Wall Street Journal รายงานข่าวจากแวดวงการเงินว่า ผู้ให้บริการคลาวด์ยุคใหม่ที่เรียกรวมๆ ว่า neocloud (ซึ่งเริ่มมาจากธุรกิจให้เช่าจีพียู หลายรายเป็นบริษัทขุดเหมืองคริปโตมาก่อน เช่น CoreWeave) เริ่มประสบปัญหาระดมทุนยากขึ้น ทั้งรูปแบบกู้เงิน (ผ่านการออกหุ้นกู้) และการขายหุ้น IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์
ตัวอย่างบริษัทกลุ่ม neocloud ได้แก่ CoreWeave, IREN, Nscale, Nebius, Lambda ซึ่งมีโมเดลธุรกิจคล้ายๆ กันคือระดมทุนซื้อจีพียูจำนวนมากๆ แล้วนำมาปล่อยให้บริษัทเทคโนโลยีเช่าต่ออีกที
ในช่วงก่อนหน้านี้ที่วงการ AI เริ่มบูม ส่งผลให้ธุรกิจ neocloud ได้รับความสนใจอย่างมาก แต่หลังจากเวลาผ่านมา 2-3 ปี มูลค่าการระดมทุนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ (ตัวเลขปี 2025-2026 รวมกันเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์) จนทำให้ตลาดทุนตั้งคำถามว่า บริษัทเหล่านี้จะมีรายได้เพียงพอในการกลับมาจ่ายหนี้จำนวนมหาศาลหรือไม่
- Lambda ปรับลดเป้าหมายการระดมทุนขายหุ้นรอบล่าสุด (รอบสุดท้ายก่อน IPO) จากเดิมตั้งเป้ามูลค่าบริษัท 14.5 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 13 พันล้านดอลลาร์
- Nscale จากอังกฤษ มีลูกค้าคือ OpenAI อาจต้องเลื่อนแผนการ IPO ออกไป จากเดิมตั้งเป้าเดือนพฤศจิกายน ตอนนี้เป็นเดือนธันวาคม เนื่องจากสภาพตลาดหุ้นไม่เอื้อต่อการขายหุ้น, มูลค่า IPO อาจลดลงจาก 35 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 30 พันล้านดอลลาร์, นอกจากนี้ยังเจอปัญหาการระดมทุนสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ในสหรัฐ ให้ลูกค้าอย่าง Anthropic ด้วย
- CoreWeave หุ้นกู้ที่บริษัทออกโดยให้ดอกเบี้ย 9.75% ตอนนี้ซื้อขายในตลาดมือสองในอัตราดอกเบี้ย 15% แสดงให้เห็นว่าต้นทุนของการกู้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
บริษัทในกลุ่ม neocloud ที่ยังไม่ออกหุ้นกู้คือ Nebius จากเนเธอร์แลนด์ เดิมทีเป็นบริษัทแม่ของ Yandex แต่แยกทางกันในปี 2024 หลังรัสเซียบุกยูเครน หลังจากแยกกันแล้ว ได้เงินลงทุนจาก NVIDIA และมีลูกค้าอย่าง Microsoft กับ Meta โดยซีอีโอ Arkady Volozh บอกว่าตัดสินใจยังไม่ไปท่าออกหุ้นกู้ในตอนนี้ และพยายามใช้วิธีการหาเงินแบบอื่น เช่น ขอให้ลูกค้าจ่ายเงินล่วงหน้า เพื่อหาเงินมาหมุนเวียนธุรกิจ
ความกดดันนี้ยังส่งผลต่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (hyperscaler) ที่ทยอยประกาศผลประกอบการในช่วงนี้ เช่น Alphabet หุ้นตกหนักแม้ผลประกอบการเติบโต แต่นักลงทุนกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย, Intel หุ้นร่วงไป 29% แม้รายได้เติบโต 21%
อย่างไรก็ตาม บริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้ยังไปได้สวยในตลาดหุ้นกู้ เพราะสถาบันการเงินเชื่อมั่นว่ามีรายได้จากทางอื่นมาจากหนี้คืนได้ เช่น Meta ระดมทุนก้อนใหญ่ผ่านการขายหุ้น มูลค่า 97.5 พันล้านดอลลาร์ ส่วนการออกหุ้นกู้ของบริษัทเหล่านี้ก็มีต้นทุนดอกเบี้ยที่ถูกลง (จากความเชื่อมั่นที่สูงกว่ามาก) จนหลายบริษัทเลือกวิธีการออกหุ้นกู้ แทนการออกหุ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่กลับกันกับบริษัทกลุ่ม neocloud
ที่มา - Wall Street Journal
on