Lorrie Cranor ประธานนักเทคโนโลยีของ FTC (คณะกรรมการการค้าสหรัฐฯ) และยังเป็นศาสตราจารย์วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ของสถาบัน Carnegie Mellon ได้เขียนบทความอธิบายว่าการที่ผู้ดูแลระบบกำหนดให้ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนรหัสผ่านเพื่อใช้งานคอมพิวเตอร์อยู่บ่อยๆ ส่งผลเสียต่อความปลอดภัยของระบบแทนที่จะเป็นผลดี
Cranor มีผลการวิจัยโดย University of North Carolina at Chapel Hill มาสนับสนุนข้อเขียนดังกล่าวด้วย ผลการวิจัยชี้ว่าเมื่อผู้ใช้ถูกบีบให้ต้องเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยจนเกินไป พวกเขาจะไม่เค้นสมองเพื่อคิดรหัสผ่านใหม่อย่างเต็มที่ หากแต่มีแนวโน้มว่าพวกเขาจะตั้งรหัสผ่านใหม่ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปจากรหัสผ่านเดิมด้วยรูปแบบที่คาดเดาได้ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับหลายคนคือการดัดแปลงหรือแก้ไขรหัสผ่านเดิมเล็กน้อย ซึ่งมักจะเป็นวิธียอดนิยมอย่างเช่น
- เปลี่ยนตัวอักษรภาษาอังกฤษบางตัวไปใช้อักขระพิเศษที่หน้าตาคล้ายกันแทน เช่น เปลี่ยน "S" เป็น "$"
- ใช้การเพิ่มค่าของตัวเลขในรหัสผ่านชุดเก่า (บางรายใช้เปลี่ยนตัวเลขตามเดือนและปีที่ตั้งรหัสผ่าน)
- เพิ่มหรือลดจำนวนเครื่องหมายพิเศษในรหัสผ่าน เช่น รหัสผ่านเดิมลงท้ายด้วย "!!" ก็เพิ่มเป็น "!!!"
- ย้ายตำแหน่งชุดตัวเลขและข้อความสลับกันไปมา เช่น เปลี่ยนจาก "pw12345" เป็น "12345pw"
งานวิจัยชี้ว่าการเปลี่ยนรหัสผ่านในแต่ละครั้งโดยมีรูปแบบการนำรหัสผ่านเก่ามา "แปลงร่าง" เป็นของใหม่เช่นนี้ ไม่ได้เพิ่มปัญหาสำหรับการแฮคของแฮคเกอร์เลย ในกรณีนี้หากแฮคเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลรหัสผ่านชุดเก่าแล้วการจะเดารหัสผ่านใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด สิ่งสำคัญที่แท้จริงของเรื่องนี้ก็คือทุกครั้งที่ผู้ใช้ตั้งรหัสผ่านใหม่ ควรตั้งด้วยรูปแบบที่หาความเชื่อมโยงกับรหัสผ่านเดิมไม่ได้
ที่สำคัญคือแม้รหัสผ่านใหม่จะไม่มีความเชื่อมโยงกับรหัสผ่านเก่าให้เห็น แต่ตัวรหัสผ่านเองก็ควรถูกตั้งให้เดาได้ยากด้วย (ยิ่งมีความยาว, ผสมด้วยอักขระเครื่องหมายพิเศษ และไม่สามารถอ่านเป็นคำได้ ยิ่งถือว่าเป็นรหัสผ่านที่ดีเพราะเดาได้ยาก) ทว่าการที่ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยเกินไปจนทำให้ไม่ตั้งใจคิดรหัสผ่าน ส่งผลให้ในหลายกรณีผู้ใช้ตัดสินใจตั้งรหัสผ่านแบบไม่ซับซ้อนจนทำให้แฮคเกอร์คาดเดาได้ง่าย (ตัวอย่างจากข่าวเก่าใน Blognone ชี้ว่าหลายคนหมดมุกคิดรหัสผ่าน จนตัดสินใจเลือกใช้คำง่ายๆ มาเป็นรหัส เช่น football, princess, welcome) หรือกล่าวอีกนัยคือนโยบายเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยๆ กลับกลายเป็นสร้างแนวโน้มให้ระบบเปราะบางกว่าที่ควรจะเป็น
Cranor ยังอธิบายว่าหลายคนน่าจะมีความรู้สึกคล้ายกับผลการวิจัยนี้อยู่มานานแล้ว แต่การที่หลายองค์กรยังคงตั้งกฎให้ผู้ใช้เปลี่่ยนรหัสผ่านอยู่บ่อยๆ ซึ่งอาจเป็นทุกสัปดาห์, ทุกเดือน หรือทุก 3 เดือน นั่นเป็นเพราะว่าการที่ใครสักคนจะออกมาเรียกร้องว่าควรยืดอายุรหัสผ่านให้นานขึ้น อาจทำให้เขาคนนั้นถูกหัวหน้าหรือผู้บริหารมองว่าเป็นพวกละเลยไม่ใส่ใจความปลอดภัยขององค์กร หรือถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนเกียจคร้านถึงขนาดขี้เกียจคิดรหัสผ่าน แต่ตอนนี้มีงานวิจัยระดับดอกเตอร์มาสนับสนุนแนวคิดนี้แล้วว่า "เปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยเกินไปนั้นเสียมากกว่าได้" จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีในการทบทวนมาตรการขององค์กรเกี่ยวกับเรื่องนี้
เพื่อตอบคำถามว่าเช่นนั้นแล้วนโยบายเรื่องรหัสผ่านควรมีแนวทางอย่างไรดี? ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องรหัสผ่าน Mark Burnett ซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือชื่อ Perfect Password เสริมในเรื่องนี้ว่าการเปลี่ยนรหัสผ่านนั้นยังจำเป็นอยู่ แต่ไม่ควรบ่อยเกินไป ความถี่ในการเปลี่ยนรหัสผ่านที่กำลังดีนั้นควรเป็นทุก 6 เดือน หรือปีละครั้ง ซึ่งนั่นจะทำให้ผู้ใช้ตั้งใจคิดรหัสผ่านที่รัดกุม ในขณะที่ Cranor เองเสนอทางเลือกอีกหนึ่งอย่าง นั้นคือการใช้แอพจัดการรหัสผ่าน เช่น LastPass หรือ DashLane เข้ามาช่วย
ทิ้งท้ายไว้สำหรับใครที่ยังคลางแคลงใจจากข้อสรุปของงานวิจัยของ University of North Carolina at Chapel Hill สามารถเข้าไปดาวน์โหลดเอกสารงานวิจัยดังกล่าวได้จากที่นี่
ที่มา - Wired
on
หน่าน เอาแล้วสิ
john dick Fri, 11/03/2016 - 02:24
หน่าน เอาแล้วสิ
ถ้าไช้ LastPass แล้ว LastPass
put4558350 Fri, 11/03/2016 - 02:58
ถ้าไช้ LastPass แล้ว LastPass ที่ไช้โดนหมายศาลขอ password ทั้งหมดที่คุณไช้ก็โดนสอยไปนะครับ
มันเข้ารหัสไว้นิครับ
Thaitop_BN Fri, 11/03/2016 - 03:14
In reply to ถ้าไช้ LastPass แล้ว LastPass by put4558350
มันเข้ารหัสไว้นิครับ แล้วเขาก็ไม่ได้เก็บรหัสผ่านล็อกอินเราไว้ด้วย ขอไปก็ไม่ได้อะไรหรอก
เรื่องจริงเลย มีช่วงหนึ่งถูกบ
Bluetus Fri, 11/03/2016 - 06:12
เรื่องจริงเลย
มีช่วงหนึ่งถูกบังคับเปลี่ยนบ่อย ก็เพิ่มเลขกันไป ฮา
+1 เช่นกัน
time3957 Fri, 11/03/2016 - 10:12
In reply to เรื่องจริงเลย มีช่วงหนึ่งถูกบ by Bluetus
+1 เช่นกัน มีอยู่กันหนึ่งของบริษัทห้ามตั้งซ้ำด้วยแต่ให้เปลี่ยนบ่อยมากกกกก ตอนนี้ เพิ่มเลขไปจาก xxx1 ตอนนี้เป็น xxx1234567890 แล้ว 55+
ผมเพิ่มเลขท้ายเหมือนกัน
eol Fri, 11/03/2016 - 17:39
In reply to เรื่องจริงเลย มีช่วงหนึ่งถูกบ by Bluetus
ผมเพิ่มเลขท้ายเหมือนกัน เปลี่ยนทีก็ +1 +1 +1 ฮ่าๆ ขี้เกียจจำว้อย
ส่วนตัวผมคิดว่าประโยคง่ายๆ
revensoft Fri, 11/03/2016 - 07:07
ส่วนตัวผมคิดว่าประโยคง่ายๆ เช่น My dog ate my homework but my teacher don't believe me. นั้นเป็นรหัสที่แกะยากกว่าข้อความสั้นๆ แต่หลากตัวอักษรเช่น ^hi$_b8! ทว่าเนื่องจากเปลืองพื้นที่เก็บเลยแนะนำให้ใช้แบบสั้นแต่หลากตัวอักษรมากกว่า(หลายๆ ที่จำกัดจำนวนอักษรรหัสผ่านไว้ที่ 16 ตัวอักษร) ซึ่งแบบข้อความนั้นผู้ใช้สามารถนึกประโยคอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันในช่วงเวลานั้นๆ เอามาเป็นรหัสผ่าน ง่ายกว่า แกะยากกว่า และเวลาเปลี่ยนรหัสนั้นก็จะต่างออกไปจากของเดิมอย่างสิ้นเชิง
ปัญหาคือแต่ละที่ก็จะมีฟอร์แมต
nrml Fri, 11/03/2016 - 07:13
In reply to ส่วนตัวผมคิดว่าประโยคง่ายๆ by revensoft
ปัญหาคือแต่ละที่ก็จะมีฟอร์แมตของการตั้งพาสเวิร์ดแตกต่างกันออกไป ทั้งการผสมอักรขระ การจำกัดความยาว พอมันมีหลากหลายทีนี้ก็ต้องสร้างพาสเวิร์ดหลากหลายรูปแบบ ไปๆ มาก็จำไม่ค่อยได้อีก สุดท้ายก็จะเข้าลูปแบบในข่าว
ถูกทุกข้อเลย
TW Fri, 11/03/2016 - 07:16
ถูกทุกข้อเลย
ให้ lastpass
rainhawk Fri, 11/03/2016 - 08:02
ให้ lastpass เจนให้โลด
คงไม่มีคนนั่งจำ password ยาว 16 หลักประกอบด้วยตัวอักษรทุกแบบหรอก แถมไม่เหมือนกันทุกเวบไซต์ด้วย
ส่วนมาสเตอร์พาสเวิร์คผมเปลี่ยนทุก 1 ปี
เวลาเปลี่ยน
gingtalk Fri, 11/03/2016 - 07:35
เวลาเปลี่ยน ความรู้/ความเชื่ิอ ก็เปลี่ยน
เขาเรียกว่า ประสบการณ์
PriteHome Fri, 11/03/2016 - 07:55
In reply to เวลาเปลี่ยน by gingtalk
เขาเรียกว่า ประสบการณ์
ใช่เลย
absulation Fri, 11/03/2016 - 07:35
ใช่เลย ทำแบบนี้เลย
ถ้าตั้งยากเกินมันทำให้ลืมอีก
ผมตั้งมั่ว 16 หลัก มีตัวอักษร
waroonh Fri, 11/03/2016 - 08:17
ผมตั้งมั่ว 16 หลัก มีตัวอักษร ตัวเลข เครื่องหมายผสมกัน
แล้ว เอาปากกา เขียนรหัสใส่ฝาผนังบ้านไว้ ครับ
ถ้าโจรมันเข้ามาดูได้ ถึงในห้อง ก็ให้มันเอาไปครับ
ถ้าไม่มี LastPass คงต้องได้กด
RadiusGreenhill Fri, 11/03/2016 - 08:21
ถ้าไม่มี LastPass คงต้องได้กด reset password บ่อยๆ แน่เลย
ผมใช้วิธีคิดประโยคภาษาไทย
thsecmaniac Fri, 11/03/2016 - 08:22
ผมใช้วิธีคิดประโยคภาษาไทย ประโยคหนึ่งยาวๆ แล้วพิมพ์แป้น Eng เอา รหัสเลยยาวแตจำง่าย เสียอย่างเดียวถ้าคีย์บอร์ดไม่ใช้ภาษาไทยหรือเป็นบนมือถือจะซวยเอา
ผมทำแบบนี้เหมือนกัน
badboyz08 Fri, 11/03/2016 - 11:29
In reply to ผมใช้วิธีคิดประโยคภาษาไทย by thsecmaniac
ผมทำแบบนี้เหมือนกัน แต่ในมือถือผมเซฟไว้เมนูเดาคำครับ
ใช้การเพิ่มค่าของตัวเลขในรหัส
255BB Fri, 11/03/2016 - 08:30
ใช้การเพิ่มค่าของตัวเลขในรหัสผ่านชุดเก่า (บางรายใช้เปลี่ยนตัวเลขตามเดือนและปีที่ตั้งรหัสผ่าน)<<< ที่ทำงานผมบังคับเปลี่ยนทุกๆ ๒ เดือน ส่วนใหญ่เลยเปลี่ยนตามข้อนี้เลย ใส่เลขเดือนเข้าไป หรือใส่เป็น xxxxx001 xxxxx002 ...
สารภาพตามตรงรหัสเข้า Login
Eddz Fri, 11/03/2016 - 08:47
สารภาพตามตรงรหัสเข้า Login ทุกเว็บให้ Chrome เซฟเก็บไว้หมดเลย
ถ้ารู้ Google Account ก็ได้รหัสไปหมด แม้กระทั่ง internet banking
ตั้ง 2Auth ก็ชวยได้เยอะครับ
sariarty Fri, 11/03/2016 - 09:38
In reply to สารภาพตามตรงรหัสเข้า Login by Eddz
ตั้ง 2Auth ก็ชวยได้เยอะครับ ถึงแม้จะรู้รหัส แต่ติด 2auth ก็เข้าไม่ได้เหมือนกัน
จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีในการทบ
panurat2000 Fri, 11/03/2016 - 09:04
ขององค์ ?
"ผลการวิจัยโดย University of
Jonathan_Job Fri, 11/03/2016 - 11:18
In reply to จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีในการทบ by panurat2000
"ผลการวิจัยโดย University of North Carolina" ---> "ผลการวิจัยโดย University of North Carolina at Chapel Hill"
UNC มีหลายแห่งครับ UNC Chapel Hill (UNC), UNC Charlotte (UNCC), UNC Greensboro (UNCG) ถ้าพูดตัวย่อ UNC จะเป็นที่รู้กันว่า Chapel Hill แต่ถ้าพูดเต็มควรจะต้องบอกเมืองด้วยครับ
Ref : https://www.ftc.gov/news-events/blogs/techftc/2016/03/time-rethink-mandatory-password-changes
เปลี่ยนบ่อย
frozenology Fri, 11/03/2016 - 09:08
เปลี่ยนบ่อย แถมต้องใส่ตัวอักขระพิเศษ นรกแตก
ยิ่งพอบังคับให้เปลี่ยนทุกเดือ
mr_tawan Fri, 11/03/2016 - 09:46
ยิ่งพอบังคับให้เปลี่ยนทุกเดือนนะ ... พาสเวิร์ดแทบจะเหมือนกันหมดทั้งออฟฟิศ เดาได้เลย
ไม่พูดเรื่องจดรหัสติดไว้หน้าจ
-Rookies- Fri, 11/03/2016 - 10:06
ไม่พูดเรื่องจดรหัสติดไว้หน้าจอแฮะ
ของผมใช้passwordป็นภาษาจีนแทน
kiva Fri, 11/03/2016 - 10:13
ของผมใช้passwordป็นภาษาจีนแทน
มันคือเรื่องจริง
redarmy Fri, 11/03/2016 - 10:45
มันคือเรื่องจริง
น่าจะมีตัวแสกนลายนิ้วมือแบบUn
MaxxIE Fri, 11/03/2016 - 14:04
น่าจะมีตัวแสกนลายนิ้วมือแบบUniversal ที่เอาไปต่อเครื่องไหนก็ป้อนลายนิ้วมือแทนรหัสผ่านได้เลย
จริงนะ หลังๆ ก็ + YYYYMMWW
nest3d Fri, 11/03/2016 - 18:36
จริงนะ
หลังๆ ก็ + YYYYMMWW เอา
ที่ออฟฟิศ รหัสใหม่คือ
Fawkes Fri, 11/03/2016 - 19:18
ที่ออฟฟิศ รหัสใหม่คือ ชื่อเดือนภาษาอังกฤษ 4 ตัว ตามด้วย ปี พ.ศ.
แจ่มแมว