GItHub ออกมาอธิบายสาเหตุของ การล่มยาวๆ 7 ชั่วโมงในวันที่ 17 สิงหาคม 2026 เพิ่มเติมจาก การอธิบายรอบแรกว่าคอนฟิก Istio พลาด
Vlad Fedorov ซีทีโอของ GitHub อธิบายว่าเรื่องนี้เป็น ปัญหาต่อเนื่องจากที่เคยแถลงเมื่อเดือนเมษายน ว่าทราฟฟิกของ GitHub เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเหตุการณ์ในวันที่ 17 สิงหาคม เกิดจากทราฟฟิกสร้างสถิติใหม่ จนทำให้โครงสร้างพื้นฐานในศูนย์ข้อมูลเขต Central US รองรับไม่ไหว ลากให้ระบบอื่นๆ ล่มตามไปด้วย
เนื่องจากระบบของ GitHub ผูกพันกันไปหมด การกู้ระบบกลับมาจึงไม่ง่าย ต้องตัดทราฟฟิกของระบบส่วนที่มีปัญหาก่อน แล้วค่อยๆ ฟื้นบริการแต่ละตัวทีละขั้น แต่ระหว่างทางก็เจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะเมื่อไคลเอนต์เชื่อมต่อบริการไม่ได้ ก็จะวนเช็คไปเรื่อยๆ ส่งผลให้ทราฟฟิกเพิ่มในช่วงกำลังฟื้นฟูระบบ
Fedorov บอกว่าการล่มครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากโค้ดหรือคอนฟิกตัวใดตัวหนึ่ง แต่เป็นปัญหาสเกลไม่พอ (capacity failure) พร้อมโชว์ตัวเลขว่า ตัวเลขการ commit ต่อเดือนเพิ่มจาก 1.4 พันล้านครั้งในเดือนเมษายน มาเป็น 2.9 พันล้านครั้งในเดือนสิงหาคม
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา GitHub พยายามขยายปริมาณฮาร์ดแวร์ในศูนย์ข้อมูลของตัวเองอย่างเร่งด่วน เพิ่มซีพียูอีก 3 ล้านคอร์, สตอเรจความเร็วสูงอีก 120PB, ขยายความจุของเครือข่ายด้วย ตอนนี้ GitHub กำลังพยายามย้ายโครงสร้างพื้นฐานไปอยู่บน Azure ซึ่งย้ายไปแล้วประมาณ 58% (นับจากปริมาณโหลด) เพิ่มขึ้นจาก 12% ในเดือนพฤษภาคม
การย้ายจากศูนย์ข้อมูลของ GitHub เองมายัง Azure ช่วยให้รองรับโหลดงานต่างๆ ได้มากขึ้น แต่การล่มครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ายังไม่เพียงพอ นอกจากการเพิ่มความจุแล้ว GitHub ระบุว่าต้องปรับวิธีการทำงานภายในใหม่ ปรับระบบที่เชื่อมโยงกันเหนียวแน่นให้แยกจากกันมากขึ้น เพื่อลดปัญหา "ลากกันล่ม" อย่างที่เกิดขึ้น
ที่มา - GitHub
on