Bank of Thailand

วันนี้นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนแสดงความกังวลถึงยอดการถอนเงินสดจากระบบธนาคารไทยสูงผิดปกติในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา เดือนเดียวเป็นเงินถึง 127,010 ล้านบาท แต่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็ออกมาชี้แจงว่าเกิดจากเหตุที่สังคมกังวลการอายัดบัญชีม้าผิดพลาด ส่งผลต่อเนื่องให้ประชาชนหันมาถอนเงินและร้านค้าหลายแห่งรับเฉพาะเงินสด

กระแสข่าวการอายัดบัญชีม้าอย่างผิดพลาดด้วยมาตรการอายัดตลอดเส้นทางการเงิน แม้จะเป็นผู้รับเงินทอดที่ 6-7 แล้วก็ตาม ทำให้ผู้ใช้เงินปกติรับจ่ายค่าสินค้าจำนวนหนึ่งถูกส่งรายชื่อเป็นผู้ต้องสงสัยเป็นบัญชีม้า หรือบางกรณีมีคนโอนผิดเข้าบัญชีแต่กลับถูกแจ้งความจนกลายเป็นบัญชีม้าดำไป ภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศปรับมาตรการใหม่ โดยมีกระบวนการปลดล็อกเงินอย่างรวดเร็ว

ยอดการถอนเงินสด 127,010 ล้านบาท เป็นยอดรายเดือนสูงสุดในประวัติศาสตร์ธนาคารไทยและผิดปกติไปจากการใช้งานตามฤดูกาลตามปกติ (เช่น ปีใหม่ หรือตรุษจีน) โดยธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยปริมาณธนบัตรหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจออกมาเป็นรายเดือน แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดระดับรายวัน ช่วงกระแสข่าวการอายัดบัญชีม้าเป็นวงกว้างนั้นเกิดขึ้นช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา หากธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นข้อมูลรายวันแล้วพบว่าปริมาณการถอนเงินเชื่อมโยงกับกระแสข่าวนี้ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ต้องเร่งปรับนโยบายเร่งด่วนถึงกับประกาศมาตรการใหม่ในวันอาทิตย์

ที่มา - Facebook: ChaiwatPublic, Facebook: Bank of Thailand

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

somtoon Sun, 11/01/2026 - 20:13

ครับ ไม่เกี่ยวกับช่วงนี้มีเลือกตั้ง สส.,อบจ. สินะครับ ;)

เข้าใจว่าวันนี้มีข่าวการเมืองโจมตีลอยๆว่ามีการถอนเงินสดไปเตรียมซื้อเสียง เลยมีคนโยงกับข่าวนี้ โดยคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน (แต่จริงๆคนละช่วงเวลา ตอนนั้นยังไม่ยุบสภากันเลย...) และอย่างที่บอกไปว่าถ้าจะถอนไปใช้ซื้อเสียงนี่มันโยงอ่อนไปหน่อย

สื่อบางสื่อกับอดีต สส ผู้สมัคร สส บางส่วนพยายามโยงทำให้ผู้คนสับสนครับ ไม่แปลกใจเท่าไร อ่านข่าวการเมืองทุกวันนี้อ่านสื่อเดียวไม่ได้ สื่อไหนเอียงสีไหนอ่านรอบด้านจะรู้ได้เลยครับ ใครอ่านข่าวไม่ครบทุกด้านโดนตกได้ง่าย ๆ ข้อเสียคือเสียเวลาชีวิตพอควรกับการหาความจริงที่ถูกบิดในการนำเสนอข่าว

ผมว่าเจ้าของคอมเมนต์บนสุดเขาก็รู้แหละว่าไม่เกี่ยว แต่เห็นแล้วคงนึกสนุกก็เลยอยากแขวะ อาจจะแขวะสื่อที่โยงมั่ว หรือไม่ก็แขวะคนที่โยงข่าวมั่ว ซึ่งผมมองว่าการแขวะแบบนี้แหละที่มันทำให้เกิดความเข้าใจผิดลุกลามไปเรื่อย ๆ

เอ่อเขาจะถอนเงินสดจากระบบไปใช้ผิดกฎหมาย มันจะยิ่งตามง่ายหรือเปล่า?

ปกติพวกธุรกิจสีเทาไม่ใช้เงินสดจากระบบกันโดยตรง? ไม่งั้นก็ตามเงินคืนง่ายกว่านี้แล้วสิ เพราะมัวรอม้ามาถอนจากบัญชีม้า ถ้ามันไม่รีบโอนต่อหลายๆทอดจนตามยากแบบทุกวันนี้จนต้องออกคำสั่งอายัดด่วนเพื่อให้ระงับเงินไว้ทัน

ถ้าใครจำได้สมัย แบ๊ง 20 ติดบัตรเบอร์เลือกตั้งของ... สมัยนั้นก็ไม่ได้ถอนจากธนาคารกันนะ หรือยังจำข่าวพบเงินสดพันล้านในห้องของปลัดก.นึงที่สีเดียวกันได้ไหม? แหม่ ทำไมเขาไม่ฝากถอนธนาคารให้ตามเส้นเงินง่ายๆหนอ?

scammer มันโอนออกหลายต่อ ส่วนใหญ่ปลายทางสุดท้ายคือตปท. ไม่ว่าผ่านทาง crypto หรือโอนออกข้ามประเทศที่ตามอายัดได้ยาก

ถ้าสมัยก่อนยังมีแบบจ้างคนไปกดเงินออกจากบัญชีม้า แต่เดี๋ยวนี้ไม่น่าจะมีแล้วเพราะมันไม่ทัน(โดนอายัดก่อน)

คือต้องแยกก่อนว่า เส้นเงิน scammer กับเส้นเงินซื้อเสียง มันคนละขั้วเลย ถึงจะบอกว่าเทาๆ(ดำ)เหมือนกัน เห็นบางสื่อบางการเมืองพยายามโยงว่าเหมือนกัน?

เหมือนเคยเห็นเค้าเล่ากันว่า , มีสายเอาชัวร์ ไม่เสี่ยงผันผวน .. เอาไปวนเป็น usdt แล้วมาออกเป็น บาท , บางช่วงซื้อบาทเยอะ จนบาทแข็งแบบดึด

เงินสดนี่แหละที่บรรดาเทาๆดำๆในโลกมืดเค้าใช้กัน
เพราะมันตามรอยที่มาที่ไปไม่ได้

แต่จะลำบากตอนเอาออกมาใช้
จำเป็นต้องฟอกให้เหมือนมีที่มาก่อน

ซึ่งการฟอกง่ายสุดคือตั้งคาสิโน
เอาเงินสกปรกมาลงบัญชีว่า มีคนมาเล่นเสีย เป็นรายได้&กำไรคาสิโน
แล้วก็ปันผลออกมาใช้ได้ละ

ช่วงเดือนนั้นก็ถอนมาเหมือนกันประมาณพอใช้รายวัน จ่ายเงินสด จนถึงตอนนี้ก็ถอนมาใช้เงินสดบ้าง ไม่อยากให้ธนาคาร tracking ว่าใช้จ่ายอะไรตรงไหนบ้าง ยังไม่กลับมาไว้ใจเต็มร้อย ถ้าโดนล็อกคนลำบากคือคนที่โดน ไม่มีการรับผิดชอบใด ๆ จากความผิดพลาดในการล็อก

tontpong Sun, 11/01/2026 - 21:50

สรุป , ตอนนั้นมีอายัดพลาดมั้ย แล้วตอนนี้ยังมีรึป่าว ? .. แล้วมีแยก false positive กับ false negative รึป่าว ?

คำว่าอายัดพลาดคืออะไร?

คนส่งคำสั่งอายัดคือหน่วยงานกลาง ที่รวบรวมจากการแจ้งความ

ธนาคารไม่ได้อายัดเองมั่วๆ จนใช้คำว่าพลาดได้ แต่อายัดตามคำสั่ง โดยอายัดทุกบัญชีภายใต้ชื่อนามสกุลเดียวกันในธนาคารเดียวกัน และบัญชีที่รับโอนต่อไปในสายทั้งหมด

แต่เนื่องจากระบบใหม่ใช้automatic ทำให้ได้ผลไว จากปกติใช้คนมานั่งกรอกข้อมูลที่จะทำให้ล่าช้าเป็นวันหรือสัปดาห์ เลยกระทบคนเป็นจำนวนมากทันที(จริงๆกระบวนการตัดสินใจอายัดเหมือนกันแต่แบบเก่าทำช้าจนเงินมันหมดเกลี้ยงไปแล้ว) จน BOTต้องออกมาแก้คำสั่ง เพิ่มเงื่อนไขในการอายัดบัญชีต่อ โดยถ้าจำนวนน้อยๆหรือปลายทางเป็นบ.เอกชนไม่สนใจนั่นแหละ(ก็เลยเจอคดีม้าบัญชีนิติบุคคลปลอมเพิ่มมาแทน)

อนาคตจะมีตัวกลางเชื่อมทุกธนาคารทำให้อายัดทุกธนาคารได้แม้จะโอนต่อหลายๆสายข้ามธนาคาร แต่ถ้าในประเทศจะอายัดทีเดียวได้หมด

ต้องยอมรับว่าจากระบบใหม่นี่ติดตามเงินคืนเหยื่อได้เยอะขึ้นเพราะทำได้รวดเร็วมาก จากปกติกว่าจะอายัดเป็นสัปดาห์เงินโอนออกจากบัญชีม้าทั้งสายหมดแล้ว

ส่วนประเด็นว่า คนส่งคำสั่งอายัดผิดพลาด อันนี้ต้องแก้ที่หน่วยงานกลาง ไม่ใช่ธนาคาร หรือเงื่อนไขในการอายัดบัญชีรับโอนรัดกุมแค่ไหน ก็ต้องอาศัยข้อมูลทางสถิติมาช่วยกำหนดเงื่อนไข ไม่งั้นปล่อยหมด ก็เป็นช่องโหว่อยู่ดี แต่ถ้าเข้มไปคนธรรมดาก็โดนลูกหลง

ก็ เอาตามผลลัพธ์ท้ายสุด , ม้าไม่โดน/ที่โดนไม่ม้า ก็ถือว่า พลาด ทั้งนั้น .. ไม่สนว่า ใครทำส่วนไหน/ขั้นตอนเป็นยังไง , ไม่ได้จะจับผิด แค่รับรู้ว่ามีปัญหาแล้วก็ไล่สาเหตุและพยายามแก้กันไป ก็เท่านั้น

ใช้คำว่า พลาด , เพราะนึกมาจากว่า ทำอะไรคงต้องมีเป้ามีเกณฑ์ไว้ชี้วัดผล ( PDCA ) .. ถ้าไม่ ตรงตามเป้า , ส่วนใหญ่ก็ใช้คำว่า พลาดเป้า มากกว่า ผิดเป้า ( หรือใครจะใช้คำไหนก็ตามแต่เลย เอาเป็นว่านัยยะคือประมาณนี้ )

ตอนนั้นพยายามจะบอกกันว่า ม้าปลอมเป็นเหยื่อ , ปัดไปแบบนั้นคือไม่พยายามรับรู้ปัญหา ก็ยากที่จะไปแก้ไขปรับปรุงอะไรกันต่อ .. แต่ล่าสุดดูเหมือนแนวโน้มการรับรู้จะดีขึ้นละ ถ้ารับรู้จิงกันแล้วต่อไปการแก้ไขปรับปรุงก็น่าจะต่อเนื่องขึ้น ( ถ้าช้าตามสมควร ก็ยังดีกว่าไม่ขยับหรือปล่อยเนิบ ) ,
https://moneyandbanking.co.th/2026/218826/

“.. หากทำ KYC/KYM แล้วไม่ดีขึ้น จะทำให้คนดีเดือดร้อนและโจรยังหลุดได้อยู่ดี ดังนั้น มันเป็นเหรียญสองด้านหากเข้มเกินไปคนดีอาจจะเดือดร้อน หากอ่อนเกินไปโจรจะหลุดรั่วได้ จึงจะไม่ใช่เกณฑ์ที่กำหนดมาให้เสร็จสิ้นทีเดียว แต่ต้องเรียนรู้และศึกษาต่อไป เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ ..“

เปิดเป้า เปิดขั้นตอน , เงื่อนไขไม่ต้องเปิดก็ได้ แต่เปิดผลลัพธ์ต่อเนื่องเรื่อยๆ .. ปัญหาจากที่เคยผ่าน คือไม่เปิดนี่แหละ , คนที่ตั้งใจดีแต่ไม่มีแรงเข็นหรืองัด ก็ได้แต่ทำไปตามสภาพเพราะหาแรงเสริมไม่ได้

ธนาคารก็อายัดเองได้เลยครับ และจนใช้คำว่าผิดพลาดได้ด้วย ทีมโอนเงินเข้าไปบัญชีบริษัทใหม่ที่เปิดสำเร็จ แต่โอนเข้าไปห้าล้าน โอนปุ๊บบล็อคปั๊บ ตามแก้กันเป็นวัน สาเหตุการบล็อคสาขาไม่สามารถรู้ได้ด้วยเพราะส่วนกลางธนาคารเป็นคนบล็อค

ซึ่งส่วนกลางจะเป็นของธนาคารหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่ไม่ได้มาจากการแจ้งความใดๆ ทั้งสิ้น มันเกิดจากระบบตรวจสอบว่าบัญชีที่เปิดนั้น มีความเป็นไปได้จะเป็นม้ามากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญ False Positive บานแน่ ขนาดกรรมการตรวจสอบได้ เจ้าของตรวจสอบได้ ไม่มีประวัติเสีย ยังโดน

เท่าที่ตามไม่มี "พลาดไปจากแนวทาง" แต่ แนวทางที่กำหนด ไม่ได้สนว่าใครเป็นม้าจริงหรือไม่ครับ ดังนั้นถ้านับว่า "พลาดว่าคนค้าขายถูกอายัดเพราะนึกว่าม้า" ก็มีแน่ๆ

ข้อมูลตอนนี้มีแค่ว่า มีการตั้ง threshold เอาไว้ (เป็นตัวเลขลับ ไม่เปิดเผย) ถ้าไม่ถึง threshold จะไม่อายัดบัญชี แต่การถึงระดับก็ไม่ได้เป็นการประกันว่าเป็นม้าหรือไม่

false positive / negative ระดับใดก็ไม่มีการเปิดเผยต่อเนื่อง มีเพียงการเปิดเผยวันแรกๆ ว่าปลดไปไม่มาก การปรับมาตรการก็อาจจะสร้างทั้ง false pos/neg (คนขายของแพง ม้าเอาเงินมาซื้อแล้วโดน หรืออีกฝั่ง ม้าแอบเดามูลค่าได้แล้วโอนระหว่างม้าด้วยมูลค่าต่ำกว่านั้น)

concept ขยับไปเอ่ยถึงเรื่อง profiling ละ .. ซึ่งก็ ดูดีขึ้น ( แม้จิงๆ จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ดีกว่า ไม่ขยับ )

แต่ action plan .. การยังไม่เห็น ตัวชี้วัด , ก็ขอถือว่า concept ยังกลวงๆ ละกัน ( ส่วนตัวพร้อมให้เครดิต ว่าคนแถวนั้นสามารถทำได้ , แต่จะได้ใช้ความสามารถมั้ย อันนี้ยังไม่รู้ )

https://moneyandbanking.co.th/2026/218826/

ทุกวันนี้น่าจะโดนสแกนกันไปอยู่แล้วมั้ง
เพราะจับสังเกตได้ว่า เงินเข้าฝั่งปลายทางแล้วแต่ แอปฝั่งเรายังทำงานไม่เสร็จสลิปยังไม่ขึ้น
ทำให้รู้เลยว่าเงินอะไปแล้ว แต่แอป กำลังทำอะไรซักอย่างอยู่แน่ๆ

ถ้าทำแล้ว , ทำแบบนี้ ก็น่าจะดีอยู่ .. async , normal flow กับ validate flow

แก้เพิ่มไม่มาก โหลดไม่บวม , ถ้า validate ไม่ถึงนาที ก็น่าจะยิงสั่งอายัดทัน .. ปกติแค่เห็นยอดเข้าก็น่าจะจบกัน แบบนี้ไม่น่าจะต้องรอ , ไว้ค่อยให้รอ ถ้าใครเข้าปุ้บแล้วจะออกปั้บ ( ส่วนมากน่าจะต้องบอกคนส่งก่อนว่าได้แล้วขอบคุณนะ แล้วกว่าจะมาส่งเองอีกทีก็น่าจะเกินนาทีละ )

55555 สุดยอดจัง ยังมีเงินสดให้ถอนด้วย นึกว่าโดนพวกพอกเงืนกับพวกยักยอกเอาไปหมดแล้ว
ตอนนี้มีพวกปลอมวุฒิหลอกกู้เงินธนาคารเพียบเลย แย่ๆๆๆ

ก็ถ้าโดนเอาเงินมาฟอก , เงินก็ยังอยู่ อยู่มากกว่าก่อนหน้าด้วย ?

ยิ่งถ้าโดนอายัด ทั้งที่เส้นทางม้าไม่ได้พาดผ่าน , อันนี้ก็คือ ยกทั้งหมดยังอยู่ครบ ?

ช่วงแรกๆมันมีคนค้าขายยอดโอนเข้าถี่ๆโดนล็อคบัญชีไปด้วยเพราะสงสัยว่าเป็นบัญชีม้า แล้วก็ค้าขายไม่ได้รับโอนลูกค้าไม่ได้ เอาเงินไปซื้อของก็ไม่ได้ไปหลายวัน มันก็เดือดร้อนมั้ยล่ะครับ

แต่ถอนเงินสด (ธนบัตร) แสนล้าน ใน 1 เดือน เลยนะครับ
ถ้าเป็นคนทั่วไป ผมว่ามันควรจะกระจายตัวมากกว่านี้หน่อย ลองดูรูปในที่มา Facebook: ChaiwatPublic ดูครับ
และข่าวอายัดผิด ผมว่า ต่อให้เป็นพ่อค้าแม่ค้า ก็ไม่น่าจะรู้ข่าว หรือใส่ใจ กันสักเท่าไร

ช่วงนี้ผมก็เห็น feed คนเอาธนบัตรเย็บแม็ก มาโชว์เยอะก็เลยยิ่งน่าสงสัย

ช่วงวันที่เกิดเรื่องข่าวไม่ได้เงียบครับ โพสเต็มโซเชี่ยล ออกสื่อทุกช่อง ภายใน 1-2 วันนั้น ร้านค้าติดป้ายงดรับโอนกันเพียบ พ่อค้าแม่ค้าก็บอกกันว่าไปถอนเงินมาเก็บไว้ เกิดเหตุการณ์ ATM เงินสดไม่พอหลายที่ แต่พอสถานการณ์คลี่คลาย (~1 สัปดาห์) ก็กลับมาปกติกันครับ

ช่วงนั้นดันเขียนโปรแกรมแบบ
ถ้าบัญชีม้าเคยโอนออกให้ใคร ระบบจะถือว่าคนนั้นจะบัญชีม้าไปด้วย
แล้ว recursive ไปไม่รู้กี่ทอด

ทำให้พ่อค้าแม่ค้าปกติ ที่มิจฯไปอุดหนุนซื้อของ ซวยไปด้วย
เพราะรับเงินเข้า จ่ายเงินออกเคลียร์บิลซื้อของใหม่เข้าก็ไม่ได้
เรียกว่าถ้าโดนคือหากินไม่ได้เลย

หลายคนจึงแห่กันถอนมาถือเงินสด เพื่อถ้าโดนก็จะมีเงินสดทำธุรกิจต่อได้
อย่างน้อยก็ระหว่างไปเคลียร์เรื่อกับตำรวจให้ปลดล๊อค 1-2สัปดาห์
ซึ่งเป็นแบบนี้กันทั้งประเทศ มันเลยเป็นแสนล้าน

คล้ายกับประโยค

ถ้าไม่ได้ทำผิดจะกลัวทำไม

คลาสสิคพอ ๆ กัน นึกถึง single gateway กับ พรบ. ไซเบอร์ร่างแรก ๆ เลยครับ

ผมไม่รู้ แหล่งข้อมูลอ้างอิงหรือที่มา ของ ทั้งคุ่ .. ดังนั้น ทั้งคุณ และคุณ komkit0710 , ผมยังถือเป็น fact (ข้อเทจจริง) ทั้งคู่

แต่ตามที่เข้าใจ , คือทั้งคู่เป็น ข้อเทจจริง ที่ ไม่สอดคล้อง กัน .. หากเป็นไปได้ ก็อยากได้ข้อมูลจากการถกกันเพิ่ม , อาจจะมีส่วนเชื่อมที่ผมพลาดหรือตกหล่นไป แล้วทำให้เปนข้อเทจจริงที่สอดคล้องกันก็ได้

ทว่าการมีข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกันอย่างในตอนนี้ , ทำให้ไปต่อไม่ถุก หาปลายทางไม่เจอ .. หากไปต่อจนถึงปลายทางได้ น่าจะเป็นประโยชนกว่า , ได้รู้ว่า ควร/ไม่ควร ทำอะไรยังไง

ปล.
แล้วทำไมต้องมีใครที่ reply อีกรอบ , ก็เพื่อจะได้เป็น thread ที่อยู่ใน context เดึยวกัน .. เผอิญอันนี้สั้นกว่า ก็จะทำให้ทั้งหมดสั้นกว่า , ไม่ได้มีน้ำหนักหลักเกี่ยวกับ ลำดับเวลา ว่า อันไหนก่อนหลัง

เพราะมีคนไม่ใช่บัญชีม้าโดนจำนวนมากครับ ที่เบาหน่อยก็โอนล็อกยอดเงิน ที่หนักหน่อยโดนทุกบัญชี

มากน้อยเป็นกี่ % จนถึงระดับต้องกังวลไหมคุยได้ แต่ถ้าจะปฎิเสธว่าไม่มีก็แสดงว่ายอมรับความจริงไม่ได้ครับ

สิ่งที่สำคัญเลยอีกอย่างคือ ต่อให้จะได้รับการปลดไม่ว่าจะโดนจากความผิดพลาดก็ตาม
ธนาคารจะบันทึกประวัติไว้ ว่า thai id นี้มีความเสี่ยงเป็นบัญชีม้า และปรับระดับ KYC เพิ่มขึ้น
คนๆนั้นจะไม่สามารถใช้บริการออนไลน์บางอย่างของบางธนาคารได้ เช่น ไม่สามารถเปิดบัญชีออมทรัพย์ออนไลน์ ไม่สามารถเปิดบัญชีกองทุนออนไลน์ รวมถึงไม่สามารถขอสินเชื่อได้เพราะธนาคารกลัวจะถูกอายัดอีก

น่าเสียดายที่กฎหมายในทางปฏิบัติจริงแทบไม่มีทางเพอร์เฟค 100% ครับ (อันนี้พูดถึงกฎหมายทั่วไปนะครับ ไม่ได้เจาะจงอันใดอันหนึ่งเป็นพิเศษ)

ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมี "คนดีบังเอิญซวย" หรือ "คนชั่วที่เผลอลอยนวล" อย่างใดอย่างหนึ่ง ขึ้นอยู่กับจะคนออกกฎหมายจะยอมเลือกให้มีแบบไหนมากกว่า

จุดประสงค์ของการอายัดก็เพื่อที่จะปราบปรามเป็นหลัก เพราะงั้นมันก็เข้าใจได้ที่จะเลือกออกกฎหมายที่ยอมให้มี "คนดีบังเอิญซวย" มากกว่า (และในความเป็นจริงก็มีคนที่บังเอิญซวยจริง)

แม้ว่าส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่าเคสนี้คนที่เป็น "คนดีบังเอิญซวย" มันน่าจะไม่ได้มีมากมายขนาดนั้น (คนที่มีเอี่ยวจริงแต่ผสมโรงว่าไม่เกี่ยวก็มีเหมือนกัน) แต่ด้วยธรรมชาติของกฎหมายที่มันไม่เพอร์เฟคอยู่แล้ว บวกกับสื่อที่เล่นข่าวออกมา ก็ไม่แปลกอะไรที่หลายคนจะกังวลกันแม้จะรู้ตัวว่าไม่ใช่ม้าก็ตามครับ

ไม่ได้จะบอกว่ามาตรการอายัดคือดีหรือไม่ดีหรือผิดพลาดอะไรนะ แค่อยากจะอธิบายที่ว่า "ไม่ผิดจะกลัวทำไม" เฉยๆครับ

ไม่มีกฎหมาย perfect นี่จริงครับ แต่ถ้าตามข่าว ก็จะพบว่าไม่มีกระบวนการโต้แย้งชัดเจน คนซวยโดนโยนไปมา เพิ่งมามีตอนหลังจากที่เป็นข่าวออกมาแล้ว ถึงต้องแถลงหาจุดเริ่มต้นว่าใครจะรับผิดชอบปลด

ปริมาณคนซวยอาจจะไม่เยอะ (หรือเยอะ เพราะหน่วยงานรายงานจำนวนแค่วันแรกๆ ไม่ได้รายงานต่อเนื่อง) แต่หากซวยแล้ว อาจจะซวยแบบไม่มีทางออก ซวยไม่สิ้นสุด อันนี้ยอมรับไม่ได้ และเป็นความบกพร่องของการคิดนโยบาย