Advertisement

ในงาน SXSW 2012 บริษัทอเจนซีโฆษณาอย่าง BBH Labs ได้ทดลองแคมเปญใหม่ที่เปลี่ยนจะเปลี่ยนคนไร้บ้าน (Homeless) ให้กลายเป็น Wi-fi Hotspot

แคมเปญที่ว่านี้มีชื่อเต็มๆ ว่า Homeless Hotspot โดยทาง BBH Labs ร่วมมือกับองค์กรเพื่อช่วยเหลือคนไร้บ้านอย่าง Front Steps จัดการเปลี่ยนคนไร้บ้าน 13 คนแถบเมืองออสตินให้กลายเป็น Wi-fi Hotspot ด้วยการให้พก Mi-fi 4G เอาไว้ และสวมเสื้อยืดที่เขียนชื่อ พร้อมกับวิธีการเข้าถึง Wi-fi Hotspot ดังกล่าว โดยฝั่งคนไร้บ้านจะได้เงินบริจาค 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ 15 นาทีที่มีการใช้งานเครือข่าย

หลังจากที่แคมเปญนี้แพร่หลายไปในอินเทอร์เน็ตก็มีเสียงต่อต้านจากหลายฝ่ายทั้งว่าไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาคนไร้บ้านบ้าง หรือดูถูกความเป็นมนุษย์ของคนกลุ่มนั้นบ้าง จนทาง BBH Labs ต้องออกมาปฏิเสธพัลวันว่าแคมเปญดังกล่าวเป็นเพียงการทดลองโดยไม่มีการแสวงผลกำไร และปฏิเสธข้อมูลที่ว่าแคมเปญนี้จะถูกถ่ายทำเป็นรายการเรียลลิตีโชว์

...ว่าแต่คิดอย่างไรกับแคมเปญนี้กันบ้างครับ ?

ที่มา - BBH Labs, ReadWriteWeb, Wired

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ผมไม่เถียงว่าเป็น idea ที่ดี
แต่มันไม่ค่อยเหมาะสมรึป่าว?
ยิ่งให้สวมเสื้อที่มีบอกว่าจะใช้ wifi ยังไงนี่ ยิ่งแล้วใหญ่
ยังมองเห็นคน เป็น "คน" อยู่รึป่าว

เราไปคิดแทนเค้าหมด ผมว่าคนไร้บ้านมันคงคิดในใจมึงคิดแทนกรูทำไม กรูอยากมีเงิน มันก็ไม่ต่างอะไรกับได้เป็น PR ที่ใส่เสื้อประชาสัมพันธ์เลย รายได้ก็โอเคเลยนะ

ผมมองเห็นเป็นป้ายโฆษณาเดินได้(ผมล้อเล่น)

อันนี่จริงคนเรามีสิทธิ์ที่จะคิดเองคับ ไม่มีใครมาบังคับให้ทำในสิ่งที่เจ้าตัวไม่ชอบหรอกคับ เหตุผลคนเรามีกันทุกคนแหละคับ แต่เหตุผลของเราอาจจะไม่ถูกใจคนอื่นก็เท่านั้นเอง บางทีเค้าอาจจะพอใจให้ทำแบบนี้ก็ได้นะคับ โลกมันไม่ได้สวยอย่างที่หลายคนจินตนาการไว้หรอกคับ ลองมองความเป็นจริงให้มากขึ้น ฟังผู้อื่นให้มากขึ้น คิดให้มากขึ้น อะไรหลายๆอย่างอาจจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่คับ

เข้าท่าดีออก win-win ด้วยซ้ำ สร้างงานอีกแบบนึง

คนขับรถขายไอติม = ตู้ไอติม ไม่ใช่คน?

พนักงานขายมิสทีน, ยาคูลท์ ฯลฯ = ตู้ขายของ ไม่ใช่คน?

คิดได้ยังไงเนี่ย!!!
สังคมส่วนใหญ่ เค้าพยายามจะหาที่อยู่ให้พวก homeless กัน

บางทีบริษัทโฆษณาก็พยายามจะทำอะไรที่แสบๆ คันๆ ขัดกับศีลธรรมเสมอ เพียงเพราะว่าต้องการเป็น talk of the town

งั้นลองนึกภาพตามนะครับ มีแคมเปญนี้เกิดขึ้นในเมืองไทย คุณและผมได้รับรู้ผ่านสื่อต่างๆ เข้าใจวิธีการใช้งาน ก็เลยไปเดินหาคนไร้บ้าน เพื่อใช้งาน wifi เพราะหวังว่าเค้าจะได้มีรายได้ หวังว่าจะช่วยเค้าได้ พอใช้งานเสร็จก็เดินจากไป คิดว่าเราได้ช่วยเค้าแล้ว

คุณคิดว่ามันแก้ปัญหาได้จริงๆ?
คุณคิดว่าเข้าใจหัวอกของเค้าในฐานะคนไร้บ้าน?
จบแคมเปญแล้ว?
คนไร้บ้านจะหมดไป?
หรือจะมากขึ้น?
มันไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้ ที่คุณจะทำได้?

ผมว่าเราบริจาคให้องค์กรอะไรก็ได้ ที่ออกหน้าว่าจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน จะให้หาที่อยู่ให้ หรือสร้างอาชีพ (ที่ดีกว่านี้) ให้เค้ามีรายได้ด้วยตนเอง จะให้คิดเงินบริจาคจากการใช้งาน internet ก็ได้
คุณคิดว่ามันจะดีกว่าหรือเปล่า? (ถ้าไหนๆ จะต้องบริจาคเงิน ก็เอาไปใช้แก้ปัญหามันตรงๆ น่าจะดีกว่า)

จริงอยู่ในเชิงปฏิบัติการณ์มันอาจจะดูวุ่นวาย มีหลายหน่วยงานที่ต้องเกี่ยวข้อง
แต่การเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น มันไม่ได้ง่าย มันน่าจะต้องช่วยกัน เห็นใจกัน ไม่ได้ปล่อยให้เป็นภาระของใคร
จบแคมเปญ แค่คนไร้บ้าน 1 คนรู้ว่าเค้าต้องทำยังไงกับชีวิตต่อเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น แค่นี้ก็คุ้มแล้ว

ไม่ใช่เอาความเป็นอยู่ที่เลวร้ายของสังคมมาใช้ประโยชน์
หวังว่าจะเปลี่ยนโลก โดยไม่ทำอะไรเลย แล้วแถมไม่ได้แก้ไขอะไรสังคมแบบยั่งยืนอีกด้วย

จริงอยู่ หลายคนบอกว่ามันอาจจจะเป็นสิ่งที่เค้าเลือก อย่าไปคิดแทนเค้า
แต่ผมคิดว่า แล้วเค้าอยากเป็นคนไม่มีบ้าน?
ผมว่า ผมไม่ได้คิดแทน แต่ผมคิดถึงพวกเค้ามากกว่า
ผมคิดถึงสังคมของเรามากกว่า

ไม่ได้จะเห็นขัด เพื่อให้เกิดความขัดแย้งนะครับ
แค่รู้สึกว่า โลกมันเลวร้ายขึ้นทุกวัน
แล้วเราจะยังไม่ทำให้มันดีขึ้นอีกเหรอ

: (

ความคิดนี้เหมือนบอกว่า อาชีพเชล หรือ อาชีพนักกีฬาที่รายใด้มาจากการแปะโฆษณาบนเสื้อ ต่ำต้อยกว่าการวางขันขอเงินนะครับ

แล้วก็เหมือนกับบอกว่าทำป้ายแปะตามผนัง ดีกว่าสร้างงานให้คนกลุ่มนี้

คนละเรื่องกันนะครับ
อันนี้มันเป็นการแก้ไขปัญหาสังคมนะครับ ผมไม่ได้มองว่าอาชีพอะไรต่ำต้อย
ถ้าจะแก้ไขปัญหาสังคม มันน่าจะใช้วิธีที่ตรงไป ตรงมา มากกว่า

งั้นเปลี่ยนเป็น ... เค้าเป็น บ. ไม่ไช่สังคมสงเคราะห์นิครับ

จุดประสงค์หลักก็ต้องมีกำไร ส่วนการที่ทำให้คนกลุ่มนี้ใด้ส่วนแบ่งเป็นแค่น้ำใจ

การแก้ไขปัญหาสังคมเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่หรือครับ
นี่เป็นบริษัทเอกชน ร่วมกับ "องค์กรการกุศล" ที่มีจุดประสงค์การช่วยเหลือเป็นหลักไม่ใช่เหรอครับ
ถ้าจะพูดถึงประเด็นการแก้ไขปัญหา การจัดหาที่อยู่ที่พัก รัฐบาลต้องเป็นเจ้าภาพครับ คนละประเด็นกัน

ผมว่ามันเป็นงานที่ดีนะ ดีกว่าพวกขอทาน เดินมาขอค่ารถ หรือ นั่งนอนนิ่งๆ ตามสะพานลอย มันก็แค่งานโฆษณาอย่างหนึ่ง ถ้าไม่จำกัดว่าเป็น Homeless ผมยังอยากไปทำเลย แค่หาคนแล้วนั่งเล่น FB หรือ Blognone ดี ไปกับเขาด้วย lol

ผมว่าคุณมองไกลไปอะ คนที่ทำ Project เป็นบริษัทด้วย ไม่ใช่การกุศล ส่วนวิธีการถือว่าเหมาะสมแล้ว

ทำแบบนี้ดีกว่าดูก็ปล่อยไปเฉยๆ

โอเค ผมอาจจะลืมไปว่า เรากำลังพูดถึงบริษัทโฆษณาที่ทำแคมเปญงานโฆษณาชิ้นนึง
มากกว่า การทำอะไรเพื่อสังคมแบบยั่งยืน และจริงใจ

อันนี้เราต้องช่วยกันคิดครับ คุณลองคิดก็ได้ครับว่าควรทำอย่างไร

"การทำอะไรเพื่อสังคมแบบยั่งยืน และจริงใจ" อันนี้ผมไม่รู้ว่าคุณมองในแง่ไหน อาจจะเป็นแง่ที่ว่าหากจะช่วย ก็ควรให้เงิน หรือสร้างบ้านให้หรือเปล่าครับ

ผมมองกลับกันนะครับว่าแคมเปญนี้ถึงจะดูไม่จริงใจ(?) แต่มันคือการให้โอกาสเลี้ยงชีพที่คนไร้บ้านไม่เคยได้รับ และก็เป็นอาชีพที่สุจริต โอเคชื่อแคมเปญมันอาจจะดูแย่ แต่เนื้อแท้แล้วมันก็เป็นการช่วยอย่างหนึ่ง และสิ่งที่สำคัญก็คือ การได้รับโอกาสในการมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ครับ ผมเชื่อว่าคนไร้บ้านส่วนใหญ่ยินดีกับโอกาสนี้ที่พวกเขาได้รับครับ

คุณไม่ชอบที่แคมเปญนี้เกิดขึ้น ส่วนผมไม่ชอบที่ทำไมไม่มีใครลงมือทำอะไรเลย ทำไมมีแต่คนบ่นว่านู่นไม่ดี นี่ไม่ดี พอมีคนทำหน่อยแต่ไม่ได้เลิศหรูก็โดนต่อว่า แล้วต่อไปนี้ใครมันคิดจะลงมือทำครับ

ขอบคุณ link ของคุณ MrShin ครับ

ถ้าแคปเปญแสวงผลกำไรที่ว่านั่น มันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน และมีผลดีกับคนแม้สัก 1 คน ก็ควรทำครับ

ผมชอบนะโครงการนี้ ไม่ได้เป็นการบังคับ ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเค้ารู้่ว่าเค้าต้องการอะไรเค้าเข้ามาด้วยความสมัครใจเอง ไม่ใ่ช่เราเอาความคิดไปยัดเยียดให้ฝ่ายเดียว ส่วนเรื่องที่ว่าแก้ปัญหายั่งยืนอันนั้นผมว่าหลายๆ คนก็น่าจะคิดอยู่เหมือนกันและมีคนที่ทำตรงนี้อยู่แล้ว แต่ว่าทำไมมันก็ยังแก้ปัญหาแบบยั่งยืนอะไรแบบที่คุณว่าไม่ได้ กำลังคนไม่พอ? กำลังทรัพย์ไม่พอ? ผมว่าคนปกติส่วนใหญ่คิดได้ครับแต่ไม่ได้ทำ จะให้ไล่แก้ตรงไหนล่ะ เริ่มไล่แก้กันตั้งแต่ทัศนคติกันรายบุคคลเลยไหม

กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงคนเราในโลกนี้มีความคิดที่ต่างกันหลากเหตุผล ต่อให้คุณพยายามลดคนไร้บ้านไปหนึ่งคน มันก็ต้องมีคนใหม่ๆ มาแทนเสมอ ถ้าจะทำให้ได้แบบที่คุณว่าผมว่าอีกร้อยปีก็ไม่รู้จะได้เห็นหรือเปล่า

ที่ผมนับถือและยกย่องโครงการนี้เพราะเค้าคิดและทำมันออกมาได้จริงและสอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบันครับ แม้จะไม่ได้ช่วยอะไรมากมายแต่มันก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าตัวองค์กรต้องการอะไร

เข้าใจคิดนะครับ คิดได้ยังไง
ผมว่ามันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย อย่างน้อยคนไร้บ้านคนหนึ่งที่ปกติไม่มีคนสนใจหรืออาจจะรังเกียจด้วยซ้ำ ก็จะกลายเป็นจุดสนใจมากขึ้น ดูมีคุณค่ามากขึ้น

แต่ถ้าเอาไอเดียนี้มาใช้ในเมืองไทย คนไร้บ้านคนนั้นคงเอา Mi-Fi นั้นไปขาย หรือไม่ก็โดนขโมยทุบหัวขโมย Mi-Fi ไป

สำหรับคนไร้บ้าน การมีรายได้ไม่ต่างจากพระเจ้ามาโปรด

สำหรับบริษัท ได้โฆษณา ทดลองผลิตภัณฑ์

สำหรับคนภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่ช่วยอะไรคนไร้บ้าน มันคือการดูถูกความเป็นมนุษย์

ถ้ายังไม่มี แนวทางจะช่วยเหลือคนกลุ่มนั้น และ ถ้าเหล่าคนไร้บ้าน เหล่านั้นเต็มใจ ผมเห็นด้วยครับ

มองในแง่นึง มันก็ไม่ต่างจากการที่รถยนต์ชาวบ้านติด sticker โฆษณารอบคันนะครับ บ้านเราก็มีรู้สึกถ้าขับผ่านถนนเส้นหลักๆทุกวัน จะมีรายได้เดือนละ 3-5พันบาท(แต่stickerนี่ติดรอบคัน ยังกับรถเมล์เลยนะ) ก็เห็นมีคนยินยอมพร้อมใจสมัครกันเต็ม?

อย่างงี้คนใช้ wifi จะรู้สึกยังไง อู้วๆๆ มีคนไร้บ้านอยู่ใกล้ๆนี้เอง มาต่อ wifi กันเถอะเหรอ

โดยหลักการแล้ว ผมเห็นด้วยนะครับที่จะให้คนไร้บ้านเหล่านี้ ได้มีรายได้ ได้อย่างน้อยก็พยายามพึ่งตัวเองบ้าง ไม่ใช่แบมือรอคนอื่น ไม่ว่าจะนั่งขอทาน หรือรัฐบาล Support โดยการให้ที่อยู่อาศัย ให้เบี้ยยังชีพ ผมมองว่าตราบใดที่เค้ายังยืนด้วยตัวเองไม่ได้ ให้เงิน ให้ที่พักไป แต่ไม่สอนว่าจะยืนด้วยตัวเองยังไง ก็เหมือนให้ดื่มยาพิษ แก้กระหายนั่นละ มีแต่จะทรุดลงไปทุกวัน ไม่รู้จักพยายามพึ่งพาตัวเอง เอาตัวเองให้รอดให้ได้

แต่โดยวิธีการแล้ว ไม่ค่อยจะเห็นด้วยซักเท่าไหร ถ้าเปลี่ยนเป็นยกป้าย แทนที่จะใส่เสือเอา จะได้ใจกว่านี้ และลดแรงเสียดทานทางสังคมไปเยอะเลยครับ

ในแว่บแรกผมก็ว่ามันแปลกๆ นะครับ

แต่พอมาคิดดูแล้ว มันก็เป็นมองเป็นหนึ่งใน "งานบริการ" นะครับ
ก็คือเค้าให้บริการเชื่อมต่อ wifi โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน
ฟังดูคล้ายๆกับ คนที่รับเติมเงินมือถือบ้านเรา

ที่รู้สึกไม่เหมาะสม เพราะเรามองว่าเค้าเป็นคนไร้บ้านหรือเปล่าครับ
ถ้ามองในแง่ของคนที่เท่าเทียม และมีสิทธ์ในการทำมาหากินเหมือนกับเรา

ผมว่ามันก็โอเคนะ

+1 จริงๆ แล้วมันก็คือ "งานบริการ" อย่างหนึ่ง เพียงแต่ประเด็นที่สังคมอ่อนไหวกันไปเอง ก็คือ ผู้ให้บริการ เป็นคนไร้บ้าน ซึ่งผมก็ไม่ค่อยแปลกใจ เพราะสังคม มักจะ "อ่อนไหว" ในประเด็นแปลกๆ ถ้าเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับ "ผู้ด้อยโอกาส"

ถ้าแคมเปนนี้ ให้ใครก็ได้มาทำ ผมว่ามันจะไม่เกิดข้อถกเถียงอย่างนี้ขึ้นมาเลยนะเนี่ย ดังนั้น มันก็แค่ ความคิดว่า "คนไร้บ้าน" แตกต่างจากคนปกติ ไม่ต่างจากที่สังคม ชอบใส่มายาคติแปลกๆ ให้กับคนพิการ อะไรประมาณนั้นแหละครับ

ผมก็คิดเหมือนหลายๆ คนนะ ว่าถ้าตัวผู้ให้บริการเขายอมรับเงื่อนไข ของการให้บริการได้ ทำไมเราจะต้อง "ไปคิดแทน" เขาล่ะ อย่างนี้มันเป็นการดูถูก การตัดสินใจของคนไร้บ้านซะเองหรือเปล่า ซึ่งการไปดูถูกการตัดสินใจของเขา ผมว่าน่ารังเกียจมากกว่าที่บริษัทนี้ออกแคมเปนนี้อีกนะ :P

netfirms Tue, 13/03/2012 - 10:05

Homeless ปล่อยบ้านให้เช่าแล้วออกมาอยู่ข้างนอก อิอิ

ผมว่าทำไรก็ทำเถิดครับ ความคิดที่ว่าดูถูกความเป็นมนุษย์นั่นแหละ ที่ดูถูกความเป็นมนุษย์เสียเอง

แต่ต้องมาดูอีกทีด้วย ว่าแบบนี้ช่วยแก้ปัญหาได้จริงๆหรือเปล่า ยั่งยืนหรือเปล่า ถ้าคนไร้บ้านจำนวนหนึ่ง และเป็นจำนวนน้อยมีรายได้ แต่อีกพวกหนึ่งไม่ได้ จะเกิดการกระทบกระทั่งกันหรือเปล่า ยิ่งติดป้ายหราเดินไปมา ตกเป็นเป้าได้ง่ายดาย

แจ่มครับ เป็นความคิดที่ดีมาก และ ที่สำคัญเค้าก็เต็มใจนิครับ ถ้าจะบอกว่าทำอย่างกับพวกนั้นไม่ใช่คน ผมว่าคุณลองมองใหม่ว่า เค้าคือคนที่มี internet มาแบ่งปันพวกเราดีกว่านะครับ ^^ และ งานนี้ก็ไม่ได้ทำฟรีๆด้วย ได้ตังนิ 15 นาที 2 เหรียญ ชั่วโมงนึง ได้ 8 เหรียญ แล้วนะครับ (ประมาณ 250 บาท) คิดดู วันนึงได้เป็นพันแล้วนะครับ แค่ อยู่เฉยๆ ^^ และ ถ้าเค้าเก็บตังเป็น รู้จักประหยัดละก็ อนาคตก็เช่าบ้านได้เลยละด้วย และ ไม่แน่อาจจะเอาไปลงทุน หรือ หางาน ประกอบอาชีพแบบคนทั่วไปก็ได้ครับ ถือเป็นการสร้างโอกาสให้เลยนะครับ ปล.ผมเห็นแล้วยังอยากเข้าร่วมเลย 55+ เอาโน๊ตบุ๊คเล่นเน็ตไป แล้ว แชร์เน็ตให้คนอื่นไปเรื่อยๆ วันนึง ได้ เป็นพัน หุหุ สบายๆ

มุมมองที่ต่างกัน

ฝ่ายแรก มองว่า การกระทำแบบนี้ เหมือนให้คนไร้บ้าน เป็น "เสา"

ฝ่ายที่สอง มองว่า การกระทำแบบนี้ เหมือนให้คนไร้บ้าน เป็น "พ่อค้าเร่"

ผมมองแบบที่สอง

เป็นความลงตัวทางธุรกิจ อาศัยรูปแบบการใช้ชีวิตที่ มีกระจายลงไปในพื้นที่อย่างกว้างขวาง

เป็นอาชีพที่มีศักดิ์ศรี มากกว่าขายความน่าสงสาร ขอทาน หรือขู่เข็ญทางอ้อมด้วย
การก่อกวนให้รำคาญ หรือทำลายความเป็นส่วนตัว

imQube Tue, 13/03/2012 - 10:40

โอ้วววว อย่างนี้ถ้าจะเล่นเน็ทต้องเดินตามไหมครับบบ

man2232 Tue, 13/03/2012 - 11:15

แนวคิดดี แต่ไปติดตรงที่ใช้กับคนไร้บ้าน
ถ้าเปิดให้ใครก็ได้มาทำงานนี้ ทั้งคนว่างงาน นักศึกษา รวมทั้งคนไร้บ้าน น่าจะไม่มีใครต้าน

ผมว่าแคมเปญนี้เหมาะกับคนไร้บ้านตรงที่เพราะเขาไม่ได้มีบ้านครับ เพราะนักศึกษา คนว่างงาน มีบ้าน แล้วใครจะได้ใช้ MI-FI 4G ตัวก็ไม่ใช่ถูกๆนะครับแจกแล้วไม่เกิดประสิทธิภาพก็ขาดทุนเปล่าๆ

หรืออยู่ๆก็ให้เงินหละครับ
ผมว่ามันดูถูกมากกว่าทำงานอีกนะ

การที่คุณให้เงินขอทาน คุณก็ดูถูกคนเหมือนกันนั่นแหละ คนที่เห็นใจคนอื่นคือคนที่หาช่องทางให้เค้าหลุดพ้น ไม่ใช่เลี้ยงให้เค้าอยู่สภาพเดิม

เหมือนเค้าก็กำลังขายสินค้าอยู่นะครับ เพียงแค่สินค้าที่ขายคือสัญญาณเครือข่าย ไม่ใช่ขนมลูกอม หรือล็อตเตอรี่
ไม่เห็นแปลกอะไร

เปลี่ยนวิธีคิดเป็นว่า บริษัท internet provider จ้างพนักงาน มีข้อแม้คือต้องไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะช่วยสร้างอาชีพให้คนเหล่านี้ โดยมีหน้าที่คือให้บริการ internet แก่คนทั่วไป อาจจะมีเงินเดือนขั้นต่ำ bonus ตามชั่วโมงที่คนเข้ามาใช้

ที่อยากรู้คือเคยถามคนไร้บ้านหรือยัง ว่าเขาชอบไหม? ทุกวันนี้ที่เขาต้องนั่งมาเป็นขอทานมันไม่ได้ทำให้ human integrity ตกลงไปกว่าการให้บริการ Wi-Fi?

+32768 สำหรับคนที่บอกว่ามันไม่ช่วยให้คนไร้บ้านมีบ้าน ผมอยากรู้ว่าทำยังไงถึงจะมีบ้านครับ - -?

"ทุกวันนี้ที่เขาต้องนั่งมาเป็นขอทานมันไม่ได้ทำให้ human integrity ตกลงไปกว่าการให้บริการ Wi-Fi?" ทำให้คิดถึงพวกขอทานในเกมออนไลน์เลย

ต้องซื้อบ้านให้เลยมั้ยครับ
มนุษย์เงินเดือนบางคนก็ยังเกาะพ่อแม่ อยู่บ้านพ่อแม่
บางคนก็เช่าเค้า

ไม่ให้เงินเค้าไปเช่าบ้าน ก็ต้องให้องค์กรสร้างให้ฟรีๆเลยใช่ปะ

ในมุมมองของคนไร้บ้าน ผมคิดว่าพวกเค้าอยากทำแน่นอน คนที่ไม่มีจะกิน เค้าไม่มาเซ้นซิทีฟกะเรื่องแบบนี้หรอก

MrShin Tue, 13/03/2012 - 18:49

http://www.businessinsider.com/this-guy-is-homeless-but-hes-getting-geeks-at-sxsw-to-pay-him-for-wi-fi-2012-3?utm_source=dlvr.it&utm_medium=social&utm_campaign=sai

อันนี้เป็นบทสัมภาษณ์ Homeless คนหนึ่งที่มาเข้าร่วมโครงการครับ ดูเค้าก็มีความสุขดี และมองว่านี่เป็นงานบริการ

I3assy Wed, 14/03/2012 - 01:06

ผมมองว่า ทำแบบนี้ยังดีกว่าไปขอทานนะ (ถ้าเป็น Wi-Fi Hotspot แล้วเป็นขอทานไปด้วยนี่ มีรวย) ทำตัวให้มีประโยชน์ แถมยังได้ตัง แต่ที่ว่าเสียศักดิ์ศรี ผมมองว่า การเป็นขอทานมันเสียมากกว่า ยังไงก็แล้วแต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้คนไร้บ้านได้มีบ้านตรงไหน เหมือนสนับสนุนให้เขาไร้บ้านต่อไปมากกว่า - -"