Tags:
Topics: 
Node Thumbnail

สหภาพโทรคมนาคมนานาชาติ หรือที่เรียกโดยย่อว่า ITU (ย่อมาจาก International Telecommunication Union) ได้ออกรายงาน MIS: Measuring the Information Society ประจำปี 2014 ซึ่งรายงานนี้มีเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี 2009 เนื้อหาของรายงานว่าด้วยสภาพความเป็นไปของแวดวงโทรคมนาคมทั่วโลกผ่านการนำเสนอประกอบข้อมูลเชิงสถิติ และในฐานะที่ประเทศไทยเราก็เป็นส่วนหนึ่งของสหภาพแห่งนี้ จึงน่าสนใจว่าความเป็นอยู่ในด้านโทรคมนาคมของบ้านเรานั้นอยู่ ณ จุดไหนเมื่อเทียบกับประชาคมโลก

เทคโนโลยีสารสนเทศกับภาคธุรกิจและการศึกษา

ในรายงาน MIS 2014 นั้นกล่าวถึงประเทศไทยอยู่หลายวาระด้วยกัน เริ่มจากสัดส่วนการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบบรอดแบนด์มีสายในภาคองค์กรธุรกิจ โดยแผนภูมิของ ITU ระบุว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตในภาคองค์กรธุรกิจของไทยนั้นกระเตื้องขึ้นอย่างช้าๆ จากปี 2005 ที่มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตระบบข้างต้นอยู่ที่ประมาณ 3% ของจำนวนองค์กรธุรกิจทั้งหมด ขยับเพิ่มขึ้นมาเป็น 14% ในปี 2012 ในขณะที่ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างสิงคโปร์นั้นมีตัวเลขสัดส่วนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตขององค์กรธุรกิจเพิ่มจาก 10% เป็น 72% ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน

alt="แผนภูมิแสดงการเติบโตของจำนวนองค์กรธุรกิจที่ใช้งานอินเทอร์เน็ต"

อย่างไรก็ตาม หากมองไปที่สถิติเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตในภาคการศึกษา กลับพบว่าประเทศไทยได้จัดสรรให้โรงเรียนต่างๆ ได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ได้มากเกือบ 100% เหนือกว่าประเทศส่วนใหญ่ในทวีปเดียวกัน

alt="แผนภูมิเปรียบเทียบสัดส่วนการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของโรงเรียนในประเทศต่างๆ"

นอกจากนี้ข้อมูลสัดส่วนบุคลากรครูในประเทศไทยยังระบุว่าครูผู้สอน 80% ผ่านการฝึกอบรมให้ใช้งานสื่อสารสนเทศและอินเทอร์เน็ตร่วมในการเรียนการสอน และ 90% ของครูทั้งหมดทั่วประเทศได้รับการอบรมให้สามารถสอนการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตขั้นพื้นฐานแก่เด็กนักเรียน โดยอัตราส่วนตัวเลขทั้งคู่ที่กล่าวมานี้ถือว่าสูงอย่างโดดเด่นเหนือกว่าประเทศส่วนใหญ่ในเอเชีย

alt="แผนภูมิแสดงสัดส่วนครูที่ผ่านการอบรมเพื่อใช้งานสื่อสารสนเทศเพื่อการสอน (แกนตั้ง) และสัดส่วนครูที่ผ่านการอบรมเพื่อสอนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (แกนนอน)"

ITU ระบุในรายงานว่าสัดส่วนการใช้งานระบบสารสนเทศและอินเทอร์เน็ตในภาคการศึกษาที่สูงลิ่วเป็นผลมาจากนโยบายของภาครัฐในการผลักดันโครงการ "SchoolNet Thailand" หรือในชื่อไทยว่า "เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย" ในช่วงปี 1996-2003 ร่วมด้วยโครงการ "EdNet" และโครงการ "แท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย" จึงทำให้เด็กไทยมีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ทั่วถึงและมีการพัฒนาครูผู้สอนอย่างต่อเนื่อง

ดัชนี IDI

ในภาพรวมของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ITU ได้จัดทำดัชนีชี้วัดการพัฒนาในด้านนี้เพื่อสะท้อนภาพความก้าวหน้าในการปรับใช้เทคโนยีของผู้คนในประเทศนั้นเรียกว่าค่า IDI (ICT Development Index) โดยค่าดัชนีที่จะระบุเป็นตัวเลขในช่วง 0-10 นี้ได้จากการพิจารณาข้อมูลใน 3 ด้าน อันได้แก่

  • ดัชนีด้านการเข้าถึงเทคโนโลยี คิดจากสัดส่วนผู้ใช้งานโทรศัพท์บ้าน, สัดส่วนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่, สัดส่วนแบนด์วิธอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อต่างประเทศเทียบกับจำนวนผู้ใช้งาน, สัดส่วนครัวเรือนที่มีคอมพิวเตอร์ และสัดส่วนครัวเรือนที่เข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ต
  • ดัชนีด้านการใช้งานระบบ ได้จากสัดส่วนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเทียบกับจำนวนประชากร ร่วมด้วยตัวเลขสัดส่วนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ทั้งแบบมีสายและไร้สาย
  • ดัชนีทักษะรวมถึงความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยีของผู้คน พิจารณาจากจำนวนประชากรที่อ่านออกเขียนได้ และสัดส่วนประชากรที่มีการศึกษาในระดับต่างๆ

ซึ่งประเทศไทยมีค่า IDI ในปี 2013 อยู่ที่ 4.76 ถือเป็นลำดับที่ 81 จาก 166 ประเทศทั่วโลกที่ได้รับการประเมินค่า IDI (และนับเป็นลำดับที่ 10 ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก) โดยประเทศที่มีค่าดัชนีสูงสุดคือเดนมาร์ค (8.86) ส่วนประเทศทีมีค่า IDI ต่ำที่สุดนั้นก็คือแอฟริกากลาง (0.96) โดยค่า IDI ของไทยนั้นอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนี IDI ในกลุ่มประเทศเอเชียและแปซิฟิก (4.57) และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย IDI ของทั้งโลก (4.77) อยู่เล็กน้อยเท่านั้น

alt="จุดอ่อน-จุดแข็งในด้านต่างๆ ของไทยโดยอิงจากดัชนี IDI"

alt="แผนภูมิเปรียบเทียบค่าดัชนี IDI ของประเทศต่างๆ"

หากแยกย่อยตัวเลขดัชนีชี้วัดและการจัดลำดับลงไปอีกจะพบว่า ดัชนี้ชี้วัดด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีของไทยนั้นอยู่ที่ 4.88 (ลำดับที่ 91) ส่วนดัชนี้ด้านการใช้งานอยู่ที่ 3.12 (ลำดับที่ 71) และมีค่าดัชนีด้านทักษะการใช้เทคโนโลยี 7.81 (ลำดับที่ 61) โดยจากการเปรียบเทียบค่าดัชนีเหล่านี้กับตัวเลขของปีก่อนหน้า ถือได้ว่าประเทศไทยมีการเติบโตของดัชนีด้านการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศแบบพุ่งพรวดถึง 34 อันดับ และทำให้ดัชนี IDI ในภาพรวมเพิ่มขึ้นแซงหน้าประเทศอื่นขึ้นมา 10 อันดับภายในปีเดียว

alt="การจัดอันดับของประเทศที่มีค่าดัชนี IDI เปลี่ยนแปลงมากที่สุดในรอบปี"

กระแสความเปลี่ยนแปลงเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศในไทย

รายงานของ ITU ได้อธิบายการก้าวกระโดดของค่าดัชนี IDI สำหรับประเทศไทยว่าเป็นผลมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ใช้งานอุปกรณ์พกพา (สอดคล้องกับแนวโน้มของจำนวนประชากรทั่วโลกที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มีเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลจากการแพร่หลายของอุปกรณ์พกพา)

การเปลี่ยนแปลงภายในระยะเวลาปีเดียวช่วง 2012-2013 มีจำนวนผู้เริ่มใช้งานโทรศัพท์มือถือเพิ่มมากขึ้นถึง 7 ล้านราย ทำให้สัดส่วนผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือสูงถึง 138% เมื่อเทียบจำนวนประชากร และในช่วงเวลาเดียวกันนั้นมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แบบไร้สายเพิ่มมากขึ้นถึง 28 ล้านราย ส่งผลให้มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตรูปแบบดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 5 เท่า คิดเป็นสัดส่วน 52% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้เป็นผลมาจากการประมูลคลื่น 3G ที่เพิ่งได้ข้อสรุปในช่วงปลายปี 2012 นั่นเอง

alt="การเพิ่มจำนวนของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์พกพา"

อีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งให้ไทยมีค่าดัชนี IDI เพิ่มสูงขึ้น มาจากค่าแบนด์วิธของอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศที่ไทยเรามีเพิ่มขึ้นจากโครงการ SJC (Southeast Asia Japan Cable) ซึ่งเป็นการวางเคเบิลใต้น้ำเชื่อมโยงกลุ่มประเทศในอาเซียนเข้ากับญี่ปุ่น, ฮ่องกง และจีน ทำให้การท่องอินเทอร์เน็ตเข้าเว็บไซต์ต่างประเทศทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้คนในประเทศรู้สึกถึงความสะดวกสบายในการใช้งานอินเทอร์เน็ตจนนำมาซึ่งจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

การแข่งขันและอัตราค่าบริการด้านโทรคมนาคม

เนื่องจากความแตกต่างของค่าเงินในแต่ละประเทศ ตลอดจนค่าครองชีพของผู้คนที่แตกต่างกันไปตามสภาพเศรษฐกิจนั้นๆ ITU จึงได้เลือกใช้วิธีการเปรียบเทียบอัตราค่าบริการด้านโทรคมนาคมในแต่ละประเทศว่าถูกหรือแพงโดยใช้ตัวเลขเฉลี่ยของค่าบริการรายเดือนมาเปรียบเทียบกับค่า GNI p.c. (ซึ่งหมายถึงรายได้มวลรวมประชาชาติต่อจำนวนประชากร โดยตัวเลขนี้ของไทยในปี 2013 อยู่ที่ 5,370 ดอลลาร์) ยิ่งตัวเลขออกมาน้อยก็หมายถึงค่าบริการที่ถูก (เมื่อเทียบกับปัจจัยแวดล้อม)

โทรศัพท์บ้าน

สำหรับประเทศไทยนั้นมีอัตราเฉลี่ยค่าบริการรายเดือนของผู้ใช้โทรศัพท์บ้านในปี 2013 อยู่ที่ 6.18 ดอลลาร์ คิดเป็น 1.38% ของค่า GNI p.c. ถือว่ามีค่าบริการถูกเป็นลำดับที่ 82 จาก 166 ประเทศทั่วโลก

  • ค่าบริการเฉลี่ยต่อเดือนเทียบกับ GNI p.c. ถูกสุด: อิหร่าน (0.03%), แพงสุด: มาดากัสการ์ (56.62%)
  • ค่าบริการเฉลี่ยต่อเดือน ถูกสุด: อิหร่าน (0.12 ดอลลาร์), แพงสุด: กาบอง (50.52 ดอลลาร์)

โทรศัพท์มือถือ

มาดูทางด้านค่าบริการของโทรศัพท์มือถือ ประเทศไทยมีค่าบริการรายเดือนเฉลี่ยแล้ว 5.36 ดอลลาร์ คิดเป็น 1.20% ของ GNI p.c. ถือว่าค่าบริการถูกเป็นลำดับที่ 47 จาก 166 ประเทศ

  • ค่าบริการเฉลี่ยต่อเดือนเทียบกับ GNI p.c. ถูกสุด: มาเก๊า (0.11%), แพงสุด: มาลาวี (56.29%)
  • ค่าบริการเฉลี่ยต่อเดือน ถูกสุด: บังคลาเทศ (1.41 ดอลลาร์), แพงสุด: บราซิล (48.32 ดอลลาร์)

อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์

ส่วนค่าบริการอินเทอร์เน็ตรายเดือนนั้น ของไทยมีราคาเฉลี่ย 22.46 ดอลลาร์ คิดเป็น 5.02% ของ GNI p.c. จัดว่าถูกเป็นลำดับที่ 98 จาก 166 ประเทศ

  • ค่าบริการเฉลี่ยต่อเดือนเทียบกับ GNI p.c. ถูกสุด: มาเก๊า (0.32%), แพงสุด: แอฟริกากลาง (2193.65%)
  • ค่าบริการเฉลี่ยต่อเดือน ถูกสุด: เวียดนาม (2.93 ดอลลาร์), แพงสุด: แอฟริกากลาง (584.97 ดอลลาร์)

alt="ค่าบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แบบมีสาย (เทียบกับ GNI p.c.) ของประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก"

ตัวเลขสถิติที่น่าสนใจอื่นๆ เกี่ยวกับประเทศไทย

ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลของปี 2013 ที่ ITU ใช้ในการประเมินดัชนี IDI

  • จำนวนการใช้โทรศัพท์บ้านต่อประชากร 100 คน 9.0 เลขหมาย
  • จำนวนการใช้โทรศัพท์มือถือต่อประชากร 100 คน 138.0 เลขหมาย
  • แบนด์วิธอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศต่อจำนวนผู้ใช้ 37,370 bps
  • สัดส่วนครัวเรือนที่มีคอมพิวเตอร์ในบ้าน 28.7%
  • สัดส่วนครัวเรือนที่ใช้อินเทอร์เน็ต 22.7%
  • สัดส่วนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตต่อประชากร 28.9%
  • จำนวนการใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แบบมีสายต่อประชากร 100 คน 7.4 ราย
  • จำนวนการใช้อินเทอร์เน็ตแบบไร้สายสายต่อประชากร 100 คน 52.5 ราย
  • สัดส่วนประชากรวัยผู้ใหญ่ที่อ่านออกเขียนได้ 96.4%
  • สัดส่วนประชากรที่มีการศึกษาปานกลาง 87.0%
  • สัดส่วนประชากรที่มีการศึกษาสูง 51.2%

ผู้ที่สนใจอยากศึกษาข้อมูลจากรายงานตัวเต็มสามารถดาวน์โหลดเอกสารเป็นไฟล์ PDF ได้จากที่นี่

Get latest news from Blognone

Comments

By: Rewat.me
iPhoneAndroidUbuntu
on 26 November 2014 - 06:17 #766891
Rewat.me's picture

ขอบคุณครับ ได้เห็นภาพการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี ของประเทศเราได้อย่างดีเลย

By: ปลงนะเรา
Android
on 26 November 2014 - 07:02 #766894

เรียงลำดับค่าบริการจากถูกไปแพง มือถือ >> โทรศัพท์บ้าน >> บรอดแบรนด์ โดยเฉพาะอย่างหลัง 98 จาก 166 ผมเสนอ(ขอ) สัก 99.-/1Mb. ไม่งั่นก็ 299.-/5Mb. แต่ใครจะให้ :)

By: Holy
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 26 November 2014 - 08:51 #766922 Reply to:766894
Holy's picture

ไม่พอค่า admin ค่าระบบที่ต้องลงทุนเพิ่มล่ะมั้งครับ

By: tanapon000 on 26 November 2014 - 07:16 #766898
tanapon000's picture

"แบนด์วิธอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศต่อจำนวนผู้ใช้ 37,370 bps"

ทำไมตัวเลขดูน้อยขนาดนี้

By: icez
ContributoriPhoneAndroidRed Hat
on 26 November 2014 - 09:35 #766941 Reply to:766898

มีอยู่ 1Tbps (ล้านล้าน) จากประชากรที่ใช้เน็ต 30 ล้านคน

ออกมาเท่านี้ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ฮะ

By: pro.it
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 26 November 2014 - 08:54 #766923

เยี่ยมครับ เห็นพัฒนาการดีจัง

By: psemanssc
Blackberry
on 26 November 2014 - 14:10 #767028

บ้านผมเลิกใช้โทรศัพท์บ้านแบบมีสายไปนานมากแล้วครับแม่ผมบอกเดือนนึงแทบไม่มีใครโทรมายกเลิกไปดีกว่า เพราะเน็ตก็ใช้ของสามบีบีไม่ต้องมีเบอร์เอา (เน็ตTOT เจ้าอื่นอัพให้หลายเม็กอัตโนมัติเจ้านี้ต้องไปยื่นเรื่องที่สำนักงานแม่ผมโมโหบอกทำไมไม่ปรับให้เลย เลิกยกเลิกไปเลยวันนั้น) ข้อมูลปีนี้น่าจะเพิ่มอีกนะครับเพราะคนใช้งานโทรศัพท์ที่มีอินเตอร์เน็ตมากขึ้น จริงๆรัฐน่าจะส่งเสริมการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตของประชาชนให้มากกว่านี้ลงทุนระบบไฟเบอร์แล้วให้เอกชนเช่าในราคาไม่แพงก็ได้ ค่าเฉลี่ยน่าจะเพิ่มมากกว่านี้เยอะ

By: pote2639
ContributoriPhoneWindows PhoneWindows
on 26 November 2014 - 16:01 #767060

ผมนี่ยีนขึ้นแล้วตบมือเลย บางอันนำได้ดีกว่ามาเลเยอะเลยแหะ ไม่น่าเชี่อ


I am Death incarnate!

By: คนเมือง นวยไฮโซ
iPhoneAndroid
on 26 November 2014 - 20:11 #767116
คนเมือง นวยไฮโซ's picture

ถัดจากนี้ไปภาครัฐ ควรส่งเสริม lease line ให้กว้างขวางนะครับ
ติดตั้งทุกโรงเรียน ทุกหน่วยราชการไปเลย

By: Virusfowl
ContributorAndroidSymbianWindows
on 29 November 2014 - 13:09 #767909

ข้อมูลละเอียด+น่าสนใจดีมากครับ #ผมนี่ขอบคุณเลย


@ Virusfowl

I'm not a dev. not yet a user.