ทีมผู้สร้าง GTA 6 ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg เล่าเบื้องหลังกระบวนการพัฒนาเกมดังแห่งยุคสมัย โดยเฉพาะการดีเลย์จากแผนเดิม
ตอนแรกสุดนั้น Rockstar เริ่มลงมือค้นคว้าไอเดียของ GTA 6 ตั้งแต่ GTA 5 วางขายในปี 2013 และมีแผนพัฒนา GTA 6 คู่ขนานไปกับ Red Dead Redemption 2 แต่ก็ค้นพบว่าทำไม่ไหว เพราะสเกลของ RDR 2 ใหญ่เกินไปจนต้องรวมพลังทั้งสตูดิโอมาช่วยกันทำ แปลว่าต้องหยุด GTA 6 ไว้ก่อน (โครงเนื้อเรื่องหลักของ GTA 6 เสร็จช่วงปลายปี 2019 คือหนึ่งปีหลัง RDR 2 วางขาย)
ความล่าช้านี้ส่งผลดีในอีกทาง เพราะ GTA 6 สามารถใช้ประโยชน์จากระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อ RDR 2 เช่น ระบบการพูดคุยกับตัวละคร NPC ในเกมต่อได้ แม้ต้องแลกมาด้วยความล่าช้าของ GTA 6 ไปอีกหลายปี
ส่วนเหตุผลที่ GTA 6 ต้องเลื่อนจากปี 2025 เป็น 2026 ปัจจัยหนึ่งมาจากปริมาณ NPC ในเกมที่มีเยอะมาก จนทำให้ Rockstar ต้องเปิดสตูดิโอย่อยใหม่ขึ้นมาที่ Los Angeles เพื่อจัดการเรื่อง NPC โดยเฉพาะ (สตูดิโออื่นใช้ AI แต่ที่นี่คือ Rockstar ใช้วิธีจ้างคนมาเขียนบทให้ NPC เพิ่ม!)
หนึ่งในคนที่คัดค้านการเลื่อน GTA 6 ที่สุดคือ Strauss Zelnick ซีอีโอของ Take-Two Interactive บริษัทแม่ของ Rockstar ที่แบกรับความกดดันจากลูกค้าและนักลงทุนเอาไว้มาก เรื่องนี้ Jennifer Kolbe หัวหน้าฝ่ายจัดจำหน่ายของ Rockstar เล่าว่าเธอเป็นคนโทรไปบอก Zelnick ด้วยตัวเองว่าเกมจะต้องเลื่อน (อีกรอบ) ซึ่งตอนแรก Zelnick ก็ตอบว่าล้อกันเล่นใช่ไหม แต่สุดท้ายเขาก็รับฟังเหตุผลว่าทำไมถึงต้องเลื่อน
ทีมบริหารของ Rockstar เล่าเบื้องหลังการพัฒนา GTA 6 ที่เจอปัญหาระหว่างทางมากมาย ว่าสามารถทำจนเสร็จได้เพราะทีมพัฒนาทำงานร่วมกันมานาน 30 ปี ผ่านอุปสรรคต่างๆ มาด้วยกัน มีความเข้าใจซึ่งกันและกันสูงมาก
ทีมพัฒนาบอกว่าเกมถัดไปจะไม่ต้องใช้เวลานานถึง 8 ปีอีกแล้ว เพราะมีเอนจิน เครื่องมือต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อ GTA 6 ช่วยให้กระบวนการพัฒนาเกมถัดไปเร็วขึ้นอีกมาก สถานการณ์จะคล้ายกับตอนทำ GTA 3 แล้วสามารถทำภาค Vice City ต่อได้ภายในหนึ่งปี เพราะทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว
on