลม
ตัวจริง ทั้งนั้นไม่ใช่แค่เน็ต Idol
ขอบคุณ Mark
pawoot.com Wed, 02/12/2015 - 09:00
ขอบคุณ Mark ที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่.! ผมเองก็ตั้งใจทำแบบนี้เหมือนกันนะ
"หน่วยงานการกุศลของเขาและภรรย
Kyoukai Wed, 02/12/2015 - 09:30
"หน่วยงานการกุศลของเขาและภรรยา"
สุดยอดตั้งหน่วยงานการกุศลเองบริหารกองเงินเอง เมื่อตัวเองตายก็ให้ลูกสาวรับช่วงบริหารกองเงินต่อแบบเนียลๆโดยไม่ต้องเสียภาษีมรดกอันสุดโหด เพราะถ้าเป็นการรับมรดกโดยการรับหุ้นจากหุ้นFB โดยตรงคงโดนภาษีไปเกือบครึ่งของมูลค่าหุ้นทั้งหมด วางแผนภาษีมรดกให้กับลูกร่วงหน้าตั้งแต่เกิดเลยแฮะรอบคอบจริงๆ ได้ทั้งหน้าและภาษีมรดกลูกสาวก็ไม่ต้องเสีย ขอยกให้เป็นคุณพ่อแห่งปี
คุณเข้าใจถูกครับว่า
dukez78 Wed, 02/12/2015 - 09:50
In reply to "หน่วยงานการกุศลของเขาและภรรย by Kyoukai
คุณเข้าใจถูกครับว่า การจัดตั้งหน่วยงานการกุศล สามารถป้องกันการเสียภาษีได้วิธีนึง
แต่ถ้าเจตนาคือจะวางแผนภาษีแล้วนั้น มันมีอีกหลายวิธีครับ โดยวิธีที่นิยมกันสำหรับมหาเศรษฐีคือการจัดตั้ง ทรัสต์ ครับ ไม่ใช่การจัดตั้งหน่วยงานการกุศล
ลองศึกษาดูดีๆนะครับ อย่าให้อคติบางอย่างไปกดคนที่พยายามทำดีเลยครับ
อ่อ การที่คนเรามีความตั้งใจที่จะทำความดี ไม่จำเป็นจะต้องทิ้งทุกอย่างที่เค้ามีให้เหลือ 0 เพื่อพิสูจน์ว่าเค้าอยากจะทำดีนะครับ
ความตั้งใจของผมคืออยากเห็นโลกน่าอยู่ขึ้นครับ ไม่ได้ตั้งใจมาขัดใจใคร ถ้าทำอะไรให้ไม่พอใจ ขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ
แบบนี้นี่เอง ของ M$
hive5 Wed, 02/12/2015 - 10:00
In reply to "หน่วยงานการกุศลของเขาและภรรย by Kyoukai
แบบนี้นี่เอง ของ M$ ก็แบบนี้ด้วยหรือเปล่าครับ
คุณรู้ได้อย่าไรครับว่า mark
rattananen Wed, 02/12/2015 - 10:26
In reply to "หน่วยงานการกุศลของเขาและภรรย by Kyoukai
คุณรู้ได้อย่าไรครับว่า mark คิดแบบนั้น
ผมอ่านดูเขาก็บอกเจตนาอยู่แล้วหนิครับ ว่าลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
ไม่ใช่รอบคอบครับ
anu Wed, 02/12/2015 - 10:28
In reply to "หน่วยงานการกุศลของเขาและภรรย by Kyoukai
ไม่ใช่รอบคอบครับ แต่ใจกว้างและใจบุญอย่างมากเลยต่างหาก คิดคร่าวๆนะครับ 99% = 45B แปลว่าเหลือไว้ใช้ประมาณ 450M หลุดจากสถานะ Billionaire ได้เลย หรือหากจะเสียภาษี คิดจากเงินครึ่งนึงของ 45B ก็ยังเหลือเกือบแปดแสนล้านบาทที่ใช้ได้ในนามส่วนตัว ใช้ "อะไรก็ได้" ไม่ต้องไปพึ่งงานมูลนิธิให้ยุ่งยาก แปดแสนล้านบาทในนามส่วนตัว กับ 1.6ล้านล้านบาทในนามมูลนิธิมันต่างกันเยอะมากนะครับ...
สมมติลูกสาวอยากได้โบอิ้ง 777 ซักลำนี่คิดหนักเลย ปกติ $260M หากมีเงินแค่ $450M ก็คงคิดนัก แต่กลับกันหากมี $22,500M ก็ไม่ต้องคิดมาก...
+1 อธิบายได้ดีครับ
sunVSmoon Wed, 02/12/2015 - 10:50
In reply to ไม่ใช่รอบคอบครับ by anu
+1
อธิบายได้ดีครับ
ที่เข้ามาตอบผมเนี่ยมีใครจบกฎห
Kyoukai Wed, 02/12/2015 - 11:20
In reply to "หน่วยงานการกุศลของเขาและภรรย by Kyoukai
ที่เข้ามาตอบผมเนี่ยมีใครจบกฎหมายภาษีกันไหมครับ ผมตอบในฐานะจบกฎหมายภาษีมาโดยตรง ไม่ก็อ่านนี่ก็ได้ครับ
เศรษฐีเมืองนอกใจบุญมากกว่าเศรษฐีไทยหรือไม่?
จากข่าวการประกาศของวอร์เรน บัฟเฟตต์ อภิมหาเศรษฐีอันดับสองของโลกวัย 75 ปี ที่มีแผนจะบริจาคเงินร้อยละ 85 จากที่มีอยู่ทั้งหมด 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่องค์กรการกุศล ซึ่งเงินบริจาคส่วนใหญ่จะตกไปเป็นของมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ (Bill amp; Melinda Gates Foundation) มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ที่เป็นเพื่อนสนิทของบัฟเฟตต์ เพื่อใช้ในการสนับสนุนการค้นคว้าทางการแพทย์และการให้ทุนการศึกษา
ข่าวดังกล่าวไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด เพราะเราคงจะเคยได้ยินอยู่เสมอว่ามหาเศรษฐีหลายคนในต่างประเทศที่บริจาคเงินเป็นจำนวนมากแก่องค์กรการกุศล แต่เมื่อหันมาเปรียบเทียบกับเศรษฐีของเมืองไทย เราอาจจะเกิดคำถามขึ้นว่า ldquo;เศรษฐีเมืองนอกใจบุญกว่าเศรษฐีไทยหรือ?rdquo;
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความใจบุญของมหาเศรษฐีต่างประเทศ หรือความรวยเหลือเฟือจนสามารถบริจาคได้เป็นจำนวนมากโดยไม่นึกเสียดาย แต่เป็นเพราะมาตรการทางภาษีที่เป็นกลไกในการบังคับและจูงใจให้เศรษฐีในประเทศสหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องบริจาคเงินแก่องค์กรการกุศล
มาตรการทางภาษีที่กล่าวถึงในที่นี้คือ ldquo;ภาษีมรดกrdquo; ซึ่งภาษีมรดกในสหรัฐอเมริกาเป็นภาษีกองมรดก (estate tax) และภาษีการรับมรดก (inheritance tax) ที่มีการจัดเก็บทั้งในระดับรัฐบาลกลางและรัฐบาลของแต่ละมลรัฐ
ภาษีมรดกในระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐนั้นเป็นภาษีกองมรดก ที่จัดเก็บจากการโอนทรัพย์สินที่เก็บภาษีได้ (taxable estate) จากผู้ตายซึ่งเป็นพลเมืองหรือผู้ที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาไปยังทายาทผู้รับมรดก โดยอัตราการจัดเก็บภาษีนั้นจะคำนวณจากผลประโยชน์ของทรัพย์สิน ณ เวลาที่เจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตลง ทั้งนี้ในปี 2549 กองมรดกที่ต้องเสียภาษีจะต้องมีมูลค่าสูงกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการจัดเก็บภาษีสูงสุดที่ร้อยละ 46 ของมูลค่าผลประโยชน์ของทรัพย์สินทั้งหมด ณ เวลาที่เสียชีวิตลง
ภาษีมรดกในระดับมลรัฐของสหรัฐนั้นเป็นภาษีกองมรดกและ/หรือภาษีการรับมรดก โดยบางรัฐใช้มาตรการภาษีกองมรดกเช่นเดียวกับรัฐบาลกลาง กล่าวคือหากรัฐบาลกลางมีเงื่อนไขในการยกเว้นภาษีอย่างไร รัฐบาลท้องถิ่นจะใช้เงื่อนไขดังกล่าวด้วย ขณะที่บางรัฐใช้กฎหมายภาษีกองมรดกที่เป็นอิสระจากรัฐบาลกลาง ส่วนภาษีการรับมรดกเป็นการอุดช่องว่างการหลบเลี่ยงภาษีกองมรดกโดยจัดเก็บจากผู้รับมรดก
อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินบางประเภทจะได้รับข้อยกเว้นโดยไม่ถูกนำมาคำนวณอัตราภาษี ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่าง ๆ สิทธิเรียกร้องจากทรัพย์สิน สินสมรสที่ถือครองโดยคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ และประการสำคัญคือทรัพย์สินที่บริจาคให้มูลนิธิเพื่อการกุศล
ข้อยกเว้นดังกล่าวนับเป็นเงื่อนไขที่จูงใจแกมบังคับให้มหาเศรษฐีในสหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องบริจาคเงินจำนวนมากให้กับมูลนิธิต่าง ๆ เนื่องจากมหาเศรษฐีเหล่านี้ไม่ต้องการที่จะเสียทรัพย์สินจำนวนมาก (เกือบครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินทั้งหมด) ที่ตนหามาได้จากการทำงานมาตลอดชีวิตในรูปของภาษีทั้งหมด
เหตุผลส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเศรษฐีเหล่านี้ได้จ่ายภาษีในอัตราสูงมาตลอดชีวิตอยู่แล้ว และอาจคิดว่าไม่สามารถควบคุมได้ว่ารัฐบาลจะนำเงินภาษีไปทำอะไรและเป็นการใช้เงินที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ แต่หากนำเงินไปบริจาคให้แก่มูลนิธิที่ตนเองเห็นว่าทำประโยชน์จริง ๆ น่าจะเป็นการใช้เงินจ่ายที่ตรงความต้องการมากกว่า
แต่เหตุผลที่สำคัญมากกว่าคือ เงินบริจาคส่วนใหญ่มักจะมอบให้แก่องค์กรการกุศลที่ผู้บริจาคสามารถควบคุมได้ หรือเป็นมูลนิธิที่ทำกิจกรรมการกุศลที่สร้างภาพลักษณ์ให้แก่องค์กรธุรกิจที่ผู้บริจาคเป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วน เงินบริจาคดังกล่าวจึงเป็นเสมือนเงินลงทุนในการประชาสัมพันธ์องค์กรธุรกิจ ซึ่งผู้บริจาคจะได้ประโยชน์มากกว่านำไปเสียภาษีมรดก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่สังคมเรียกร้องให้องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) งบประมาณสำหรับการทำกิจกรรมเพื่อสังคมจึงเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับองค์กรธุรกิจสมัยใหม่ ภาษีมรดกจึงเป็นมาตรการที่บังคับทางอ้อมให้องค์กรธุรกิจจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือสังคมมากขึ้นด้วย
แม้ว่าผู้ที่คัดค้านภาษีมรดกมักจะอ้างว่า ภาษีมรดกจะไม่ได้ทำให้รัฐบาลมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่ภาษีมรดกที่จัดเก็บในอัตราที่เหมาะสมและมีเงื่อนไขการจัดเก็บที่เหมาะสม อาจจะช่วยให้เกิดสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ (win-win situation) กล่าวคือรัฐบาลได้ภาษีเพิ่มขึ้นบ้าง สังคมได้รับการช่วยเหลือ และธุรกิจได้ประโยชน์จากการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร
มหาเศรษฐีเมืองนอกจึงไม่ได้ใจบุญมากกว่ามหาเศรษฐีเมืองไทย เพียงแต่โครงสร้างภาษีในต่างประเทศจูงใจให้เศรษฐีฝรั่งต้องบริจาคเงิน ขณะที่โครงสร้างภาษีในประเทศไทยยังขาดความเป็นธรรม ทำให้เศรษฐีเมืองไทยส่วนใหญ่ดูเหมือนตระหนี่ถี่เหนียว
Credit http://www.kriengsak.com/node/659
เท่าที่ดูคือเป็น Win - Win -
Neroroms Wed, 02/12/2015 - 11:37
In reply to ที่เข้ามาตอบผมเนี่ยมีใครจบกฎห by Kyoukai
เท่าที่ดูคือเป็น Win - Win - Win สินะครับ
ผมว่าก็ดีนะ รัฐปรกติก็ได้ภาษีมาบริหารประเทศ เศรษฐีก็ลดจำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้รัฐได้ แถมองค์กรการกุศลก็มีทุนเข้าช่วยเหลือประเทศที่ขาดแคลนด้วย
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
nottoscale Wed, 02/12/2015 - 17:03
In reply to ที่เข้ามาตอบผมเนี่ยมีใครจบกฎห by Kyoukai
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ หลายทีคนไม่รู้ก็เยอะ
หมายความว่ากฎหมายภาษีมรดกของบ
HMage Wed, 02/12/2015 - 17:22
In reply to ที่เข้ามาตอบผมเนี่ยมีใครจบกฎห by Kyoukai
หมายความว่ากฎหมายภาษีมรดกของบ้านเราเมื่อเร็วๆ นี้ก็จะมีผลลักษณะเดียวกันใช่มั้ยครับ
งั้นต่อไปในไทยจะมีมูลนิธิผุดขึ้นเท่ากับจำนวนเศรษฐีเลยสินะ
เหมือนทำ CSR ไปในตัวนี่เอง
thanyadol Wed, 02/12/2015 - 11:56
In reply to "หน่วยงานการกุศลของเขาและภรรย by Kyoukai
เหมือนทำ CSR ไปในตัวนี่เอง แต่ลูกสาวเข้าจะมีสิทธนำเงินมาใช้ตามอำเภอใจเหรอ ?
หรือว่าเงินที่เหลือ 1% กับทรัพย์สินอื่นที่ไม่ใช่หุ้น fb มันก็มากพอแล้ว
แล้วสอบถามเรื่องจำนวนหุ้นในบอร์ดบริหารด้วยครับ ถ้ายกหุ้นให้มูลนิธิแบบนี้ จะมีผลยังงัย ?
อยากรู้เหมือนกัน มาติดตาม
Jaddngow Wed, 02/12/2015 - 13:39
In reply to เหมือนทำ CSR ไปในตัวนี่เอง by thanyadol
อยากรู้เหมือนกัน มาติดตาม
ถ้าคุณเป็นผู้บริการบริษัทหรือ
Kyoukai Wed, 02/12/2015 - 15:20
In reply to เหมือนทำ CSR ไปในตัวนี่เอง by thanyadol
ถ้าคุณเป็นผู้บริการบริษัทหรือผู้บริหารมูลนิธิโดยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจคุณเบิกจ่ายเงินได้สบายถ้าการเบิกจ่ายเงินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบริษัทหรือมูลนิธิ หรือเพื่อดำเนินงานบริษัทหรือมูลนิธ เอาเคสเครื่องบินส่วนตัวที่มีคนยกตัวอย่างมาละกัน ปกติสินทรัพย์เสื่อมมูลค่าราคาแพงแบบนี้ไม่มีใครเขาใช้เงินส่วนตัวซื้อกันหรอก ใช้เงินของบริษัทหรือมูลนิธิซื้อในนามของบริษัทหรือมูลนิธิกันทั้งนั้น โดยอ้างไปว่าเพื่อใช้ในการเดินทางของผู้บริหารแถมเอาไปหักภาษีได้อีก ค่ากินค่าเที่ยวของพวกผู้บริหารก็บจ่ายในนามของบริษัทหรือมูลนิธิอ้างว่าค่าเอนเตอร์เทนลูกค้า เอนเตอร์เทนตัวเองหรือลูกค้าก็ไม่รู้ ไม่มีใครสืบได้มีแต่ใบเสร็จมาโชวเพื่อหักภาษี ช่วงปี2008 ที่เกิดวิกฤติ subprime จนต้องมีการรณรงค์เรื่องธรรมภิบาลเพราะพวกผู้บริหารถลุงเงินบริษัทกันเละเทะซึ่งเป็นส่วนนึงที่ทำให้เกิดวิกฤต
ส่วนกรณีมูลนิธิถือหุ้นบริษัทใครเป็นผู้บริหารบริษัทก็ผู้บติหารคนเดิมที่บริหารอยู่นะแหละบริหารต่อไปจนกว่าที่ประชุมใหญ่มีเสียงเกิน51% ของผู้ถือหุ้นถอดถอนผู้บริหารเดิมแล้วตั้งใหม่หากผู้บริหารมูลนิธิเป็นผู้บริหารบริษัทด้วยแล้วถ้ามูลนิธิยังถือหุ้นเกิน51% หรือไม่ถึงแต่เมื่อรวมกับพรรคพวกตัวเองแล้วเกิน51% คุณคิดว่าผู้บริหารบริษัทมันจะเปลี่ยนตัวไหมละหากผู้บริหารกองทุนกับผู้บริหารบริษัทยังเป็นคนเดียวกัน
ที่ผมรู้เพราะผมทำเรื่องภาษีกับเรื่องบริษัทเวลาบริษัทจะให้ผมวางแผนภาษีให้ผมต้องดูงบการเงินคุยกับผู้บริหารผมถึงได้รู้ว่าผู้บริหารนี่มันดีจริงๆเงินบริษัทหรือเงินมูลนิธินี่ใช้ยังกับเงินของตัวเองเพียงแต่อ้างหลักฐานให้มันมีที่มาที่ไปหน่อยว่าทำภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัทหรือมูลนิธิจะได้ไม่โดนข้อหาฉ้อโกง
ชัดเจน ถถถ
thanyadol Wed, 02/12/2015 - 16:04
In reply to ถ้าคุณเป็นผู้บริการบริษัทหรือ by Kyoukai
ชัดเจน ถถถ ที่แท้ก็เลี่ยงภาษีนี่เอง
คงคล้ายๆ
HMage Wed, 02/12/2015 - 09:32
คงคล้ายๆ กับเศรษฐีบ้านเราที่เวลาลูกเข้าโรงเรียนก็จะบริจาคให้โรงเรียนหรือสมาคมผู้ปกครอง แต่นี่พี่มาร์คเขาอยู่ระดับโลก
สุดยอดดด ขออนุโมทนาครับ
ปลงนะเรา Wed, 02/12/2015 - 09:33
สุดยอดดด ขออนุโมทนาครับ
มีใครพอมีข้อมูลมั้ยครับ
Guidenogo Wed, 02/12/2015 - 09:55
มีใครพอมีข้อมูลมั้ยครับ ว่าเงินบริจาคของมหาเศรษฐี เอามาทำอะไรบ้าง
รวมๆแล้ว ปีนึงมีเงินเข้ามูลนิธิพวกนี้ผมว่าเป็น 10 ล้าน ล้าน บาท แต่ไม่เห็นโลกจะดีขึ้นเลยครับ
แบบนี้แทนที่จะเอาเงินไปบริจาค เอามาให้รัฐบาลบริหารประเทศดีกว่ามั้ย
มันก็เงินเค้านี่คะว่าจะเอามาท
มายองเนสจัง Wed, 02/12/2015 - 10:03
In reply to มีใครพอมีข้อมูลมั้ยครับ by Guidenogo
มันก็เงินเค้านี่คะว่าจะเอามาทำอะไรบ้าง
คิดอย่างนี้ไม่ถูกนะครับ
Guidenogo Wed, 02/12/2015 - 10:11
In reply to มันก็เงินเค้านี่คะว่าจะเอามาท by มายองเนสจัง
คิดอย่างนี้ไม่ถูกนะครับ คนบริจาคเค้าก็อยากจะมั่นใจว่า เงินที่เค้าเสียไป เกิดประโยชน์สูงสุดกับคนผู้คนจำนวนมากที่สุด
เห็นพอมีคนรวยขึ้นมาทีนึง ก็มีมูลนิธิใหม่โผล่มาทีนึง แสดงว่ามูลนิธิเก่าที่มีอยู่ทำได้ไม่ดี ไม่ทั่งถึงหรือ
อันนี้คุณต้องเข้าใจก่อนนะครับ
McKay Wed, 02/12/2015 - 15:18
In reply to คิดอย่างนี้ไม่ถูกนะครับ by Guidenogo
อันนี้คุณต้องเข้าใจก่อนนะครับว่ามูลนิธิแบบนี้ ไม่ได้ระดมเงินบริจาคจากหลายๆบุคคล แต่มาจากเงินของคนคนเดียวหรือครอบครัวเดียวและอาจจะมีบุคคลภายนอกไม่กี่คน(ซึ่งจะกลายเป็นบอร์ดบริหารอยู่ดี) ดังนั้นไม่จำเป็นต้องให้คนบริจาคมั่นใจครับเพราะไม่เกี่ยวกัน
ส่วนทำไมต้องตั้งใหม่ก็เพราะวัตถุประสงค์/จุดมุ่งหมายของมูลนิธิต่างกัน และเจ้าของเงินคนละคนกันครับ
อีกเรื่องคือคุณบอกว่าโลกไม่ดีขึ้น อันนี้คือคุณอยู่ที่ไทยอย่างเดียวรู้ได้อย่างไรครับว่าไม่ดีขึ้น และตัวคุณเองมีเงินมาใช้จ่ายเล่นเน็ต ดังนั้นคุณคงไม่ใช่เป้าหมายของมูลนิธิเหล่านี้นะครับ
การนำเงินมาให้รัฐบริหารนั้นเรียกได้ว่าแย่ครับ เพราะการนำเงินไปให้รัฐใช้ไม่สามารถทำให้บรรลุวัตถุประสงค์/เป้าหมายของมูลนิธิได้ครับ และรัฐบาลของประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือ(กำลังพัฒนา)ส่วนมากไม่มีความโปร่งใสครับ
การสร้างรายได้ การกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นหลักการที่ค่อนข้างแย่ถ้าจะทำมูลนิธิครับ เพราะเงินจะไปตกอยู่กับชนชั้นสูง/กลาง แทนที่จะเป็นผู้ที่ต้องการจริงๆ
อารมณ์แบบนี้เหมือนกับการที่คน
nrml Wed, 02/12/2015 - 12:53
In reply to มันก็เงินเค้านี่คะว่าจะเอามาท by มายองเนสจัง
อารมณ์แบบนี้เหมือนกับการที่คนที่บอกว่าชอบทำบุญหลายๆ คนชอบเอามาพูดกันครับ คือทำบุญขอแค่ใจเราคิดดีคนที่เอาไปใช้ต่อจะเอาไปใช้ทำอะไรไม่ว่าจะใช้เกิดประโยชน์ไม่เกิดประโยชน์หรือทำดีทำเลว ก็แล้วแต่เค้า หรือการปล่อยสัตว์ปล่อยนกปล่อยปลา เราให้อิสระเค้า ยังไงเราก็ได้บุญอยู่แล้ว ซึ่งจริงๆ อยากให้เปลี่ยนแนวคิดแบบนี้ การจะทำบุญอะไรสักอย่างมันควรที่จะต้องคิดให้รอบคอบมากกว่านี้ อย่างไปกระจุกบริจาคเงินให้วัดดังๆ รวยๆ หรือปล่อยสัตว์เอเลี่ยนเข้าสู่ระบบนิเวศ ซึ่งมันจะกลายเป็นว่าสร้างบาปมากกว่าสร้างบุญครับ
เห็นตามข่าวส่วนใหญ่ไปลงที่ประ
HMage Wed, 02/12/2015 - 10:19
In reply to มีใครพอมีข้อมูลมั้ยครับ by Guidenogo
เห็นตามข่าวส่วนใหญ่ไปลงที่ประเทศกำลังต้องพัฒนาครับ เช่น อดอยากขาดปัจจัย 4
ส่วนบ้านเราเป็นประเทศกำลังอยากพัฒนา เขาเลยไม่จำเป็นต้องมา เราก็เลยไม่เห็น
ไม่แน่ว่าถ้าไม่มีมูลนิธิพวกนี้ อาจมีเด็กตายไปมากกว่านี้หลายเท่าแล้ว
แล้วที่เราก็ยังเห็นมีคนอดอยากจำนวนมากเหมือนเดิม ผมคิดว่างบส่วนใหญ่หมดไปกับปัจจัย 4 ที่ใช้แล้วหมดไปครับ
นึกภาพว่า คนมีรายได้น้อยแค่จะกินยังไม่ค่อยพอ ก็คงไม่เหลือไปพัฒนาศักยภาพตัวเอง ก็เลยไม่หลุดจากชีวิตแบบนี้ได้สักที
ถ้าอย่างนั้น
Guidenogo Wed, 02/12/2015 - 12:35
In reply to เห็นตามข่าวส่วนใหญ่ไปลงที่ประ by HMage
ถ้าอย่างนั้น เอาเงินไปให้รัฐบาล ประเทศนั้นๆพัฒนาดีกว่ามั้ยครับ
เช่น ประเทศ A B อดอยาก แต่ประเทศ A รัฐบาลโปร่งใส ตรวจสอบได้ ก็บริจาคไปให้เลย 1000 ล้านดอลล์
สร้างงาน สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ
ในขณะที่ประเทศ B รัฐบาลไม่น่าเชื่อถือ ก็ไม่ให้ เป็นการให้ประชาชนในประเทศกดดันรัฐบาลตัวเองอีกต่อหนึ่ง อะไรแบบนี้
ที่ว่ามานี่เงินของคุณรึเปล่า?
Architec Wed, 02/12/2015 - 12:42
In reply to ถ้าอย่างนั้น by Guidenogo
ที่ว่ามานี่เงินของคุณรึเปล่า?
ความเห็นแบบนี้ยังมีอยู่ใน
Guidenogo Wed, 02/12/2015 - 13:03
In reply to ที่ว่ามานี่เงินของคุณรึเปล่า? by Architec
ความเห็นแบบนี้ยังมีอยู่ใน blognone อีกเหรอครับ
อย่าว่าโง้นงี้เลยนะ
Architec Wed, 02/12/2015 - 13:30
In reply to ความเห็นแบบนี้ยังมีอยู่ใน by Guidenogo
อย่าว่าโง้นงี้เลยนะ รบ.ไทยได้เงินให้เปล่า ที่ก้อนใหญ่เบิ้มสุดก็สมัยสงครามเวียตนาม ขนมาเท่าไหร่ก็ไม่รู้ว่าเอาไปบริหารอะไรบ้าง (แต่สมัยนั้นมีถนน รพช. นะเออ เกรดดีกว่าถนนทุกวันนี้อีก)
คุณเข้าใจระบบมูลนิธิไหมครับ "แจกตรงๆ" ไม่ใช่ผ่าน รบ.>กระทรวง>หน่วยงาน1234>คน ไม่รู้ให้สิบหยิบครึ่งแล้วจะถึงมือคนจริงๆเท่าไหร่
[Ad Hominem]ให้ผมเดานะ ผมว่าคุณติดนิสัยชอบของฟรีจนเคยตัวสิท่า
ถ้าตั้งใจจะให้เงินไปพัฒนาเต็ม
HMage Wed, 02/12/2015 - 17:40
In reply to ถ้าอย่างนั้น by Guidenogo
ถ้าตั้งใจจะให้เงินไปพัฒนาเต็มเม็ดเต็มหน่วยจริงๆ สู้ตั้งมูลนิธิมาจัดการเองน่าจะควบคุมได้มากกว่านะครับ
สมมติผมมองรัฐบาลเป็นมูลนิธิหนึ่ง ก็เป็นมูลนิธิที่ไม่น่าช่วยเพราะใหญ่เกินไป ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเอาเงินบริจาคไปใช้ได้ตรงจุดหรือไม่ ไม่ว่าจะประเทศไหนหรือโปร่งใสหรือไม่
อีกอย่าง จะมีประชาชนสักกี่ประเทศสามารถกดดันรัฐบาลจนมีผลได้ครับ ยิ่งประเทศที่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากเงินบริจาคนี้ด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องเดาเลย พวกเขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคนรอช่วยเหลืออยู่
รัฐโปร่งใสตรวจสอบได้ก็ไม่น่าจ
darkfaty Thu, 03/12/2015 - 00:49
In reply to ถ้าอย่างนั้น by Guidenogo
รัฐโปร่งใสตรวจสอบได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอดอยากนะครับ ไอ้ที่มีปัญหาไม่มีจะกิน หุ้นตกกระจาย โดนแบนหลายรูปแบบนี้มันมาจากรัฐประเภทตรวจสอบความผิดตัวเองทั้งนั้นครับ และที่สำคัญทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นประเทศเจริญแล้ว ทุกคนก็รู้ว่าเวลารัฐไม่ว่าจะดีเลิศแค่ไหนก็ไม่สามารถบริหารจัดการเงินได้มีประสิทธิภาพเท่าเอกชน การมีมูลนิธิที่มีทิศทางที่ชัดเจนว่าจะนำเงินไปจัดการด้านไหนย่อมมีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าให้รัฐบริหารครับ
รัฐได้ภาษีอยู่แล้วครับ
TeamKiller Wed, 02/12/2015 - 10:14
In reply to มีใครพอมีข้อมูลมั้ยครับ by Guidenogo
รัฐได้ภาษีอยู่แล้วครับ ไม่ต้องบริจาคก็ได้ครับ ยิ่งมีเงินเยอะเราก็จ่ายเข้ารัฐเยอะขึ้น
จริงพวกหน่วยงานเขาก็มีช่วยเหลือเรื่อยๆ นะครับ แต่ถ้าจะช่วยระยะยาวจริงๆ ไม่ใช่เอาเงินแจกๆ แล้วก็หาย มันก็ช่วยอะไรไม่ได้นะครับ
กรณีของบิล เกตส์
mk Wed, 02/12/2015 - 10:17
In reply to มีใครพอมีข้อมูลมั้ยครับ by Guidenogo
กรณีของบิล เกตส์ ในเว็บเขาก็มีเนื้อหาเยอะอยู่นะครับ ถ้าอ่านให้หมดก็คงใช้เวลาหลายวัน
เค้าช่วยแบบระยะยาวครับ
sunVSmoon Wed, 02/12/2015 - 10:47
In reply to มีใครพอมีข้อมูลมั้ยครับ by Guidenogo
เค้าช่วยแบบระยะยาวครับ ไม่ได้เน้นการแจกจ่ายระยะสั้น
ไม่เหมือนเศรษฐีบ้านเราแจกไอโฟน...แจกปุ๊บชีวิตดี๊ดี...แต่มันแค่คนกระจุกเดียวและระยะสั้นมากกกกกก
ที่มีอยู่อาจจะดี
wiennat Wed, 02/12/2015 - 11:51
In reply to มีใครพอมีข้อมูลมั้ยครับ by Guidenogo
ที่มีอยู่อาจจะดี แต่ไม่ตรงกับความต้องการเค้าก็ได้ครับ สมมติเช่นอยากทุ่มเงินเพื่อวิจัยโรคมะเร็ง ถ้าบริจาคผ่านรัฐ (หรือแม้กระทั่งโรงพยาบาล) เงินตรงนี้จะไปถึงการวิจัยของโรคนี้ซักเท่าไหร่ ถ้าบริจาคมูลนิธิที่เกี่ยวของกับผู้ป่วยโรคมะเร็งโดยตรง ก็อาจจะเกี่ยวข้องกว่าแต่อาจจะไปช่วยในด้านความเป็นอยู่ของผู้ป่วยมากกว่าไปทุ่มลงด้านงานวิจัยตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก เป็นต้นครับ
รัฐบาลมีหน้าที่บริหารประเทศ
mr_tawan Wed, 02/12/2015 - 23:52
In reply to มีใครพอมีข้อมูลมั้ยครับ by Guidenogo
รัฐบาลมีหน้าที่บริหารประเทศ แต่เขาต้องการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งผมว่าเป็นจุดประสงค์ที่ไม่ได้ตรงกันซะทีเดียวนะครับผมว่า ดังนั้นการจ่ายเงินบริจาคเข้าองค์กรณ์การกุศลนี่ก็ดีแล้วแหละ
แล้วก็เหมือนหลาย ๆ องค์กรณ์จะไปเน้นในพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีคนสนใจ (อัฟริกา ?) เราก็เลยไม่รู้ว่าพวกนี้ทำอะไรล่ะมั้งครับ ? ผมติดตาม Bill Gates อยู่ก็เห็นสิ่งที่เขาทำอยู่เรื่อย ๆ นะครับ
สุดยอดมากๆครับ
sabayjoo_ Wed, 02/12/2015 - 14:44
สุดยอดมากๆครับ
เจ้าสัวไทยไม่ทำตามบ้างเลย
fox2000 Wed, 02/12/2015 - 22:52
เจ้าสัวไทยไม่ทำตามบ้างเลย
Update:
hoho Thu, 03/12/2015 - 03:18
Update: ไม่ใช่บริจาคเพื่อองค์กรการกุศลนะครับ องค์กรที่จัดตั้งเป็น LLC เพื่อลงทุนแต่ไม่ได้เน้นผลกำไรมาก่อน
As BuzzFeed's Alex Kantrowitz reported, the Chan Zuckerberg Initiative, the organization that the couple's fortune will go to, is structured as an LLC, a limited liability company, not as a nonprofit organization. (A Facebook spokesperson confirmed to Tech Insider that the organization is an LLC.)
http://www.businessinsider.com/mark-zuckerberg-not-donating-fortune-to-charity-2015-12
Although the group is a corporation, not a non-profit, the donation is intended to improve the world as Zuckerberg and Chan see it, rather than making profit for profit's sake.
http://www.businessinsider.com/biggest-charity-donors-in-the-us-in-2014-2015-12