กูเกิลเขียนบล็อกอธิบายความสามารถด้าน AI ของสมาร์ทโฟน Pixel 3 ว่าจุดเด่นคือสามารถประมวลผล AI บนมือถือได้เลย (on-device AI) ทำงานได้แม้ออฟไลน์ไม่เชื่อมต่อเน็ต แถมยังช่วยลดความกังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล
แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะกูเกิลเองก็พูดในงาน Google I/O มาหลายครั้ง ว่าใช้เทคนิคการลดขนาดโมเดล AI ลงให้พอประมวลผลบนมือถือได้ บวกกับสมรรถนะของมือถือที่สูงขึ้นในแต่ละปี ทำให้เรื่องนี้เกิดได้จริง
กูเกิลเริ่มทดสอบ on-device AI มาตั้งแต่ Pixel 2 แต่ยังจำกัดเฉพาะฟีเจอร์ Now Playing สำหรับแยกแยะเพลงเท่านั้น แต่พอมาถึงยุค Pixel 3 ก็มีฟีเจอร์หลายอย่างที่ประมวลผลแบบออฟไลน์ได้เลย
- Call Screen ฟีเจอร์รับมือโทรศัพท์สแปม ใช้ AI ทำ speech recognition ได้จากตัวเครื่องเอง
- กล้องของ Pixel 3 ประมวลผลหลายอย่างในเครื่อง ทั้งการแยกแยะใบหน้า วัตถุ ข้อความ ที่อยู่ในภาพโดยไม่ต้องส่งขึ้นคลาวด์, ฟีเจอร์ Top Shot เลือกรูปภาพที่ดีที่สุดก็ใช้เทคนิคการวิเคราะห์ภาพในเครื่องเช่นกัน
- Playground ฟีเจอร์สติ๊กเกอร์ AR ใช้ AI ช่วยวางสติ๊กเกอร์และข้อความในภาพ โดยไม่จำเป็นต้องกดชัตเตอร์ด้วยซ้ำ
ที่มา - Google Blog

on
ถ้าประมวลผลบนเครื่องได้
artzaok Thu, 18/10/2018 - 10:15
ถ้าประมวลผลบนเครื่องได้ แสดงว่า ....
กินทรัพยากร น้อยมากเลยนะ เมื่อเทียบกับ "PC"
ถ้าหมายถึงรันโมเดลเวลาใช้งาน
BLiNDiNG Thu, 18/10/2018 - 18:10
In reply to ถ้าประมวลผลบนเครื่องได้ by artzaok
ถ้าหมายถึงรันโมเดลเวลาใช้งาน มันก็ขึ้นกับขนาดของโมเดลนะครับ
ที่ปกติต้องใช้เครื่องแรงๆนั่นเป็นตอนที่เทรนด์กับข้อมูลจำนวนมากเพื่อจะสร้างโมเดลครับ
น่าจะ เพราะ มาจาก api ai
tom789 Thu, 18/10/2018 - 13:03
น่าจะ เพราะ มาจาก api ai ตัวใหม่ ?