
งาน KBTG Techtopiaนับเป็นปีที่สี่แล้วที่ทาง KBTG ได้จัดงานสัมมนาด้านเทคโนโลยีที่ให้เผยแพร่ความรู้ทั้งด้านเทคโนโลยีอย่างเข้มข้น ไปพร้อมกับการแลกเปลี่ยนมุมมองต่างๆ ทั้งความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม, กฎหมาย, และสังคม ให้ทั้งคนทำงานและผู้สนใจในความเปลี่ยนแปลงของโลกได้มาแลกเปลี่ยนกัน นับจากงานที่จัดปีแรกเมื่อปี 2023 ในสำนักงานของ KBTG เองมาถึงปีนี้ทาง KBTG ขยายพื้นที่จนมาจัดการที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ พื้นที่ในงานใหญ่ขึ้น มีเวทีต่างๆ บรรยายและแลกเปลี่ยนขนานให้เลือกพูดคุยและรับฟังได้ตลอดเวลา

นับจากปี 2023 หลังการเปิดตัว ChatGPT งาน KBTG Techtopia นำเสนอแนวทางว่าเราจะปรับตัวในโลกยุคต่อจากนี้ได้อย่างไร โดยงานปีนี้เริ่มเปิดตัวจากภาพใหญ่ของประเทศจากคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่แสดงให้เห็นความท้าทายของโลกยุคต่อไปที่ไทยกำลังเผชิญกับภาวะเติบโตต่ำเพียง 1.9% และกลุ่มผู้ได้ประโยชน์กลับเป็นธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก
พี่ต้อม วรนุช เดชะไกศยะ Executive Chairman ของ KBTG แบ่งปันมุมมอง Human of Tomorrow มองถึงความเปลี่ยนแปลงของการทำงานในยุคต่อไป ว่าเราเคยได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงในไทยมาแล้วและผ่านมาได้ โดยยก 2 รอบใหญ่ๆ คือ วิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 หรือวิกฤติต้มยำกุ้งที่สถาบันการเงินล้มจำนวนมาก
ทำให้เราเรียนรู้ว่าแม้จะเกิดวิกฤติ แต่หากมี Resilience สามารถลดให้เล็กลงแต่ฟื้นกลับมาได้ และอีกครั้งคือการปรับตัวจากกระแสโมบายที่ธุรกรรมต่างๆ กลายเป็นบริการดิจิทัลภายในเวลาไม่นาน และหลายคนอาจจะไม่คิดว่าจะมาได้ไกลขนาดนี้
ในมุมมองของพี่ต้อม กระแส AI ในตอนนี้เป็นความท้าทายที่ไม่มีใครรู้ว่าจะรับมือมันได้อย่างไร โดยความเสี่ยงเกิดขึ้นหลายด้านพร้อมกันทั้งด้านเทคโนโลยีและความเป็นตัวตนของมนุษย์ในยุคหลัง AI นี้ พี่ต้อมมอง 6 ด้านที่เราต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคหลังจากนี้

-
การปรับตัวสู่ Digital Workforce ที่ทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่การถามตอบกับ AI แต่ให้ AI ทำงานร่วมกับเราอย่างเต็มตัว เช่นใน KBTG มีการพัฒนา Multi-Agent Platform ที่ชื่อ AthenaMind ทำงานร่วมพนักงาน KBTG โดยมี Agent ที่เตรียมไว้ 24 รูปแบบ มีการใช้งานถึง 90% ของพนักงาน KBTG เอง แนวทางการใช้ AI ทำงานร่วมกับนักพัฒนาต่อเนื่องช่วยลดต้นทุนได้ถึง 15% ภายในปี 2028
-
วางการควบคุม AI แต่ต้น มีการควบคุมทั้งระดับข้อมูลที่มีความถูกต้องน่าเชื่อถือ, การทำงานต่างๆ ของ Agent มีการควบคุมจากมนุษย์ในจุดที่จำเป็น, และการใช้งานมีการควบคุมดูแล แนวเหล่านี้ KBTG มีแพลตฟอร์ม เช่น Sai Jai ระบบประเมิน AI, Aegis ระบบ Guardrail ป้องกันการทำงานนอกกรอบ, หรือ AI Playground พื้นที่ทดลองแอปพลิเคชันใหม่ๆ ใน KBTG
-
จัดการความเสี่ยงของ AI ไม่ว่าจะเป็นการหลอน หรือการลำเอียงอคติ โดยมนุษย์ต้องเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้อง
-
เตรียมพร้อมการ Reskill ที่ภายในปี 2030 นี้จะมีแรงงานถึง 39% ต้องการการ Reskill ใหม่ ความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นโอกาสสำหรับการสร้างงานใหม่ๆ ที่เกิดความสร้างสรรค์ไปพร้อมกัน จุดเด่นของไทยเองในช่วงที่ผ่านมาเรามีการใช้งาน AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในธนาคารกสิกรไทยเอง ก็มีการใช้งานรูปแบบต่างๆ จำนวนมาก ทั้งการถามตอบข้อมูลความรู้ภายใน, การให้คำปรึกษาแก่ลูกค้ากลุ่มต่างๆ, การประมวลผลเอกสาร, หรือการประมวลผลเสียง
-
ปล่อยให้งานซ้ำๆ เป็นหน้าที่ของ AI และยกงานที่ต้องการ "หัวใจ" ให้มนุษย์ ทั้งงานที่ต้องการความเข้าอกเข้าใจ ความสร้างสรรค์ และการประสานระหว่างมนุษย์
-
ใช้ AI อย่างมีการควบคุม เพราะ AI ทุกวันนี้มีความสามารถมาก เราไม่สามารถปล่อยให้มีการทดลองโดยไม่มีการควบคุมแล้วหวังว่าจะไปแก้ไขภายหลัง การใช้ AI ต้องมีนโยบายชัดเจนว่า AI ทำหน้าที่อะไร และมนุษย์มีความรับผิดชอบอย่างไรบ้าง และสุดท้าย AI ต้องไม่มีอำนาจเหนือการตัดสินใจของมนุษย์
คุณศุภจีระบุถึงแนวทางที่ไทยต้องปรับตัว 5 แนวทาง มองเป็นกรอบ 5D ได้แก่ De-dependence ลดการพึ่งพาบางตลาดเป็นหลัก และเจรจา FTA กับตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติม, Diversification กระจายรายได้สู่ธุรกิจ SME ให้มากขึ้น, Decarbonization ปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศพร้อมๆ กับการเตรียมพร้อมมาตรฐานกฎระบบการค้าโลก, Demographic รองรับภาวะประชากรลดลงต่อเนื่อง, Digital & Technology เทคโนโลยีที่เข้ามาทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อสร้างความแตกต่าง
การปรับตัวเหล่านี้ภาครัฐต้องปรับแนวทางการทำงาน เน้นการสร้างคน ปรับโครงสร้าง ไปพร้อมกับการวางกรอบกติกาในเรื่องที่เกี่ยวข้องเสียใหม่ เชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานต่างๆ เข้าด้วยกัน และดึงดูดผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามาทำงานมากขึ้น

งานสัมมนายังมีหัวข้อที่น่าสนจำนวนมากใจ เช่น หัวข้อ Algebra of Luck ของคุณโจ้-ธนา เธียรอัจฉริยะ ที่แบ่งปันมุมมองการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในยุคนี้ โดยระบุถึงข้อจำกัดของ AI ที่ขาดความเป็นมนุษย์ แต่ทำงานอยู่บนข้อมูลและตรรกะเป็นหลัก
แม้มันจะมีความเก่งกาจอย่างมากจนเราสู้ได้ยาก แต่หากเรามีความใส่ใจต่องานจนมีความคราฟท์ แม้จะมีความไม่สมบูรณ์อยู่ก็เป็นงานที่แสดงความเป็นมนุษย์และมีคุณค่า และในความเป็นมนุษย์เรายังเชื่อมถึงกันด้วยความสัมพันธ์ ทำงานร่วมกันอย่างมีความเข้าอกเข้าใจ
อีกหัวข้อหนึ่งคือการประเด็นของกฏหมายกับการใช้งาน AI โดย คุณกฤติยาณี บูรณตรีเวทย์ พาร์ตเนอร์จาก Baker & McKenzie Thailand และคุณวสุพล ธารกกาญจน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและปฏิบัติการ ที่ร่วมแบ่งปันมุมมองของกฏหมายในโลกยุค AI ที่มีประเด็นใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา แม้ว่าเราจะใช้งาน AI มากขึ้นเรื่อยๆ จนหลายครั้งมันเหมือนเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่ง
แต่ในความเป็นจริงแล้วกฏหมายก็ยังระบุให้บุคคลเป็นผู้รับผิดชอบ ประเด็นทางกฎหมายในหลายประเทศเป็นแนวทาง เช่น การประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ก็ยังต้องระบุชื่อบุคคลเป็นผู้ประดิษฐ์ ไม่สามารถใช้ AI เป็นผู้ประดิษฐ์ได้ การใช้งาน AI ในส่วนสำคัญจึงต้องมีการออกแบบให้รัดกุม และต้องมีการใช้ human-in-the-loop ให้มนุษย์เข้าตรวจสอบและตัดสินใจก่อนที่จะให้ AI ลงมือ
ภายในงานยังมีไฮไลท์อื่นๆ อีกมากมาย ทั้ง Community Circles และบูธจาก KBTG กระจายรอบงาน

นอกจากเวทีหลักที่เน้นถึงการปรับตัวในโลกยุคต่อไป ทั้งความท้าทายในการปรับตัวของคนทำงาน, การปรับตัวของกฎหมายในโลกยุค AI เวทีย่อยยังมีเนื้อหาตั้งแต่ด้านเทคนิค เช่น การรับมือความปลอดภัยไซเบอร์ในโลกยุคใหม่และเทคโนโลยีควอนตัม, การวางโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่จำเป็นต่อองค์กรต่างๆ, หรือการวิเคราะห์ถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย
ทีมงาน Blognone ได้เข้าฟังบรรยายในงานจำนวนมาก และพบว่า KBTG Techtopia เป็นงานที่มีเนื้อหาหลากหลายให้ผู้เข้าร่วมได้เลือกรับฟังตลอดช่วงเวลาร่วมงาน หรือหากมีบางเวลาที่การบรรยายไม่ตรงความสนใจของผู้ร่วมงานนักก็ยังมีบูธจากผู้ร่วมงานให้เข้ามาพูดคุยได้กันได้จำนวนมาก

บูธในงาน KBTG นำเอาบริการในเครือและประสบการณ์ภายในธนาคารมาแชร์ให้ผู้ร่วมงาน เช่น กระบวนการดูแลการใช้งาน AI ในธนาคารกสิกรไทยที่มีกรอบการดูแลให้น้ำหนักระหว่างการรับเครื่องมือใหม่ๆ เข้ามาใช้งาน กับการดูแลความปลอดภัยและจำกัดความเสี่ยง ประสบการณ์การใช้ AI อ่านเอกสารเพื่อช่วยปรับการทำงานในธนาคารให้เป็นระบบอัตโนมัติ
Orbix ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีจุดเด่นคือความน่าเชื่อถือสูง มีกระบวนการตรวจสอบภายในที่ได้มาตรฐานจากการทำงานแบบเดียวกับธนาคาร ขณะที่ทีมงาน KX พาบริษัท AINUโซลูชั่นด้าน AI สำหรับการเงินธนาคารตลอดจนประกันภัยมาโชว์ โดยบริการเหล่านี้กลายเป็นเครื่องมือให้บริการที่เคยต้องรอเจ้าหน้าที่ทำงานออนไลน์ได้อย่างเต็มที่ เช่น บริการช่วยเคลมประกันที่ทำให้เราไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่เคลมมาดูสถานที่เกิดเหตุ แต่สามารถวิดีโอคอลกับเจ้าหน้าที่และซอฟต์แวร์ของ AINU จะช่วยทำให้กระบวนการเคลมเป็นไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมี MeowJot แอปจดรายจ่ายอัตโนมัติจากสลิปโอนเงินและบัตรเครดิต ที่ช่วยให้คนทั่วไปสามารถวิเคราะห์รายรับรายจ่ายได้อย่างละเอียด ทำให้รู้ตัวว่ามีรูรั่วทางการเงินไปที่จุดใดบ้าง พร้อมทั้งฟีเจอร์ใหม่ MeowDoo ไฮไลท์ข้อมูลการใช้จ่ายแต่ละเดือน ในรูปแบบการทำนายดวงการเงิน

ส่วนสุดท้ายของงานเป็นเป้าหมายของหลายคนคือเวิร์คชอปแบบลงมือทำจริงในห้องเรียนยาว 2 ชั่วโมงเต็ม นับเป็นส่วนที่ได้รับความสนใจอย่างสูง และลงทะเบียนเต็มอย่างรวดเร็ว ภายในงานเราจะเห็นคนต่อคิวเข้าห้องเวิร์คชอปเหล่านี้เมื่อถึงรอบใหม่อย่างเนืองแน่น และหัวข้อเวิร์คชอปก็มีความหลากหลาย ตั้งแต่การเขียนโค้ดใน Google AI Studio จาก Google Developer Group, การปรับโค้ดให้ทันสมัยจาก IBM, หรือการพัฒนาด้วย AI จาก AWS, ไปจนถึงการดูแลความปลอดภัย AI จาก Splunk, การสร้าง AI Agent บนสมาร์ตโฟน จาก MAKE by KBank, การออกแบบบริการ AI ให้ปลอดภัยต่อสุขภาพจิตจาก MIT Media Lab, และการสร้างความเชื่อใจต่อกันในแบบที่ AI ให้ไม่ได้จาก house of wisdom
ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสังคมจาก AI เป็นสิ่งที่เราเห็นได้ชัดในทุกวันที่ AI มีการพัฒนาไป แม้ตอนนี้เราจะไม่มีสูตรสำเร็จว่าเราต้องรับมือความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร แต่งาน KBTG Techtopia ก็รวมเอาข้อเสนอ ข้อควรระวัง ความรู้ทั้งเชิงกฎหมายและเชิงเทคนิค มานำเสนอในงานเดียวกันจนทำให้ผู้ร่วมงานน่าจะได้แนวคิดใหม่ๆ ในการปรับตัวรับมือความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไปได้และพร้อมกับมันมากยิ่งขึ้น