Reid Hoffman ผู้ร่วมก่อตั้ง LinkedIn เชื่อว่า AI จะบีบให้มหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนวิธีการประเมินผล เพื่อให้นักศึกษาโกงข้อสอบยากขึ้น หลังพบ AI ช่วยให้การเขียนเรียงความทำได้ง่ายขึ้น สถาบันการศึกษาจึงอาจเปลี่ยนไปใช้การสอบปากเปล่า หรือระบบสอบที่มี AI คอยตรวจสอบ เพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนมีความเข้าใจจริง
Hoffman แย้งว่าโรงเรียนต้องปรับตัว แทนที่จะต่อต้านการเปลี่ยนแปลง แม้ว่านักเรียนจะใช้ AI เพื่อเลี่ยงการทำงานหนัก แต่เขาเห็นว่า AI สามารถถูกนำมาใช้เพื่อช่วยในการเรียนรู้ได้มากกว่าการห้ามใช้
ตัวอย่างเช่น อาจารย์สามารถใช้เรียงความที่ AI สร้างขึ้นเป็นตัวอย่างของงานที่คุณภาพต่ำ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนพัฒนาตนเอง ซึ่ง Hoffman มองหน้าที่ของครู คือต้องเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสำหรับอนาคตที่ AI มีบทบาทสำคัญในโลกการทำงาน
ที่มา: Business Insider
on
ทำรายงานแต่ละที…
specimen Wed, 21/05/2025 - 16:19
สมัยโบราณนู้น จะทำรายงานส่งซักฉบับ ต้องวิ่งเข้าห้องสมุด หนังสือเล่มที่ต้องการโดนคนยืมไป ต้องทำเรื่องจองไว้ รอคนมาคืน หรือไม่งั้น ต้องใช้บริการยืมหนังสือระหว่างมหาวิทยาลัย
ยุค internet เริ่มต้น ข้อมูลในเน็ทยังน้อย ห้องสมุดยังเป็นงานหลัก เน็ทเป็นตัวเสริม
ยุคกลาง หาข้อมูลจากเน็ท จากตำรา จากงานวิจัยหลาย ๆ เล่ม มาสร้างรายงานของตัวเอง อันนี้ยังรับได้ เพราะยังได้ใช้สมองสังเคราะห์ ได้ความรู้ ได้ค้นคว้า
ยุคหลัง search ปั๊บ เจอ paper ที่เคยมีคนทำเรื่องเดียวกันไว้ ลอกมาเลย ไม่ต้องเรียนรู้ แต่ปะเหมาะเคราะห์ร้าย อาจารย์เคยอ่าน paper นั้นมาก่อน โดนจับได้
ยุค AI ใส่ชื่อเรื่อง รอ 10 วิ ได้รายงานมาทั้งฉบับ หรือจะเอา deep research ก็รอสักไม่กี่นาที อาจารย์จับไม่ได้ด้วย แต่ความรู้ก็ไม่ได้ด้วยเช่นกัน ดีไม่ดี ไม่ได้อ่านรายงานตัวเองด้วยมั้ง
หนักกว่านั้น AI มั่ว ให้ข้อมูลผิดมาในรายงาน ก็ยังไม่รู้ เพราะไม่เคยมีความรู้ในเรื่องนั้น ไม่เคยค้นคว้า ไม่เคยมีความรู้พื้นฐาน
มันเข้าสู่เกมแมวจับหนู เราควรจะแก้ให้มหาลัยจับเด็กให้ได้ หรือเด็ก ควรจะมีสำนึกในการทำงานเอง เพื่อให้ ตัวเอง มีความรู้ สิ่งเหล่านี้ ต้องถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เริ่มที่บ้าน
ควรจะใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ให้มันทำงานแทนตัวเอง ในระดับที่ไม่เหลืองานที่เป็นตัวของเราเองเลย