Satya Nadella

Satya Nadella ซีอีโอไมโครซอฟท์ โพสต์บล็อกส่วนตัว sn scratchpad ต้อนรับปี 2026 พูดถึงความท้าทายของไมโครซอฟท์และบริษัทเทคโนโลยีอื่น ในการพัฒนา AI ให้ถูกทาง ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงตลอดปีที่ผ่านมาและน่าจะยังเป็นหัวข้อหลักในปีนี้

Nadella บอกว่า AI เริ่มมีบทบาทในหลายวงการมากขึ้น ผู้คนเริ่มเห็นแล้วว่าอะไรคือเรื่องที่เป็นกระแสชั่วคราว และอะไรคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง สิ่งที่ยากกว่านั้นคือบริษัทเทคโนโลยีและโลกจะร่วมกำหนดทิศทางของสิ่งนี้ให้เป็นอย่างไรต่อไป

ประเด็นต่อมาซึ่งกลายเป็นกระแสทันทีเพราะ Nadella บอกว่า AI กำลังเป็นสิ่งที่มาสนับสนุนผู้คนในเรื่องต่าง ๆ ไม่ใช่การแทนที่คน การมัวแต่ถกเถียงกันว่า AI ทำงานนั้นได้หยาบเกินไป (Slop) หรือทำได้ดีมาก (Sophistication) เป็นสิ่งที่ควรหยุดได้แล้ว เพราะเรื่องนี้กำลังสร้างสมดุลใหม่ให้ผู้คน การอยู่กับสิ่งนี้คือเรื่องที่สำคัญกว่า นอกจากนี้เขายังพูดถึงการนำ AI มากำหนดระบบที่ควรเป็นไป ด้วยการนำโมเดลที่หลากหลายมาทำงานร่วมกัน และการทำให้ AI ได้รับการยอมรับจากสังคมมากขึ้น ไปจนถึงการจัดสรรทรัพยากรด้านต่าง ๆ สำหรับการประมวลผล AI ที่เหมาะสม

จะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม หลังโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ก็เกิดกระแสคำว่า Microslop ซึ่งหลายคนไม่เห็นด้วยกับ Nadella โดยมองว่า AI ยังมีข้อผิดพลาดที่รุนแรงหลายอย่างมากจนควรแก้ไขก่อนที่จะบอกว่าไม่ควรสนใจสิ่งนี้แล้วนั่นเอง

อ่านเนื้อหาเต็มได้ที่นี่

ที่มา: The Verge และ Windows Central

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ถ้าพูดโดย Google พอจะเชื่อหูไว้หู พิจารณาได้ แต่นี่พูดโดยบริษัทที่จงใจเปลี่ยน Open เป็น Close กับ ผลิตภัณฑ์ตนเองห่วยลงทุกปี ยัด subscription ทุกอย่าง และโมเดล AI ที่ทำเอง ที่ไม่ได้ใช้เงินซื้อมา กากกว่า open source อีก

มันไม่ใช่แค่งานหยาบจ้า มันเอามาใช้ไม่ได้เลยจ้า อย่างดีก็แก้งานนิดหน่อยแล้วเอามาใช้ อย่างแย่คือเสียเวลาพรอมต์ไปเฉย ๆ

ภัยความมั่นใจ สมควรโดนด่า ยัดแต่ subscription โหยแต่เงิน แถมยังห่วยอีก
คิดเองเออเองได้ แต่ก็ฟังเสียงผู้ใช้ด้วย
ดูแอปเปิ้ลสิ ฟังเสียงผู้ใช้ตลอด ในเรื่องระบบ iOS iPadOS MacOS WatchOS แก้ไขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผู้ใช้บ่น
ดักไว้ก่อน เดี๋ยวมีคนมาบอกว่า windows คนใช้เยอะปัญหาเยอะ ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก แต่มีรายงานออกมานะว่าที่ขึ้นจอฟ้า มันเกิดจากซอฟแวร์อื่น ๆ ไดร์ฟเวอร์อื่น ๆ ทั้งนั้น ไม่ได้เกิดจากตัวระบบเอง ไมโครซอฟท์ก็ไม่มีข้ออ้าง วินโดว์นี่เอ๋อขึ้นทุกวัน UI/UX ทำมายังไม่ลงรอยสักที บั๊กก็มาแบบงง ๆ ไม่ใช่เป็นแค่วงแคบนะ เป็นวงกว้างอีก จะมาบอกว่าไม่ได้เกิดจากทีมพัฒนาวินโดว์ก็ไม่ใช่อีก

ทุกวงการนะตอนนี้ คนที่ใช้ไม่ด่า คนด่าไม่ได้ใช้....เราตัดเรื่อง AI Slop แบบมักง่ายๆ ออกไปก่อนนะ เพราะคนที่เค้า care กับงานจริงๆ และใช้ให้มันเกิดประโยชน์ในวิชาชีพของเค้าก็มีอีกมากมาย

ใช้ในที่นี้คือ ใช้จริงๆ ลงลึก เรียนรู้ experiment ครั้งแล้วครั้งเล่า พลาดแล้วพลาดอีก

ผมเห็นคนที่เค้าสนุกกับเรียนรู้ว่ามันทำงานยังไง ทดลองๆๆๆๆ และคนพวกนี้ก็รู้ว่าจุดอ่อนจุดแข็งมันคืออะไร ตอนไหนที่ต้องทำเอง และเค้าก็ปรับปรุง workflow ไปเรื่อยๆ

ส่วนคนไม่ใช้ก็ไม่ใช้จริงๆ บางกลุ่มก็เพราะ ideology (ซึ่งอันนั้นยกไว้ต่างหาก) ส่วนอีกกลุ่มคือยังไม่ได้จริงจังกับมันมาก ชั่วโมงบินน้อย ยังลองกับมันน้อยไป หรืออาจจะเข้าใจว่ามันได้แค่นี้แหละ ซึ่งก็ทำให้เกิดลูปนรกคือ พอทดลองใช้น้อย ก็ไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้ไม่ได้บ้าง พลิกแพลงไม่เป็น และสุดท้ายก็ใช้น้อยลงๆ เรื่อยๆ เพราะรู้สึกว่ามันทำไม่เห็นได้อย่างที่คิดเลย

สิ่งแวดล้อมที่ช่วยเกื้อหนุนให้เกิด experimental mindset สำคัญมากๆ
คือใครพุ่งก็พุ่งติดปีกเลย ใครมัวแต่ด่าก็ติดเหมือนกัน แต่ติดแหงก

คนใช้ด่าก็มีนะครับ (ผมคนหนึ่ง) prompt เดียวกัน พอมีโมเดลใหม่ออกมาแทนที่ตัวเดิมก็พังได้นะครับ และโมเดลเหล่านั้นไม่ได้อยู่กับเราตลอด เหมือนที่ GPT ทำมาแล้ว เอาโมเดลเก่าทิ้ง พอโมเดลใหม่ออกมา ไม่เกี่ยวอะไรกับชั่วโมงการบินอะไรแบบ AI Bro ที่พยายามขาย AI แก้ได้ทุกอย่าง เป็นของวิเศษ คุณจำเป็นต้องใช้ ทำ X ไม่ได้ คุณแค่ใช้ไม่เป็น ที่จริง ๆ หลายงานยังไม่จำเป็นต้องใช้เลยก็ได้ บริษัทไหน layoff คนออก CEO โดน AI Bro ตกได้ แล้วเอา AI มาแทน ใช้ไปสักพักเดี๋ยวก็เอารับสมัครคนบางตำแหน่งกลับเหมือนเดิม เพราะ AI เลอะของจริง ค่าใช้จ่ายอีก

ผมแนะนำให้ลองเปรียบเทียบ MS กับ Google / Apple อยู่นะครับ โดยเฉพาะเรื่อง AI กับ OS ผลิตภัณฑ์ และ feedback จะเห็นความแตกต่างกันชัดเจน

การมองแต่มุมที่ดีนั่นแหละทำให้เกิดปัญหามากขึ้นไปอีก เราต้องเข้าใจด้วยว่าการจะใช้งาน Automated Machine ใด ๆ คนที่ใช้ต้องเก่งกว่าเครื่องจักร สำหรับ AI ก็เช่นกัน ปัญหาใหญ่คือ AI แสดงลักษณะ ความประพฤติ และการนึกคิดที่คล้ายกับคนมาก ๆ ทำให้คนที่แม้กระทั่งมีความรู้สูงก็หลงกลเอาได้ง่าย ๆ และที่สำคัญคือ "ความผิดพลาด" ก็ใช่ว่าจะยอมรับได้ทุกกรณี (บางคนอาจจะยังจำข่าวที่นักกฎหมายรายหนึ่งต้องสูญเสียอาชีพไปเพราะ ChatGPT) และ "เวลา" ก็เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานธุรกิจจริง มันไม่ได้มีโอกาสตลอดเวลาที่จะต้องมาทดลอง AI ไปเรื่อย ๆ ตอนนี้บริษัททั้งหลายต่างก็รอบริษัท AI มาเสนอโซลูชันให้ทั้งนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาทดลองเองและพยายามหามุมที่ดีของเครื่องมือที่เรายังไม่สามารถเข้าใจมันได้เลย จะพาลเอาแต่ปัญหาเข้าสู่องค์กรเปล่า ๆ

บริษัทที่ผมทำงานอยู่ด้วยปัจจุบันก็ยังต้องมานั่งแก้ความพร่ำเพรื่อน้ำของ AI อยู่เลย (เขียน CCHPI อย่างกับท่องคาถาชินบัญชร) แถมการ Interface กับระบบบริหารจัดการสุขภาพก็เข้าขั้นแย่ ใช้การไม่ได้ รอดูอยู่ว่าแพตช์ปัจจุบันจะเป็นยังไง

+1 เห็นด้วยกับคุณ raindrop ครับ

ใช้ทุกตัว ลองทุกอย่าง แก้แล้วแก้อีก เมื่อสุดแล้วมันไม่ได้จริงก็แค่เปลี่ยนไปใช้ตัวอื่น ไม่เคยโทษว่าตัวนี้ไม่เก่ง ตัวนี้ทำงานแย่ ถ้าลองมาเยอะจะเข้าใจเลยว่าแต่ละตัวมันมีดีมีแย่ไม่มีเหมือนกัน ก็แค่หาตัวหรือวิธีที่ให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการแค่นั้นคือจบ หรือถ้ามันไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการจริงๆ ก็ไม่ดันทุรังต่อ แค่รอเวลาเพราะรู้อยู่แล้วว่ามันทำได้แน่แต่ไม่ใช่ตอนนี้

ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งเสียงว่าคนใช้ก็ด่าครับ มีผลวิจัยบอกว่าถ้าเราด่า AI น้องจะทำงานได้ดีขึ้น ทุกวันนี้ด่าทุกวันเลยครับเพราะน้องหลอน จนค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าถ้าวันไหน AI จะครองโลก นี่น่าจะเป็น first blood. 😆

บางทีก็อดด่าไม่ได้จริงๆ เวลามันตอบยียวนแถมบอกให้แก้แล้วดื้อไม่ยอมแก้เนี้ย 555
ทุกวันนี้ผมก็ใช้เอไอทำหลายอย่างมากแล้วมานั่งตรวจเช็คความถูกต้องอีกที จากงานที่ต้องมานั่งนึกไอเดียว่าจะเขียนยังไงทำยังไงเริ่มยังไง ก็เปลี่ยนมาเป็นแก้ไขตรวจสอบแทน ใช้เอไอในส่วนที่มันเก่งและใช้แรงตัวเองในการแก้จุดอ่อนของเอไอ แค่นี้งานมันก็จะออกมาสมบูรณ์พอจะส่งได้แล้ว ไม่เคยคิดว่าจะต้องให้เอไอรับจบตั้งแต่ต้นจนปลายอยู่แล้วมันยังไม่เก่งขนาดนั้นมีแต่คนไม่เข้าใจเท่านั้นแหละที่คิดว่าเอไอจะต้องทำงานได้สมบูรณ์ครบจบถึงใช้งานได้ ไม่ต่างกับคนถ้ามัวแต่มองหาแต่ความสมบูรณ์แบบก็หาไปเหอะไม่ได้คนทำงานที

+1 ผมใช้ AI ช่วยแปลบทความ prompt ย้ำหลายรอบว่าให้แปลทุกบรรทัด มันก็ยังตัดบางบรรทัดออก จนกระทั่งด่ามันนี่แหละมันถึงจะแปลครบ 55+

มันมีประเด็นเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยที่ผมว่าสำคัญกว่าเรื่อง slop
แต่ก่อนอื่นเลย Microsoft นี่ยังไม่มี AI เป็นของตัวเองที่มีความสามารถพอที่จะแข่งขันในวงการได้ จะว่าไป Google น่าจะเป็นบริษัทระดับล้านล้านเหรียญเพียงบริษัทเดียวที่มี AI ที่แข่งกับเจ้าอื่นได้ แต่ก่อนเคยมี Meta ด้วยแต่ตอนนี้หายไปละ

ไม่ให้เถียงไม่ให้ตำหนิได้ยังไงก็กฎระเบียบแปลกๆ กฎระเบียบที่โหดๆ เช่นที่เห็นชัดเจนนคือพวกเว็บขายภาพ ล่าสุดก็ Youtube กฎใหม่แปลกๆ มันก็มาจาก Slop AI พวกนี้ทั้งนั้น และมันได้โดนแค่ Slop ไงเวลาเขาตั้งกฎใหม่ๆ ขึ้นมา มันโดนทั้งคนที่ใช้ฝีมือ กับคนที่ใช้ AI ระดับคุณภาพโดนกฎระเบียบพวกนี้ไปด้วย ส่วนพวก Slop ก็ไป Slop ที่อื่นต่อทิ้งขี้ (กฎระเบียบต่างๆ) เอาไว้เบื้องหลังปัดตูดหนี

หลอนตัวไหนมา 5555555 เป็นใครเป็นอะไรถึงจะว่าไม่ได้ถ้ามันไม่ดี

คนทำงานไม่ดีไม่ประณีตยังว่าได้เลย

ไปอ่านต้นทางมา เอาจริงๆก็ไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกไหม แต่คิดว่าแกน่าจะไม่ได้หมายถึงว่า ห้ามด่า/ชม AI อย่างที่หลายคนเข้าใจนะ

เท่าที่ผมเข้าใจก็คือ ทุกวันนี้ AI มันมีหลากหลาย model และแต่ละอันก็ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้ดีในงานที่แตกต่างกันไป เพราะงั้นแทนที่จะตัดสินว่า AI ตัวนี้มันห่วย/ดี ควรคุยว่าเราควรจะใช้ AI ตัวไหนในการปัญหาแบบไหนยังไงอะไรทำนองนั้นมากกว่า

ซึ่งส่วนตัวผมก็เห็นด้วยนะ ตอนย้ายจาก ChatGPT ไป Gemini ใหม่ๆ คือถามตอบอะไรมันไม่ได้ดั่งใจเหมือนตอนใช้ ChatGPT ก็เลยมองว่ามันห่วยกว่า แต่ในความเป็นจริงก็คือวิธีใช้มันไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว พอเปลี่ยนวิธีถามมันก็ทำได้ดีกว่าเดิม ก็คือมันไม่สามารถตัดสินได้ทันทีว่า AI ตัวไหนดีหรือห่วยแบบสั้นๆนั่นแหละ

เอาความจริง คือ ด่าไปก็เท่านั้น Microsoft ก็ยังครองตลาดอยู่ดี และตั้งแต่คุณสัตยามาเป็นซีอีโอ บริษัทก็ทำกำไรเป็นกอบเป็นกำมาตลอด ทำไมเขาจะต้องฟังเสียงผู้บริโภคทั่วไป ในเมื่อลูกค้าระดับองค์กร คือ ลูกไก่ในกำมือ เป็นของตาย เป็นหมูให้พร้อมจะทำกำไร หนีไปไหนไม่ได้ กระแส hype ที่ย้ายไป linux กันมันก็แค่คนส่วนน้อยมาก ๆ คนที่ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปก็ยังใช้ Windows เหมือนเดิม

เบรกไม่อยู่แล้ว ผมย้ายไป mac แล้ว แฮปปี้กว่าเดิมเยอะ เกมก็ไปเล่นบน PS5 แฮปปี้สุดๆ

ส่วนย้ายไป Linux ผมย้ายไม่ได้เพราะโปรแกรมหลายตัวมันไม่มีในนั้นและใช้แทนกันไม่ได้แต่ใช้บน mac ได้ จึงย้ายไป mac แทนครับ