สตูดิโอเกม Arkane มีสตูดิโอย่อย 2 แห่งคือ สำนักงานใหญ่ที่เมือง Lyon ประเทศฝรั่งเศส และสาขาที่ Austin สหรัฐอเมริกา โดย สตูดิโอ Austin ถูกไมโครซอฟท์ปิดไปในปี 2024 หลัง เกมยิงซอมบี้ Redfall ล้มเหลว (ส่วน Arkane Lyon ก็อาจต้องแยกตัวออกเป็นอิสระในเร็วๆ นี้)
ล่าสุดกลุ่มพนักงานแกนนำของ Arkane Austin เปิดเผยว่าเปิดตัวสตูดิโอใหม่ชื่อ Black Pony Immersive แล้ว กลุ่มผู้ก่อตั้งได้แก่ Harvey Smith ผู้สร้างเกมซีรีส์ Dishonored ร่วมกับเพื่อนอีก 2 คนคือ Ricardo Bare และ Ben Horne
กลุ่มผู้ก่อตั้ง Black Pony Immersive ให้สัมภาษณ์กับ The Game Business เล่าถึงบทเรียนที่ได้จาก Redfall ว่า แต่เดิมนั้น Arkane เชี่ยวชาญเกมเล่นคนเดียว เน้นการเล่าเรื่อง แต่ภายหลังก็ถูกกดดันให้ต้องทำเกมแนว live service ตามกระแสตลาดในยุคนั้น ซึ่งทีมงานไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน (บริษัทแม่ ZeniMax เองก็มีโครงการเกมแนว live service หลายเกม)
Harvey Smith ยอมรับว่าเมื่อพนักงานเพิ่มจำนวนขึ้น สตูดิโอก็ต้องพยายามหาเงินด้วยการขยายตลาดผู้เล่น แต่เขาเองก็โง่เขลาที่เชื่อว่า "จะหาหนทางทำเกมให้สำเร็จได้เสมอ" ซึ่งมันไม่เกิดขึ้นจริงในครั้งนี้
เกม Redfall เวอร์ชันที่วางขายได้รับเสียงวิจารณ์แย่ และต้องใช้เวลาอีก 1 ปีแก้บั๊กต่างๆ แม้โดนปิดสตูดิโอและปลดพนักงานทั้งหมด แต่ทีมก็ยังมีสปิริตอยากแก้บั๊กต่อให้เสร็จ ทีมงานจึงไปขอไมโครซอฟท์ว่าขอทำต่อได้ไหม ซึ่งไมโครซอฟท์ก็ใจดี ยอมให้พนักงาน 6-7 คนกลับเข้ามานั่งทำงานในออฟฟิศต่อได้อีกสักพักหนึ่ง เพื่อออกเกมเวอร์ชัน 1.4 จนเสร็จ
ทีมงานตั้งชื่อสตูดิโอใหม่ Black Pony เพราะต้องการสื่อถึงความเป็น "ม้ามืด" (dark horse) กลับไปทำงานแบบที่รัก โดยไม่ต้องสนใจแรงกดดันจากตลาดภายนอก ส่วนคำว่า Immersive ก็ระบุชัดว่าต้องการทำเกมจำลองบทบาทสมจริง (immersive sims) แบบที่ถนัด เกมเล่นคนเดียว เน้นเล่าเรื่อง สำรวจ และแก้ปริศนา
Smith บอกว่าเราจะได้เห็นเกมแบบ Deus Ex หรือ Dishonored แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม บอกแค่ว่า Black Pony Immersive จะเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ใช้ทีมแกนหลักขนาดเล็กๆ วางพื้นฐานเกมให้แน่นก่อน แล้วค่อยหาพาร์ทเนอร์หรือเอาท์ซอร์สมาทำงานส่วนอื่นในภายหลัง
ที่มา - The Game Business, Kotaku
on