Belkin จัดงานแนะนำอุปกรณ์ USB Type-C ที่นำเข้ามาขายในไทยได้ระยะหนึ่งแล้ว พร้อมกับเตือนถึงอุปกรณ์เสริม เช่น สายและเครื่องชาร์จ USB Type-C ที่ไม่ได้มาตรฐานว่าอาจจะทำให้โทรศัพท์มือถือหรือโน้ตบุ๊กเสียหายได้
จุดเด่นของอุปกรณ์ USB Type-C คือการใช้งานที่เสียบสายกลับด้านได้ และการใช้งานหลากหลายทั้งสายจอภาพ, ชาร์จไฟ, และส่งข้อมูลความเร็วสูง แต่ขณะเดียวกันก็มีอันตรายจากอุปกรณ์ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน ทำให้จ่ายไฟหรือเชื่อมต่อผิดพลาดจนกระทั่งทำให้อุปกรณ์เสียหายอย่างถาวร โดยทาง Belkin เองเป็นผู้ผลิตรายแรกที่ผ่านการรับรองจาก USB-IF
ปัญหาตอนนี้คือยังไม่มีแนวทางการตรวจสอบสายและอุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองจาก USB-IF ได้โดยง่าย ตอนนี้มีรายการรีวิวของ Benson Leung ที่รวบรวมการทดสอบอุปกรณ์ USB Type-C เอาไว้ ผมพูดคุยกับตัวแทนของ Belkin ในงาน ระบุว่าที่ผ่านมาแม้อุปกรณ์ของ Belkin เองก็ถูกปลอมแปลงอยู่บ้าง ดังนั้นจึงแนะนำให้ลูกค้าซื้อจากร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายเป็นทางการเพื่อความปลอดภัย
ที่มา - จดหมายข่าว Belkin
on

สรุปคือแบบเดิมดีกว่า
sukjai Sat, 27/08/2016 - 19:01
สรุปคือแบบเดิมดีกว่า
ดีกว่าในแง่ของอะไรครับ
nrml Sat, 27/08/2016 - 19:34
In reply to สรุปคือแบบเดิมดีกว่า by sukjai
ดีกว่าในแง่ของอะไรครับ
ถ้าชอบใช้ของก็อป
HackedSecret Sat, 27/08/2016 - 20:09
In reply to สรุปคือแบบเดิมดีกว่า by sukjai
ถ้าชอบใช้ของก็อป แบบเดิมก็เหมาะกว่าครับ
ถ้านับเรื่อง USB Type-A/Type
lew Sat, 27/08/2016 - 20:18
In reply to สรุปคือแบบเดิมดีกว่า by sukjai
ถ้านับเรื่อง USB Type-A/Type-B นี่ผมว่าจริง สายจะดีจะแย่ก็แทบไม่เคยเจอทำอุปกรณ์พัง
กรณีสาย Type-C นี่กำหนดให้จ่ายไฟได้เกินระยะปลอดภัยไปมาก แต่กลับไม่มีกระบวนการตรวจสอบได้ง่ายๆ
ตามข้อกำหนดมาตรฐาน USB 3.1
tekkasit Sat, 27/08/2016 - 20:01
ตามข้อกำหนดมาตรฐาน USB 3.1 นั้นสายจะจ่ายกระแสไฟไม่เกิน 5V 900mA (USB 2.0 นั้นเหลือแค่ 500mA)
แต่ Type-C คือออกแบบให้จ่ายไฟรับกระแสได้มากขึ้น ซึ่งตามข้อกำหนดแหล่งจ่ายไฟจะอ่านค่าความต้านทาน เพื่อกำหนดระดับกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้ มีสามค่า 56k Ohm, 22k Ohm และ 10k Ohm สำหรับ <1A, 1.5A และ 3.0A ที่ 5V ตามลำดับ
ปัญหาคือ สายบางตัวไม่ทำตามข้อกำหนด หรือ ใส่ความต้านทานต่ำ เช่น 10 Ohm ทำให้อุปกรณ์หรือมือถือคิดว่าใช้กระแสได้ก็พยายามดึงกระแส 3A ทั้งๆที่ต้นทางอาจจะแค่ปล่อยกระแส 1A-2A อยู่ พังสิครับ
ไอ้ที่พังนี่ port Type-C ต้นทาง ซึ่งอาจจะหมายถึง Chromebook Pixel, MacBook ท่าน หรือของเพื่อนท่านก็ได้นะครับ
เจอหนักกว่านั้นคือ charger
lew Sat, 27/08/2016 - 20:07
In reply to ตามข้อกำหนดมาตรฐาน USB 3.1 by tekkasit
เจอหนักกว่านั้นคือ charger บางตัวเวลาต่อกับ notebook จะผ่าน USB-PD ทำให้ขอความต่างศักย์สูงขึ้นได้ครับ notebook อาจจะขอไปถึง 20V ถ้าตัวจ่ายจ่ายได้ก็จ่ายออกมาถูกต้องดี
แต่ charger มีบั๊ก ประเภทว่าถอดสายชาร์จออกหลังชาร์จโน้ตบุ๊กแล้วไม่ยอมปรับกลับไป 5V แต่ทิ้งไว้ที่ 20V เลย ใครเผลอถอดเสียบเปลี่ยนจากโน้ตบุ๊กมามือถือก็เตรียมกลับบ้านได้
เฮ้ย
tekkasit Sat, 27/08/2016 - 20:18
In reply to เจอหนักกว่านั้นคือ charger by lew
เฮ้ย เสียบต่อทีมือถือน่าจะระเบิดได้เลยมั้ง
แล้วมันได้ certificated USB-PD มาได้ไงฟ่ะ?!? มีต้นทางไหมครับ อยากไปดู (-_-')
อันนี้ครับ
lew Sat, 27/08/2016 - 20:33
In reply to เฮ้ย by tekkasit
อันนี้ครับ
แต่ที่ฟังเค้าบอกว่าไม่ใช่ปัญห
tekkasit Sat, 27/08/2016 - 21:13
In reply to อันนี้ครับ by lew
แต่ที่ฟังเค้าบอกว่าไม่ใช่ปัญหา Adapter ครับ
สายมันวางยามันใส่ตัวต้านทาน (Rd ขนาด 4k Ohm) ไว้ในสายเลย ทำให้จาก power source เสมือนว่ามีอุปกรณ์ตัวรับเสียบไว้ตลอด ดังนั้นพอปลด laptop ที่ปลายออก มันก็ยังนึกว่ามีอุปกรณ์อยู่และยังคงจ่ายไฟให้ตลอด
พอคราวนี้เอาอะไรมาเสียบปลายสาย ก็จะซวยทันทีครับ
โอ้ แสดงว่าผมอ่านผิดเอง
lew Sat, 27/08/2016 - 21:20
In reply to แต่ที่ฟังเค้าบอกว่าไม่ใช่ปัญห by tekkasit
โอ้ แสดงว่าผมอ่านผิดเอง ขอบคุณครับ
จริงๆ Wall Charger แท้ของ
tekkasit Sat, 27/08/2016 - 21:50
จริงๆ Wall Charger แท้ของ Nexus 5X, Nexus 6P นี่ก็มีก็ไม่ทำตามข้อกำหนดเหมือนกัน ไม่สนใจค่า (Rd) ปลด sink แล้วแต่ source ยังจ่ายไฟ 3A มาในสายให้ตลอด 1, 2
แม้จะใช้สายตามข้อกำหนดแล้วก็ตาม (-_-') ซึ่งจริงๆ ตัว Adapter ต้องรู้ว่าความต้านทาน (Rd) ที่ปลายสายหายเมื่อไร ต้องหยุดจ่ายไฟให้ทันที
อ่านคอมเม้นข่าวนี้ได้ความรู้ด
zerost Sat, 27/08/2016 - 21:51
อ่านคอมเม้นข่าวนี้ได้ความรู้ดีจริงๆ ทำเอาผมนึกเลยว่าที่แอปเปิ้ลมายุ่มย่ามกำหนดมาตรฐานสายยุบยับนี่เป็นเรื่องดีเลย แถมอุปกรณ์ก็ช่วยตรวจสอบให้ด้วย ถึงจะตรวจได้ไม่เต็มร้อยสายเก๊บางรุ่นที่ไม่ได้ผ่าน MFI จริงก็ยังใช้ได้ก็เหอะ
เอาจริงๆ ปัญหาคือ
tekkasit Sat, 27/08/2016 - 22:40
In reply to อ่านคอมเม้นข่าวนี้ได้ความรู้ด by zerost
เอาจริงๆ ปัญหาคือ คนทำสายมาขายโดยไม่ตรงตามมาตรฐานแล้ว ราคามันก็ถูกมาก เพราะไม่ได้เอาไปผ่านการตรวจสอบ ตีตรา แต่เพราะข้อกำหนด Type-C มันดันรองรับไฟแรงดันสูงๆได้ ซึ่งพอเจอสายที่ทำลวกๆ ไม่ตรงตามข้อกำหนด คนเอาไปใช้ มันก็พังครับ
Apple เองก็เจอสายปลอม สายเลียนแบบออกบ่อย เพราะสายจริงแพงแถมไม่ทน แต่สายพวกนั้นไม่ต้องเผชิญแรงดันสูงๆ อย่างมากก็แค่ซื้อมาแล้วทำงานไม่ได้ แต่ไม่พัง ก็รอดไปครับ
แต่ MacBook รุ่น 2015 นี่ก็มา Type-C ช่องเดียวแล้วนะครับ อย่างไรก็ต้องระวังตัวกันด้วย อย่าเห็นแต่ถูก
+1
Lennon Sun, 28/08/2016 - 08:22
In reply to เอาจริงๆ ปัญหาคือ by tekkasit
+1 สำคัญว่าคนบางคนมันไม่รู้เรื่องอะไรเลย พอเห็นว่าถูกก็ซื้อด้วยคิดว่าที่ตัวทำคือความฉลาดด้วยซ้ำ เสร็จแล้วเอามาจิ้มเครื่องเราสุขสมอารมหมายแล้วก็ไป
กะอีแค่สายดีๆยังไม่ยอมซื้อ จะมาหวังให้ซ่อมเครื่องให้หน่อยคงได้หรอก งานนี้หลายรายคงได้มีถึงขั้นตัดมิตรกันแน่
ผมว่าที่ Apple
errin Sun, 28/08/2016 - 00:20
In reply to อ่านคอมเม้นข่าวนี้ได้ความรู้ด by zerost
ผมว่าที่ Apple ยังรอดเพราะยังใช้ USB 2.0 นะครับ ถ้าเป็น USB 3 Type C ที่เป็นปัญหากันนี่ MacBook ก็มีสิทธิ์พังเหมือนกัน
MacBook มัน USB3 Type-C
hisoft Sun, 28/08/2016 - 14:56
In reply to ผมว่าที่ Apple by errin
MacBook มัน USB3 Type-C นี่ครับ?
ก็ใช่ไงครับ
errin Sun, 28/08/2016 - 20:59
In reply to MacBook มัน USB3 Type-C by hisoft
ก็ใช่ไงครับ
เคยทำ usb ของ macbook
ipats Sun, 28/08/2016 - 01:22
In reply to อ่านคอมเม้นข่าวนี้ได้ความรู้ด by zerost
เคยทำ usb ของ macbook ช็อตเพราะเสียบอุปกรณ์แปลกๆ เข้าเครื่อง รู้สึกโอเคที่มันมีระบบป้องกันดีในระดับนึง เครื่องไม่พัง แต่ต้องแงะแบตออกเพื่อให้ระบบมันรีเซ็ตตัวเอง (เข้าใจว่าพอช็อตแล้วฟิวส์จะตัดไฟฟ้าทิ้งไปเลย) ไม่แน่ใจว่าถ้าเป็น notebook ยี่ห้ออื่นจะเป็นอย่างไร
ที่รวบรวบการทดสอบอุปกรณ์ USB
panurat2000 Sun, 28/08/2016 - 17:34
รวบรวบ ?