Thailand

ความเคลื่อนไหวของกระทรวงไอซีทีมีมากขึ้นนับตั้งแต่ช่วงรัฐประหารเมื่อเดือนที่แล้ว ปลัดกระทรวงไอซีทีให้ข่าวกับประชาชาติธุรกิจอีกครั้ง ระบุมาตรการหลายเรื่อง ประเด็นใหม่เพิ่งมีขึ้นมาคือการสร้าง "ไทยแลนด์โซเชียลเน็ตเวิร์ก" ให้คนไทยใช้งาน

ปลัดกระทรวงไอซีทียังระบุว่าการขอความร่วมมือกับเว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์ในต่างประเทศนั้นมีข้อจำกัดเพราะเว็บเหล่านี้มักจะให้ความร่วมมือในกรณี เช่น การค้ายาเสพติด, ค้าประเวณี, สินค้าผิดกฎหมาย, หรือการปลุกระดมให้มีการฆ่าเท่านั้น

ผมอ่านความเห็นเฉพาะของปลัดกระทรวงไอซีทีพบว่าวนไปมา โดยระบุว่าหากยังไม่ได้รับความร่วมมือจะบล็อกเป็นรายบุคคลที่เกตเวย์ที่เข้ามาในประเทศไทย แต่ในความเป็นจริงเว็บส่วนมาก เช่น เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ล้วนเข้ารหัส HTTPS กันแล้วแทบทั้งสิ้น การบล็อกเป็นราย URL นั้นยังไม่มีเทคโนโยโลยีเปิดทางให้ทำได้ จึงไม่แน่ชัดว่าที่ปลัดกระทรวงระบุว่าจะบล็อคเป็นรายบุคคลนั้นจะทำอย่างไร

ที่มา - ประชาชาติธุรกิจ

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ผมว่าออกมาเจาะตลาดได้กลุ่มนึงอ่ะ เค้าจะได้มีที่ที่คนคิดเหมือนกันเท่านั้นใช้งาน ใครโพสคิดต่างก็โดนจับไป เพราะเป็น platform ตัวเองก็ตามล่าตัวง่ายแระ

ปัญหาหลัก ๆ คือ จะเจาะได้หรอครับ (ยกเว้นเสียว่าหมดทางไปจริง ๆ) ผมเชื่อว่าบางคนเองได้ยินก็ขยาดแล้วครับ

ราคาน้ำมัน ราคาเงินแลกเปลี่ยน สภาพอากาศวันนี้ มี flash วืบๆ ในวันสำคัญ

...และเปิดได้ใน IE ที่ความละเอียด 1024*768

ถึงกับต้องล็อคอินมาคอมเม้นท์ด้วยเพราะชอบมาก 55555

เพิ่มเอฟเฟกต์เม้าส์ไปอีกอย่างครับ

ต้องมีlanding page อันงดงามในทุกเทศกาลด้วย
ที่ขาดไม่ได้ต้องมีผังองค์กร, พันธกิจ, วิสัยทัศน์

ผมว่ามันจบแล้วหล่ะครับ facebook
คุณสู้ไม่ได้แน่นอน นักลงทุนจะเทขายหุ้นจนต้องtender offer ออกจาก nasdaq

ผมก็ว่างั้นแหละครับ ตกลงปลัดแกรู้เรื่องอะไรบ้างนี่
ส่วนเรื่อง Thailand Social Network นี่ประเทศไทยไม่ใช่เกาหลีเหนือนะ
ที่สำคัญที่คนเขาใช้ของต่างประเทศเพราะฟีเจอร์ต่างๆ
ปลัด ICT มีปัญญาพัฒนาให้มันได้เท่าเขาเหรอ
แล้วปลัดแกคงจะเลือกใช้ HTTP ที่ไม่มีการเข้ารหัสนี่นะใครจะอยากไปใช้
แล้วก็นะแกคงคิดว่าเป็น HTTP แล้วจะบล็อคง่ายขึ้น แกรู้จัก Perl กับ PHP รึเปล่าเนี่ย url มันรันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แกคงทำเป็นแต่บล็อค DNS ล่ะมั้ง ผมยังสงสัยว่าซื้อตำแหน่งมารึเปล่าเรื่องแค่นี้ดันไม่รู้
ไล่ออกไปเถอะปลัดท่านนี้

ดูจากประวัติก็คือคนที่ทำงานด้านทะเบียนราษฎร์มานานเป็นสิบปี ก่อนที่จะย้ายไปทำสายรองผู้ว่า

ผมมองว่า ปลัดแกว่า https มัน sniffer ยากครับ เลยเปลี่ยนมาเป็นของ ไทยคงใช้ https แหละแต่ จัดการได้ไงครับเพราะเจ้าของ sniffer เอง

ไม่หรอกครับ คิดว่าคงใช้เป็น HTTPS น่ะแหละครับ เพราะ Server อยู่ที่ ict เอง cert. ก็ ict เอง ยังไงก็แกะได้ครับ

ผมว่า เก็บไว้เหอะ

ถ้าได้คนที่รู้เรื่องด้าน IT มาดำรงตำแหน่งจริง ๆ จัง ๆ ทีนี้ล่ะ ไล่บล็อกขั้นสูง กลายเป็น intranet แน่ ๆ เลย~

ขอถามนะครับว่า การบล็อครายบุคคลตามข่าว หมายถึง บล็อค URL ของเพจหรือปล่าวครับ

เช่น โหดสัส V2 (https://www.facebook.com/Ruthless.satV2) บล็อค URL นี้ทำให้ไม่สามารถเปิดดูหน้าเพจนี้ได้ สามารถเป็นไปได้หรือไม่ครับ

เพิ่มเติมจากคุณ ipats

https จะเข้ารหัส "path ของ url" ที่เราเข้า ซึ่งรหัสนี้ถูกดักถอดไม่ได้ เพราะใช้การเข้ารหัสแบบ public key cryptography

เช่นถ้าเราเข้า https://facebook.com/hello
ใครก็ตามรวมถึง ISP และ ICT จะรู้แค่เราเข้า facebook.com เท่านั้น ... เพราะตรง "/hello" ถูกเข้ารหัสไว้ครับ

ความเห็นด้านบนทั้งคู่ถูกต้องแล้วครับ แต่อาจจะตกคำว่า "เฉพาะ" ไปใน "https ไม่ได้เข้ารหัสเฉพาะ url ครับ"

จริงๆ ก็อาจจะไม่รู้ domain name ทางตรงก็ได้นะครับ เพราะมันจะรู้แค่ว่าต่อเข้าไปที่ IP ไหน ถ้า IP นั้นเป็น virtual hosting ก็ไม่รู้เลยว่าเข้าเว็บอะไร (ซึ่งใช้ไม่ได้กับ Facebook ที่ IP เป็นของบริษัทเองและน่าจะมีเว็บเดียว) แต่อาจจะรู้ทางอ้อมได้ผ่าน DNS request

จริงๆ แล้ว SSL ทุกวันนี้ client ส่วนมากจะรองรับ extension ตัว SNI (Server Name Indication) ครับ ทำให้ส่ง domain ไปแบบ clear-text เลยตรวจสอบได้ว่ากำลังเชื่อมต่อเข้า domain ไหน ไม่ต้องอ้อมไปตรวจ DNS ครับ

มันจะน่าสนุกกว่านี้ถ้าจับมือกับกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกันสร้าง “ไทยแลนด์โซเชียลเน็ตเวิร์ก” ที่เป็นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กที่รักษาวัฒนธรรมไทย

ใช้ภาษาสุภาพ ถูกหลักไวยากรณ์ ทุกยูสเซอร์จะต้องแต่งกายด้วยชุดไทยทุกวันศุกร์ (เปลี่ยนที่รูป avartar เอา )

ร่วมกันช่วยเผยแพร่ วัฒนธรรมไทยอันดีงาม ออกสู่สายตาประชากรโลก รวมทั้งมรดกไทย ความเป็นไทยที่พวกเราชาวไทยภูมิใจ

ทุกยูสเซอร์จะต้องทักทายสวัสดีครับ/ค่ะ และมีระบบโชว์อายุ เพื่อที่จะได้ทราบว่าท่านไหนเป็นผู้อาวุโส จะได้รับการน้อมน้อมเป็นพิเศษ

เซ็นเซอร์นมชิซุกะ (อันนี้ไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่)

ถ้าเคยเข้าเวปบอร์ดของพี่ตู้ จรัสพงษ์ จะเห็นว่าคอนเซปบอร์ดเค้าจะเป็นประมาณนี้เลย ไม่รู้ว่าตอนนี้บอร์ดของพี่ตู้ยังอยู่หรือเปล่า

คิดแล้วหลอนครับ ล้อโสมแดงกะจีนแดงเรื่องแบบนี้ไว้เยอะ คราวนี้ถ้าเกิดตกอยุ่ในสภาวะเดียวกันนี่ขำไม่ออกเลย =_= ไม่นะไม่ ช่วยบอกทีว่านี่เป็นเพียงแนวคิดไม่ใช่แนวปฏิบัติ!

มีใครใช้ email @khonthai.com บ้างไหมครับ จำได้ว่ามีช่วงหนึ่งมีความพยายามในการสนับสนุนใช้มาใช้กัน

ผลคือ.............

มันช้า+ต้องไปขอรหัสอะไรซักอย่างที่อำเภอ แล้วใครจะไปขอ ใช้กูเกิ้ลง่ายกว่าเยอะแถมแจกพื้นที่ไม่อั้น

เพื่อ???
เพื่อให้คนไทยใช้งาน หรือเพื่อ Block ไม่ให้ใช้งาน???

Efficiency สูงมั๊กๆๆๆๆ
สมแล้วที่มาจากเสียงความต้องการประชาชนโดยสมบรูณ์

แอบอีโม ผมไม่ชอบคำว่า "สมบรูณ์" มาก เช่น ดีโดยสมบรูณ์ หรือเลวโดยสมบรูณ์ มันมีใครเคยทำได้ด้วยเหรอครับ

อันนี้ถามประชาชนแล้วหรือยัง... มันจะเป็นการบังคับให้ใช้สถานที่ที่รัฐเป็นผู้ดูแลหรือเปล่า ไม่รู้จะกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากน้อยแค่ไหน

ถ้าบ้านเรากำลังจะมีประชาทิบไตยแบบผม้า/ลาวแล้ว

ทำไปคนเล่นแน่นอน เพราะอย่างอื่นโดนบลอคหมด

เอิ่มผมว่าครับหยุดดูถูกเพื่อนบ้านดีกว่าครับเพราะตอนนี้เมียนม่าเขากำลังรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญครับ ซึ่งคงไม่มีศาลบอกว่าผิดรัฐธรรมนูญแน่ๆ

มีประโยชน์ไหมถามจริง แบบนี้มันไม่เรียกโซเชียลมั้งมันเรียก โซเชี่ย เล่นไปแล้วได้อะไร อวยกันเองเหรอ ตลก

มีก็ดีครับ Social Network สัญชาติไทย แต่ว่า....

Facebook, Google+,Blog ฯลฯ เอ่อคือ ถ้ามีจริงคงต้องช่วยตอบหน่อยครับว่า ทำไมผมจะต้องใช้ล่ะครับ ในเมื่อผมรู้สึกไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย เหมือนจะถูกคอยสอดส่อง ตลอดเวลา และเกิดนึกจะบล๊อกก็บล๊อก ส่วนตัวผมคนนึงถ้ามันไม่ดีพอ ก็คงไม่หันไปมองแน่ครับ

กลัวว่าเขาจจะบล๊อกบริการอื่นให้ใช้แต่บริการในประเทศไทยก็ได้นะครับ.......เพราะถ้าให้คนไปใช้เองมันจะมีอะไรจูงใจให้คนเขาไปใช้ครับ?

je901 Mon, 02/06/2014 - 16:18

In reply to by DagonKnight

ผมว่าเค้าก็มีช่องทางให้ report ในกรณี hate speech อยู่แล้วนะ
ถ้าคุณไม่พอใจก็ไปแจ้ง report ได้ แต่กรณีที่เค้าคิดไม่เหมือนคุณ ไม่ได้ว่าแปลว่าเค้าสมควรโดน block นะ

narok119 Mon, 02/06/2014 - 16:19

In reply to by DagonKnight

Facebook ได้ประโยชน์จากเรา หากินกับเรา
เราเองก็ได้ประโยชน์จาก Facebook และ หากินกับ Facebook ได้เหมือนกันครับ

Facebook มีนโยบายปิจเพจหลอกลวงอยู่แล้ว ขอแค่แจ้งไป
ส่วนเพจยุยุง เรามีอิสระที่จะเลือกไม่เชื่อตามคำยุยงครับ

สงบสุข เพราะความจริงถูกปิดบัง เฟสบุ๊คทำให้ความจริงบิดเบี้ยวที่คนบางกลุ่มปิดซ่อนไว้มานาน ถูกเปิดเผยออกมา ไม่แปลกที่มันจะไม่สงบสุข เพราะคนเค้ารู้ว่ามันมีปัญหา และเค้าถูกคนกลุ่มนึงหลอกมานาน

เสรีภาพมันมี ผลข้างเคียงในทางลบ แต่ อย่างน้อยเราก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกเอง
ส่วนผมเองไม่ต้องการ iOS แต่ใช้ iOS เพราะมันเอามาเล่น Facebook ได้สะดวกที่สุดก็แค่นั้น

  1. ปัญหาความมั่นคงอันไหนไปเกี่ยวกับ facebook ครับ
    สงคราม ความยากจน ความล่มสลายทางเศรษฐกิจเกี่ยวอะไรกับโซเชียล
    จะเกิดขึ้นได้ยังไง
  2. คุณคิดว่าเนื้อหาที่ทางการต้องการบล๊อกมีอะไร ทำไมถึงต้องบล๊อก
  3. คุณเอา facebook ไปเทียบกับ iOS ไม่ได้ เพราะมันคนละอย่างกัน
  4. ตัวริบเสรีภาพปัจจุบันนี้ไม่ใช่ facebook หรือ อาชญากรรมจาก facebook
  5. ประโยชน์ของโซเชียลแห่งชาติ คุณคิดว่าคืออะไร

Mark ไม่เอายังไงหรอกครับ เพราะเขาไม่เดือดร้อนหรอก คนไทยนี่แหละที่เดือดร้อนเพราะไปใช้ Service เขา

ถ้าแน่จิง Block Google ด้วยสิ พวกที่ตายห่านไม่ใช่เจ้าของ Service หรอก คนไทยนี่แหละที่จะตายห่านเพราะใช้ Service เขาไม่ได้ ติดต่อกับใครก้อไม่ได้เพราะระบบไม่เข้ากัน

ถ้าเกิดเหตุบล็อก Facebook ขึ้นมาจริง ผมเชื่อว่าผู้มีอำนาจจะไม่หยุดแค่นั้นหรอกครับ เค้าจะทำจนกว่าจะมีการต่อต้านเยอะจนไม่คุ้ม เพราะเค้าต้องการความมั่นคงของตนเอง ถ้ามีการต่อต้านตนเองจะไม่มั่นคงก็จะไม่ทำ แต่ถ้าไม่ต่อต้านก็ยาวครับ ถ้าเรายอมให้เค้าปิดอันนึง เค้าก็จะพยายามปิดอันต่อไปครับ

สิทธิเสรีภาพของประชาชนสำหรับผู้มีอำนาจแล้วมันคือหนามทิ่มแทง ถ้าไม่ใช่ถูกกดดันด้วยผลประโยชน์ที่มากกว่าเค้าก็ไม่อยากจะให้เราหรอกครับ

"สิทธิเสรีภาพที่ไปทำลายสิทธิเสรีภาพอีกประการหนึ่ง -_-) มันคืออาชญากรรมคับ"

รบกวนขอตัวอย่างด้วยได้มั๊ยครับ

ส่วนใหญ่เราจะพูดถึง สิทธิเสรีภาพที่ไม่ไปละเมิดบุคคลอื่นกัน ถ้ามีการใช้สิทธิเสรีภาพไปละเมิดบุคคลอื่นก็ต้องถูกฟ้องร้องได้ แต่ไม่ใช่ใช้วิธียกเลิกสิทธินั้นไปทั้งหมด ส่วนเรื่อง สิทธิเสรีภาพที่ไปทำลายสิทธิเสรีภาพอีกประการหนึ่ง ไม่เคยได้ยินครับ อยากให้ให้ความรู้แก่ผมด้วยครับ

ช่วยหาหลักฐานที่ Mark พูดแบบนั้นมาให้หน่อยครับ

คนทำธุรกิจ เขาไม่ทำอะไรที่เสี่ยงต่อความอยู่รอดของธรกิจของเขาหรอกครับ

อย่าได้เอาเนือหาในหนังมาอ้างเพราะมันมีการใส่สีแต่งเติมเพื่อความสนุกและดราม่า

Line , Twitter , หรือพวก Blog ต่างๆ มันก้อ Service ของเมืองนอกเหมือนกันนะครับ

Line ของเกาหลี(บ. ที่ทำเปน บ. ลูกที่อยู่ที่ ญี่ปุ่น)
Twitter ของอเมริกา
Blogger ก้อของ Google

พวกนี้ก้อไม่ได้ให้ข้อมูลกับเผด็จการทหารเหมือนกัน ต้อง Block เหมือนกับเกาหลีเหนือเลยดีไม๊ ..

แค่เรื่องง่ายๆแค่ติดต่อราชการ แล้วไม่ต้องถ่ายสำเนาบัตรยังทำไม่ได้เลย ... ก้ออย่าได้คิดเลยดีกว่าครับ

คนไทยไม่เดือดร้อน?

เอ จขกท.ทำงานมานานหรือยังครับ หรือยังศึกษาอยู่?

ไม่ใช่อะไร คือถ้ายังไม่ทำงาน อาจจะมองไม่เห็นภาพ ว่าSNSทุกวันนี้มีผลต่อการค้าขาย การโฆษณา การติดต่อสื่อสารอย่างไร

ลูกค้าเราไม่ได้มีแต่ในประเทศนะครับ แน่นอนFacebook ไม่ใช่การติดต่อสื่อสารทั้งหมด แต่มันเป็นส่วนหนึ่งที่นิยมกันทั่วโลก

GDP44.5% มาจากอุตสาหกรรมส่งออก อีกใกล้เคียงกันมาจากการบริการและการท่องเที่ยว ซึ่งก็พึ่งพาลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก เหลืออีกราวๆ10-11%มาจากภาคเกษตรกรรม คุณคิดว่าแค่ทำนามันพอเลี้ยงคนทั้งประเทศหรือ? ยกเว้นว่าคุณอยากปลูกผักปลูกหญ้ากินแบบเกาหลีเหนือไป ?

แล้วคุณไม่คิดหรือว่า ถ้าเขาปิดกั้นfacebookได้ ทำไมจะไม่ขยายอำนาจไปปิดกั้นtwitter,line จนสุดท้ายต้องเล่นแต่โปรแกรมจากในประเทศที่เขาควบคุมได้100%?

สิ่งที่น่ากลัว คือการที่เราบังคับให้คิดเหมือนกัน และคิดว่าคนอื่นไม่สมควรจะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากเรา ทั้งๆที่ตัวเองยังไม่สามารถบอกได้เลยว่าอะไรคือความจริงโดยสัมบูรณ์?

ผมไม่เห็นด้วยกับการ Block ข้อมูลทุกกรณีครับ เหตุผลมีดังนี้

  1. การ Block เป็นการทำให้คนไทยเท่านั้นที่ไม่รู้ ผมมองว่ารู้ดีกว่าไม่รู้ครับ
  2. ฝึกการแยกแยะข่าวสารของคนดูโดยธรรมชาติ มันทำให้คนไทยแข็งแกร่งขึ้น ทนต่อสงครามข่าวสารได้มากขึ้น ใจเย็นขึ้น โอกาสโดนหลอกใช้น้อยลง และเป็นความเพิ่มความมั่นคงของประเทศโดยตรงอย่างยั่งยืน ตัวอย่างก็ การตกทองสมัยนี้น่าจะได้ผลน้อยลง %การหลอกโอนเงินผ่าน ATM ได้สำเร็จ น่าจะลดลงหลังจากมีข่าว แล้วก็ดราม่าแบบเดิมๆมีโอกาสเกิดซ้ำน้อยลง
  3. การ Block นั้นไม่ได้แก้ปัญหาอะไร ดังนั้นการ Block จึงไม่ใช่วิธีที่ยั่งยืน ไม่สามารถกระทำต่อเนื่องนานๆได้ เพราะจะมีปัญหาว่าจะ Block อะไร ใครตัดสินใจ ขอบเขตแค่ไหนอย่างไม่จบสิ้น จนคนคิดได้ว่าการ Block มีผลเสียมากกว่า

ไม่ได้ปิดทีวีอย่างเดียวครับเอาปืนมาจี้หน้า ควบคุมตัว พาไปค่ายทหาร ตั้งข้อหา ประกาศเคอร์ฟิว เอาพลเรือนขึ้นศาลทหาร จับกุมโดยไม่ต้องตั้งข้อกล่าวหาใดๆ ตรวจค้นได้โดยไม่ต้องมีหมาย วิสามัญได้ทันที ตั้งแต่มีการชุมนุมมาหลายเดือนครับ มีการปะทะกันบาดเจ็บ ตาย แต่ยังไม่มีครั้งไหนที่ตั้งใจชนกันจริงๆครับ แล้วถ้ากระบวนการดำเนินไป มันก็มีทางออกได้เรื่อยๆ ตอนนี้ดูแค่ทีวีกล่อมประสาทจากคนที่ยึดทีวีได้ครับ เลยรู้สึกว่ามันแค่ปิดเองไม่เห็นเป็นไร แต่ผมว่าตอนนี้คุณบล็อกตัวเองไปเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้สหรัฐ กับออสเตรียก็ยกเลิกความสัมพันธ์หลายๆอย่างไปแล้ว ไม่ได้เชิดชูเขานะครับ แต่อยู่กันๆดีมายกเลิกเฉยๆมันคงเป็นไปไม่ได้น่าคิดนะ :D

วันไหนมนุษย์หยุดเสรีภาพของตัวเอง วันนั้นคือว่าที่มนุษย์ไม่เหลือความเป็นสิ่งมีชีวิตใดๆ ขนาดสัตว์ยังอยากมีอิสระเสรีเลย

มันเป็นแค่กวาดไปซ่อนใต้พรมหรือเปล่าครับ เดี๋ยวพอกลับกรมกองทุกสีก็ออกมาเย้ว ๆ กันเหมือนเดิม คราวที่แล้วก็แก้อะไรไม่ได้คราวนี้ผมว่าไม่น่าจะต่างไปจากเดิมเท่าไหร่

ต้นตอความขัดแย้งมาจากสื่อ ไม่จำเป็นต้องปิดสื่อ
เหมือนที่ต้นตอไฟป่ามาจากป่า ไม่จำเป็นต้องทำลายป่าให้หมด แบบเดียวกันแหละครับ คือประโยชน์มันยังมีอยู่ ปิดไปมันไม่คุ้ม

เห็นด้วยว่าสื่อทุกวันนี้มีการเสี้ยม บิดเบือน เป็นต้นตอความขัดแย้ง
แต่การแก้ปัญหาโดยการปิดกั้นข้อมูล มันไม่คุ้มกับประโยชน์ที่จะได้รับจากมันครับ
และยังเป็นวิธีการที่ฝืนกระแสโลกมากเกินไปด้วย ประเทศไทยอยู่ในสังคมโลก และ โลกเราไม่ได้หมุนไปทางนั้น

การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนคือ "ปล่อยให้คนเรียนรู้" ครับ อาจจะ เสียเวลากันสุดๆ ชิบหายวายวอดกันไปพอสมควร แต่สุดท้ายผลลัพธ์มันจะยั่งยืน

ทุกวันนี้คนไทยเราเรียนรู้เรื่องวิจรณญาณกันมาเยอะมากแล้วครับ แค่ยังไม่สุด
ดูอย่างเมื่อก่อนเราคงไม่มีนักสืบ pantip มาคอยสืบเรื่อง GT200 และอื่นๆอีกมากมาย แต่ทุกวันนี้เรามีแล้วครับ

มันอยู่ที่สื่อหรืออยู่ที่คนครับ

ต่างประเทศถ้ามีความคิดเห็นแย้งกัน เขาคุยกันบนหลักเหตุผล เพื่อสรุปจากข้อเท็จจริง

สารขัณฑ์ทั้งสองฝั่งคิดต่างก็หาว่าไม่ใช่คนกันแล้ว

คนไม่พัฒนา พอหมดทหาร สุดท้ายมันก็เหมือนเดิมครับ

คุณครับ คนเรายิ่งปิด ยิ่งเชื่อข่าวลือนะครับ
ยิ่งเป็นรายงานที่ระบุว่าลับเนี่ย คนที่มีอคติมักจะอ่านแล้วเชื่อทันทีเลยว่าเป็นของจริง

ถ้ารัฐคุมสื่อหมด คนไม่ได้รับข่าวสารจากอีกข้างเลย คนจะเชื่อถือข่าวสารจากสื่อของรัฐไหม? หรือเขาจะคลางแคลงใจในข้อมูลที่ได้รับ และพร้อมจะเชื่อข้อมูล"ลับ" ที่พิสูจน์ไม่ได้จากอีกฝั่ง?

ถ้าเทียบกับปล่อยให้มีข่าวจริงบ้าง มั่วบ้าง ลงมาให้คนฝึกคิด วิเคราะห์ แยกแยะ อันไหนมั่วมารัฐก็ตบด้วยข้อมูลที่มี คนที่ออกข่าวมั่วก็ discredit ตัวเองไป คนเสพข่าวก็มีวิจารณญาณมากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นสิ่งที่ควรจะเป็น ไม่ใช่การปิดสื่อ แต่เป็นการเปิดสื่อ เปิดข้อมูลอย่างจริงใจ (แต่ต้องออกมาชี้แจง แก้ข่าวด้วยข้อมูลจริงนะ ไม่ใช่เงียบให้อีกฝั่งกล่อมประสาทไปเรื่อยๆ) ยังไงข้อมูลจากรัฐก็แน่นกว่า พิสูจน์ได้ง่ายกว่าข้อมูลอีกฝั่งอยู่แล้ว จะไปกลัวทำไม

ถ้าข้่างบนเข้าใจยากไป งั้นอีกตัวอย่าง
ถ้าคุณไม่อยากเป็นหวัด
-ระหว่างฆ่าเชื้อโรครอบตัวให้หมด ทำให้ตอนนี้ไม่ป่วย แต่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีเชื้ออะไรหลุดเข้ามาก็ป่วยหมด
กับ
-ปล่อยให้เชื้อโรคเข้ามา แต่การกำจัดเชื้อโรค(ข่าวมั่ว)ทำให้ภูมิคุ้มกันเราแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ
อันไหนมันจะยั่งยืนกว่ากัน ?

ความจริงมันไม่ใช่แค่ช่วงเวลาเดียวครับ มันย้อนไปไกลมาก รบกวนศึกษาประวัติศาสตร์ประเทศเรา และประวัติศาสตร์โลกด้วยครับ สังคมไทยปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะคนบางกลุ่มที่ไม่สนใจประวัติศาสตร์ครับ คำพูดก็ยังซ้ำเดิมได้ การกระทำก็เหมือนเดิม ผลลัพท์ที่ออกมาก็ไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ ถ้าเรียนรู้ประวัติศาสตร์แล้วคงจะไม่เลือกวิธีที่แก้ปัญหาไม่ได้อย่างนี้

โอ้ พึ่งกลับมาอ่านอีกที
คุณ DragonKnight บอก จะตีกันตาย ทำไมมองว่าเป็นแค่หวัดใช่ไหม

ครับ ใช่
ถ้าพูดถึงในบริบทของคุณ ก็ตอบว่า
"คุณว่าประเทศจะพังพินาศย่อยยับกู้กลับไม่ได้เสมือนตายไปแล้ว แค่เพราะปล่อยให้พวกคนแค่บางกลุ่มตีกันไปในวันที่ 26 เลยเหรอ? คนกลุ่มเล็กๆกลุ่มนึงที่คลั่งการเมืองเกินไป สามารถเป็นอุทาหรณ์,เป็นตัวอย่าง ให้สังคมเกิดการเรียนรู้ได้ แน่นอนว่าการเป็นหวัด(หลงเป็นเหยือโดนปั่นกระแสจากสื่อบางช่องทาง) ทำให้เราสูญเสียเซลล์บางส่วน ระบบต่างๆทำงานแย่ลงชั่วคราว แต่เมื่อเราผ่านมันมาได้ เราก็มีภูมิคุ้มกันเชื้อโรคตัวเดิมมากขึ้น ถ้าโดนมุกเดิมเราก็จับทางได้แล้ว เราอย่ามองแค่เซลล์ไม่กี่เซลล์ครับ ให้มองภาพรวมใหญ่กว่านั้น น่าเสียดายจริงๆนึกว่ารอบนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ออกจาก loop วังวนเดิมๆได้ซะแล้ว"
.... แต่จริงๆ"เชื้อหวัด"กับ"ภูมิคุ้มกัน"ที่ผมพูดถึงในตอนแรกนี่ผมหมายถึง"ข่าวลือยุยงปลุกปั่นไม่เกิดผลดี"กับ"ความสามารถในการวิเคราะห์แยกแยะ,เสพข่าวอย่างมีสติ" นะครับ ไม่ได้เจาะจงถึงเคสนั้นเป็นพิเศษ แต่พูดถึงการจะฟิลเตอร์ไม่ให้ประชาชนได้เจอกับสิ่งที่ไม่เหมาะสมเลย(อย่างการคุม social media เอง)จนคนเสียความสามารถในการคิดวิเคราะห์ข่าวด้วยตัวเองไป ผลก็จะออกมาเป็นคน 2 กลุ่ม คือคนที่เชื่อข้อมูลที่ได้รับเต็มๆ บอกอะไรก็เชื่อ กับกลุ่มที่พอรู้ว่าข้อมูลที่ได้รับทั้งหมดถูกฟิลเตอร์แล้ว ก็พาลระแวงคิดว่าข้อมูลที่ได้รับทั้งหมดถูกบิดเบือนมา ความจริงเป็นตรงข้ามกัน พอข่าวลือไรมาสนับสนุนความคิดตัวเองก็หลงเชื่อง่ายๆ ... ก็นะ จะดีเหรอ

แล้วที่บอกว่าปิดสื่อ ก็ต้องตอบว่า ครับ ถ้าไม่มีเฟสบุค ผมติดต่อเพื่อนกว่า 90% ในไทยไม่ได้ เรียนอยู่ต่างประเทศ จะให้โทรหากันก็ไม่ใช่เรื่อง ไลน์ อะไรก็ไม่ได้ขอไว้ก่อน อยู่ๆจะทำตามที่คุณอยากให้ทำ คือปิดช่องทางใหญ่ในการติดต่อกับคนทั้งโลก(ไม่ได้บอกว่าเป็นช่องทางเดียวนะ ทางอื่นก็มีแต่ทางนี้"ใหญ่") แล้วเปิดช่องใหม่ไว้คุยกันเองในกะลา เอ้ย ในประเทศ แค่เพราะอยาก filter ข้อมูลที่ออกสู่สาธารณะชน?? ทำไมไม่สอนให้ประชาชน filter ข่าวกันเอง ?

ปล. Hate Speach ที่โจมตีที่ตัวบุคคลที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่พูดถึงกันอยู่ เช่น

ความจำสั้นรึป่าว

อยากหล่อเชิญไปหาหมอครับ

ขออนุญาตไม่ตอบโต้นะครับ

เอ่อ ปิดทีวีแล้วหายซ่า?

เขาอุ้มไปค่ายทหาร ถืออาวุธสงครามเป็นหน่วยรบไปเยี่ยมหาลูกเมียถึงบ้านเพื่อขู่เป็นตัวประกันนะครับ :P

"มันไม่เหมือนกันครับ คุณต้องดูบริบทสังคมด้วย" - มิตรสหายท่านหนึ่ง

เอาสิ ... อยากพูดอะไรพูดมา วิญญาณขนมไทยสิงในร่างผมอย่างเข้มข้น ผมเจอมาเยอะ

บุคคลแต่ละบุคคลก็เป็นตัวแทนของความเกลียดชังอยู่แล้วครับ เรื่องการโพสต์ข้อความเกลียดชังไม่ต้องแค่ใน Social Network หรอกครับ ที่ไหน ๆ ก็มี จะตามไปปิดให้หมดมันก็เป็นไปไม่ได้หรอกครับ แถมการยิ่งปิดกั้นยิ่งทำให้ความรุนแรงมันมากขึ้นไปอีก ถ้าปิดกั่นมาก ๆ แทนที่บุคคลจะต้องการการยอมรับจากคนในสังคมใหญ่ ก็กลายเป็นแค่การพูดคุยกันในสังคมเล็ก ๆ ที่ไม่มีการเรียนรู้สิ่งใหม่ ก่อให้เกิดความคิดว่าสิ่งที่ตนเชื่อถูกต้องที่สุด เรื่องพวกนี้มันย้อนยุคมากเลยครับ

อะไรที่มันอยู่บนดินเห็นกันทั่ว อาจทำให้ไม่มีความสุข แต่ก็ทำให้เรารู้ว่าเรากำลังเผชิญกับอะไรอยู่ การไปกดให้มันลงไปในหลืบ ให้หนีไปซ่อนตามที่ต่าง ๆ เป็นการสร้างสังคมแห่งความไม่รู้ ภายนอกอาจจะดูมีความสุขดี แต่ภายในจะระอุมากและพร้อมจะระเบิดความรุนแรงที่ยิ่งกว่าอีกครับ

อย่าให้การรับรู้ของเราหลอกตัวเราน่ะครับ ไม่เห็นไม่ใช่จะไม่มีอย่างแน่นอน วิทยาศาสตร์สามารถเปลี่ยนได้ตามข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนไป ความเป็นจริงมันมีช่วงเวลามาเกี่ยวข้องด้วย จริงในวันนี้วันหน้าอาจจะไม่จริงแล้วก็ได้ และมันก็มีเรื่องความพยายามจะรับรู้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยครับ

jinxplay Mon, 02/06/2014 - 16:37

In reply to by DagonKnight

"Facebook ไม่​ให้​ความ​ร่วม​มือ​กับ​ความ​มั่นคง" ตรง​ไหน​บ้าง​เหรอ​ครับ? อันนี้​ผม​สงสัย​จริง​ๆเพราะ​ผม​เห็น​หลายเพจที่โดน​ลบอยู่นะ

aduly Mon, 02/06/2014 - 17:04

In reply to by DagonKnight

สนับสนุนครับ พร้อมเปลี่ยนการปกครองมาเป็น เผด็จการโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วยครับ

มีแต่สมบูรณายาสิทธิ์ราชครับ ถ้ามีใครมีอำนาจเหนือกษัตริย์ของประเทศนั้น คนๆนั้นก็คือประมุขของประเทศ จะเรียกว่าเป็นกษัตริย์ของประเทศหรือราชา จักรพรรดิ ประธานาธิปดีว่ากันไปครับ ตามที่ร้ำเรียนมา หรือจะออกคำสั่งให้ฉีกตำราเรียนทิ้งไปก็ได้ครับ :D

ปล.อย่าลืมนะครับตอนนี้หัวหน้าคสช.เป็นประมุขของประเทศอยู่

Meow-Meow Mon, 02/06/2014 - 17:11

In reply to by DagonKnight

ถ้าอยากอยู่ในกะลา ก้ออยู่ไปคนเดียวสิครับ จะเอามาครอบหัวคนอื่นทำไม ถามก่อนไม๊ว่าเขาอยากอยูด้วยหรือเปล่า

Fourpoint Mon, 02/06/2014 - 17:20

In reply to by DagonKnight

สงสัยนะ คุณ# DagonKnight ใช้อะไรตัดสินว่า เพจไหน"สมควร"โดนปิดกั้น?

เห็นอ้างแต่ความมั่นคง แล้วความมั่นคงของใคร? ใครเป็นคนตัดสิน?

การที่คุณ"เชื่อว่า"เพจใดๆนั้นสร้างความเกลียดชังจนทำลายประเทศ มองกลับกันก็อาจเป็นผลจากเพจด้านตรงข้าม ที่ปลุกปั่นให้คุณ"เชื่อ"จนเกลียดชังเพจที่คิดไม่เหมือนตัวเองแบบนั้นก็เป็นไปได้?

Architec Mon, 02/06/2014 - 18:16

In reply to by DagonKnight

โทษนะ เห็นคุณเมนต์มาเนี่ยเข้าแนวคิดของคอมมิวนิสต์ทั้งนั้นเลย

ถ้าเป็นสมัยปรีดี หรือ 6 ตุลา ป่านนี้โดนเก้าอี้ฟาดไปนานแล้ว :P

  • ฝ่ายซ้ายคือเน้นความเสมอภาค (แต่เอาเข้าจริงๆ ในบางประเทศที่เป็นคอมฯ ก็ฟาสซิสต์อีกแหละ)
  • ฝ่ายขวาคือนิยมในระบบชนชั้น
  • ในขณะที่คณะบุคคลควบคุมหรือกุมอำนาจเบ็ดเสร็จกลุ่มเดียว เรียกฟาสซิสต์ครับ ไม่เชิงว่าฝ่ายขวาเท่าไหร่ (รอผู้เชี่ยวชาญละกัน)

แต่ในเมนต์บนนู้นเนี่ย..... ผสมปนเปเยอะไปหน่อยนะ เอาเป็นว่าไม่ขอเยอะละกัน

ปล. การสนทนาในนี้ถือเป็นการชุมนุมเกิน 5 คนหรือเปล่าครับ?

(อินโทร) "ไทยสามัคคี สามัคคี 4 เหล่าไทย... ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย รวมจิตรวมใจ รักไทยให้มุ่งมั่น... หากมีศัตรู จู่โจมมาโรมรบรัน ร่วมใจด้วยกัน เพราะเราคือแผ่นดินไทย..."

(คนประกาศ) "คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ..."

ทำมาเมื่อไหร่จะลองเล่นนะครับ เผื่อว่าจะ upload รูป+Video ได้เร็วดี
อย่าลืม YouThai เอาไว้ up Video ด้วยนะครับ
ขอ Cloud ไทยๆด้วย

ปล.เป็นครั้งแรกที่ผมเข้า blognone โดยกด link มาจาก drama-addict 555
คาดว่าข่าวนี้ comment น่าจะพุ่งกระฉูด

ผมมองเซิร์ฟเวอร์บวกศักยภาพของ ICT แล้ว เอิ่ม คิดใหม่ครับ ผมขอรองให้คุณคิดใหม่เรื่องความเร็ว ม.ผมใช้ Z10 แค่คนไม่ถึงหมื่นยังล่มเลย...

ถ้าปลัดกระทรวงไอซีที ไม่สามารถหาจีเนียส ระดับมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก มาทำงานให้กระทรวงไอซีทีได้ ก็อย่าคิดทำให้เสียดายภาษีเล่นเลยครับ

คือถ้ายังไม่สามารถเอาคำว่าเว็บของราชการออกไปจากไทยแลนด์โซเชียลเนตเวิร์คได้ ก็ไม่น่าจะเกินคาดอะไร ว่าล่มวันล่มคืน และหน้าแรกมีหน้า รมต.ไอซีที และ นายก อยู่เป็น Splash Screen แน่นอน

ผมก็คิดเหมือนกันครับว่ามันจะห่วยสักแค่ไหน แต่ด้านบนนั้นผมประชดคำว่าจีเนียสว่าคงไม่แคล้วลูกท่านหลานเธอหรือเล่นเส้นเล่นสายหรือความสามารถไม่ถึง(แต่จบนอก)ก็ได้มาทำงานนั่นเองครับ

ขอเชื่อมกับทุกหน่วยงานด้วยนะครับ ทะเบียนราษฎร ขนส่ง ที่ดิน สรรพากร ศุลกากร ทุกอย่างที่เป็นราชการ เสียบบัตรจิ้มจอเองได้เลยยิ่งดี..

  • _ + สุดยอดครับ
    เพิ่ม
    คดีความ อาชญากร บุคลมีประวัติ จำนวนประชากร(ที่แน่นอน) ข้อมูลทางการศึกษา ที่อยู่อาศัย การย้ายถิ่นฐาน การระบุตำแหน่งเหมือนบัตรเครดิต ถ้าทำทั้งหมดนี้ได้ผมว่าระบบราชการคงจะเร็วขึ้นบ้าง...นะ
  • กบข. สวัสดิการสังคม การศึกษา โรงพยาบาล ด้วยครับ
    นอกจากลดเวลาแล้วยังลดข้าราชการลงได้อีก เพราะทุกวันนี้ทำงานซ้ำซ้อนเกินไป

คือผมมีเพื่อนต่างชาติอ่ะครับ ไม่ใช่แค่คนไทย แล้วเค้าต้องมาสมัคร ThaiBook Thai+ เพื่อมาดูรูปผมคนเดียว เค้าจะมามั้ยครับ

Social Network มันเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล กลุ่ม องค์กร หรือแม้กระทั้งระหว่างสังคมเอง ให้มีปฏิสัมพันธ์กัน แต่ถ้าตัวระบบออกแบบมาเพื่อพร้อมที่จะปิดกั้นหรือตัดความสัมพันธ์โดยบุคคลที่สามอย่างนี้มันจะไปประสพความสำเร็จได้อย่างไรครับ มันจะไม่เป็น Social Network แล้วครับ

แล้วการที่ผู้ให้บริการเจ้าไหนจะอยู่ได้นั้นขึ้นอยู่กับผู้ใช้มากกว่าตัวมันเองครับ ดังนั้นต้องให้ความสำคัญกับผู้ใช้สูงสุด แต่ถ้าท่านให้ความสำคัญกับตัวผู้ให้บริการมากกว่าตัวผู้ใช้ผลออกมาก็คือร้างครับ

แนวคิดเยี่ยมครับ แนะนำให้ block facebook, G+, twitter ไปให้หมดเลยครับ หรือไม่ก็ทำเป็นอินทราเน็ทประเทศไทยไปเลยก็จะยอดเยี่ยมที่สุด ดินแดนแห่งความฝันกำลังจะเป็นจริงแล้ววววว

อ่านข่าวนี้ตอนแรกเห็นตอบกันเยอะ กะว่าคงจะมีแนวความคิดไรเยอะแยะ
กลายเป็นประชดกันเต็มไปหมด
เพิ่งมาได้ความรู้เพิ่มเติมก็ตรงที่คุณ gettary ถาม

นั้นซิ ประชดมันไม่ช่วยอะไรจริง ๆ นั้นแหละ

ผมคิดว่าโครงการนี้น่าจะยากถ้าไม่มีเงื่อนไขอะไรล่อให้เล่น แต่ครอบครัวผมขายของผ่าน Facebook กันเยอะ และผมก็เคยเตือนคนในครอบครัวว่า การขายของใน Facebook นั้นมีความเสี่ยงสูง เพราะบริการไม่ใช่ของเรา เขาเปลี่ยนอะไรได้ และอาจจะกระทบกับเราอย่างรุนแรง ซึ่งกระทบมาหลายระลอกแล้ว ทุกครั้งยอดขายลด งานหนักขึ้นตลอด

ถ้าจะมี Social of Thailand จริง ๆ ก็อยากได้ Social ที่มองถึงด้านการทำธุรกิจติดไปด้วย เหมือน Facebook Page นั้นแหละ มีการจัดการโฆษณา และหาเงินเข้ารัฐก็ว่าไป ส่วนการตรวจสอบอะไรพวกนี้ ผมพูดจริง ๆ ว่ารู้สึกไม่ดีลึก ๆ แต่ไม่สนใจ เพราะผมใช้ Facebook, Group ก็เพื่อติดต่อคนที่ชอบสิ่งเดียวกัน เล่นเกมด้วยกัน หรือครอบครัว ไม่ได้คิดว่าจะทำให้ตนเองเป็นคนที่โดนเรียก หรือต้องติดคุก

ถ้าทำ และมีคนเก่ง ๆ ช่วยทำ มีองค์กรที่ตรวจสอบกระบวนการทำงาน และมีการควบคุมการตรวจสอบจากรัฐไม่ให้เกินไปในจุดที่ประชาชนส่วนใหญ่จะรับไม่ได้ ผมก็สนับสนุนให้ทำ แต่ต้องทำให้ดี ต้องทำ "เพื่อ" ให้คนไทยได้ใช้งานได้ ไม่ใช่ทำแล้วเกิดการต่อต้านจนไม่มีคนใช้ มันก็จะกลายเป็นผลาญภาษีเปล่า ๆ และเนี้ย มีแต่คนต่อต้าน ผมก็ได้แต่เดาว่า บางคนอาจจะยังไม่ได้ข้อมูลมากพอที่จะประมวลผลอะไรได้ แต่ก็คิดกันไปไกลแล้วในด้านลบก็มีเยอะ ตรงนี้รัฐต้องหาทางแก้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นมันก็เป็นอุปสรรค

ผมสนับสนุนให้ทำเต็มที่ครับ จะได้สมกับเป็น ICT ซะทีมัวแต่ไปทำงานอะไรม่ายรู้
ถ้าดีก็มีคนใช้เอง(ไม่ห่วงเรื่องดัก ก็โพสเชียร์ๆโหนๆกันไป) โลกการแข่งขันใครดีก็ยืนอยู่ได้ แต่ถ้าบังคับก็คงมีแต่User 60กว่าล้านแต่ไม่มีใครส่งโพสหากัน
ปล.1 แค่ให้ข้าราชการใช้คุยเรื่องแล้วไม่หลุดออกไป ก็เยี่ยมแล้ว
ปล.2 ถ้าอนาคตอีกฝากกลับมา(มีส่งข้อความเชียร์กัน) ก็ต้องกลับมาปฏิรูประบบกันอีก

ผมเห็นด้วยว่าควรทำ แต่ทำเป็นแบบราชการ-ประชาชน รวมอยู่ในที่เดียวถามตอบปัญหาต่างๆ หรือมีเรื่องอะไรเสนอแนะก็โพสไป หรือประกาศข่าวสารต่างๆจากส่วนราชการนั้นตรงๆ

ผมอ่านจนจบผมพอใจในเว็บนี้ที่ให้อิสระในก็โต้แย้งกันในระดับหนึ่ง
เปลี่ยนเรื่อง ผมว่าทหารพยายามฝืนธรรมชาติ การจะทำให้คนคิดเหมือนกันทุกอย่างมันเป็นเรื่องที่ฝืนธรรมชาติ
ผมงงตรงที่คนบางคนกลับสนันสนุนแนวคิดแบบนั้นทั้งๆที่มันปฏิบัติไม่ได้จริง
คนเราโกรธกันที่อะไรก็ต้องไปแก้ที่สาเหตุไม่ใช่มาบอกว่าห้ามโกรธกันนะ
ที่สำคัญเท่าที่ดูจากมุมมองจากต่างประเทศมาเมืองไทย มันไม่เกี่ยวกับเว็บยุยงปลุกปั่นเลยแต่เป็นการโกหกด้วยการปกปิดข้อเท็จจริงต่างที่ทหารทำๆอยู่เนี่ย

อย่าสิ้นเปลืองงบประมาณเลย
ประกาศไปเลยว่า social นอก ผิดกฏหมาย
ให้ไปใช้ pantip.comให้หมด
ยกเลิกล็อกอินมือถือ
ให้สมัครด้วยตัวเองโดยใช้บัตรประชาชนตัวจริงที่สถานีตำรวจเท่านั้น
ห้ามมอบอำนาจให้ใครทำแทน ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือครบ 10 นิ้ว

ขอแค่เอาเวลาไปให้ net บ้านรายเดือน แรง ๆ และถูกกว่านี้ก็จะเป็นประโยชน์กว่ามาก ๆ

Jobs + Gate ​+ Mark คงงง ว่าจะทำไปเพื่ออะไร....................หรือว่าเพื่อเอาไว้ส่อง, สอดแนม, block ยามที่ต้องการ

cmmadnat Mon, 02/06/2014 - 21:51

ctOS แบบใน watch dogมีให้เห็นที่แรกในโลก ไม่คิดมาก่อนว่าจะเป็นประเทศไทย
คนไทยยิ่งแคะแกะเกาเก่งด้วย มีหวัง aiden Pearce เกิดชัวร์

ไม่ก็เกิดอาชญากรรมแบบใหม่ๆ อีก

ทางที่ดี ตกลงกับ Facebookเรื่องบล็อกดีกว่า แล้วขู่บล็อกทั้งเว็บไปทีเดียว

นึกภาพเล่นๆ interface คงเต็มไปด้วยแบนเนอร์โฆษณา และมหกรรมtag เครื่องสำอางไปจนถึงยาปลุกsex... (O A O)

เป็นความคิดที่ดี แต่ผิดเวลาไปหน่อย...

เรื่องแบบนี้ต้องให้เอกชนเขาทำกัน ไม่ใช่รัฐบาล

เห็นข่าวนี้แล้ว อนาคตเราคงได้ใช้การเชื่อมต่อแบบความเร็วสูงแน่ ๆ..
ด้วยสาย LAN อ่ะ / เพราะจะได้ตรวจสอบง่าย ห้ามใช้ง่าย

โอว comment ยาวมากข่าวนี้

เสียเงิน (ภาษีของพวกตรู)
เสียเวลา
และสุดท้าย คนก็ยังใช้ facebook ต่อได้เหมือนเดิม ใครจะไปใช้ นอกจากพวกตัวเอง

ผมว่าไปทำระบบ ตรวจสอบการคอรัปชั่น ดีกว่านะครับ เก็บทุกรายละเอียด ระบบจัดซื้อจัดจ้าง ระบบเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวต่างๆ ของนักการเมือง หน่วยงานราชการ เก็บทุก transaction เหมือน bank ไปเลย สืบได้หมด บังคับใช้ไปเลย