เมื่อเดือนที่แล้วสหภาพยุโรปประกาศแผนบังคับใช้งานแอปตรวจสอบอายุผู้ใช้งานบริการออนไลน์ เพื่อป้องกันเยาวชนจากการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตามในการควบคุมย่อมมีคนมองหาช่องโหว่ ทำให้ฝ่ายวิจัยรัฐสภายุโรป (EPRS) ออกแถลงการณ์พบว่า VPN ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลบเลี่ยงการตรวจสอบเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสหภาพยุโรปต้องปิดช่องโหว่นี้
อย่างไรก็ตาม EPRS ได้เพียงแต่ระบุปัญหาที่เกิดขึ้นเท่านั้น โดยยังไม่ได้เสนอแนวทางป้องกันว่าควรเป็นอย่างไร ซึ่งวิธีหนึ่งที่เป็นไปได้คือก็ตรวจสอบอายุผู้ใช้งาน VPN เพิ่มอีกชั้น ซึ่งแนวทางนี้ถูกนำเสนอใช้งานในสหราชอาณาจักรแล้ว
ก่อนหน้านี้ Proton VPN ผู้ให้บริการ VPN รายใหญ่ ก็เคยรายงานการติดตั้งในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 1400% เมื่อกฎหมายตรวจสอบอายุบริการออนไลน์มีผลในประเทศ จึงสะท้อนได้ว่า VPN จะเป็นแนวทางหนึ่งที่ถูกใช้หลบเลี่ยงมากขึ้นนั่นเอง
on
แค่เรื่องความโปร่งใสของการตร…
big50000 Sat, 09/05/2026 - 11:33
แค่เรื่องความโปร่งใสของการตรวจสอบยังไม่แก้เลย
EU…
tontan Sat, 09/05/2026 - 12:52
EU นี่ชอบทำอะไรฆ่าธุรกิจในภูมิภาคตนเองจริง ๆ แล้วมาร้องว่าบ.ต่างภูมิภาคครองตลาด ไปไล่หาเรื่องตั้งข้อหา ปรับ ใช้สิทธิ์นอกอาณาเขตเป็นว่าเล่น ปรับตามรายได้ของทั่วโลกบ้าง ไม่ทำตามกฎหมายประเทศที่เชิฟเวอร์บริการตั้งอย่าง GDPR ที่คน EU อยู่ไหน คุ้มครองที่นั่น
เดี๋ยวพอออกมา Proton เจ๊ง บริการเมลเข้ารหัส อะไรพวกนี้ล่มหาย เดี๋ยวก็โทษบ.ต่างภูมิภาคอีก บ.ยักษ์ใหญ่ต่างภูมิภาคมีทุนมากมายพร้อมปรับตามเกม EU และนำหน้าได้ตลอด มียอมจ่ายค่าปรับคุ้มกว่าทำตาม แต่บ.ในภูมิภาค ไม่มีทุนทำตามได้ตลอด
อย่ามองด้านเดียวจุดประสงค์เค…
shub Mon, 11/05/2026 - 11:12
In reply to EU… by tontan
อย่ามองด้านเดียวจุดประสงค์เค้าเพื่อปกป้องคุ้มครองเด็กเยาวชนเค้าเรียกส่งเสริมความเจริญทางจริยธรรมไม่ใช่สนแต่ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจทั้งนี้ก็อยู่ที่เค้าจะไปสมดุลยังไงให้มันพอดีไม่เอนไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากเกินไป
GDPRนี่คุณก็เข้าใจผิดว่าความคุ้มครองสามารถทำนอกเขตได้แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่ การคุ้มครองจะเกิดขึ้นต่อเมื่อธุรกิจนั้นเปิดบริการในEUและมีการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกิดขึ้นจึงเข้าข่ายGDPR และEUไม่มีอำนาจจะไปบังคับให้ผู้บริการนอกเขตทำตามข้อระเบียบGDPRได้ ต่อให้มีคนจากEUไปสมัครใช้บริการก็ตามก็ไม่มีอำนาจบังคับ อย่าจำสับสนกันสรุปง่ายๆว่าถ้ามีการเปิดบริการในEUแม้ว่าจะใช้บริการจากสาขาต่างประเทศนอกEUก็จะยังมีผลบังคับใช้ แต่กลับกันถ้าไม่มีการเปิดบริการในEUต่อให้คนEUมาใช้งานก็จะไม่เข้าข่ายครับ
ส่วนเรื่องปรับนี่ผมว่ากมเค้าเป้าหมายดีอยู่แล้วนะคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งหลายๆเรื่องEUเค้าก็รับฟังอยู่ว่าการปรับมันมีผลเสียยังไงไม่ใช่จะหลับหูหลับตาปรับอย่างเดียว ลองดูในtag EU แล้วลองนั่งไล่ดูก็ได้ว่าตกลงมีเรื่องไหนดีไม่ดีบ้าง อย่างให้iphoneใช้พอร์ตusb-cนี่ก็เป็นผลประโยชน์กับผู้บริโภคบริษัทรายย่อยที่ทำอุปกรณ์เสริมก็ไม่ต้องมานั่งจ่ายค่าไลเซ่นไลท์นิ่งสูญเปล่าฟรีๆ แทบทุกเรื่องก็ผลประโยชน์ผู้บริโภคทั้งนั้น ไม่ว่าจะคุ้มครองเด็กหรือคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แน่นอนว่ามันก็มีข้อเสียแต่ส่วนใหญ่ไปอยู่กับบริษัท ตรงนี้ก็เห็นด้วยว่าEUอาจจะต้องไปคิดเยอะๆก่อนในบางเรื่อง
เค้าไม่ได้เอื้อยักษ์ใหญ่นะเวลาปรับมันก็ตามสเกลธุรกิจไม่ใช่ว่าปรับเท่ากันหมด แล้วบริษัทรายเล็กเค้าไม่สนใจมาตรวจสอบหรือได้รับการละเว้นด้วยซ้ำอย่าว่าแต่ปรับเลย ตรงนี้ก็ทำให้ SMEเติบโตได้
เดี๋ยวนะ ยืนยันตัวตนตอนใช้…
atit19299 Sat, 09/05/2026 - 14:17
เดี๋ยวนะ ยืนยันตัวตนตอนใช้ VPN เอ๊ะ ผมก็ใช้เพื่อความเป็นส่วนตัว อยากรู้เหมือนกัน อียูจะทำอย่างไร
ข้อขำกัดเยอะ ต้นทุนยิ่งแพง…
PoNGNR Sat, 09/05/2026 - 15:06
ข้อขำกัดเยอะ ต้นทุนยิ่งแพง ลองเทียบกับสินค้าจีนหรือ AI จีนที่ไม่สนลิขสิทธิ์ ต้นทุนเลยโคตรถูก ยิ่งทำขายเฉพาะในประเทศก็ไม่มีใครทำไรได้ ดึงเวลาฟ้องร้องไปเรื่อย ๆ
EU มันสนอะไรที่ไหน…
rainhawk Sat, 09/05/2026 - 18:52
EU มันสนอะไรที่ไหน
สนใจค่าปรับ 4% ของรายได้ทั่วโลกของบริษัทที่โดนเล่นเท่านั้นล่ะ
ถ้าต้องยืนยัน …
specimen Sat, 09/05/2026 - 21:44
ถ้าต้องยืนยัน ก็ไม่มีปัญหานะ เพราะตอนนี้ ใช้ VPN ไม่ได้ปิดบัง ซ่อนตัวหรืออะไร แต่เนื่องจากต้องเดินทางบ่อย ใช้ VPN เวลาใช้ wifi สาธารณะเพื่อความปลอดภัย เพราะเคยไปนอนโรงแรมแห่งหนึ่ง วันรุ่งขึ้น มีคนมา login web จากพื้นที่ที่เราอยู่เมื่อวาน ในโรงแรมนั้น แต่ตัวเราในเวลานั้น อยู่อีกที่หนึ่งแล้ว หลังจากนั้น ก็ใช้ VPN ตลอด ทั้งกับมือถือ และคอม ลงทุนกับ VPN แบบเสียเงิน ซึ่งมันมีข้อมูลเราอยู่แล้ว ทั้ง Email , บัตรเครดิตจ่ายเงิน ดังนั้น ถ้าจะต้องยืนยันตัว ก็ไม่ได้กลัวอะไร ไม่ได้มุดไปทำเรื่องผิดกฏหมาย พร้อมยืนยันตัวอยู่แล้ว หรือจะว่าไป ตอนนี้ เค้าก็รู้อยู่แล้ว ว่าเราเป็นใครโดยไม่ต้องไปยืนยันด้วยซ้ำ
คนใช้ VPN…
tontan Sun, 10/05/2026 - 02:08
In reply to ถ้าต้องยืนยัน … by specimen
คนใช้ VPN ส่วนหนึ่งเน้นความเป็นส่วนตัวครับ โดยเฉพาะบริการ VPN ขายจุดนี้รวมถึง VPN ใน EU และ Proton ด้วย ออกมาจริง Proton ซวยครับ เมลอะไรของ Proton ที่ขายความเป็นส่วนตัวก็จะตายไปด้วย ล่มทั้งธุรกิจ ยังไม่รวมบริการอื่น ๆ ที่เน้นความเป็นส่วนตัวที่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทใน EU เองนั่นแหละที่ทำบริการพวกนี้ออกมาเองครับ แถมส่วนใหญ่เน้นเป็นจุดขาย(มีแค่อันเดียวจริง ๆ) ที่ไว้ต่อกรว่าตนดีกว่าบ.ยักษ์ใหญ่อื่น ๆ ขาย cloud เนื้อที่ก็ต่ำกว่าเขา VPN ก็แพง แต่ออกมาว่าเน้นความเป็นส่วนตัว