Apple

หลังจากแกะของใหม่ของแอปเปิลอย่าง iPad Pro ซึ่งได้คะแนนบำรุงรักษาดีกว่า iPad รุ่นก่อนๆ ไปเล็กน้อย (แต่ก็ยังตกมีน) ทาง iFixit และ CNET ก็ขยับไปแยกชิ้นส่วนของใหม่อีกชิ้นที่ขนาดเล็กกว่ามากอย่าง Apple Pencil สไตลัสแท่งแรกของแอปเปิลกันบ้าง

เริ่มต้นกันด้วยการเทียบขนาดกับสไตลัสของเจ้าอื่นๆ Apple Pencil ขนาดยาวกว่าแทบทุกเจ้าในตลาด ส่วนความกว้างนั้นใกล้เคียงกัน โดยมีชิ้นส่วนที่สามารถเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องแกะคือปลายปากกา (nib) ที่แอปเปิลให้อะไหล่มาเปลี่ยนอีกชิ้น

หลังจากนั้นจะเข้าสู่ความยากลำบากในการแยกชิ้นส่วน ตั้งแต่การเป่าลมร้อนเพื่อดึงตัวเชื่อมต่อ Lightning ออกมา ตามด้วยการผ่าเคสพลาสติกภายนอก จนพบกับเคสโลหะภายในอีก ซึ่งยึดติดกันด้วยกาวจำนวนมาก และน็อตสามแฉก (แบบเดียวกับ Apple Watch) อีก 6 ตัวด้วยกัน

ภายในของ Apple Pencil ประกอบไปด้วยแบตเตอรี่ความจุ 0.329 Wh (ประมาณ 5% ของ iPhone 6s) มีแผงวงจรสองชุด ตัวแรกเป็นแผงคู่ประกบกันอยู่ท้ายแบตเตอรี่ สำหรับวางชิปประมวลผล และเซ็นเซอร์ ส่วนอีกตัวเป็นแผงวงจรขนาดเล็กบริเวณปลายปากกา ซึ่งเมื่อจบการแยกชิ้นส่วนแล้ว iFixit ให้คะแนนบำรุงรักษาของ Apple Pencil อยู่ที่ 1 คะแนน (เต็ม 10 คะแนน ยิ่งเยอะยิ่งดี) เนื่องจากตัวสไตลัสไม่ได้ออกแบบมาให้สามารถแกะเพื่อซ่อมได้เลย เมื่อคำนึงถึงแบตเตอรี่ขนาดเล็กแล้ว ทำให้อายุการใช้งานจะสั้นมาก ข้อดีหนึ่งเดียวคือสามารถเปลี่ยนปลายปากกาได้อย่างง่ายดาย

ที่มา - iFixit, CNET

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

Polwath Wed, 25/11/2015 - 14:31

iFixit โดน Apple แบนแอพไปทีนึงแล้วไม่ใช่เหรอ ทำแบบนี้เขาไม่ว่าเอาหรือไง

โดยมีชิ้นส่วนที่สามารถเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องแกะคือปลายปากกา (nib) ที่แอปเปิลให้อะไหล่มาเปลี่ยนอีกชิ้น

ไม่จริงครับ ฝาท้ายก็เปลี่ยนได้ไม่ต้องแกะครับ

เว็บเค้ามาสายช่างไอทีครับ ไม่ใช่สายออกแบบสถาปัตย์ เค้าให้ข้อมูลตามงานของเค้าผมคิดว่าถูกต้องแล้วนะครับ

เว็บนี้เค้าชื่อ iFixit เว็บซ่อมสินค้าไอที ถ้าไม่รีวิวว่าซ่อมได้ดี-ไม่ดี ยากง่ายยังไง จะให้เค้ารีวิวอะไรครับ ><"

จริงๆ ถ้าพูดถึงกรณีอุปกรณ์เสริม หลังจากที่ iFixit ออกมาแกะ Apple Pencil กับ keyboard ของ iPad Pro
ก็มีหลายคอมเม้นท์ในเวบไอทีต่างๆ ต่างพากันตั้งคำถามว่า พวกนี้อยู่ในหมวดอุปกรณ์เสริม สมควรที่จะต้องตั้งคะแนนในการซ่อมหรือไม่ เพราะโดยปกติอุปกรณ์เสริมมีโอกาสยากที่จะคนจะนำไปซ่อม ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนหรือซื้อใหม่เลยมากกว่า (เช่น ปากกา Wacom หรือ S-pen) ไม่อย่างนั้นแล้วอุปกรณ์เสริมที่ iFixit นำมาแกะรีวิว คงได้คะแนน 0-1 กันหมด

ซึ่งถ้าคะแนนมัน common กันหมดสำหรับอุปกรณ์เสริม คำถามก็คือ ไม่แน่ใจว่ามันควรจะมีการให้คะแนนดีหรือไม่

สรุปก็คือ แกะไปเถอะอุปกรณ์เสริม แต่ไม่ต้องตั้งคะแนนหรอก 555 (หรือจะบอกคะแนนเผื่อให้รู้ไว้เท่านั้น - -")

ผมว่ามันก็สนุกดีนะ ดูว่าไส้ในเป็นยังไง เราไม่ต้องเสียเงินเราเองด้วย ส่วนเรื่องให้คะแนนผมว่าก็ให้ไว้เป็นเกณฑ์การแกะก็ได้ (ซึ่งมันก็ต่ำแน่นอน) คงต้องให้ผู้อ่านใช้วิจารณญานกันเองครับ

เท่าที่ตามๆ มา อะไรที่เค้ารับซ่อม หรือใช้อุปกรณ์แกะของพวกนี้ เค้าก็มักจะแกะให้ดูนะว่าอะไรซ่อมได้และให้คะแนนยังไง เพราะเว็บเค้าขายอุปกรณ์แกะของพวกนี้ด้วย ถ้าไม่ให้ rating ไว้ จะกลายเป็นว่า คนเอาไปซ่อมเองกลายเป็นพัง เค้าจะโดนฟ้องเอา

เอาง่าย ๆ ครับ ตัว Stylus Apple Pencil เนี่ย ถ้าแบตเสื่อมนี่ต้องทิ้งตัวปากกาเลยหรอครับ เปลี่ยนแบตถูกกว่าไหม

แต่เอาจริง ๆ ผมเชื่อว่ามันมีพวกที่แกะได้ระดับนึงอยู่นะ แม้ว่าจะไม่เต็มที่ก็ตามแต่ ซึ่งส่วนตัวมองว่าการให้คะแนนการแกะเนี่ยมันเป็นหนึ่งในเหตุผลในการเลือกซื้อสินค้านะ เพราะถ้าแกะยาก เราจะต้องระวังในการใช้งานด้วย เพราะถ้าเสียทีนึงค่าซ่อมบาน ไม่ก็ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ที่ไม่คุ้มอย่างแรง

ได้ดูรูปในข่าวหรือที่มา iFixit ไหมครับ

จะเข้าไส้ในต้องเลื่อยเท่านั้นครับ (เข้าไปดูเขาเลื่อยได้ในที่มา) สภาพก็เหมือนรูปในข่าวอะครับ

จะเปลี่ยนแบตฯเขายังบอกเลยว่า "Impossible" คือเข้าถึงได้แต่เละ

ถ้าแบตเสื่อมนี่ต้องทิ้งตัวปากกาเลยหรอครับ เปลี่ยนแบตถูกกว่าไหม

ผมยอมซื้อใหม่ครับ ถ้าช่างต้องมาเลื่อยจนไม่เหลือสภาพแบบนี้ - -"
ปล. ที่ได้ 1 คะแนนเพราะยังให้คะแนนที่หัวปากกาถอดเปลี่ยนได้นี่แหละ (ในกล่องแอปเปิลให้สำรองมาด้วยถ้าจำไม่ผิด)

ผมอ่านจาก iFixit (พร้อมดูวิดีโอ teardown บน YouTube ของ iFixit) มาก่อนที่นี่ครับ อ่านจนจบ เห็นความอนาถทุกขั้นตอนหมดแล้วครับ ไม่ว่าจะผ่านการละลายกาว ใช้เลื่อยผ่าเครื่อง แงะเหล็ก

ส่วนที่เขียนไปเนี่ย ผมมองในมุมของการผลิต Apple Pencil ที่น่าจะทำให้มันซ่อมบำรุงง่ายกว่านี้ เช่นการเปลี่ยนแบต ไม่ใช่แบบว่าประกอบเสร็จ สวย ใช้ไป พังแล้วทิ้ง อันนี้ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร ซึ่งส่วนตัวผมมองว่า การเปลี่ยนแบตของ Surface Pen มันดีกว่า Apple Pencil เยอะ

ส่วนเรื่องสภาพเครื่องถ้าจะเปลี่ยนแบต เป็นผมผมก็ซื้อใหม่ครับ มันซ่อมไม่ได้เลย เปลี่ยนไม่ได้เลย แบตพังคือทิ้งอย่างเดียว ซึ่งพักหลัง ๆ มาของแอปเปิลทุกตัวซ่อมแทบไม่ได้เลย รวมถึงเรื่องแบตของเครื่อง (ยกเว้น new Apple TV เฉพาะตัวเครื่อง ไม่รวมรีโมต) แถม cycle ใช้แล้วคงไม่ได้นานมาก

แต่ทั้งหมดที่ว่ามานั้น ผมมองในมุมของการพัฒนาสินค้าครับ ไม่ได้มองถึงมุมผู้ใช้นะครับ

บังเอิญว่าความยากง่ายในการซ่อมมันบ่งบอกถึงความใส่ใจของผู้ผลิตสินค้าด้วยครับ และคงไม่มีใครอยากซื้อสินค้าที่ซ่อมไม่ได้เลยถ้าไม่จำเป็นครับ

แต่ถ้าซ่อมแล้วออกมาง่อยแบบ s6 ก็ไม่ไหวนะ (หาอ่านได้ตามพันทิป น่าสงสารเจ้าของเครื่องมาก)

ใช้ระบบแบบ iphone เปลี่ยนเครื่องไปเลยดีกว่า

ไช้ note 8 มานาน เพิ่งเสียเดือนที่แล้ว (ชาจไม่เข้า) หลังไช้มา 3-4 ปี ซ่อมนาน 1 สัปดาห์ ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ ใด้เครื่องเก่าข้อมูลไม่หายด้วย ...

ส่วน iphone ไม่ใด้ไช้วิธีเปลี่ยนเครื่องใหม่นานมากแล้วครับ เดี่ยวนี้ refurbished ทั้งนั้น

ผมก็ยังโอเคกับการได้เครื่อง refurbished มากกว่าต้องรอซ่อมนะครับ มันได้เครื่องอื่นมาใช้ตอนนั้นเลย กลับไปใช้โนเกียตัวธรรมดา xpressmusic อยู่เกือบเดือนก็รู้สึกขาดๆจนต้องซื้อ aircard มาใช้กับ ipad เพื่อเล่นเฟซ เหมือนเสพติดโซเชียลเน็ตเวิคไปแล้วครับตอนนี้

เครื่องซ่อม เครื่องRefurbised มันก็เครื่องซ่อมเหมือนๆกันนั่นแหละครับ

แต่เครื่องiPhone Referbished มันไม่ต้องรอนานเป็นสัปดาห์ แค่Backupข้อมูลก่อนส่งศูนย์ รับเครื่องกลับมาRestore From Backup วันเดียวจบ

จะเสียเปรียบส่งซ่อมหน่อยก็แค่ในกรณีที่เสียบคอมไม่ขึ้นแค่นั้นเอง แต่พวกข้อมูลสำคัญๆมันก็เก็บไว้ที่iCloudไว้แล้วจึงไม่น่าก่อปัญหามาก

แต่ที่สำคัญที่สุดคือ หมั่นBackupข้อมูลไว้เป็นดีที่สุดครับ เพราะแม้ส่งซ่อม เกิดปัญหามันเกิดที่Memช่างเค้าก็ถอดเปลี่ยนอยู่ดี ข้อมูลหายตลอดกาล

สรุปงานนี้iOSยังเป็นต่ออยู่นิดหน่อย เพราะทำFull Backup ง่าย

Backup ของ android ก็ง่ายนะครับ

เสียบในโหมด storage แล้วกอปทุกอย่างในเครื่องออกมา
ถอด SD Card เสร็จแล้ว

ข้อดีคือ ถ้าไม่ลงรหัส รูป video เพลง ทีี่อยู่ใน SD Card มือถือเปิดไม่ติดก็กู้ใด้ ไม่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนด้วย

ที่สำคัญคือ note 8 เครื่องนี้ใด้มาจากคนรู้จัก มันมีค่าทางจิตรใจ ถ้าซ่อมแล้วใด้เครื่องอื่นผมอาจเก็บเครื่องเสียเอาไว้ในฐานะของที่ระลึกไม่ก็ซ่อมนอกศูนย์มากกว่า

เว็บพวกนั้นมันก็มีอยู่นะครับ ให้คะแนนความทนทาน หรือ ให้คะแนนความสวยงาม รวมถึงการใช้งานด้วย

แต่ iFixit ผมว่าดีนะ คือผมเห็นคะแนนต่ำกว่า 5 นี่ผมไม่คิดมากละครับ ไม่แกะเองเด็ดขาด แต่พวกคะแนนสูง ๆ ผมจะได้ลองแกะซ่อมเองบ้าง
บางที Accessories มันก็ไม่ได้ซ่อมยากเสมอไปครับ คีย์บอร์ดเม้าส์บางทีซ่อมง่ายกว่าที่คิดเพียงแต่เราไม่กล้าหรือ ราคามันไม่สูงเลยไม่คิดซ่อม

อย่างกรณีนี้ ผมว่าพอคะแนนมันน้อย แทนที่จะทำให้ขายไม่ออกกลับจะขายออกกว่าเดิม เพราะถ้าพัง (ซึ่งมีโอกาสแน่ ๆ) คงซื้อใหม่ลูกเดียวครับ ไม่คิดมากเลย แกะออกมาก็พังอยู่ดี

แล้วเกณฑ์ในการเลือกซื้อมันไม่ใช่คะแนนซ่อมอย่างเดียว มันรวมทุกอย่างครับ อย่างผมนี่ สนใจการรับประกันมากกว่าคะแนนซ่อมครับ

ถ้าเค้าแกะก็คงคะแนนต่ำเตี้ยเรี่ยดินกันหมดล่ะครับ แต่ตัวนี้อาจจะมีเหตุมากกว่าตัวอื่นตรงมีอาการแบตเสื่อมได้

คือถ้าคุณบอกว่า โอเครับได้ ก็ถือว่าไม่มีปัญหา

แต่ก็มีคนสนใจว่าจะเปลี่ยนแบตตรงนั้นยังไง ประเด็นมันอยู่ตรงนั้น ส่วนว่าจะใช้นาน-ถี่แค่ไหนแบตถึงเสื่อม ตรงนี้ผมก็ตอบไม่ได้หรอก เพราะของมันเพิ่งออกมา ก็ต้องรอว่ามันจะใช้ได้นานแค่ไหน

ส่วนของ Wacom บางรุ่นไม่มีแบตนะครับ บางรุ่นมี และก็ถอดและใส่ง่ายๆ ไม่ได้ยุ่งยากอะไร ส่วนตัวผมใช้ Wacom Bamboo อยู่ มันไม่มีแบตข้างใน ก็ใช้มาหลายปีก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วน S-Pen ถ้าผมจำไม่ผิด มันไม่มีแบตนะ

ผมลองคำนวนเล่นๆ ดู

1 รอบการชาร์จเต็มใช้ได้ประมาณ 12 ชั่วโมง (ตามที่ Apple เคลม)

สมมุติว่าชาร์จได้ 500 รอบ

ก็จะได้ 6000 ชั่วโมง

ถ้าใช้ทำงานทุกวันแล้วไม่พังไปซะก่อนคงได้สัก 2-3 ปี

(6,000 หารวันละ 6-8 ชั่วโมง)

ก่อนแบตจะเสื่อม (แต่ก็ยังใช้ต่อได้ อาจต้องชาร์จบ่อยขึ้น)

จากประสบการณ์แล้วคุ้มรึเปล่าครับ

พอดีผมกำลังสนใจจะซื้อ

** แต่ถ้าชาร์จได้จำนวนรอบมากกว่านั้น (หวังว่า) มันก็จะได้นานขึ้นอีก **

สำหรับอุปกรณ์ตัวนี้ (หรือสินค้าประเภทนี้) ถ้าใช้ทุกวัน จุดคุ้มมันควรอยู่ที่กี่ปีครับ

ถ้าถามจุดคุ้ม ผมว่าแล้วแต่คุณพอใจนะ

เอาแบบนี้ดีกว่า ผมใช้มุมผมแลกเปลี่ยนแล้วกัน

ส่วนตัวผม ของพวกนี้มันใช้คู่กับอะไร ถ้าสิ่งที่มันใช้คู่กันมันยังใช้งานคู่กันได้แล้วยังสะดวกอยู่ ระยะเวลามากกว่า 3 ปีขึ้นไป ผมถือว่าคุ้ม เพราะผมตีค่าเสื่อมของพวกนี้อยู่ประมาณ 30-40% ต่อปีไว้แบบนั้น ยิ่งใช้ได้นาน ยิ่งคุ้มค่า มีอะไหล่เปลี่ยน ยิ่งทำให้เรายืดอายุมันได้มากขึ้น อย่าง wacom bamboo ที่ผมใช้นี่ก็ประมาณ 5 ปีแล้ว ผมใช้มาก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วสำหรับระยะเวลาที่มันรับใช้ผมมาน่ะ และมันไม่มีทีท่าจะพังเสียด้วยดิ ผมเลยอยู่กับมันได้ยืดๆ

ประเด็นคือ wacom bamboo นี่ทำเงินคืนค่าตัวมันและซื้อใหม่ได้หลายสิบตัวแล้วครับ แน่นอนว่าบางครั้ง ความพึ่งพอใจในการใช้งานหลายคนอาจจะไม่ใช่การเอามาทำงานตีเป็นตัวเงินกลับมา แต่ถ้าโอเครับได้กับสิ่งที่มันให้ก็โอเค

แบตแบบ Lithium มีอายุประมาณสองปีครับ หลังจากนั้นมันก็จะค่อย ๆ เสื่อม พอเข้าประมาณปีที่ 5 ก็น่าจะชาร์จไม่เข้าแล้ว

ส่วนตัวผมชอบแบบเปลี่ยนแบต (เช่น Surface Pen) มากกว่า แต่ดีที่สุดคือแบบ Wacom นี่แหละ

ปล. ผมใช้ Wacom Bamboo Stylus Feel (กับ Note 10.1), Surface Pen (Pro 3) แล้วก็ Wacom Intuos (รุ่นเล็ก) ครับ

แบตลิเทียม วางเฉยๆ ก็เสื่อมครับ cycle แค่เร่งให้ไปเร็วขึ้นอีก

อุปกรณ์ผมนี่ 1 ปีเสื่อมมาหลายก้อนแล้วครับ และหลายๆ ก้อนก็ถึงขั้นบวมด้วย

ไม่แน่ใจว่าลุงตาหวานจำ VAIO ผมได้รึเปล่าครับ เครื่องนี้ -> https://www.blognone.com/node/41599

ช่วงสองเดือนมานี่ผมเริ่มรู้สึกว่าแบตมันเสื่อมแล้วเหมือนกันครับ วันนี้เพิ่งเอาไปนั่งทำงานมา ใช้ไปชั่วโมงกว่าๆ แบตลงมาเหลือ 30 กว่าเปอร์เซนต์แล้วครับ อายุมันเพิ่งครบ 8 ปีเดือนนี้เอง ไม่น่ารีบไปเลย

เรื่องปากกาของ Wacom ที่เป็นจุดเด่นที่สุด จน Wacom เองก็กลายมาเป็นอันดับ 1 ในตลาด คงเป็นเรื่องเทคโนโลยีการเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าให้ตัวปากกาจนไม่ต้องพึ่งแบตเตอรี่นี่แหละครับ และคิดว่าเทคโนโลยีแบบนี้ตัว Wacom คิดค้นจนได้สิทธิบัตรมาถือเองอยู่เจ้าเดียวด้วย เจ้าอื่นเลยเลียนแบบไม่ได้เลย ปากกาเจ้าอื่นเลยต้องใช้แบตเตอรี่กันหมด ไม่เว้นแม้แต่ Apple

ส่วน S-pen เองนี่ก็เป็นวิสัยทัศน์ของ Samsung ล้วนๆ ต้องนี้ต้องให้เครดิตเค้าเลย คือตอนที่ Wacom จะเข้าสู่ตลาด mobile ก็เลยไปคุยกับผู้ผลิตมือถือหลายๆ เจ้า แต่ไม่มีเจ้าไหนคลิกกับ Wacom ซักราย ก็ได้ Samsung นี่แหละที่คุยกันรู้เรื่อง เข้าใจคอนเซปของการใช้ stylus บนมือถือที่มันต้องเป็นอะไรที่มากกว่า stylus ที่เราเอามาจิ้มๆ กันสมัยก่อน จนได้เป็น Note series ที่ประสบความสำเร็จมากอย่างที่เราเห็นกัน ตอนนี้ Samsung ก็เข้าไปถือหุ้นใน Wacom แล้วเรียบร้อย ก็ปิดประตูเจ้าอื่นได้เลย มีแต่ Samsung นี่แหละที่จะได้ใช้เทคโนโลยีของ Wacom เท่านั้น

ดังนั้น S-pen ที่ไม่มีแบต ก็เพราะใช้เทคโนโลยีของ Wacom เต็มๆ นี่เอง ตัว S-pen เองยังเอาไปใช้กับ Bamboo รุ่นใหม่ๆ ได้ด้วย

ส่วนตัวผมว่า ปากกาที่ไม่ต้องใส่แบต คือที่สุดแล้วล่ะครับ เราสามารถใช้มันได้ทุกเวลาเท่าที่เราอยากจะใช้ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องการเสื่อมสภาพเลย (ถ้าทุกครั้งที่เราเอามาใช้ มันจะทำให้แบตเสื่อมลง เราก็ต้องคิดก่อนดึงมาใช้ แต่นี่ไม่ต้องคิดเลย อยากจะใช้ก็ใช้ อยากจะวาดรูปเล่นก็ดึงมาเถอะ มันทำให้เป็นอะไรที่มีประโยชน์มากๆ) ผมเคยใช้ Bamboo มาก่อนก็ชอบมากแล้ว พอมาเจอในร่าง S-pen บนมือถืออย่าง Note นี่มันใช่เลย ชีวิตดีขึ้นมากๆ คิดว่าเครื่องต่อไปก็คงหนีไม่พ้น Note แน่นอน

อยากให้แอปเปิลไปไกลกว่านี้เหมือนกัน ลงทุนคิดค้นวิธีทำปากกาโดยไม่ต้องใช้แบต และไม่ไปทับกับสิทธิบัตรที่มีอยู่แล้ว สู้กับ Wacom ไปเลย ระดับ Apple ควรทำให้เหนือกว่า ตอนที่เปิดตัว Apple Pencil แล้วรู้ว่ายังต้องใส่แบตอยู่เนี่ย เบ้ปากใส่เลย มันไม่ wow จริงๆ

illusion Thu, 26/11/2015 - 14:19

In reply to by mr_tawan

อ้อ อันนี้ผมหมายถึงในโลกของมือถือ+แทบเลท Android ครับ ^^" ซัมซุงมีหุ้นใน Wacom แล้ว คงกะเหมา Stylus Wacom ในตลาดมือถือไว้อยู่เจ้าเดียวนี่ล่ะครับ แต่ในตลาด PC / Windows tablet อันนี้ก็ยังคงจะมีหลายเจ้าที่เอาเทคโนโลยีของ Wacom อยู่เหมือนเดิม

ถ้าจำไม่ผิด ก็มี Lenovo Thinkpad W series และ thinkpad yoga tablet ที่ใช้ปากกา wacom เหมือนกันครับ

รู้สึกว่าอเมริกาจะมีองค์กรสิ่งแวดล้อมมากมายกำหนดมาตรฐานสิ่งแวดล้อม การซ่อมได้เป็นสิ่งที่ช่วยลดการผลิต เป็นการอนุรักษ์ ไม่เห็นมีใครออกมาผลักดันกระแสเลย ผมสนับสนุนไอฟิกอิท

ด้วยอายุการใช้งานและความซับซ้อนของอุปกรณ์ไอทีสมัยนี้ บางทีการซ่อมมันก็ดูจะเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าเท่ากับการซื้อใหม่ครับ

ตรงนี้มันก็ใช่ครับ แต่สภาพของพวกนี้มันไม่ได้เหมือนยุคเครื่องใช้ไฟฟ้าทรานซิสเตอร์แล้วครับ ปกติแล้วอย่างมากก็เป็นการถอดเปลี่ยนมากกว่าการซ่อมด้วยซ้ำครับ เพราะการซ่อมมันต้องใช้ทั้งเวลาและความชำนาญ

Apple มันไม่เน้นซ่อมครับ มันเน้นRecycle
เห็นในเว็บพี่แกโฆษณาผลิตภัณฑ์แทบทุกชิ้นRecycleได้ ไร้สารพิษ ฯลฯ

ผมว่าAppleหัวหมอน่ะ
เพราะถ้าทำมาซ่อมง่าย คนจะไม่ซื้อของใหม่ รายได้หดหายไปอยู่กับช่างซ่อมข้างนอกหมด
กลับกัน
ซ่อมยาก นอกจากจะขายเครื่องใหม่ได้แล้ว ยังขายประกันได้เพิ่มด้วย รายได้เข้าบริษัทเต็มๆ เพราะถึงแม้ช่างข้างนอกจะซ่อมได้แต่ก็ราคาสูงเพราะซ่อมยาก อะไหล่ก็พิเศษหายากราคาแพง ซึ่งตัวบริษัทสามารถสั่งผลิตอะไหล่ได้ในราคาที่ไม่สูงมาก เพราะไม่ค่อยเปลี่ยนไลน์ผลิตบ่อย ต้นทุนเลยต่ำ

นอกจากจะ(แอบ)บังคับให้คนซื้อใหม่เยอะๆ แล้ว
ยังเอามาโฆษณาได้อีกว่ารักโลกมากๆ (Recycle ได้หมด)

หัวหมอจริงๆ

จริงๆ มันก็คงประมาณที่คุณว่ามาครับ ก่อนหน้านี้ก็จะเห็นอยู่แล้วว่า ไม่ค่อยจะเน้นซ่อมสักเท่าไหร่ พังอะไรยังไงก็เคลมเอาเรื่องใหม่ไปก่อน เครื่องเก่าที่รับมาจะเอาไปทำอะไรต่อค่อยว่ากันอีกที แต่ยุคหลังมานี่ก็เริ่มเปลี่ยนนโยบายมาเป็นการซ่อมเครื่องให้ลูกค้าแทน เรื่องซ่อมได้หรือไม่ได้มันก็คงเป็นแค่เรื่องของทางธุรกิจที่มุ่งเป้าไปที่กำไรสูงสุด

ยอมรับว่าของหลายอย่างก็ไม่สามารถซ่อมได้เองจริงๆ รวมถึงที่ผู้ผลิตบางเจ้าเค้าไม่ได้ออกแบบมาให้ซ่อมก็พอเข้าใจได้อยู่
แต่การที่ iFixit เอามาแกะออกให้ดูว่ามีอะไรข้างในผมก็ชอบนะ (ดูจากรูปน่าจะโม/ใส่ด้ามใหม่ได้)

+1 สำหรับผมก็เห็นว่าดีแล้วครับที่มีใครมาแกะให้ดู ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะเป็นปัญหาอะไรเลย มีแต่จะได้ประโยชน์เพราะรู้ว่าข้างในเป็นยังไง หรือหากจำเป็นต้องแกะก็จะได้รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน