Samsung

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Note 4 เมื่อเดือนที่แล้วและกำลังจะวางขายในประเทศไทยอีกไม่กี่วันข้างหน้า (ประเทศไทยถือเป็น tier 1) ล่าสุดซัมซุงส่งเครื่องมาให้ผมทดสอบ ในฐานะที่ผมใช้ Galaxy Note 3 เป็นเครื่องหลักอยู่ด้วย ก็จะรีวิวโดยเปรียบเทียบ Note ทั้งสองรุ่นควบคู่กันไปนะครับ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

หมายเหตุ: เครื่องที่ได้รับมารีวิวเป็นเครื่องรุ่นทดสอบ มีสัญลักษณ์เฉพาะบนตัวเครื่อง ซึ่งจะไม่มีในรุ่นที่วางขายจริง

Galaxy Note 4

ดีไซน์ภายนอก: หมดยุคของพลาสติกก๊อบแก๊บ

Note 4 เต็มไปด้วยฟีเจอร์ใหม่มากมาย แต่การเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นที่สุดของ Note 4 คือ__ดีไซน์ภายนอก__

ซัมซุงโดนปรามาสไว้เยอะเรื่องวัสดุพลาสติกราคาถูก ดูไม่สมฐานะมือถือตัวท็อปราคาแพง ซึ่งในช่วงหลังบริษัทก็เริ่มปรับแนวทางการดีไซน์ตัวเครื่องภายนอกของตัวเองเสียใหม่ หันมาใช้วัสดุพรีเมียมอย่างโลหะบ้างเป็นบางส่วน การเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มใน Galaxy Alpha เป็นรุ่นแรก (กระบวนการตัดโลหะ) ก่อนจะตามมายัง Note 4 หลังจากนั้นไม่นาน และเราก็คาดเดาได้ไม่ยากว่ามือถือรุ่นท็อปของซัมซุงจากนี้ไปจะอยู่บนแนวทางนี้

ถ้าดูแต่ภาพ หน้าตาของ Note 4 ยังเหมือนเดิมแทบทุกประการ มันยังใช้โครงสร้าง "แบบซัมซุง" ปุ่มกดด้านหน้า 3 ปุ่ม ฝาหลังถอดเปลี่ยนได้ ดูเผินๆ แทบไม่มีอะไรต่างจากของเดิม แต่ของแบบนี้มันต้องสัมผัสเองถึงจะรู้ครับ ความรู้สึกในการสัมผัส Note 4 เปลี่ยนไปจาก Note 3 อย่างมาก ชนิดว่าใครเคยบ่นซัมซุงไว้เรื่อง "พลาสติก" ควรไปลองจับด้วยตัวเองกันทุกคนเลยทีเดียว (ต่อจากนี้ไปจะล้อเรื่อง "พลาสติกก๊อบแก๊บ" คงไม่ได้อีกแล้ว)

ขอบของ Note 4 เป็นโลหะชิ้นเดียวกัน และเคลือบด้วยสีอีกชั้นหนึ่ง ผมไม่แน่ใจนักว่าซัมซุงใช้เทคนิคอะไรทำสีขอบเครื่อง แต่สัมผัสแล้วมันจะออกด้านๆ หน่อย ให้ความรู้สึกที่ดีกว่าของเดิมมาก (ขอบออกจะคมๆ เล็กน้อย ไม่บาดมือแต่จะไม่โค้งมนแบบรุ่นก่อนๆ)

Galaxy Note 4

เทียบกับ Note 3 ดูเผินๆ ไม่ต่างกันมาก แต่จับแล้วคนละเรื่องเลยทีเดียว

Galaxy Note 4

จุดที่ Note 4 แตกต่างจาก Note 3 คงเป็นแค่เรื่องวัสดุเท่านั้น การวางพอร์ตและปุ่มรอบเครื่องเหมือนกันทุกประการ

Galaxy Note 4

ปุ่มควบคุมด้านหน้า 3 ปุ่มยังเหมือนเดิม (ปุ่มซ้ายเปลี่ยนจาก Menu เป็น Recent ตามอย่าง Galaxy S5) ช่องเสียบปากกา S Pen อยู่ตำแหน่งเดิม

จุดที่ต่างไปจากเดิมมีเพียงแค่พอร์ต USB 3.0 ที่เป็นแบบสองช่อง ถูกเปลี่ยนกลับมาเป็น USB 2.0 ขนาดมาตรฐาน ตรงนี้ซัมซุงให้เหตุผลกับ Engadget ว่าคนใช้ USB 3.0 ไม่เยอะนัก ซัมซุงจึงต้องการประหยัดเนื้อที่ภายในเครื่องโทรศัพท์ โดยลดกลับมาเป็นพอร์ต USB 2.0 แทน

ในฐานะที่ผมใช้ Note 3 ซึ่งมาพร้อมกับ USB 3.0 ก็ไม่ค่อยเห็นประโยชน์จากมันมากนัก (แถมเสียบสายชาร์จยากเพราะต้องเล็ง) การเปลี่ยนกลับมาใช้ USB 2.0 จึงแทบไม่มีผลอะไร (เผลอๆ ดีขึ้นด้วยเพราะเสียบสายง่ายกว่าเดิม)

Galaxy Note 4

ฝาหลังของ Note 4 ยังเป็นพลาสติกลายขรุขระเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนลายไปพอสมควร ลายเยอะขึ้น ร่องลึกขึ้น และไม่มี "ตะเข็บ" เลียนแบบการเย็บหนังเหมือน Note 3 อีกแล้ว วัสดุโดยรวมมีความด้านมากขึ้น (แต่ไม่ให้ความรู้สึก "หนึบ" แบบ S5) ลื่นน้อยลงจาก Note 3

Galaxy Note 4

ลองแกะฝาหลังออกมา แกะได้ไม่ยาก (มีร่องให้แกะที่มุมซ้ายบนเช่นเดิม) การวางช่องเสียบซิมและ SD card ต่างไปจากเดิมโดยย้ายมาอยู่ด้านซ้าย (ของเดิมอยู่ขวา) แบตเตอรี่ผอมลงแต่ยาวขึ้น

จุดที่เปลี่ยนแล้วไม่ดีเท่าไรนักคือลำโพง ถูกย้ายจากขอบด้านล่างของเครื่องกลับมาอยู่ที่ด้านหลังแทน (ในรูปตกขอบลงไป) ทำให้กลับมาเจอปัญหาวางเครื่องราบกับพื้นโต๊ะแล้วเสียงเบาอย่างที่แล้วๆ มา (ลำโพงค่อนข้างดัง แต่พอวางปิดช่องแล้วก็เบาอยู่ดี)

Galaxy Note 4

ตำแหน่งการวางกล้องคล้ายๆ ของเดิม แต่ Note 4 เพิ่มเซ็นเซอร์วัดการเต้นของหัวใจมาแบบเดียวกับ S5 โดยเซ็นเซอร์นี้สามารถวัดรังสี UV ได้ด้วยนะครับ (ต้องวัดผ่านแอพ S Health) ตรงนี้นอกจากเอาไว้วัดโชว์เท่ๆ แล้วคิดว่ายังไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก

Galaxy Note 4

เทียบขนาดในบรรดาพี่น้อง Galaxy Note จะเห็นว่าขนาดของ Note 4 ใกล้เคียงกับ Note 3 โดยสูงขึ้นเล็กน้อย

Note 4 Compare

วิวัฒนาการของฝาหลัง จากฝามันแผลบ มาเป็นฝาหลังลายขรุขระแบบใน Note 4 (สังเกตตำแหน่งของลำโพงจะกลับไปเหมือน Note 2)

Note 4 Compare

วิวัฒนาการของขอบเครื่อง จาก Note 2 ล่างสุด มาเป็น Note 4 ที่อยู่บนสุด

Note 4 Compare

หน้าจอ: Super AMOLED QHD

หน้าจอของ Note 4 ใช้จอ Super AMOLED ตัวเดียวกับใน Galaxy Tab S ให้สีสันสดใส และคงข้อดีของจอ AMOLED มาอย่างครบถ้วน

สิ่งที่พัฒนาขึ้นจาก Note 3 คือความละเอียดของหน้าจอที่ขยับจาก 1920x1080 มาเป็น 2560x1440 (QHD) ละเอียดขึ้นจากเดิมมาก ในการใช้งานทั่วๆ ไปแทบไม่รู้สึก (เพราะพิกเซลมันเล็กมากเป็นทุนอยู่แล้ว) แต่ไหนๆ มีของให้ลองเปรียบเทียบเลยถ่ายภาพมาให้ดูกันครับ

จากภาพจะเห็นว่าฟอนต์ของ Note 4 เรียบและคมกว่า Note 3 ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนัก ต้องย้ำอีกรอบว่ามันจะมองเห็นก็คือต้องถ่ายภาพแล้วมาซูมเปรียบเทียบกันแบบนี้เท่ากัน ในการใช้งานจริงแทบไม่เห็นความแตกต่างใดๆ

font

ฮาร์ดแวร์: สเปกแรง แบตอึด แต่ไม่กันน้ำ

Note 4 รุ่นที่ได้มาทดสอบนี้เป็นรุ่น SM-N910C รุ่นขายทั่วโลก ซึ่งเลือกใช้ซีพียู Exynos Octa 5433 แปดคอร์ (1.9GHz+1.3GHz) มาพร้อมกับจีพียู Mali-T760 และแรม 3GB

สมรรถนะขนาดนี้เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป การตอบสนองทุกอย่างรวดเร็ว ฉับไว ส่วนผลการรันเบนช์มาร์คได้ 48354 คะแนน ดังภาพ (น่าจะเป็นมือถือสาย Android ที่แรงเป็นอันดับต้นๆ ในช่วงนี้)

benchmark

ฟีเจอร์อื่นๆ ของฝั่งฮาร์ดแวร์คือปุ่มโฮมยังมีระบบตรวจสอบลายนิ้วมือแบบเดียวกับ S5 อย่างไรก็ตาม Note 4 กลับไม่กันน้ำแบบ S5 ด้วยเหตุผลที่ผมก็ยังหาไม่เจอว่าเพราะอะไร (ซัมซุงไม่ได้อธิบายไว้) ถือว่าน่าเสียดายครับ

แบตเตอรี่ของ Note 4 ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเป็น 3220 mAh โดยซัมซุงบอกว่าระดับการใช้งานแบตเตอรี่ดีกว่าเดิมเล็กน้อย แม้ว่าจอภาพละเอียดขึ้นเยอะ ซึ่งจากการใช้งานแล้วพบว่าแบตอึดในระดับเดียวกับ Note 3 (มีโหมด Ultra Power Saving แบบเดียวกับ S5 ด้วยแต่ไม่ได้ลองนะครับ)

ฟีเจอร์ที่ไม่ได้ทดสอบคือ Fast Charging ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 50% ภายในครึ่งชั่วโมง (เหมาะสำหรับเวลาแบตหมดแล้วต้องชาร์จแบบด่วนๆ เพราะต้องไปทำอย่างอื่น) เนื่องจากซัมซุงไม่ได้ให้สายชาร์จของ Note 4 ติดมาด้วยครับ

ซอฟต์แวร์: พื้นฐานที่ดีของ Galaxy S5

ซอฟต์แวร์ของ Note 4 แทบจะยกดีไซน์ของ Galaxy S5 มาเกือบหมด จุดที่ต่างไปมีแค่สีพื้นหลังของ widget ของซัมซุงเอง เปลี่ยนมาใช้พื้นหลังใสแทนทั้งหมด (ซัมซุงเรียกมันว่า Clear & Vibrant UX เพิ่มขึ้นจาก Vibrant UX เดิม) วัตถุประสงค์คงเพื่อการโชว์ภาพพื้นหลังของจอ Super AMOLED สีสดๆ ให้เห็นเด่นชัดขึ้นนั่นเอง

หน้าโฮมมาตรฐานของ Note 4 เตรียมมาให้ 3 หน้า โดยหน้าแรกเน้นวางไอคอนของกูเกิล (เหตุผลคงเป็นไปตามข่าวนี้) หน้าสองวาง widget ของ S Health และ S Note ส่วนหน้าที่สามเป็น widget สำหรับนำเสนอบริการออนไลน์ของซัมซุง (ที่ลดเหลือแค่ Galaxy Essentials และ Galaxy Gifts)

ถ้าเลื่อนไปทางซ้ายมือของหน้าโฮม เราจะพบกับแอพ Flipboard ที่ฝังมาให้เสร็จสรรพ คราวนี้ซัมซุงเลือกใช้แบรนด์ Flipboard ตรงๆ ไม่เรียกเป็นชื่ออื่นอ้อมค้อมอีกแล้ว ส่วนการใช้งานไม่ต่างอะไรจาก Flipboard เวอร์ชันปกติมากนัก

home

แอพที่พรีโหลดมาพร้อมกับเครื่องมีเพียงแค่ 2 หน้าเท่านั้น แอพของซัมซุงหลายๆ ตัวถูกตัดออกไป (อยากได้ต้องโหลดผ่าน Galaxy Essentials แทน) ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก

แอพแถมมากับเครื่องมีแค่ Flipboard, Dropbox, Evernote ที่อยู่คู่กับซัมซุงมานาน และมีแอพตัวใหม่คือ PEN.UP สำหรับแชร์ภาพวาดที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว

จุดที่ผมว่าน่าสนใจคือ Note 4 มาพร้อมกับแอพของ Facebook สี่ตัว (Facebook, Messenger, Instagram, Pages Manager) ตรงนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นเฉพาะเวอร์ชันของซัมซุงไทยหรือไม่ ส่วน LINE ที่พรีโหลดมาด้วยก็น่าจะเอาใจผู้ใช้ในไทยเป็นหลัก

launcher

ในภาพรวมแล้ว ผมคิดว่า "ดีไซน์" ของ Note 4 ดีขึ้นกว่าของเดิมมากๆ ทั้งในแง่ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

  • ฮาร์ดแวร์ เปลี่ยนวัสดุมาเป็นโลหะแล้วดูดีขึ้นมาก เปลี่ยนฝาหลังจับแล้วกระชับมือขึ้นกว่าเดิม (ย้ำอีกรอบว่าต้องไปลองจับเครื่องจริงกันเอง ดูแต่รูปแทบไม่ต่าง)
  • ซอฟต์แวร์ อยู่บนพื้นฐานที่ดีของ Galaxy S5 แล้วปรับปรุงให้สวยกว่าเดิม ลดความ "เยอะ" ของซัมซุงในอดีตลงไปมาก

Multi Window เมื่อแอพรันได้หลายขนาดบนจอเดียว

ฟีเจอร์ที่ซัมซุงโฆษณาเยอะมากใน Note 4 คือ Multi Window หรือการแบ่งครึ่งจอเพื่อรันแอพสองตัวพร้อมกัน (เริ่มมาตั้งแต่ Note 2) ฟีเจอร์นี้ถูกพัฒนาขึ้นอีกขั้นใน Note 4

ปัญหาเดิมของ Multi Window คือมันไม่ใช่ฟีเจอร์มาตรฐานของ Android คนทั่วไปไม่รู้จักว่าใช้อย่างไร สมัยแรกๆ ซัมซุงใช้วิธีเพิ่ม floating toolbar ไว้ที่ด้านข้างของหน้าจอ (ซ่อนเอาไว้มีปุ่มโผล่มานิดนึง) เพื่อเรียกแอพอีกตัวมารันซ้อนกัน ซึ่งดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติมากนัก (ใน Note 3 ผมปิดฟีเจอร์นี้ทิ้งไปตั้งแต่วันแรกๆ)

พอมาถึงยุคของ Note 4 ซัมซุงถือโอกาสที่ปรับปุ่ม Menu มาเป็นปุ่ม Recent Apps ให้สลับแอพได้ง่ายๆ เลยเพิ่ม "ปุ่มแบ่งหน้าต่าง" เข้ามาในหน้ารายการแอพด้วย ตรงนี้ช่วยให้การรัน Multi Window ง่ายขึ้นมาก

อย่างไรก็ตาม ฝั่งของแอพเองต้องรองรับการรัน 2 หน้าต่างด้วยจึงจะใช้งานได้ (จากภาพจะเห็นว่าแอพบางตัว เช่น Settings ไม่รองรับฟีเจอร์นี้) เมื่อเรียกแอพ 2 ตัวขึ้นมาทำงานพร้อมกันแล้ว เราสามารถเลื่อนปรับขนาดหรือสลับตำแหน่งของหน้าจอได้เหมือนในเวอร์ชันก่อนๆ

multi1

แต่เท่านั้นยังไม่พอครับ Note 4 ยังเพิ่มฟีเจอร์รันแอพแบบไม่เต็มจอด้วย (ย่อขนาดหน้าต่างลงมา โดยจะลอยทับแอพที่อยู่ด้านหลัง) วิธีการใช้งานคือลากนิ้วจากมุมขวาบนลงมาที่ตรงกลางของจอ แอพจะย่อขนาดลงมาเองตามนิ้วมือของเรา (จากภาพเป็นการรันแอพ S Note ทับบน YouTube) เนื้อหาภายในแอพจะถูกย่อขนาดลงโดยอัตโนมัติ

นึกภาพตามไม่ออก? ลองดูคลิปโฆษณาของซัมซุงน่าจะเข้าใจง่ายกว่า

ฟีเจอร์ Multi Window ยังรองรับการลากเนื้อหาข้ามหน้าจอเหมือนเดิม จากภาพตัวอย่างด้านขวามือ ผมลากภาพ thumbnail ของวิดีโอในแอพ YouTube (ที่ย่อเป็นขนาดเล็ก) ลงมาใส่ในแอพ S Note ได้อย่างไม่มีปัญหา (แต่ไม่ใช่ว่าเนื้อหาทุกอย่างบนจอจะสามารถลากได้ อันนี้เป็นข้อจำกัดที่น่ารำคาญพอสมควร)

multi2

โดยสรุปแล้ว Multi Window ของ Note 4 ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น เอื้อประโยชน์สำหรับคนที่ต้องทำงานบางอย่างพร้อมกันอยู่บ่อยๆ (กรณีที่ผมใช้คือนั่งดูคลิปเปิดตัว Note 4 อีกรอบแล้วจดประเด็นเพื่อมาเขียนรีวิวลงใน S Note) แต่ Multi Window ยังมีข้อจำกัดบางอย่างอยู่ เช่น

  • ไม่ใช่ทุกแอพที่รันในโหมดย่อหน้าต่างได้
  • แอพบางตัวรันในโหมดย่อหน้าต่างได้ แต่ทันทีที่เราเปิดคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์ แอพจะกลับไปรันในโหมดเต็มจอเหมือนเดิม
  • เนื้อหาบางอย่างลากข้ามหน้าต่างไม่ได้ และไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอะไรลากได้บ้าง

ผมคิดว่าการปรับปรุงข้างต้นดีขึ้นและเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้ แม้โดยปกติแล้วเราแทบไม่ได้รันแอพ 2 ตัวพร้อมกันมากนัก แต่เมื่อจำเป็นต้องใช้งาน มันก็ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นกว่าเดิม

S Pen และ S Note เพิ่มฟีเจอร์ชุดใหญ่

จุดขายที่สำคัญที่สุดของ Galaxy Note ย่อมหนีไม่พ้นปากกา S Pen ซึ่งพอมาถึงยุคของ Note 4 ซัมซุงย่อมต้องเพิ่มความสามารถใหม่ๆ เข้ามาอย่างเต็มที่

Galaxy Note 4

ปากกา S Pen ของ Note 4 (สีขาวในภาพ) มีขนาดใกล้เคียงกับปากกาของ Note 3 (สีดำ) มาก โดยปากกา Note 4 จะสั้นกว่าเล็กน้อย ความหนาของปากกา Note 4 ก็หนากว่า Note 3 เล็กน้อย ในระดับที่จับแล้วไม่รู้สึก แต่เมื่อลองนำปากกา Note 4 ไปยัดในช่องของ Note 3 กลับไม่สามารถทำได้เพราะขนาดไม่พอดีกัน (แต่ในทางทำกลับกัน สามารถยัดได้)

Galaxy Note 4

ซัมซุงโฆษณาว่าปากกา S Pen รุ่นใหม่รองรับแรงกดมากถึง 2048 ระดับ (ของเดิมใน Note 3 คือ 1024 ระดับ) จากการทดสอบลองเขียนปากกาทั้งสองรุ่น (และสลับเขียนข้ามจอกัน) พบว่าเห็นความแตกต่างบ้างแต่ไม่มาก (ไม่ได้ลองวาดภาพนะครับ ถ้าเป็นคนวาดการ์ตูนน่าจะเห็นความแตกต่างได้ชัดกว่านี้)

จุดที่เห็นชัดกว่าคือความลื่นในการเขียน ปากกาของ Note 4 ดีกว่าอย่างชัดเจน (อันหลังนี่ไม่รู้จะถ่ายภาพมายังไง)

spen

ฟีเจอร์ใหม่ของ S Note รุ่นนี้คือ "Smart Select" ซึ่งอธิบายง่ายๆ มันคือ clipboard ที่เก็บข้อมูลได้หลายชิ้นพร้อมกัน

วิธีใช้งานคือเปิดโหมด Smart Select ขึ้นมา (เลือกจากเมนูวงกลมขณะเรียกใช้ปากกา หรือกดปุ่มบนปากกาค้างไว้) แล้วลากพื้นที่ใดๆ บนหน้าจอที่ต้องการคัดลอกข้อมูลเอาไว้ เมื่อลากเสร็จแล้วจะมีปุ่มสีฟ้าเพิ่มเข้ามาที่มุมล่างขวาของจอ ให้เราเซฟเนื้อหาเก็บเอาไว้

เมื่อเราบันทึกเนื้อหาชิ้นแรก เนื้อหานั้นจะกลายเป็น thumbnail ลอยทับแอพบนหน้าจอ ถ้าเราต้องการเก็บเนื้อหาเพิ่มก็กดปุ่มบวก (+) สีฟ้าเพื่อคัดลอกเนื้อหาชิ้นต่อๆ ไป

เราสามารถกดที่ thumbnail อันนี้เพื่อดูเนื้อหาทั้งหมดที่เก็บไว้ได้ (ภาพซ้าย) หรือจะดูภาพขนาดใหญ่ก็ได้ (ภาพกลาง) การนำเนื้อหาไปใช้ก็เพียงแค่ลากมันลงไปยังแอพที่ต้องการ (ตัวอย่างตามภาพขวาสุดคือลากไปใส่ S Note)

ในกรณีที่เราตัดภาพของข้อความมา มันจะถูกแปลงเป็นข้อความให้ด้วยเวลา paste ลงไปยังแอพอื่น ทำให้การตัดเก็บข้อความจากแอพต่างๆ ง่ายขึ้นมาก

multiselect

ฟีเจอร์ Smart Select นี้อธิบายเป็นข้อความได้ยาก ดูคลิปง่ายกว่าครับ

ฟีเจอร์ต่อมาในชุดของ S Note (ที่ไม่เกี่ยวกับ S Pen แล้ว) คือ Photo Note ถ่ายภาพกระดานหรือกระดาษโน้ต แล้วแปลงเป็นโน้ตบน S Note ให้ทันที

ความเจ๋งของฟีเจอร์นี้คือมันจะแยกแยะวัตถุต่างๆ ในภาพแล้วแปลงเป็นวัตถุที่เคลื่อนย้ายได้ด้วย จากภาพตัวอย่างข้างล่าง ผมลองถ่ายเอกสารของ IKEA (ภาพซ้าย) เมื่อแปลงเป็นโน้ตในภาพขวา ข้อความแต่ละย่อหน้าสามารถย้ายตำแหน่งได้อย่างอิสระต่อกัน สามารถลบออกได้ทั้งก้อน หรือจะแปลงมันเป็น "เส้น" แล้วลบออกด้วยยางลบของ S Note ก็ได้ (แต่ยังไม่ถึงขั้นแปลงภาพเป็น text ได้แบบ Office Lens ของไมโครซอฟท์)

photonote

ฟีเจอร์อย่างสุดท้ายในกลุ่มจดบันทึกคือการอัดเสียงด้วยแอพ Voice Recorder ที่ปรับปรุงขึ้นจากเดิมมากๆ

เนื่องจาก Note 4 ให้ไมโครโฟนมาถึง 3 ตัว ความสามารถด้านการอัดเสียงของมันจึงเพิ่มขึ้น ฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มมาคือโหมด Interview สำหรับใช้สัมภาษณ์คนในพื้นที่มีเสียงรบกวน (ช่วยแยกแยะเสียงได้ดีขึ้น) แต่ที่เจ๋งกว่าคือโหมด Meeting ใช้อัดเสียงในห้องประชุมที่มีคนพูดหลายคน โดย Note 4 สามารถแยกแยะคนพูดแต่ละคนได้ว่ามาจากทางไหน คนพูดคือใคร

ผมลองทดสอบแล้วพบว่าแยกแยะทิศทางของเสียงได้จริง แต่การแยกแยะเสียงคนพูดยังเพี้ยนๆ อยู่บ้าง การทดสอบตามภาพด้านล่างพูดในห้องที่มี 2 คน แต่แอพแยกได้ว่ามีคนพูด 5 คน

recorder

โดยรวมแล้วถือว่า Note 4 ปรับปรุงเพิ่มขึ้นอย่างมากในแง่ของการจดบันทึก ปากกา S Pen เจ๋งกว่าเดิม และแอพ S Note ก็มีความสามารถเพิ่มขึ้นหลายอย่าง บางอย่างอาจไม่ใช่ฟีเจอร์ระดับที่ไม่มีไม่ได้ แต่พอมีเพิ่มเข้ามาแล้วก็ช่วยให้การใช้งานสมบูรณ์มากขึ้น

นอกจากนี้ผมพบว่าระบบแยกแยะลายมือพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะการเขียนภาษาไทย ที่เดิมทียังแยกแยะลายมือได้ไม่ค่อยดีนัก (ในกรณีของ Note 3 ผมเลยจดทุกอย่างเป็นภาพแทนเพื่อตัดปัญหา) เมื่อลองเขียนแบบเดิมกับ Note 4 รู้สึกว่าผิดน้อยลงจากเดิมมาก จนน่าจะอยู่ในระดับที่ใช้งานจริงได้แล้ว

กล้อง: กล้องหลัง OIS กล้องหน้า Selfie

กล้องของ Note 4 พัฒนาขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ขอแยกเขียนถึงทีละส่วน เริ่มจากกล้องหลังก่อนครับ

กล้องหลังของ Note 4 ยังใช้ความละเอียด 16MP เหมือนเดิม แต่เพิ่มระบบกันสั่น OIS เข้ามา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มือถือรุ่นท็อปของซัมซุงมีฮาร์ดแวร์ OIS

ผลของการมี OIS ทำให้ Note 4 ถ่ายภาพตอนกลางคืนได้ค่อนข้างดีมาก ดีกว่าที่คิดเอาไว้เยอะ (คลิกดูภาพขนาดใหญ่กันเอง)

dark2-note4dark1-note4

ผมลองถ่ายช็อตต่อช็อตเทียบกับ Lumia 1020 เจ้าแห่งการถ่ายภาพยามค่ำคืน พบว่า Note 4 ยังเป็นรองอยู่เล็กน้อย แต่ก็ถือว่าให้ผลที่ดีมากแล้ว (ซ้าย Note 4, ขวา Lumia 1020) ภาพตัวอย่างนี้ซูมและตัดเฉพาะส่วนมาแสดง

s1-note4s1-lumia

s3-note4s3-lumia

ส่วนภาพถ่ายตอนกลางวันก็ออกมาดีเยี่ยม สีสันสวยงาม การโฟกัสทำได้รวดเร็วมาก

sam1sam2sam7sam520140929_13210420140929_132048

ฟีเจอร์เด่นอีกประการของ Note 4 คือโหมด Rich HDR ที่พรีวิวภาพจากการถ่าย HDR ให้ตั้งแต่ก่อนถ่ายเลย แถมการประมวลผล HDR ก็รวดเร็วมาก ไม่ต้องรอแถบสถานะการประมวลผลเหมือนแบบเดิมอีกต่อไป

ภาพตัวอย่างด้านซ้าย ปิดโหมด HDR และถ่ายด้วยโหมดออโต้, ภาพด้านขวาเปิด HDR

hdr2-offhdr2-on

hdr1-offhdr1-on

ส่วนของกล้องหน้าก็ปรับปรุงขึ้นอีกหลายจุด เอาใจคนชอบถ่าย selfie ของใหม่ประกอบด้วย

  • เพิ่มความละเอียดจาก 2MP เป็น 3.7MP
  • ปรับรูรับแสงจากของเดิม F2.4 เป็น F1.9 รับแสงได้ดีกว่าเดิม 60%
  • ใช้การวางนิ้วไว้บนเซ็นเซอร์วัดจังหวะหัวใจแทนการกดชัตเตอร์ได้
  • ปรับมุมของกล้องหน้าให้กว้างกว่าเดิมเป็น 90 องศา
  • มีโหมด Wide Selfie นำเอนจินการถ่ายพานอรามามาใช้กับกล้องหน้า สามารถกวาดกล้องแนวนอน เพิ่มมุมเป็น 120 องศา

สรุปคือกล้องของ Note 4 ดีขึ้นจากเดิมมาก (น่าจะเป็นกล้องที่ดีติดอันดับต้นๆ ของ Android ในท้องตลาด) แต่เนื่องจากเราไม่ได้ถ่ายเทียบกับมือถือที่ออกมาในช่วงเดียวกันอย่าง iPhone 6 Plus เลยยังไม่สามารถบอกได้ว่าถ้ามาเทียบกับตรงๆ แล้วตัวไหนดีกว่าครับ

สรุป: Note 4 ทำลายข้อจำกัดเดิมของซัมซุง

Galaxy Note 4 พัฒนาขึ้นจากเดิมในทุกๆ ด้าน ฟีเจอร์หลายจุดพัฒนาให้ใช้งานสะดวกกว่าเดิม เช่น S Pen, S Note และกล้องถ่ายภาพ แต่จุดที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้น "ดีไซน์" ที่ให้ความรู้สึกดีขึ้นจากเดิมมาก (ควรจะทำแบบนี้ตั้งนานแล้วนะซัมซุง!) ในภาพรวมแล้วจุดอ่อนหลายประการของมือถือสายซัมซุงถูกแก้ไขไปเกือบหมดในเวอร์ชันนี้

Note 4 ย่อมมีสถานะเป็นหนึ่งในแชมป์ Android รุ่นท็อปในครึ่งหลังของปี 2014 อย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม ด้วยค่าตัวที่แพงถึง 25,900 บาท ในยุคที่มือถือราคาเฉลี่ยลดลงเรื่อยๆ ทำให้เกิดคำถามว่าเรายังจำเป็นต้องซื้อมือถือรุ่นท็อปในราคาแพงขนาดนี้หรือไม่ (ถามมาหลายครั้งแล้ว ทั้งกับ Galaxy S5 หรือ iPhone 6) ซึ่งถ้าวัดจากฟีเจอร์เทียบกับราคาแล้ว มือถือสุดคุ้มในตอนนี้อาจเป็น Note 3 ที่ราคาลดลงไปพอสมควรแล้ว

อย่างไรก็ตาม ถ้ากำลังมองหา Android รุ่นท็อปใช้งานโดยไม่เกี่ยงราคา Galaxy Note 4 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ด้านปากกาและจดโน้ต คงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้

ข้อดี

  • สเปกแรงระดับท็อป จอสวยและละเอียด
  • ปรับปรุงดีไซน์จากเดิมมาก ดูหรูหรามากขึ้น
  • กล้องมี OIS ถ่ายตอนกลางคืนออกมาดี
  • อินเทอร์เฟซของซอฟต์แวร์ดูเรียบง่าย ไม่เยอะและรกรุงรัง
  • ปากกา S Pen ปรับปรุงขึ้นจากเดิม, S Note มีฟีเจอร์เพิ่มขึ้น ใช้งานได้จริง
  • แบตเตอรี่ค่อนข้างอึด มีระบบชาร์จเร็ว ระบบประหยัดแบต

ข้อเสีย

  • โหมด Multi Window ยังใช้งานยากไปนิด และยังใช้กับแอพไม่ได้ทุกตัว
  • เซ็นเซอร์วัดลายนิ้วมือยังใช้ยากและไม่ค่อยเสถียร
  • ลำโพงถูกย้ายกลับมาไว้ด้านหลัง
  • ทำไมไม่กันน้ำก็ไม่ทราบได้

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

น่าจะเลิกใช้ปุ่มวงรีด้านหน้าได้แล้วนะ มันสกปรกง่าย ทำความสะอาดปุ่มยากกว่ามือถืออื่นๆที่ใช้ปุ่มแสง แล้วดูไม่หรูด้วย

แต่ด้านหลังยอมรับเลย ว่าสวยสุดๆ ดูไม่กิ๊กก๊อกแบบแซมซุงรุ่นอื่นแล้ว

เป็นรุ่นแรกที่น่ายินดีนะครับ เห็นหัวลูกค้าเรื่องการออกแบบเครื่องได้ซะที

โอ้ เห็นราคา 25,000 รู้สึกว่าแพงไป แต่พอได้อ่าน review ก็รู้สึกว่ามันก็สมราคาอยู่นะ

เห็นด้วยที่ Samsung ทำการบ้านเรื่องดีไซน์มาอย่างดี ลบข้อครหาได้ดีเลยครับ

แต่ผมคิดว่าราคาค่อนข้างแรงอยู่นะ ถ้าเทียบกับคู่แข่งอย่าง Apple ที่ราคา iPhone 2 รุ่นใหม่ราคาไม่หนีห่างจากนี้มาก ตอนนี้ตลาดมือถือจอใหญ่ไม่เหมือนเดิมแล้วในเมื่อมีคู่แข่งอย่าง iPhone ร่วมวงด้วย

ผมว่าถ้า Note 4 ตั้งราคาให้เบากว่านี้ ผมว่าโอเคกว่านี้มากเลยครับ

(แถมเสียบสายชาร์จยากเพระต้องเล็ง)

เพระ => เพราะ

ซึ่งเลือกใช้ซีพียู Exynose Octa 5433 แปดคอร์

Exynose => Exynos

วิธีการใช้งานคือลากนิ้วจากมุมขวาบนลงมที่ตรงกลางของจอ

ลงมที่ => ลงมาที่

ต้องบอกว่าเป็นอคติส่วนตัวที่ยังสลัดไม่หลุดครับเรื่องราคาไม่ใช่ประเด็นหลัก จากประสบการณ์ที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์หลายอย่างของ Samsung ที่มีทั้งดีและไม่ดี เรื่องมือถือเรื่องทีวีเรื่องกล้องยังไม่ไว้ใจ Samsung ครับ ส่วนที่ประทับใจมากคือจอ CRT กับ SSD

ตามที่ผมเข้าใจคือ ไม่ต้องกันน้ำก็ได้ครับ เพราะคนใช้ส่วนใหญ่ก็กันมือถือจากน้ำอยู่แล้ว (แม้จะใช้ S5 ก็เถอะ) พวกกันน้ำกันฝุ่นเหมาะกับพวก Wearable Device ทีเราต้องการให้กันเหงื่อของเรามากกว่า ^^

มือถือ​กัน​น้ำ​ได้​นี่​สะดวก​มาก​เลย​นะครับ​ เวลาเผลอทำเลอะก็เอาไปล้างน้ำได้เล​ย​ (แล้วซับน้ำออก)

ใช้แล้วไม่พะวงน่ะครับ

เพื่อนผมใช้ Moto Defy ครับ ฝนตกปรอยๆมันเอาเครื่องวางบนโต๊ะอย่างไม่แคร์ ผมสิตกใจเนื่องจากใช้ Note เคยโดนน้ำเข้าปุ่ม Home พังไปแล้ว กำลังจะเตือนระวังเปียก ใช้เวลาเสี้ยววิครับถึงนึกได้ว่าเครื่องมันกันน้ำ

โมโตเครื่องนั้นเคยมีประวัติถึงขั้นที่ว่าตอนไปสังสรรค์กันกับเพื่อนๆข้างสระน้ำ ก็ท้ากันว่าเครื่องกันน้ำขนาดใหน มันปลดล็อคเครื่องเปิดจอสว่างแล้วเขวี้ยงลงสระไปเลยครับ ตัวเครื่องนั้นกันกระแทกระดับหนึ่งด้วย ลงไปถึงก้นสระจอยังติดอยู่ด้วย แล้วก็สั่งคนท้าให้ลงไปเก็บ 555 แล้วมาเห็นประโยชน์จริงๆก็ตอนสงกรานต์ เดินไปในถนนข้าวสารพร้อมโทรนัดเพื่อน ประชาชนรายรอบพร้อมใจกันเล็งฉีดน้ำใส่มือถือกันใหญ่เลยครับ เจ้าตัวไม่แคร์ครับ ลุยได้ทุกสถานการณ์ เจ้าตัวบอกว่าซื้อเครื่องนี้เพราะเคยเผลอเอา ipod nano ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วลงไปเล่นทะเลมาแล้ว เหมาะสำหรับคนขี้ลืมขาลุยจริงๆครับ

Note 1 ของผมลากยาวมาได้ 3 ปีแล้วยังไม่เจ๊งสักที แต่ตอนนี้คงได้เวลาต้องเปลี่ยนแล้ว เพราะเมม 16+32 ไม่พอ ตัวนี้ 32+128 น่าจะทำให้ผมพอใช้ไปอีกสักพักใหญ่

คิดเหมือนกันเลยครับ แต่ผมอาจจะรอซักหน่อย ไม่ได้รอรีวิวดูปัญหาจริงหรืออะไร แต่รอตังในกระเป๋ากับราคาเครื่องลดลงสักหน่อยครับ เพราะตอน Note 1 ซื้อตอน 23900 ใช้ไปไม่นานราคามันก็ลงให้เราเจ็บใจเล่น เลยใช้ยาวๆประชดรุ่นใหม่ที่ออกรายปีไปเลย

+1 หัวอกเดียวกันครับ ซื้อมาไม่นานราคาลง แต่ของผมโดนหนักเพราะช่อง usb ที่ชาร์จไฟเจ๊งด้วยหลังจากหมดประกัน

ทุกวันนี้มันยังไม่ตายแต่ใช้งานลำบากหน่อย ก็เลยใช้เป็นเครื่องสำรองไปครับ

หัวอกเดียวกัน ซ่อมที่ฟอร์จูนมาครับ 700 ร้านตั้งโต๊ะตัวเดียว แกะ บัคกรีไม่กี่ทีเหมือนใหม่ แต่ที่อื่นน่าจะมีถูกกว่า TvT)/

กล้องดูน่าใช้ดี ไมค์3ตัวก็น่าสนใจ
ยังเข็ดกับsoftware samsungอยู่
ที่จริงปากกา Note10.1รุ่นแรกก็เขียนลื่นปรื้ดติดหัวปากกามากๆแล้ว ถ้าไม่ใช้รอมศูนย์
ลายข้างหลังไม่สวย อยากให้เป็นpatternแนวเคฟล่าสักหน่อย

ดูเจ๋งหลายอย่างเลยนะครับ ^^

จุดที่เห็นชัดกว่าคือความลื่นในการเขียน ปากกาของ Note 4 ดีกว่าอย่างชัดเจน (อันหลังนี่ไม่รู้จะถ่ายภาพมายังไง)

อันนี้น่าจะข่าวดีพอสมควร วันก่อนผมไปลอง Note 3 หลังจากลอง Surface Pro 3 นี่รู้สึกว่าปากกาของ Note 3 มันหนึบมากเวลาเขียน

ว่าแต่ พรีโหลด Page Manager มาให้เนี่ยนะครับ - -"

ผมว่า design ไม่พัฒนาไปไหนเลย ที่ลูกค้าต้องการไม่ใช่เปลี่ยนจากฝาหลังมันแผล่บมาเป็นฝาพลาสติกทำร่อง แต่อยากได้การออกแบบด้านหน้าให้มันแตกต่างกันระหว่างรุ่นท๊อปกับรุ่นถูกมากกว่า ถ้าวางมือถือซัมซุงที่ขายในตลาดตอนนี้กับ note4 ผมว่าคนก็แยกไม่ออกเหมือนเดิม :-D

ด้านหน้ามันดิ้นยากนะครับ เล่นเป็นหน้าจอไปเกือบหมด จะทำวงกลมรึสามเหลี่ยมก็นะ

ป.ล.

แต่จริงๆลองเอา i5 + i5s +i5c มาวางเรียงกันสิ เหมือนกันยังกับแพะ แหม่รุ่นพลาสติกก๊อปแก๊บกับรุ่นท๊อปนี่มันต่างกันจริงจริ๊งๆ

ด้านหน้าฉีกไปกว่านี้คงยากละครับ เพราะทุกแบรนก็มีหน้าตาของแบรนตัวเองกันหมด ลองเอา 5 5s 6 6 plus มาวางเรียงหรือถือเดิน มองผ่านๆก็ดูยากเหมือนกันนะครับ

อ่านจบแล้ว

  • ชอบ Software
  • ลังเลขอบ ท่าจะลอกง่าย
  • ไม่ชอบฝาหลัง อยากได้เรียบ ๆ
  • ติดราคา ไม่น่าแพงขนาดนั้น
  • อยากได้ แต่คงรอให้เหลือ 18 กว่า ๆ ล่ะนะ

ขอบดูน่าจะลอกง่ายเพราะการทำสีจะคล้ายๆ ตอนที่ Apple เคลือบสีเหมือนตอน iPhone 5 สีดำน่ะสิครับ ลอกทุกเครื่องจนหลังๆ ต้องผสมสีไปในวัสดุแทน = =")

สำหรับผมไม่สนใจเรื่องการออกแบบเท่าไร เน้นฟีเจอร์และ Note ทุกรุ่น Samsung เรือธงทุกรุ่นก็ทำออกมาดี จัดเต็มเหลือเกิน จิตใจหวั่นไหวทุกตัว

ก็ได้แต่ท่องเอาไว้ ไม่เอา Samsung ไม่เอา Samsung

i2ans Tue, 30/09/2014 - 10:03

ตอนนี้ Note 4 มีผู้ใช้ในเกาหลีรายงานว่าพบปัญหาช่องว่างระหว่างจอมีมากเกินไปจนเสียบนามบัตรเข้าไปได้ น่าจะรีบผลิตเกินไปครับ

อันนี้ผมสงสัยว่าเพราะมันเป็นเรื่องปรกติที่จะแงะจอออกจากตัวเครื่องทางด้านหน้าเครื่องหรือเปล่าเลยทำให้มันมีช่องว่างขนาดนั้น อันนี้เดาล้วนๆนะครับ

เออทำใหมผมไม่เห็นบันทัดนี้หว่า

แบตเตอรี่ของ Note 4 ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเป็น 3220 mAh โดยซัมซุงบอกว่าระดับการใช้งานแบตเตอรี่ดีกว่าเดิมเล็กน้อย แม้ว่าจอภาพละเอียดขึ้นเยอะ ซึ่งจากการใช้งานแล้วพบว่าแบตอึดในระดับเดียวกับ Note 3 (มีโหมด Ultra Power Saving แบบเดียวกับ S5 ด้วยแต่ไม่ได้ลองนะครับ)

โอ้ ขอบคุณมากครับ ผมไม่รู้เลยอันนี้ เคยใช้แต่ Note 1 สมัยนั้นได้ Dropbox 50 gb ฟรีสองปีก็ดีใจจะแย่แล้ว (ไม่รู้ว่าตอนนั้นแถม Evernote premium หรือยัง)
ถ้าซื้อ Note ตอนนี้ นอกจาก Evernote ยังมีอะไรแถมอีกไหมครับ น่าสนมากๆ ผมดันใช้ทุกวันด้วย

มันจะอยู่ในชุด Galaxy Gifts น่ะครับ ส่วนใหญ่เป็นพวกหนังสือหรือแมกาซีน เพิ่งรู้ว่าซัมซุงไม่มีเว็บ Galaxy Gifts กลาง ลองดูของ S5 น่าจะพอเทียบเคียงกันได้ฮะ

ดูจากแนวโน้มมือถือมีแต่ราคาจะลดลง
Note4 ราคา 25,900 บาท ผมว่าแพงเกินไป(สำหรับผมเอง)
ขอรอราคาลงหน่อยดีกว่า
ดูจาก S5 เปิดตัวมาไม่ถึงปี ซื้อตอนนี้แถม Tab ฟรี
หรือถ้าซื้อจากเวปได้แค่ 15,xxx บาทเอง

เรื่องกันน้ำ เคยอ่านเจอจากเว็บแอนดรอยด์ที่ไหนสักแห่งว่า S5 เน้นตลาด user ทั่วไป ใช้งานสมบุกสมบัน ส่วน note ผู้ใช้เป็นคนทำงาน ผู้บริหารอะไรทำนองนั้น คงไม่ไปตะลุยที่ไหน เลยไม่กันน้ำ (แต่ถ้า note 5 กันน้ำได้ เหตุผลนี้คงใช้ไม่ได้อีกต่อไป

ยอดขายในช่วงแรกน่าจะไม่สูงนักเห็นเพื่อน ๆ พี่ ๆ รอกันเพียบ (รอราคาลง) เอาอย่างนี้สิทำไงให้ราคาเสมอต้นเสมอปลายจนใกล้ออกรุ่นใหม่มาแทนนั่นละ

白羊 Wed, 01/10/2014 - 17:40

สรุป Gapgate ในแมนวลบอกว่าเป็นเรื่องปกติและจะขยายตัวขึ้น(เล็กน้อย)เมื่อใช้งานไป

A small gap appears around the outside of the device case

• This gap is a necessary manufacturing feature and some minor rocking
or vibration of parts may occur.

• Over time, friction between parts may cause this gap to expand slightly.

หน้า 180
http://downloadcenter.samsung.com/content/UM/201409/20140926113431077/SM-N910_UM_EU_Kitkat_Eng_Rev.1.0_140926.pdf

และทางโฆษกบอกเองว่า “ไม่ส่งผลต่อการใช้งาน”

Now, in a statement sent to TrustedReviews, Samsung has responded
to the Note 4 build quality concerns, dismissing the reports as an issue.

“The reported issue does not impact the functionality or quality of the Galaxy Note 4,”
an official Samsung spokesperson told us. “We assure our customers that all Galaxy
Note 4 units meet our strict manufacturing and quality control standards.”

http://www.trustedreviews.com/news/samsung-galaxy-note-4-launch-hit-by-build-quality-complaints#XMzZP4BJUsqorkTf.99